ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 773 ในที่สุดก็ปรากฏตัว
บทที่ 773 ในที่สุดก็ปรากฏตัว
พอเห็นว่าเย่หย่งโซ่จัดการทุกอย่างได้ในไม่กี่ประโยค กู้หยุนงุนงงเล็กน้อย แต่ได้เวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ให้ทุกอย่างทุเลา เธอไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว
“ในเมื่อทุกคนไม่ว่าอะไร ประชุมในวันนี้ขอจบลงเพียงเท่านี้”
“อีกเดี๋ยวพวกนายกลับไปถอนกำลังจากพื้นที่ออกมา เตรียมตัวไว้ให้ดี
แปดโมงเช้าในวันพรุ่งนี้เริ่มการแย่งชิงอย่างเป็นทางการ
ไม่ว่าระหว่างนี้เปลี่ยนหัวหน้าไปกี่รอบ ก็นับจากผลสรุปหนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้เป็นหลัก!”
ผู้คนพากันลุกขึ้น มองอีกฝ่ายอย่างท้าทายและบอกลาจากไปในบรรยากาศคุกรุ่น
เพียงครู่เดียว ทั้งห้องประชุมก็เหลือเพียงกู้หยุนและเย่หย่งโซ่
ส่วนการ์ดที่ยืนอยู่ข้างกายเย่หย่งโซ่มาตั้งแต่ต้นโดนกู้หยุนเมินไปโดยปริยาย
หลังจากประตูห้องประชุมปิดลง ความสบายๆบนใบหน้าของเย่หย่งโซ่หายไปจนสิ้น เขาหันไปมองการ์ดด้วยหน้าตาบิดเบี้ยว
พูดอย่างคับแค้นใจ
“เย่เทียน ตอนนี้ฉันทำตามทุกอย่างที่นายบอกแล้ว นายจะให้สิ่งที่สัญญากับฉันไว้ได้หรือยัง?”
“รีบร้อนขนาดนั้นไปทำไม หากนับญาติกันฉันเป็นพี่ชายนายนะ กลัวว่าฉันจะหลอกนายรึไง?”
การ์ดบ่นงึมงำและถอดแว่นดำ กระชากหนวดเฟิ้มออก เย่เทียนตัวจริงเสียงจริงไงล่ะ!
กู้หยุนเห็นแล้วอดผงะไม่ได้ ก่อนจะได้สติในบัดดล สรุปนี่เป็นแผนร้ายของเย่เทียนตั้งแต่แรกเหรอ!
เธอไม่คิดไม่ฝันเลยว่าในมือเย่เทียนจะมีจุดอ่อนของเย่หย่งโซ่ จนเขาต้องออกหน้าในเรื่องนี้
เย่เทียนไม่รู้หรอกว่ากู้หยุนคิดอะไรอยู่ เขาเดินเข้ามาสามสี่ก้าว โยนมือถือที่มีรูปโป๊ของเย่หย่งโซ่ลงบนโต๊ะประชุม
เย่หย่งโซ่แทบจะคว้ามาด้วยความเร็วแสง และถามเย่เทียนด้วยสีหน้าระแวง “นายแน่ใจนะว่าไม่มีไฟล์สำรอง”
เย่เทียนยักไหล่ เอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง
“วางใจเถอะ! ฉันไม่ได้ชอบเล่นสวาท
ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บรูปนายไว้!”
เย่หย่งโซ่โมโหในใจ แต่เขารู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของเย่เทียน
จึงหมุนตัวเดินออกไป ลอบวางแผนในใจ เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่!
เขาเพียงคนเดียวไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เทียน
เย่เทียนเห็นแบบนั้นรีบเตือน “นี่ นายอย่าลืมเรื่องที่รับปากฉันไว้นะ!”
