ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 740 เลวพอๆกัน
บทที่ 740 เลวพอๆกัน
หลังจากสั่งการให้ตำรวจที่ดูแลเพียงไม่กี่คำ เจียวซินข่ายไม่ได้อยู่ในห้องกักกันชั่วคราวเป็นเวลานาน และเขาไม่ได้ไปหาผู้นำคนใดเพื่อรายงาน แต่เขารีบกลับไปที่ห้องทำงานแทน
ในสำนักงานของเขา มีร่างที่สวยงามร่างหนึ่งรออยู่ นอกจากกู้หยุนจะมีใครอีก? !
เรื่องนี้ก็เข้าใจได้เช่นกัน กู้ยี่เจ๋อที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นสมาชิกของตระกูลกู้ กู้หยุนหัวหน้าตระกูลกู้จะไม่รับรู้ถึง
เหตุการณ์สำคัญเช่นนี้ได้อย่างไร?
เสียงล็อคประตูที่ข้างหูของเธอทำให้กู้หยุนผู้ซึ่งเบื่อกับการพลิกนิตยสารหันหัวของเธอ หลังจากเห็นร่างของเจียวซินข่าย รอยยิ้มก็ผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ
“ประธานกู้ คุณชายเย่ผมได้จัดเขาไปที่ห้องกักกันชั่วคราวแล้ว”
เจียวซินข่ายรู้สึกหมดหนทางและยิ้มอย่างขมขื่น “เรื่องนี้ผมทำได้แค่สิ่งนี้ แล้วมันจะพัฒนาต่อไปอย่างไร ผมรบกวนประธานกู้ไปเจรจากับคุณชายเย่เองนะ!”
เขานำคนไปจับตัวเย่เทียนมาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เพราะเขาได้รับการกดดันจากกู้หยุน และบวกกับหัวหน้าได้โทรหาเขาเป็นการส่วนตัว ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและนำผู้ต้องสงสัยกลับไปที่สถานี
เจียวซินข่ายสามารถนั่งในตำแหน่งนี้ได้ แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนโง่เขลา เขาจะไม่รู้ได้ไงว่านี่เป็นการต่อสู้ระหว่างเทพเซียน!
ไม่ว่าเย่เทียนจะถูกตัดสินว่ามีความผิดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการต่อสู้ระหว่างกองกำลังที่อยู่เบื้องหลังทั้งสองฝ่าย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเย่เทียนเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดที่จะพิสูจน์ว่าเย่เทียนเป็นฆาตกร และยังไม่พบอาวุธสังหารอีกด้วย จะด่วนสรุปได้ยังไง?
กู้หยุนก็ไม่ได้คิดจะทำให้เจียวซินข่ายลำบากใจ มีแสงเย็นที่มีความหมายส่องประกายผ่านดวงตาที่สวยงามของเธอ เมื่อเธอได้รับข่าวนี้ เธอรู้สึกโกรธมาก แต่เมื่อเธอคิดดูดีๆเกี่ยวกับเรื่องที่เย่เทียนเล่นงานเธอก่อนหน้านี้ เธอรู้สึกว่าเรื่องมันไม่ง่ายอย่างนั้น
เย่เทียนผู้มีไหวพริบและเจ้าเล่ห์ราวกับจิ้งจอก จะไปฆ่ากู้ยี่เจ๋อเพียงเพราะความขัดแย้งเล็กน้อยได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น เขาคงไม่โง่จนฆ่าเองและยังทิ้งร่องรอยไว้?
เพราะว่า
ระดับอย่างเย่เทียน มีทั้งเงินและอำนาจ อย่างน้อยก็มีหลากหลายวิธีในการกำจัดกู้ยี่เจ๋ออย่างเงียบๆ และเขาแค่สั่ง ก็มีคนมากมายที่ยินดีจะไปลงมือแทนเขา
ทำไมเขาต้องไปลงมือเองด้วยล่ะ?
