ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 771 สถานการณ์ตึงเครียด
บทที่ 771 สถานการณ์ตึงเครียด
“เสี่ยวหยุน ฉันรอคำนี้ของเธอมานานมาก!”
สวีพานหัวเราะลั่น ถามอย่างไม่ค่อยไว้ใจ “เป็นยังไง? เธอมั่นใจแค่ไหน?”
แม้เขาหวังให้กู้หยุนรับตำแหน่งของเขา แต่เขาก็ไม่อยากให้กู้หยุนเขาสู่วงการน่าสะพรึงเช่นนี้ กลัวมากว่าหากเธอไม่ทันระวังตัว จะโดนแทะจนไม่เหลือแม้กระทั่งกระดูก!
“ลุงรอง หนูจะบอกทุกอย่างแบบไม่กลัวอะไรเลยนะคะ หนูร่วมมือกับเย่เทียนแล้ว เขารับปากว่าจะช่วยหนู!”
กู้หยุนส่ายหัวเล็กน้อย พูดอย่างอ่อนใจ “ไม่อย่างนั้น หนูคงไม่มาพูดแบบนี้กับลุงหรอกค่ะ”
สวีพานเงียบทันที คิ้วขมวดเล็กน้อย นัยน์ตาขุ่นมัวนั้นฉายประกายซับซ้อนเป็นครั้งคราว ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
กู้หยุนไม่พูดอะไร ครุ่นคิดด้วยสีหน้าซับซ้อนเช่นกัน ห้องรับแขกตกสู่ความเงียบ
ผ่านไปพักใหญ่
ฉันจะช่วยเธออีกหน่อย ฉันจะเล่นละครเป็นเพื่อนกับเธอ!”
ราวกับสวีพานตัดสินใจได้แล้ว เขาเงยหน้ามองกู้หยุนและเอ่ยเสียงเข้ม “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เสี่ยวหยุน
“เล่นละคร?”
คิ้วเรียวของกู้หยุนผูกปมเข้าหากัน ไม่เข้าใจความหมายของสวีพานเท่าไหร่
แต่หลังจากผ่านไปสองชั่วโมง กู้หยุนก็เข้าใจจุดประสงค์ของสวีพานแล้ว
ในเขตพลุกพล่านของเมืองจิน รถสองคันชนกันอย่างโชคร้าย
สวีพานที่นั่งอยู่เบาะหลังบาดเจ็บสาหัส ถูกส่งไปที่โรงพยาบาล
คนขับรถตายในที่เกิดเหตุ
ที่สำคัญที่สุดคือภายใต้ความช่วยเหลือจากประชาชน แม้จะจับคนขับอีกฝ่ายได้ในที่เกิดเหตุ แต่เขากลับยิงตัวเองตาย!
เรื่องนี้สร้างความสะเทือนให้กับทั้งแก๊งหวงจี๋ พี่ใหญ่สวีพานไม่รู้ชะตากรรมว่าเป็นหรือตาย
แก๊งหวงจี๋วุ่นวายอย่างสิ้นเชิง นาทีสำคัญ เป็นกู้หยุนที่ออกมาคุมสถานการณ์ และประกาศข่าวว่าคืนนี้จะจัดประชุมด่วนในฐานทัพใหญ่
และจุดประสงค์ของการประชุมครั้งนี้ คือการเลือกพี่ใหญ่ต่อจากสวีพาน
เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป เล่นงานกู่เจิ้นเจียงกับอูชิงเจ๋อโดยไม่ทันตั้งตัว ความคิดในใจพวกเขาก็เหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นคนลงมือกับสวีพาน!
“เจ้าอูชิงเจ๋อคนนี้บ้าไปแล้วเหรอ ถึงขั้นไปแตะสวีพานเองเลยเหรอ!”
ดวงตาดุดันของกู่เจิ้นเจียงเป็นประกายดุดัน ต่อให้เขาโง่แค่ไหน ก็เข้าใจว่าคืนนี้คือโอกาสที่ดีที่สุด!
ขอเพียงคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ เขาก็จะเล่นงานอูชิงเจ๋อจนไม่อาจลุกขึ้นใหม่ได้อีก พร้อมขึ้นบัลลังก์หัวหน้าใหญ่ของแก๊งหวงจี๋
ไม่ต้องสงสัย อูชิงเจ๋อเองก็ไม่อยากพลาดโอกาสนี้!
“กู่เจิ้นเจียง เจ้าใจกล้าบ้าบิ่น!”