เย่หย่งโซ่ชะงักฝีเท้า กัดฟันตอบเย่เทียนทั้งยังหันหลังให้ “นายก็อย่าลืมเรื่องที่นายรับปากไว้”
พูดจบ เขาไม่แม้แต่จะอยู่ต่อ ออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่
กู้หยุนรู้ในใจแล้วว่าเย่เทียนต้องมีอะไรปิดบังตัวเองอยู่แน่นอน แต่ตอนนี้ทั้งสองยังไม่สนิทกัน ความสัมพันธ์เป็นเพียงพันธมิตรที่เพิ่งตกลงกันได้
ต่อให้อยากรู้มากแค่ไหนเธอก็รู้ว่าเย่เทียนไม่บอกทุกอย่างกับเธอหรอก
เธอมองเย่เทียนอย่างมีความหมาย นับวันยิ่งไม่เข้าใจว่าเย่เทียนคิดอะไรอยู่
จึงถามอย่างอดไม่ได้ “วิธีการที่เย่หย่งโซ่เสนอเป็นความคิดของนายใช่ไหม?
นายต้องการอะไรกันแน่?”
“เรื่องนี้เธอไม่ต้องสนใจ
ไม่ว่ายังไงเธอจงจำไว้ สิ่งที่ฉันรับปากเธอไว้ ย่อมให้ตามที่พูด
จะสนขั้นตอนทำไมล่ะ?”
เย่เทียนยิ้มน้อยๆ ลุกขึ้นคิดจะไปจากที่นี่
กู้หยุนรีบหยุดเขาไว้
และถามออกไปเพราะทนเก็บความสงสัยไว้ในใจไม่ได้จริงๆ “เย่เทียน ข่าวลือที่ว่านายไม่ถูกกับเย่หย่งโซ่เป็นเรื่องจริงเหรอ หรือว่าลือกันไปอย่างนั้น
หรือนายทำอะไรเขา?”
“เธออยากรู้จริงๆเหรอ”
เย่เทียนหันกลับมา มองเธอด้วยสีหน้าประหลาด
“แน่นอน!”
เย่เทียนหัวเราะ ยักไหล่พลางกล่าว “ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ฉันแค่ช่วยถ่ายรูปศิลปะให้เขาที่ไม่ค่อยดีต่อเด็กเท่านั้นเอง”
ใบหน้างดงามาของกู้หยุนแดงระเรื่ออย่างอดไม่ได้ เธอมองค้อนใส่เย่เทียน บีบคำพูดลอดไรฟัน “ไอ้คนโรคจิต!”
“แค่นี้ก็โรคจิตแล้วเหรอ ฉันพูดได้แค่เธอยังไม่เคยเจอเรื่องที่โรคจิตกว่านี้”
“เอาล่ะ นี่ก็สายมากแล้ว ฉันไปก่อน ฝากทักทายลุงรองของเธอแทนฉันด้วย!”
เย่เทียนเบ้ปาก ขี้เกียจคุยไร้สาระกับกู้หยุนต่อ จึงหันหลังจากไป
ผ่านไปไม่นาน เย่เทียนก็เดินออกจากฐานทัพของแก๊งหวงจี๋ ขับรถออดี้คันนั้นแล่นไปบนถนนอย่างไร้จุดมุ่งหมาย ลืมไปเลยว่ารถคันนี้เป็นของซ่านหงเลี่ยง
ทันใดนั้น มือถือในกระเป๋าดังขึ้น
เย่เทียนหยิบออกมากวาดตามอง พอเห็นชัดว่าใครโทรมา หน้าตาฉายแววประหลาด
และรีบกดรับสาย
“ฮัลโหล!”
“ไม่เจอกันนานนะ ช่วงนี้นายเป็นยังไงบ้าง?”
อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงดั่งนกกระจิบดังมาในที่สุด คนที่โทรมาคือเซ่เจีย!
“เรื่อยๆ”
เย่เทียนหัวเราะอย่างอ่อนใจ ลดเสียงลงนิดหน่อย “ในที่สุดเธอก็ไม่หลบหน้าฉันแล้วเหรอ? ช่วงนี้เธอหนีไปอยู่ไหน?”