แน่นอน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหลายวันนี้เธอไม่ได้อยู่เฉยๆ และพบว่าการตายของปืนใหญ่นั้นมีความสัมพันธ์กับเย่เทียน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ในที่สุดกู้หยุนก็ล้มเลิกความคิดที่จะไปพบเย่เทียนด้วยตนเอง
และหลังจากทักทาย เจียวซินข่ายเสร็จ
เธอก็ออกจากสำนักงานไป
เมื่อร่างของกู้หยุนหายไปอย่างสมบูรณ์
เจียวซินข่ายก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและนั่งลงบนโซฟานุ่ม ๆอย่างอ่อนแรง รู้สึกว่าเวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง
เหมือนยาวนานถึงศตวรรษ!
แม้ว่าว่าข้อเท็จจริงที่ว่าเย่เทียนจะเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งในการสังหารกู้ยี่เจ๋อไม่ได้เป็นข่าวหน้าหนึ่ง แต่ก็มีการแพร่กระจายไปในแวดวงบางวงการแล้ว ในหมู่พวกเขา กู้เฉียงเป็นคนที่ดีใจที่สุด
เขาโดนเย่เทียนเล่นงานหลายครั้ง และแม้กระทั่งรูปถ่ายที่อับอายก็โดนถ่ายไว้
เขาได้ข่าวว่าเย่เทียนถูกคุมขัง แค่คิดก็รู้ว่าเขามีความสุขเพียงใด
ตอนนี้
“ฮ่าฮ่า! ดูเหมือนว่าแม้แต่ฟ้าก็กำลังช่วยพวกเราอยู่
เย่เทียนไอ้สารเลวนั่น ตอนนี้ถูกควบคุมตัวแล้วว่าเป็นต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม หลังจากเหตุการณ์ใหญ่เช่นนี้
ผมจะรอดูว่าคราวนี้เขาจะตายอย่างไร!”
ในห้องเหมาหรูหรา กู้เฉียงหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ หยิบแก้วบนโต๊ะและชนแก้วกับชายที่อยู่ถัดจากเขาและดื่มหมดแก้วทันที
และชายที่นั่งข้างกู้เฉียงก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเติ้งเจี้ยนข่ายผู้ซึ่งเคยโดนเย่เทียนเล่นงงานด้วย!
เดิมทีพวกเขาทั้งหมดอยู่ในวงการเดียวกัน และไม่มีอะไรสามารถปิดบังจากกันและกัน
ดังคำกล่าวที่ว่า ศัตรูของศัตรูคือมิตร
เป็นเพราะเหตุนี้เองที่ทั้งสองคนซึ่งเป็นคุณชายที่เสเพล ได้บรรลุความสามัคคีในเป้าหมายในการจัดการกับเย่เทียน รวมหัวกันทำความชั่ว
ใบหน้าของเติ้งเจี้ยนข่ายเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย
“คุณชายกู้ ไม่ทราบว่าคุณสนใจที่จะไปเยี่ยมเยียนเย่เทียนกับผมไหม?”
เขาดื่มไวน์ทั้งหมดในแก้วจนหมด และอดไม่ได้แนะนำว่า
ภายใต้คำสั่งของเติ้งเหวิน เขาถูกกักตัวอยู่ที่บ้านในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
คนชอบเทียวแบบเขา ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นการทรมานครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับเขาอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเย่เทียนถูกขังอยู่ตอนนี้
เขาก็ยังรู้สึกไม่สะใจพอ
“ไปคุยกับเย่เทียน?”
ทันทีที่คำเหล่านี้ออกมา ดวงตาของกู้เฉียงก็ฉายแสงเจิดจ้าขึ้น แต่ร่างของกู้หยุนก็ปรากฏขึ้นในใจของเขาอย่างช่วยไม่ได้ เขาแอบชั่งน้ำหนักและในที่สุดก็ส่ายหัว
“ช่างเถอะ! คุณกฌน่าจะรู้จักนิสัยพี่สาวของผม ถ้าเธอรู้ ผมจะถูกลงโทษแน่นอน”
“คุณชายกู้ คุณบอกว่าถ้าพี่สาวของคุณรู้ หากคุณไม่ให้พี่สาวของคุณรู้ ทุกอย่างก็จบ?”
เติ้งเจี้ยนข่ายหัวเราะและชักชวน “อย่าลืมสิว่าลุงของผมทำงานอะไร เดี๋ยวผมจะบอกลุงก่อน รับรองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคุกจะไม่ถูกเผยแพร่ออกไปแน่นอน!”
