ข้าคือเขยผู้ยิ่งใหญ่ - บทที่ 712 มีเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อน
บทที่ 712 มีเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อน
ถึงแม้จะบอกว่าหลายวันมานี้ปืนใหญ่ไม่ได้ออกมาเพ่นพ่าน แต่เย่เทียนจะลืมคนคนนี้ได้อย่างไรกัน?
คิดจะประจบเย่หย่งโซ่ผ่านตนเอง คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมให้ใครมาบีบเล่นได้ง่ายๆ งั้นหรือ?
เขาไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะกลัว!
นี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมต้องเรียกเหลยเหลาหู่มา เขาจะทำให้พวกที่มองว่าเขาเป็นแมวตัวน้อยได้เห็นว่า จริงๆ แล้วเขาเป็นเสือตัวใหญ่!
ในใจก็ครุ่นคิดหนัก แต่ใบหน้าของเย่เทียนไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง นัยน์ตาสีดำเป็นประกายเย็นสาดออกมาครู่เดียว แล้วก็ยิ้มตาหยีพูดว่า “ผู้นำฮาชิโมโตะ อยู่ดีๆ คุณมาดีกับผมแบบนี้ ทำเอาผมตกใจเหมือนกันนะ!”
ดวงตาสวยๆ ของฮาชิโมโตะ มินาโตะก็จ้องมองเย่เทียน แล้วพูดออกมาตามตรงว่า “ฉันรู้ว่าคุณกำลังกังวลอะไร ฉันก็ไม่กลัวที่จะบอกคุณ ถ้าคุณจัดการปืนใหญ่ได้จริงๆ ฉันเองก็ได้ผลประโยชน์ไม่น้อย”
เย่เทียนได้ยินดังนั้น ก็ค่อนข้างหนักใจขึ้นมา ผู้หญิงคนนี้จะต้องพูดกันตรงๆ แบบนี้เลยหรือไงกัน? แถมยังบอกว่าจะให้ของขวัญอีก เห็นๆ อยู่ว่าเป็นการหาผลประโยชน์จากมือคนอื่น!จอมปลอมจริงๆ !
“แล้วทำไมผมต้องช่วยคุณด้วย?”
“ช่วยฉันก็เหมือนช่วยตัวคุณเองไม่ใช่หรือไง?”
ฮาชิโมโตะ มินาโตะยิ้มอย่างมีลับลมคมใน “น่าจะประมาณสองชั่วโมงก่อนหน้านี้ ที่สนามบินมีเครื่องบินที่เป็นเที่ยวบินนักท่องเที่ยวเข้ามาลงจอด ถ้าฉันไม่ได้ข่าวมาก่อนล่ะก็ เกรงว่าพวกนั้นคงถูกจับตัวไว้นานแล้ว จะได้ออกมาเพล่นพล่านในเมืองจินแบบนี้หรือ?”
“อย่างไรเสียความหวังดีของฉันก็กองอยู่ตรงนี้แล้ว อยู่ที่คุณแล้วล่ะว่าจะเลือกอย่างไร”
เย่เทียนก็อึ้งๆ ในใจ แล้วก็รีบตั้งสติกลับมา ตนเองก็วิเคราะห์ด้านนี้น้อยไปจริงๆ
เพราะอย่างไรเสีย นายใหญ่ของวงการใต้ดินแห่งเจียงหนันอย่างเหลยเหลาหู่ยกพวกมากันครั้งนี้ ก็อยากที่จะหลบเลี่ยงการจับจ้องขององค์กรที่เกี่ยวข้องได้
เวลาปกติก็ไม่เท่าไร แต่ตอนนี้เมืองจินมีสถานการณ์ที่อ่อนไหว คิดอยากจะออกมาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
พอคิดถึงจุดนี้ เย่เทียนไหล่ตกยิ้มออกมา “ก็ได้ เห็นแก่ความหวังดีของผู้นำฮาชิโมโตะ ผมยอมร่วมมือกับคุณ!”
“แต่ว่า ในเมื่อคุณบอกว่าปืนใหญ่เป็นของขวัญ อย่างนั้นก็เชื่อว่าคงไม่ต้องให้ผมลงมือเองหรอกนะ?”
“คุณชายเย่ เรื่องนี้คุณไม่ต้องกังวลเลย”
ฮาชิโมโตะ มินาโตะเหมือนรู้ว่าเย่เทียนจะไม่ปฏิเสธ
เลยยิ้มพูดว่า “ถึงแม้ฉันจะสามารถจัดการกับปืนใหญ่ได้ง่ายๆ แต่เชื่อว่าคุณชายเย่เดินทางมาไกลจากเจียงหนันมาที่นี่
คงไม่หวังว่าพวกนั้นจะมาเที่ยวเฉยๆ หรอกนะ?”