อูชิงเจ๋อนั่งอยู่บนโซฟา หน้าตากราดเกรี้ยว แต่ความปิติที่ฉายอยู่ในสายตาของเขา ต่อให้คนโง่แค่ไหนก็ดูออก
ส่วนคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามของเขา หากไม่ใช่ฮาชิโมโตะ มินา แล้วจะมีใครอีก
คิ้วเรียวของฮาชิโมโตะ มินาขมวดเล็กน้อย
แม้เธอจะคิดเช่นกันว่านี่เป็นโอกาสสุดยอดที่หาได้ยากมาก แต่ช่วงเวลาที่สวีพานเกิดอุบัติเหตุจะบังเอิญไปหรือเปล่า?
ใบหน้างดงามประณีตฉายแววสงสัย
คิดมาถึงตรงนี้ เธออดพูดกับอูชิงเจ๋อไม่ได้ “เรื่องคืนนี้ฉันไม่ไปกับคุณดีกว่า”
“หืม?!”
อูชิงเจ๋อที่กำลังตื่นเต้นชะงัก และถามด้วยความงุนงง “คุณรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลใช่ไหม?”
“สำคัญด้วยเหรอ”
ฮาชิโมโตะ
ระหว่างเรากับกู่เจิ้นเจียงคงหลีกเลี่ยงสงครามไม่ได้ ใครชนะ ผู้นั้นจะได้เป็นพี่ใหญ่ของแก๊งหวงจี๋!”
มินาส่ายหัว พูดอย่างลึกล้ำ “ยังไงซะ ไม่ว่าผลลัพธ์คืนนี้จะเป็นยังไง
อูชิงเจ๋อได้ฟังดังนั้นจึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย และรู้ดีว่าต่อให้คืนนี้ยืนยันเสียงแข็งว่ากู่เจิ้นเจียงเป็นคนประทุษร้ายสวีพาน กู่เจิ้นเจียงก็ไม่ยอมรับง่ายๆหรอก และเขาต้องสู้ยิบตาแน่!
แต่เวลานี้ เย่เทียนก็ได้ข่าวเช่นกัน อดตะลึงในใจไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าตาแก่สวีพานจะมาไม้นี้
“กับตัวเองยังใช้วิธีโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้ มิน่าล่ะเจ้านี่ถึงสร้างแก๊งหวงจี๋อันยิ่งใหญ่ได้!”
เย่เทียนพึมพำอย่างอดไม่ได้ นัยน์ตาสีนิลฉายประกายประหลาด เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็หยิบมือถือออกมาและโทรหาเย่หย่งโซ่
ก่อนหน้านี้เขาให้คนไปถ่ายรูปเปลือยของเย่หย่งโซ่ คราวนี้แหละได้เวลาใช้เสียที!
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดเรื่องกับสวีพานแพร่ไปทั่วเมืองจินอย่างรวดเร็ว
ดูผิวเผินเหมือนจะสงบราบเรียบ แต่ความจริงแล้วคลื่นใต้น้ำเพียบ กู่เจิ้นเจียงกับอูชิงเจ๋อผู้มีโอกาสได้ขึ้นเป็นหัวหน้าใหญ่ที่สุดก็รอโอกาสลงมือ
พวกเขาจัดแจงกำลังไว้เรียบร้อยเพื่อมิให้อีกฝ่ายคลุ้มคลั่งเป็นหมาจนตรอก
สองทุ่มตรง ภายในห้องประชุมโอ่อ่าของแก๊งหวงจี๋ กู่เจิ้นเจียงที่ทนรอไม่ไหวพาลูกน้องมานั่งตรงที่ของตัวเองแต่เนิ่นๆ
นอกจากนี้ มีเพียงกู้หยุนที่นั่งตรงที่นั่งเดิมของสวีพานเพียงคนเดียว
แต่ ต่อให้กู้หยุนอยู่ตัวคนเดียว กลับไม่มีใครกล้าดูหมิ่นเธอ!
ยังไงซะกู้หยุนไม่ใช่เพียงตัวแทนของสวีพานเท่านั้น ยังเป็นตัวแทนของตระกูลกู้ที่อยู่ห่างออกไปพันลี้ ไม่มีใครอยากมีเรื่องกับอำนาจมหึมาแบบนั้นหรอก
ประตูห้องประชุมแทบจะโดนผลักออกแบบจับเวลา อูชิงเจ๋อกับสามตัวเบิ้มที่สนับสนุนเขามาอย่างเชื่องช้าในที่สุด
ความจริง ไม่ว่าจะเป็นกู่เจิ้นเจียงหรืออูชิงเจ๋อ
ก็มีลูกน้องกลุ่มใหญ่ประจันหน้ากันอยู่ข้างนอก หากมีอะไรผิดปกติเพียงเล็กน้อย
ก็จะเปิดประตูเข้ามาทันที!
