ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 725 ไม่กินก็น่าเสียดาย
บทที่ 725 ไม่กินก็น่าเสียดาย
หลังจากพูดคุยกับเย่เทียนว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลานี้แล้ว เฉินหวั่นชิงก็ทุ่มตัวไปกับการทดลองทันที จุดนี้ทำให้เย่เทียนต้องขมวดคิ้ว
เฉินหวั่นชิงเพิ่งมาถึงเมืองจินได้ไม่นานก็รีบเข้าสู่การวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างเร่งรีบ ดูเหมือนว่าบริษัทแซ่เฉินจะอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมากในช่วงเวลานี้ ไม่อย่างนั้นเฉินหวั่นชิงคงไม่ต้องวิตกกังวลมากขนาดนี้
ในใจของเย่เทียนวิพากษ์อย่างไม่หยุด แต่ใบหน้าของเขากลับเรียบเฉย นอกจากหาเวลาโทรหาเซวฟู่ยี่และขอให้เขาช่วยขับรถที่สนามบินกลับไปแล้ว เขาก็นั่งเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ และมองดูเงาร่างที่กำลังยุ่งของเฉินหวั่นชิง
นี่เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้เช่นกัน สารพันธุกรรมนั้นเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์อย่างมาก เฉินหวั่นชิงไหนเลยจะวางใจให้คนอื่นมารับผิดชอบได้ ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดจะต้องเป็นเธอที่ทำมันให้สำเร็จสมบูรณ์
ต้องขอบคุณความรู้ของเธอในด้านนี้และคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ห้องทดลองเมื่อเธออยู่ในเจียงหนาน ดังนั้นจึงไม่ได้เกิดเรื่องผิดพลาดใด ๆ
ตามคำกล่าวที่ว่าไว้ ผู้หญิงที่สวยที่สุดคือยามที่เธอจริงจัง
นอกจากนี้ทั้งสองคนเองก็ไม่ได้เจอกันมาระยะหนึ่งแล้ว เย่เทียนเองก็ไม่รู้สึกเบื่อ และจนถึงหรี่ตาสีเข้มมองเฉินหวั่นชิงจนแทบเป็นเส้นผ่า
จนกระทั่งเที่ยงวัน ในที่สุดเฉินหวั่นชิงก็หยุดมือลงและออกจากห้องทดลองพร้อมกับเย่เทียน และเตรียมไปจัดการปัญหาเรื่องอาหารและเสื้อผ้า
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ทั้งคู่เพิ่งจะออกมาจากล็อบบี้ของบริษัท พนักงานต้อนรับหญิงคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ประธานเฉิน ประธานกู้ขอให้ฉันบอกคุณว่าเขาไปที่ร้านอาหารเพื่อจัดเตรียมก่อน รถรออยู่ที่หน้าประตู พอถึงร้านอาหารแล้วคุณแค่แจ้งแผนกต้อนรับได้เลย”
“โอเค รบกวนแล้ว”
เฉินหวั่นชิงพยักหน้าเล็กน้อยและส่งพนักงานต้อนรับออกไป จากนั้นเธอก็จ้องไปที่เย่เทียนด้วยสายตากล่าวโทษและเอ่ยปากบ่น “ดูสิ่งที่นายทำสิ แบบนี้ไม่ไปก็ไม่ได้!”
“ภรรยา ในเมื่อมีคนเขามาเชิญเราอย่างอบอุ่น อย่างนั้นพวกเราจะไร้มารยาทได้ยังไง? ยังไงเสียฉันก็อยู่ที่นี่ กลัวว่าเขาจะก่อเรื่องอะไรงั้นหรือ?”
เย่เทียนหัวเราะร่า จากนั้นก็คว้ากุมมือหยกของเฉินหวั่นชิงเดินออกไปจากล็อบบี้และเข้าไปในรถที่กู้ยี่เจ๋อจัดไว้ให้
ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็มาถึงห้องอาหารลอยฟ้าที่หรูที่สุดในเมืองจินซึ่งตั้งอยู่ในอาคารสูง 26
เมตร มองเพียงแวบเดียวก็สามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองจินได้ควบคู่ไปกับเสียงเพลงในร้านอาหารซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข
ชั้น ห่างจากพื้นดินถึง 100
เย่เทียนราวกับบ้านนอกเข้าเมือง ดวงตาสีเข้มของเขากวาดมองไปรอบๆ
“ภรรยา ถึงกับเชิญพวกเรามาทานอาหารที่นี่ ดูเหมือนว่ากู้ยี่เจ๋อจะเข้าทุ่มทุนเชียว!”
