รักหวานอมเปรี้ยว - บทที่ 580 ความตั้งใจเล็ก ๆ ของเปปเปอร์
บทที่ 580 ความตั้งใจเล็ก ๆ ของเปปเปอร์
“ท่านย่าบอกให้ผมชวนคุณกลับไปกินข้างที่คฤหาสน์” เปปเปอร์ตอบกลับมา
“กินข้าวเหรอคะ?” ใบหน้าของมายมิ้นท์เต็มไปด้วยความสงสัย “เป็นวันพิเศษอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ไม่ใช่หรอก ท่านย่าให้ผมมาชวนคุณ ผมก็เลยมาชวนคุณ” เปปเปอร์ส่ายหน้าขึ้นมาเล็กน้อย
มายมิ้นท์ยิ้มขึ้นมาทีหนึ่ง “ฉันรู้แล้วค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปค่ะ”
มายมิ้นท์ลังเลไปไม่กี่วินาที แล้วสุดท้ายก็เห็นแววคาดหวังในดวงตาของเขา แล้วก็พยักหน้าตอบตกลง “ได้ค่ะ”
“งั้นก็ตกลงตามนี้เลย” เปปเปอร์เองก็หัวเราะขึ้นมา
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง ก็มาถึงโรงแรมแล้ว
เปปเปอร์ช่วยเปิดประตูห้องส่วนตัวให้กับมายมิ้นท์
มายมิ้นท์เองก็ไม่ได้เกรงใจเขา แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปเลย
เปปเปอร์ปิดประตูห้องส่วนตัวลง แล้วเดินตามหลังเธอ และตามมาถึงตัวเธออย่างรวดเร็ว
พวกประธานทั้งหลาย ได้มาถึงกันนานแล้ว ในเวลานี้กำลังนั่งรอพวกเขาอยู่บนเก้าอี้
พอเห็นพวกเขาเดินเข้ามาพร้อมกัน พวกประธานทั้งหลายนี้ก็มองสบตากันทีหนึ่ง แล้วก็แลกเปลี่ยนสายตากันไปอีกทีหนึ่ง
พอเห็นสองคนนี้สนิทสนมกันมากขนาดนี้ เดินเข้ามาก็ยังเดินมาพร้อมกันอีก ดูท่าน่าจะกลับมาคืนดีกันจริง ๆ แล้วใช่ไหม?
ต่อไปนี้เห็นทีจะต้องไปประจบประแจงเทนเดอร์กรุ๊ปแล้วจริง ๆ!
เปปเปอร์ไม่รู้ว่าคนพวกนี้กำลังคิดอะไรอยู่ และไม่มีเวลาว่างไปคาดเดาด้วย เขาเดินไปตรงที่นั่งที่ว่างติดกันสองอัน แล้วดึงเก้าอี้ออกมาก่อนหนึ่งอัน จากนั้นก็ตบพนักเก้าอี้เล็กน้อย แล้วพูดกับมายมิ้นท์ว่า “นั่งตรงนี้”
มายมิ้นท์คิดไม่ถึงว่าต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ เขาจะมาประจบประแจงเธอได้ นี่ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองซะเท่าไหร่ และไม่รู้ว่าควรจะนั่งลงหรือไม่นั่งลงดี
ในเมื่อตอนนี้พวกเขายังไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรต่อกัน เพราะฉะนั้นเธอจึงยังไม่สามารถที่จะยอมรับความเอาอกเอาใจของเขา ภายใต้สายตาของผู้คนมากมายขนาดนี้ได้
แต่ถ้าไม่ยอมรับ ก็จะทำให้เขาทำตัวไม่ถูกต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ และเสียหน้าด้วย
ตำแหน่งของเขาสูงส่งซะขนาดนี้