“ถ้าคุณชายเย่เชื่อฉันล่ะก็ ก็ให้เหลยเหลาหู่มาอยู่กับหลายวันก็ได้ ฉันรับรองว่าช่วงหลายวันนี้จะมีชื่อของเขาดังไปทั่วทั้งเมืองจิน!”
สุดท้ายก็พยักหน้า “ได้!หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ผมผิดหวัง
เย่เทียนครุ่นคิด
ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ต่อให้เป็นพี่ชายคุณก็ช่วยคุณไม่ได้!”
“คุณชายเย่คะ ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ คุณวางใจเถอะ”
ฮาชิโมโตะ
“คุณชายเย่ อย่างนั้นก็ขอให้การร่วมมือของเราราบรื่นดีนะคะ!”
มินาโตะยิ้มอย่างลับลมคมใน แล้วก็ถ้วยชาบนโต๊ะ
แต่ในตอนนี้เอง ประตูห้องรับรองก็ถูกคนถีบเข้ามา มีหลายคนบุกกันเข้ามา คนที่นำเข้ามานอกจากกู้เฉียงแล้วจะเป็นใครไปได้?
เรื่องที่เย่เทียนทำให้อับอายขายหน้าในวันนั้น เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
กู้เฉียงยังจดจำได้ไม่ลืม วันนี้เห็นเย่เทียนเข้ามาในโรงน้ำชาไม้ไผ่
เขาหรือจะอดใจได้
ที่นี้ ก็เลยเรียกคนมายังโรงน้ำชาไม้ไผ่ จากนั้นก็รีบพาคนบุกเข้ามาทันที
“เย่เทียน! มึงให้กูตามหาเสียนานเลยนะ!พ่อกูยังไม่เคยตบกูเลย มึงเป็นใครกล้ามาทำแบบนี้กับกู วันนี้กูจะทำให้ชดใช้อย่างสาสม!”
กู้เฉียงบุ่มบ่ามเข้ามาห้องรับรอง โดยไม่เห็นฮาชิโมโตะ มินาโตะอยู่ในสายตา สายตาเคียดแค้นจับจ้องไปยังเย่เทียนอย่างเดียว
ความโกรธได้พลุ่งพล่านเต็มอกเขาไปแล้ว คิดว่าตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่เคยอับอายขายหน้าแบบนั้นมาก่อน!
แต่น่าเสียดายกู้เฉียงกลับออกไปก่อน เลยไม่ได้เห็นเย่หลิงมีท่าทางเคารพต่อเย่เทียน ไม่อย่างนั้นล่ะก็ อย่างน้อยเขาก็จะได้นึกถึงกำลังตัวเองบ้าง
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
พอจ้องมองเย่เทียนตรงหน้า กู้เฉียงก็อดหัวเราะลั่นอย่างโอหังไม่ได้ ราวกับเห็นเย่เทียนถูกลูกน้องกระทืบ
แล้วมานั่งคุกเข่าร้องไห้ขอร้องตรงหน้าแล้ว
ในตอนนี้
มินาโตะมองเย่เทียนด้วยสีหน้าแปลกๆ แล้วถามว่า “ทำไมคุณไปที่ไหนก็มีปัญหาที่นั่นตลอดเลยล่ะ? คนคนนี้เป็นใครกัน?”
หลายคนในห้องรับรองก็ค่อยๆ ตั้งสติกันขึ้นมาได้ ฮาชิโมโตะ
“ก็แค่ลูกคุณหนูที่เอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ เท่านั้นเอง”
เย่เทียนก็ทำท่าผ่อนหัวไหล่ลงอย่างไม่อยากจะสนใจ แต่นัยน์ตาอันดำขลับกลับหยีตาลงอย่างผิดปกติ
อย่ามองว่าเมื่อครู่นี้ฮาชิโมโตะ
มินาโตะเพิ่งพูดอะไรที่น่าฟังออกมา ถึงแม้เขาจะไม่กลัวว่าฮาชิโมโตะ มินาโตะจะเล่นลูกไม้
แต่จะให้ไม่ระแวงเลยก็ไม่ได้!
เขารู้ฐานะของกู้เฉียงมาจากปากเซวฟู่ยี่เอง
ถึงแม้เขาจะไม่เคยเห็นกู้หยุนมาก่อน แต่กู้หยุนอายุยังน้อยก็สามารถควบคุมดูแลทั้งตระกูลกู้ได้ คงจะต้องไม่ธรรมดาแน่ ถ้าจะให้ฮาชิโมโตะ
มินาโตะมาลงมือถึงที่ ไม่สู้หาเรื่องปวดหัวให้เธอดีกว่า
ถ้าฮาชิโมโตะ มินาโตะหาเรื่องกับกู้เฉียงได้รุนแรง
ก็เท่ากับไปหาเรื่องกับกู้หยุน พอถึงตอนนั้น เชื่อว่าต่อให้ฮาชิโมโตะ มินาโตะมีแผนการอะไรแค่ไหน ถ้ามีกู้หยุนมาเกี่ยวพันด้วย
อย่างน้อยก็ทำให้ความคิดของเธอสับสนได้เหมือนกันไม่ใช่หรือ?