ก่อนจะส่งเสียงจึ๊ปากและเอ่ยออกมา:
เฉินหวั่นชิงไม่มีท่าทางอารมณ์ดีเหมือนเย่เทียน แต่เดิมเธอก็รำคาญกู้ยี่เจ๋ออยู่แล้ว มาตอนนี้ยังต้องเผชิญกับกู้ยี่เจ๋ออย่างช่วยไม่ได้เพราะถูกเย่เทียนให้ท้าย เธอยังถึงกับต้องมากังวลว่าเย่เทียนจะทำให้กู้ยี่เจ๋อขุ่นเคืองอย่ามากจนเขาอาจจะไม่ยอมให้ยืมห้องทดลอง
ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ภายใต้การแนะนำของบริกรทั้งสองเดินเข้าไปในร้านอาหาร เย่เทียนเหลือบมองอย่างคร่าวๆ สีหน้าเขาดูแปลกไปและแอบคิดว่ากู้ยี่เจ๋อกำลังวางแผนเอาไว้จริงๆ!
ร้านอาหารใหญ่โต
ก็ไม่มีใครอยู่ในร้านอีก นี่เห็นชัดๆว่ากู้ยี่เจ๋อ เหมาร้านเอาไว้แล้ว!
นอกจากกู้ยี่เจ๋อ คนเดียวและบริกรอีกกลุ่มหนึ่งที่เหลืออยู่
“ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยหรือไง? ไม่สิ มาไม้นี้ คงไม่ได้คิดจะฉวยโอกาสสารภาพรักหรอกนะ?”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สีหน้าของเย่เทียนก็ยิ่งดูแปลกไป สายตาของเขาเหลือบมองเฉินหวั่นชิงที่อยู่ข้างๆโดยไม่ตั้งใจ
เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาของเย่เทียน เฉินหวั่นชิงก็กลอกตากลับไปให้เขาค้อนใหญ่ แต่ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินไปที่ตำแหน่งของ กู้ยี่เจ๋อ
เมื่อทั้งคู่ปรากฏตัวขึ้นก็ทำให้กู้ยี่เจ๋อลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มอันอบอุ่น เขาพูดอย่างกระตือรือร้นว่า
“คุณหนูเฉิน ลูกพี่ลูกน้องชาย พวกคุณมาแล้ว
รีบนั่งลงเถอะ”
พูดไป เขาก็เลื่อนเก้าอี้ให้เฉินหวั่นชิงอย่างสุภาพบุรุษมาก
“ประธานกู้ คุณเกรงใจเกินไปแล้ว”
ยังไม่รอให้เฉินหวั่นชิงเอ่ยปาก เย่เทียนก็เอ่ยขึ้นมาก่อน จากนั้นก็หย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ที่เขาดึงออกมา จากนั้นก็มองไปรอบๆ
ราวกับนกตัวหนึ่งที่เพิ่งบินเข้ามาในเมือง จากนั้นก็จึ๊ปากเอ่ยว่า “ประธานกู้ นี่ออกจะเปลืองเงินเกินไปหรือเปล่า?
ก็แค่ทานอาหารเอง ไม่เห็นจำเป็นต้องใหญ่โตขนาดนี้?”
กู้ยี่เจ๋อ
มีสีหน้าประดักประเดิดอยู่บ้าง เขาไม่คาดคิดว่าเย่เทียนจะไม่มีตาขนาดนี้ ในใจของเขารู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ แต่เมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อตอนบ่าย
เขาก็ได้แต่เก็บอารมณ์และคิดซะว่าเย่เทียนไม่เคยมาที่ระดับไฮเอนด์แบบนี้มาก่อนก็เลยเสียมารยาทไปครู่หนึ่ง
เมื่อคิดอย่างนี้กู้ยี่เจ๋อก็ระงับความไม่พอใจของเขาและพูดด้วยรอยยิ้มที่ไม่เปลี่ยนแปลง “เปลืองไม่เปลืองอะไรกัน ยังไงเสียนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ทานอาหารเย็นกับประธานเฉิน ยังคงต้องใส่ใจสักหน่อย”
เฉินหวั่นชิงที่ตอนนี้นั่งลงนานแล้วก็เอ่ยอย่างสุภาพว่า “ประธานกู้ คุณเกรงใจเกินไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเปลืองเงินมากขนาดนั้น”
“คุณหนูเฉิน พวกเรามาถึงขั้นนี้แล้ว แบบนี้ถือว่าสมควรทำ”
กู้ยี่เจ๋อ หัวเราะหึหึ จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ของเขาและมองไปที่เฉินหวั่นชิงอย่างเสน่หาโดยไม่สนใจเย่เทียนอย่างสมบูรณ์
มีคนมาหยอดภรรยาต่อหน้าตัวเอง
เชื่อว่าผู้ชายคนไหนก็ต้องรู้สึกโกรธทั้งนั้นไม่เว้นแม้แต่เย่เทียน แต่เขากลับไม่รีบร้อนและจงใจไอสองครั้ง “ประธานกู้
พวกเรามาแล้ว ให้พวกเขาเอากับข้าวขึ้นโต๊ะเถอะ! ฉันหิวจะแย่แล้ว!”