แน่นอน เพราะว่าเขาก็จะกลายเป็นเรื่องตลกที่เอาไว้พูดคุยกันหลังอาหารของคนในวงการได้แน่นอน
ถ้าหากว่าเธอทำให้เขาเสียหน้า นี่ก็คงจะไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ
ต้องรู้ไว้ว่ามีคนในวงการมากมาย
ที่จ้องจะทำให้เขาลงจากตำแหน่งอยู่ เพราะว่าบริษัทตระกูลนวบดินทร์ข่มอยู่บนหัวของพวกเขามานานมากแล้ว แล้วทำอะไรไม่ได้เพราะว่าฝีมือของเปปเปอร์ก็แข็งแกร่งเกินไป
แถมยังมีความสามารถ ในเมื่อพวกเขาไม่สามารถฉุดรั้งเขาลงมาจากแท่นบูชา แต่ถ้าได้ดูเรื่องตลกของเขา พวกเขาก็ยินดีมากเลย
ดังนั้น ตอนนี้เธอมีอยู่แค่ตัวเลือกเดียวเท่านั้น
คิดแล้ว มายมิ้นท์ก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
ทีหนึ่ง แล้วก็ย่อตัวลงรวบชายกระโปรงยาวขึ้นมาก่อน แล้วก็เดินนั่งลงตรงหน้าเก้าอี้ แล้วก็หันหน้าไปยิ้มให้ชายหนุ่มที่อยู่ข้างหลังทีหนึ่ง
“ขอบคุณค่ะประธานเปปเปอร์”
เปปเปอร์คลี่มุมปากออกเล็กน้อย “ไม่ต้องหรอก”
พอพูดจบ เขาก็ลากเก้าอี้ที่อยู่ข้าง ๆ ออกมานั่งลงไป
พนักงานเสิร์ฟที่รออยู่ในห้องส่วนตัวมาตลอดพอรู้ว่าเปปเปอร์ต่างหากที่เป็นคนสำคัญของมื้ออาหารนี้ พอเห็นเขานั่งลงแล้ว ก็รีบเอาเมนูยื่นมาให้ตรงหน้า
เปปเปอร์รับมาแล้ว ก็ไม่ได้เปิดออก แต่กลับส่งไปให้มายมิ้นท์ “ดูซิว่าคุณอยากกินอะไร?”
มายมิ้นท์ผลักเมนูกลับไปตรงหน้าเขาอย่างเกรงใจ แล้วก็พูดเสียงต่ำขึ้นว่า “คุณดูเอาเองเถอะค่ะ ฉันกินอะไรก็ได้ค่ะ”
ล้อเล่นซิ เธอนั่งเก้าอี้ที่เขาลากให้ ก็เป็นที่สนใจของคนอื่นมากพอแล้ว แล้วจะมาสั่งอาหารก่อนได้ยังไง
ต้องรู้ไว้นะ ในคนที่อยู่ที่นี่
เธอเป็นคนที่สถานะต่ำที่สุดเลย ดังนั้นเธอจะไปแย่งสั่งอาหารเป็นคนแรกก่อนพวกประธานคนอื่น
ๆ ได้ยังไงกัน?
ถ้าเธอเป็นภรรยาเขาก็ว่าไปอย่าง แบบนั้นก็จะไม่มีปัญหาแน่นอน
ถึงแม้ว่าเปปเปอร์จะเป็นคนบอกให้เธอสั่ง เธอก็สั่งไม่ได้เด็ดขาด
แต่ที่สำคัญคือเธอไม่ใช่เนี่ยซิ
เธอรู้ว่า
ๆ เพราะฉะนั้นเธอไม่ทำอะไรเลยคงจะดีที่สุด
ถ้าเกิดสั่งขึ้นมาจริง ๆ พวกประธานพวกนี้ถึงแม้ว่าปากจะไม่พูดอะไร แต่ในใจจะต้องไม่พอใจแน่
เปปเปอร์จ้องมองท่าทางที่ลำบากใจของมายมิ้นท์ ก็เข้าใจเหตุผลที่เธอเป็นแบบนี้ขึ้นมาทันที
“ได้ งั้นผมสั่งเองนะ”
แล้วก็รับเอาเมนูมา
พูดแล้ว เขาก็เปิดเมนูออก แล้วก็สั่งอาหารไปหลายอย่าง
มายมิ้นท์ยิ่งฟังหัวคิ้วก็ยิ่งขมวดสูงขึ้นมาอีก
อาหารพวกนี้…… เป็นอาหารที่เธอชอบกินหมดเลยไม่ใช่เหรอ?