“คุณลุงของคุณ?”
กู้เฉียงตกตะลึงครู่หนึ่ง
ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ด้วยรอยยิ้ม“ถ้าคุณไม่บอก ผมก็ลืมไปจริงๆว่าลุงของคุณเป็นหัวหน้าสูงสุดเติ้งเจี้ยนข่าย คุณพูดถูก ถ้าเขาเป็นคนสั่ง
ผมเชื่อว่าคนข้างล่างจะไม่กล้าพูดออกไป”
“ถูกต้อง! ตราบใดที่เราไม่ทุบเย่เทียนจนตาย เชื่อว่าคนในสถานีคงไว้หน้าเราแน่นอน!”
เติ้งเจี้ยนข่ายหัวเราะและลุกขึ้นจากโซฟา “คุณชายกู้ หยุดเสียเวลาได้แล้ว ไปที่ศูนย์กักกันเพื่อหาเพื่อนเก่าของเราเย่เทียนและคุยกันดีๆเถอะ!”
ทันทีที่เขาคิดว่าเย่เทียนอาจต้องคุกเข่าต่อหน้าเขาและร้องขอเมตตา เขาก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก และอยากจะบินไปดูฉากนี้ทันที
ท่าทีของกู้เฉียงไม่ได้แตกต่างไปจากของเติ้งเจี้ยนข่ายมากนัก ทั้งสองคนเกลียดเย่เทียนมาก ตอนนี้พวกเขามีโอกาสที่ดีในการแก้แค้น พวกเขาจะยอมเสียมันไปโดยเปล่าประโยชน์ได้อย่างไร
ชั่วขณะหนึ่ง ชายสองคนที่มีเจตนาร้ายเรียกผู้คุ้มกันและรีบไปที่สถานีตำรวจ
เย่เทียนที่อยู่ในสถานกักกันไม่รู้ว่าทั้งสองคนวิ่งเข้ามาพยายามสร้างปัญหา เขานั่งอยู่ในห้องที่เงียบสงบ ขมวดคิ้ว กัดปากกาและมองดูกระดาษ ต่อหน้าเขาที่เต็มไปด้วยการเขียน แต่เขาก็ไม่เคยพอใจกับบทสรุป
อย่างไรก็ตาม อยู่เฉยๆก็เปล่าประเญชน์ เย่เทียนขอปากกาและกระดาษจากตำรวจ เขาจดสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขามาถึงเมืองจินและพยายามหาสิ่งผิดปกติ
“ใครกันน่ะ? หรือเป็นแก๊งหย่งเย่ที่เงียบมาตลอด?”
เย่เทียนพึมพำด้วยความทุกข์ใจ และจำต้องยอมแพ้
ไม่ว่าเขาจะเก่งแค่ไหน เขาก็เป็นแค่คนคน เขาจะรู้ทุกอย่างได้อย่างไร?
“ช่างเถอะ หวังว่าหยวนเข่อเหวยจะนำข่าวดีมาที่นี่!”
เย่เทียนหยุดการเปลืองเซลล์สมอง ขยำกระดาษตรงหน้าเขาและยัดมันลงในกระเป๋าของเขา พร้อมที่จะออกไปเผามัน เพื่อไม่ให้บางคนเก็บมันได้
แต่ในเวลานี้ เกิดความโกลาหลอย่างกะทันหัน เย่เทียนเงยหน้าขึ้นมองโดยไม่รู้ตัว และจู่ๆสีหน้าของเขาก็แปลกไป ซึ่งไม่รู้ได้ไงว่าอีกฝ่ายที่มานั้นไม่ได้ประสงค์ดี!
เย่เทียนในตอนนี้ก็ไม่ได้กลัวอะไรนัก ดังนั้นเขาจึงนั่งในห้องขังและพูดด้วยรอยยิ้มที่เหมือนไม่ยิ่มว่า “ผมไม่คิดว่าคุณสองคนจะคบกัน เป็นพวกเดียวกันจริงๆ!”
คนที่ยืนอยู่หน้าเย่เทียน จะมีใครอีกนอกจากกู้เฉียงและเติ้งเจี้ยนข่ายซึ่งเป็นผู้นำทีมบอดี้การ์ดและพยายามมาหาเรื่อง? !