กู้ยี่เจ๋อ
ได้ยินดังนั้นก็ค่อยได้สติกลับมา เขามองไปที่เย่เทียนอย่างไม่พอใจ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ออกจะไม่ดูตาม้าตาเรืออยู่บ้าง
และเสียใจที่ปล่อยให้เย่เทียนมาด้วย
ณ จุดนี้
ต่อหน้าเฉินหวั่นชิง เขาเองก็ไม่กล้าจะไล่คนไป ดังนั้นจึงได้แต่แสร้งยิ้มแล้วพูดว่า “ลูกพี่ลูกน้องชายยังคงอยู่ในช่วงเจริญพันธุ์ จ้องหิวง่ายอยู่แล้ว
นายลองดูว่าชอบกินอะไร สั่งได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”
เย่เทียนเย้ยหยันในใจ ผู้ชายคนนี้กล้าเรียกเขาลูกพี่ลูกน้องชายลูกพี่ลูกน้องชายเต็มปากอย่างมาก!
แม้ในใจจะไม่พอใจ แต่ใบหน้าของเย่เทียนก็ยังคงไม่แสดงอะไรออกมา “ประธานกู้ ในเมื่อคุณพูดแบบนี้แล้ว อย่างนั้นก็อย่าโทษผมทีหลังนะ!”
“จะเป็นอะไรไป ก็แค่อาหารมื้อเดียว คงไม่ทำให้ฉันหมดตัวได้หรอกใช่ไหม?”
กู้ยี่เจ๋อ สีหน้าแสดงออกอย่างภาคภูมิใจ เนื่องจากที่เขาได้นั่งในตำแหน่งในทุกวันนี้ ก็เพราะว่ามีภูมิหลังทางครอบครัวอยู่บ้าง
“อย่างนั้นฉันก็ไม่เกรงใจแล้ว!”
เย่เทียนยิ้มร่า จากนั้นก็โบกมือให้บริกรและพูดอย่างเงียบๆว่าถ้าวันนี้ฉันไม่กินจนนายร้องไห้ ฉันจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลนาย!
บริกรรีบเข้ามาและพูดอย่างสุภาพว่า “คุณผู้ชาย ผมทราบว่ามีอะไรให้ผมรับใช้คุณครับ?”
เย่เทียนไม่แม้แต่จะมองกู้ยี่เจ๋อเขาเอ่ยถามอย่างตรงประเด็น “ที่นี่อะไรแพงที่สุด?”
“หา?!”
บริกรอดไม่ได้ที่จะตะลึงไป เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดว่าเย่เทียนจะถามแบบนี้ สั่งอาหารไม่ถามว่าอะไรอร่อยแต่ถามว่าอะไรแพงที่สุด? เกรงว่าน่าจะเป็นพวกเศรษฐีใหม่สินะ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ บริกรก็มองเย่เทียนด้วยสายตาแฝงความดูถูกอยู่หลายส่วน
อันที่จริง อย่าว่าแต่บริกร แม้กระทั่งกู้ยี่เจ๋อเองก็ยังแปลกใจเล็กน้อย แต่ไม่นานเขาก็ได้สติกลับมาจากนั้นก็โบกมือแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร อยากกินอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ!”
เฉินหวั่นชิงมองเย่เทียนด้วยสายตาพิกล เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้จะต้องไม่มีความคิดที่ดีแน่ แต่เธอก็ไม่ได้ห้ามเขาและปล่อยให้เขาเล่นสนุกไป
เย่เทียนไม่สนใจมากนัก เขาหยิบเมนูจากบริกรมา จากนั้นก็ชี้ไปยังอาหารราคาแพงๆ ท่าทางของเขาแสดงออกราวกับคนบ้านนอกเข้าเมืองได้อย่างแจ่มแจ้ง….