ยังไงก็ตาม ทันทีที่ร่างของอูชิงเจ๋อโผล่เข้ามา
“อูชิงเจ๋อ ไอ้คนหน้าซื่อใจคด กับพี่ใหญ่นายยังกล้าลงมืออีกเหรอ!”
กู่เจิ้นเจียงก็หาเรื่องอย่างอดไม่ได้
อูชิงเจ๋อยอมโดนป้ายสีได้ยังไง เขาเบ้ปากและเอ่ย “สังคมสมัยนี้น่าผิดหวังจริงๆ ทำไมโจรถึงร้องให้จับโจรล่ะ”
“โจรร้องให้จับโจร? ฉันว่านายต่างหากที่เป็นวัวสันหลังหวะ”
กู่เจิ้นเจียงถากถางด้วยรอยยิ้มเย็น “ตอนนี้พี่ใหญ่ยังไม่ตาย นายผิดหวังมากเลยใช่ไหม?”
ไม่รอให้อูชิงเจ๋อตอบ เสียงของกู้หยุนดังขึ้นเสียก่อน “เอาล่ะ มีอะไรนั่งลงก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
อูชิงเจ๋อย่อมไม่ว่าอะไร นั่งลงตรงข้ามกู่เจิ้นเจียง
“ในเมื่อทุกคนมากันครบแล้ว เรามาเริ่มอย่างเป็นทางการกันเถอะ!”
ตาคู่สวยของกู้หยุนกวาดมองผู้คนรอบๆ ไม่มีพิธีรีตองอะไร
ลุงรองของฉันเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากอุบัติเหตุก่อให้โรคเก่ากำเริบ เขาจึงฝากฉันมาบอกว่าเขามีความคิดจะสละตำแหน่ง ไม่ทราบว่าทุกคนคิดเห็นยังไง?”
เธอยืนขึ้นพลางเอ่ย “เชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้
“สละตำแหน่ง? แบบนี้ไม่ค่อยดีมั้ง เป็นพี่ใหญ่หนึ่งวัน เป็นพี่ใหญ่ตลอดไ!”
กู่เจิ้นเจียงรีบแสดงความภักดี ทว่าความเบิกบานบนใบหน้านั้นไม่ว่าใครก็ดูออก
อูชิงเจ๋อก่นด่ากู่เจิ้นเจียงในใจว่าเสแสร้ง
แต่แก๊งหวงจี๋ของเราจะไม่มีหัวหน้าไม่ได้ ฉันขอเสนอให้ตัวฉันรับตำแหน่งหัวหน้าแทนชั่วคราวระหว่างที่พี่ใหญ่ยังไม่ออกจากโรงพยาบาล”
และแกล้งหาเรื่อง “พูดแบบนั้นก็ถูก
“อูชิงเจ๋อ นายมันหน้าด้านเกินไปไหมวะ?”
กู่เจิ้นเจียงคิดไม่ถึงเลยว่าอูชิงเจ๋อจะเถรตรงขนาดนี้ เอ่ยขึ้นทันทีด้วยโทสะ
รับหน้าที่แทนชั่วคราวรึ? เกรงว่าคงจะไม่ได้ตำแหน่งคืนอีกเลยน่ะสิ?”
“ใครๆก็รู้ลูกไม้ของนาย
อูชิงเจ๋อยิ้มเย็นๆ และพูดเย้ยหยัน
“กู่เจิ้นเจียง นายมัวเล่นละครอะไรอยู่? มีใครในแก๊งหวงจี๋ของเราไม่รู้บ้างว่านายหมายตาตำแหน่งหัวหน้าใหญ่มาโดยตลอด
ปลอม!”
กู่เจิ้นเจียงบันดาลโทสะในบัดดล เขาตอกกลับ
“นายพูดเหลวไหลอะไร? พี่ใหญ่ยังไม่ตายนะ นายก็คิดจะขึ้นนั่งแท่นแล้ว
ฉันว่าคนที่หมายตาตำแหน่งหัวหน้าใหญ่คือนายถึงจะถูก!”
ชั่วขณะนั้น ภายให้ห้องประชุมเดือดดาลถึงขีดสุด ประหนึ่งว่าพร้อมจะตีกันทุกเมื่อ…..