ถึงแม้จะบอกว่าฮาชิโมโตะ มินาโตะมาเมืองจินหลายปีแล้ว
แต่กู้เฉียงอยู่นอกประเทศก่อนตลอด เพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วัน
ฮาชิโมโตะ มินาโตะไม่มีทางทางรู้ฐานะของกู้เฉียงได้
พอได้ยินเย่เทียนแนะนำแบบนี้ เธอก็สังหรณ์ใจไม่ค่อยดี แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้กังวลอะไรมาก
เพราะถึงอย่างไร
ถึงแม้กู้เฉียงจะมาหาเรื่องเย่เทียน แต่เย่เทียนก็เป็นคนที่เธอเชิญมา ถ้าไม่แสดงทีท่าเสียหน่อย
อาจจะทำให้เย่เทียนคิดว่าเธอไม่มีความจริงใจก็ได้?
พอคิดถึงจุดนี้
ฮาชิโมโตะ มินาโตะก็ยกมือเรียกชายตัวใหญ่สองคนด้านหลังด้วยสีหน้านิ่งๆ “ไล่ไอ้พวกมีตาไร้แววพวกนี้ออกไป
จำไว้ว่าอย่าโฉ่งฉ่างเกินไป แล้วก็อย่าทำให้ข้าวของด้านในเสียหาย”
“รับทราบ!”
ชายตัวใหญ่สองคนมองหน้ากัน แล้วก็เดินไปทางกู้เฉียงพร้อมกัน
ตอนนี้กู้เฉียงก็เพิ่งมองมาทางตัวของฮาชิโมโตะ มินาโตะ ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย โดยไม่รู้ว่ากำลังมีอันตราย แล้วพูดออกมาอย่างโอหังว่า “ไม่ว่าพวกมึงจะเป็นใคร ทางที่ดีอย่ามายุ่งเรื่องของกู ไม่อย่างนั้นก็จะกระทืบพวกมึงด้วย!”
“มึงนี่มันโอหังจริงๆ เลยว่ะ!”
พอเห็นกู้เฉียงมีท่าทางโอหังไม่กลัวใครแบบนี้ ทำให้ชายตัวใหญ่สองคนหัวเราะเสียงเย็นออกมา สีหน้าก็เกรี้ยวกราด
“กูจะโอหังแบบนี้แหละ ใครจะทำไมวะ? หรือว่ามึงจะกัดกูได้?”
ฝั่งตรงข้ามมีแค่สองคน กู้เฉียงมีหรือจะกลัว
“ทำไมพวกมึงถึงกล้าพูดกับคุณชายกู้แบบนี้วะ? กูว่าพวกมึงมันหาเรื่องเองแท้ๆ !”
“พวกมึงรู้ไหมว่าคุณชายกู้เป็นใคร? ถ้าฉลาดก็ไสหัวออกไปเสีย! ไม่อย่างนั้นพวกมึงเจอดีแน่!”
“พูดมากทำไมวะ พวกมันมีแค่2คน พวกเรามีคนตั้งเยอะแยะ ยังต้องกลัวพวกมันหรือไง? จัดการให้พวกมันหมอบให้หมดเลย!”
ลูกน้องที่ถูกเรียกมา10กว่าคนก็ไม่รู้ฐานะของฮาชิโมโตะ มินาโตะ และไม่รู้ว่าฝีมือลูกน้องของฮาชิโมโตะ มินาโตะเก่งกาจแค่ไหน รู้แค่ว่าตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะประจบเอาใจกู้เฉียง!
“คิดจะกระทืบให้พวกกูหมอบงั้นหรือ? คิดว่ามีคนมากกว่าแล้วจะเล่นงานคนน้อยกว่าได้งั้นสิ?”
ตอนนี้ลูกน้องทั้งสองคนของฮาชิโมโตะ มินาโตะก็ไม่เห็นจิ๊กโก๋พวกนี้อยู่ในสายตา
คนทางฝั่งซ้ายก็ขยับขึ้นมา ใช้เท้าใหญ่ๆ เตะไปยังจิ๊กโก๋ที่โอหังปากดีเมื่อครู่
ตุบ!
สงสารจิ๊กโก๋คนนั้น กระเด็นลอยออกไปอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ลอยออกไปนอกประตู เสียงดังโครม กระแทกเข้ากับผนัง ฟุบลงไปที่พื้น ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย
ที่นี้ก็ทำให้ทุกคนอึ้งตาค้างไปหมด เตะทีเดียวก็ทำเอาคนกระเด็นลอยออกไปได้ จะต้องมีแรงมากแค่ไหนกันเชียว?