มายมิ้นท์มองไปทางเปปเปอร์
เปปเปอร์ยิ้มให้เธอทีหนึ่ง แล้วก็ปิดเมนูลง “แล้วก็เอาน้ำมะม่วงคั้นสดอีกที่หนึ่ง ที่เหลือก็ไม่มีอะไรแล้วครับ”
เอาเถอะ น้ำมะม่วงนี่ก็สั่งให้เธอใช่ไหม
“ได้ครับคุณเปปเปอร์” พนักงานเสิร์ฟพยักหน้า
เปปเปอร์เอาเมนูวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็หมุนกระจกบนกลางโต๊ะ
แล้วเมนูก็เคลื่อนไปอยู่ตรงหน้าประธานท่านหนึ่ง “ทุกท่านอยากจะกินอะไร
ตามสบายเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ฮา ฮา ในเมื่อประธานเปปเปอร์พูดแบบนี้แล้ว
งั้นพวกเราก็จะไม่เกรงใจจริง ๆ แล้วนะ” ประธานคนนั้นหัวเราะไปสองคำ
แล้วก็หยิบเมนูขึ้นมาแล้วเริ่มสั่งอาหารขึ้นมา
รอจนทั้งโต๊ะได้สั่งอาหารกันจนครบหมดแล้ว ก็ได้ผ่านไปสิบกว่านาทีแล้ว
ห้องครัวกำลังเร่งรีบเตรียมเมนูอาหารให้ แล้วสิ่งที่นำมาให้เป็นอย่างแรกก็คือ น้ำมะม่วงที่เปปเปอร์สั่งไป
เปปเปอร์เทออกมาแก้วหนึ่ง แล้ววางลงตรงหน้ามายมิ้นท์ “อย่าดื่มเยอะเกินไปนะ เดี๋ยวจะกินข้าวไม่ลง”
“ยังไม่ได้คืนดีกัน แต่ว่าก็เป็นเรื่องที่ไม่ช้าก็เร็วแล้วล่ะ”
มายมิ้นท์ลืมตาโตจ้องเขม็งไปที่เขา เหมือนกับกำลังถามว่า คุณมั่นใจได้ยังไงว่าเป็นเรื่องที่ไม่ช้าก็เร็ว
เรียวปากของเปปเปอร์ค่อย ๆ คลี่ขึ้นมา ในดวงตาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
คราวนี้มายมิ้นท์เข้าใจแล้ว ว่าเขานั้นมีความมั่นใจว่าเธอจะตอบตกลงคืนดีกับเขามาก
พวกประธานทั้งหลายไม่รู้ว่ามายมิ้นท์กับเปปเปอร์แอบสื่อสารอะไรกันอยู่ พอเห็นพวกเขาสบตากันอย่างลึกซึ้ง ก็รีบประจบประแจงขึ้นมา “ที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง งั้นพวกเราก็ต้องยินดีกับประธานเปปเปอร์และประธานมายมิ้นท์ก่อนแล้ว ยินดีกับทั้งสองท่านด้วย หวังว่าจะได้ดื่มเหล้ามงคลของทั้งสองท่านเร็ว ๆ นะครับ”
“ขอบคุณ” เปปเปอร์ยกไวน์แดงที่อยู่ตรงหน้าตัวเองขึ้นมา แล้วก็ชนแก้วพวกเขา
มายมิ้นท์ไม่สามารถอธิบายได้ว่าตัวเองอาจจะไม่คืนดีกับเปปเปอร์ เพราะว่าไม่อยากทำให้เปปเปอร์เสียหน้า ดังนั้นตอนนี้ ก็เลยต้องยกแก้วน้ำมะม่วงขึ้นมาชนแก้วกับพวกเขา
ถ้าชนแก้วไป ก็เท่ากับว่าตัวเองกำลังยืนยันประโยคที่ว่าจะคืนดีกันในไม่ช้าของเปปเปอร์ไปอย่างไม่ต้องสงสัย ในเมื่อชนแก้วแล้วก็เท่ากับว่าเห็นด้วยแล้ว ไม่งั้นจะชนแก้วด้วยทำไม