เซ่เจียไม่ตอบเย่เทียน พูดแต่ที่ตัวเองอยากพูด “ตอนนี้นายว่างไหม ฉันอยากเจอนาย”
“ที่ไหน? ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
แม้ว่าตอนนี้ดึกแล้ว แต่เย่เทียนไม่ถืออะไร
“ฉันอยู่ในห้องสวีทประธานาธิบดีที่แชงกรีล่า นายมีเวลาเดินทางมาหาฉันสิบห้านาที”
พูดจบ ไม่รอให้เย่เทียนตอบอะไร เซ่เจียก็ตัดสายโดยไม่รีรอ
เสียงตัดสายดังมาจากมือถือ เย่เทียนส่ายหัวอย่างขมขื่น รีบเปลี่ยนทิศทาง มุ่งหน้าไปที่แชงกรีล่า
สำหรับเซ่เจีย เย่เทียนรู้สึกผิดอยู่บ้าง ต่อให้ไม่พูดถึงเรื่องที่ดาราดังคนนี้ช่วยเขาไว้
แล้วยังมอบครั้งแรกให้เขา หลังเรื่องจบไม่มีบ่นด่าว่าสักคำ
กลับเลือกที่จะไปโดยไม่ร่ำลา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาอยากหาโอกาสขอโทษเธอมาก
ขณะที่คิดฟุ้งซ่าน เย่เทียนขับรถเข้าตรอกเล็กๆแห่งหนึ่งตามจีพีเอส ความรู้สึกโดนแอบมองพลันเกิดขึ้นอีกครั้ง ซ้ำความรู้สึกในครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิม!
จี๊ดจี๊ด!
เย่เทียนตกตะลึง รีบเหยียบเบรค ล้อเสียดสีกับถนนอย่างรุนแรง ส่งเสียงแสบหูไม่น่าฟัง
ทว่า ถึงแม้เย่เทียนจะหยุดรถแล้ว แต่ยังไม่เปิดประตูเดินลงไป นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นจ้องทางข้างหน้าเขม็ง
บนถนนมืดมิดข้างหน้า มีเงาคนเลือนราง!
หน้าตาเย่เทียนหนักอึ้งถึงขีดสุด ไม่รู้ได้ยังไงว่าเงาคนร่างนี้คงจะเป็นเลือดปีศาจ เขารีบเร่งคัมภีร์หวงกับตัวเอง ปรับสภาวะให้อยู่ช่วงที่ดีที่สุด
ฟึ่บ!
วินาทีต่อมา ไม่เห็นเลือดปีศาจมีทีท่าจะทำอะไร แต่กลับหลบออกไปในระยะห่างจากรถของเย่เทียนสิบเมตรอย่างพิศวง
ต่อให้ห่างกันไกลขนาดนี้
ซ้ำยังมีกระจกรถกั้นอยู่ เย่เทียนยังรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิลดลงไปหลายองศา อดขนลุกไม่ได้
ราวกับรู้สึกถึงสภาวะของเย่เทียน เลือดปีศาจยิ้มชวนสยอง
ถึงฉันจะเฝ้ารอการต่อสู้กับนายมาก แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา”
“ไม่ต้องตึงเครียดขนาดนั้น
จะว่าไปก็แปลก ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายห่างกันห้าเมตร
และมีกระจกรถขวางกั้น แต่คำพูดของเลือดปีศาจกลับสะท้อนเข้าหูเย่เทียนอย่างชัดถ้อยชัดคำ
ประหนึ่งว่าเขาอยู่แค่ข้างกาย
“ทำไมนายต้องสะกดรอยตามฉัน”
นัยน์ตาสีนิลของเย่เทียนฉายแววระแวงชัด ไม่มีความคิดจะลงไป เขาวางขาบนคันเร่งอย่างไม่ให้สุ้มเสียง
“ฉันชอบ!”
“ชอบแม่แกสิ! ฉันจะชนนายให้ตายเลย!”
เย่เทียนชะงัก ก่อนจะคำรามลั่นและออกแรงที่เท้า รถส่งเสียงกู่ร้อง พุ่งไปหาเลือดปีศาจอย่างดุดัน…..