มายมิ้นท์เก็บแก้วน้ำผลไม้กลับมา แล้วก็จิบไปคำหนึ่งอย่างไม่รู้รสชาติ จากนั้นก็หันหน้ามา แล้วก็มองไปที่ชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายด้วยสายตาขุ่นเคือง
ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว เมื่อกี้ที่เขาขัดขวางไม่ให้เธอเปิดปากพูด แล้วตัวเองมาพูดไปแบบนั้น
ก็เพราะว่าเขากำลังแอบหลอกล่อเธออยู่ ทำให้เธอจำเป็นที่จะต้องยอมรับคำพูดของเขาที่ว่าจะคืนดีกันในอนาคต
พอเป็นแบบนี้แล้ว ก็พอจะถือได้ว่า เธอได้ตอบตกลงกลับไปคืนดีกับเขาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว
ที่สำคัญอยู่ในสายตาของคนพวกนี้ พวกเขาก็เหมือนกับว่าได้เป็นคู่กันแล้ว
เปปเปอร์จ้องมองสายตาของมายมิ้นท์ และก็รู้ว่าการกระทำเมื่อกี้ของตัวเองมันไม่ค่อยถูกต้อง
แต่เขาก็ไม่เสียใจ
ถึงแม้ว่าเขาจะเคยบอกไว้ว่าจะให้เวลาเธอ จะให้เธอยอมรับเขาได้อย่างเต็มที่ แต่ด้วยนิสัยของเธอ ถ้าเขาไม่ลองบีบบังคับเธอสักหน่อย ช่วงเวลานี้ก็จะยิ่งอยู่ยิ่งลากยาวไป แล้วเธอก็จะหลบอยู่ในเปลือกไม่ยอมออกมาไปนานขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ยอมตอบตกลง และไม่ยอมตัดสินใจ
มีแต่ต้องลองบีบบังคับเธอสักหน่อย บีบให้เธอออกมาจากเปลือก เธอถึงจะสามารถมาคืนดีกับเขาได้เร็ว ๆ
ไม่นาน อาหารก็มาเสิร์ฟจานแล้วจานเล่า
ในฐานะที่เปปเปอร์เป็นเจ้ามือ แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่ลงมือกินเป็นคนแรก
เขาคีบเนื้อปลาที่ไม่มีก้างขึ้นมาหนึ่งชิ้น แต่ไม่ได้กิน กลับเอาไปวางลงในถ้วยของมายมิ้นท์ ภายใต้สายตาที่เฝ้าดูเรื่องสนุกของผู้คน “เนื้อปลาอันนี้ไม่เลวเลย ลองชิมดูซิ”
มายมิ้นท์จ้องมองสายตาล้อเรียนของผู้คน แล้วก็รู้สึกเขินอายจนหน้าแดงขึ้นมา แล้วก็หยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วคีบเนื้อปลาที่อยู่ในถ้วยขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ใส่เข้าไปในปาก
เนื้อปลาสดมาก ใส่เข้าปากไปก็ละลายเลย อร่อยจนทำให้คนรู้สึกอยากจะกลืนลิ้นตามลงไปด้วยเลย
เปปเปอร์จ้องมองดูแววตาที่เป็นประกายของเธอ แล้วก็ถามขึ้นเบา ๆ ว่า “เป็นยังไงบ้าง?”
มายมิ้นท์ชูนิ้วโป้งขึ้นมา แล้วตอบกลับไปด้วยใบหน้ามีความสุข “อร่อยค่ะ”
เปปเปอร์หัวเราะเสียงต่ำไปสองคำ “งั้นก็กินเยอะ ๆ หน่อย”