รักหวานอมเปรี้ยว - บทที่ 578 ความคิดของชวนชม
บทที่ 578 ความคิดของชวนชม
จ้องมองดูมายมิ้นท์ที่หดหู่และสับสน การันต์ก็ผายมือออกเล็กน้อย “ใช่ ควรจะเตรียมใจให้เสร็จก่อนจริง ๆ ในเมื่อการกลับไปคืนดี ไม่ใช่การเล่นละครสักหน่อย”
“ใช่ค่ะ” มายมิ้นท์พยักหน้าขึ้น
การันต์หยุดฝีเท้าลง “เอาล่ะ มาถึงแล้ว”
มายมิ้นท์เองก็หยุดฝีเท้าลงด้วยเหมือนกัน แล้วเงยหน้าขึ้นมาดู ก็เห็นตัวหนังสือแผนกสูตินรีเวชตัวใหญ่ ๆ เธอนวดใบหน้าเล็กน้อย แล้วก็รีบปรับอารมณ์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปทันที
การันต์เดินตามมาข้างหลัง พอเข้าไปแล้ว เขาก็พูดอะไรกับหมอคนหนึ่งไปนิดหน่อย
หมอคนนั้นพยักหน้าขึ้นมา แล้วมองไปที่มายมิ้นท์ “คุณมายมิ้นท์ เชิญตามฉันมาเลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะพาคุณไปตรวจร่างกาย”
“ได้ค่ะ รบกวนคุณด้วยนะคะ” มายมิ้นท์เองก็ไม่ได้ปฏิเสธ แล้วก็เดินตามเข้าไปเลย
การันต์นั่งรออยู่ในห้องทำงานของหมอคนนั้น
รอไปประมาณครึ่งชั่วโมง หมอก็พามายมิ้นท์เดินออกมา
พอการันต์จ้องมองไปที่หมอ “ร่างกายของเธอฟื้นฟูยังไงบ้างแล้ว?”
“ฟื้นฟูได้ไม่เลวเลยค่ะ สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาขั้นต่อไปได้แล้ว” แล้วหมอก็เอาผลการตรวจร่างกายยื่นไปให้
การันต์รับเอกสารมาแล้วเปิดดูเล็กน้อย จากนั้นก็ปิดลง “งั้นคุณก็สั่งยาให้เธอเถอะครับ”
“ได้” หมอพยักหน้าเล็กน้อย แล้วลากเก้าอี้ออกมาแล้วนั่งลง และเอากระดาษปากกาขึ้นมาเริ่มเขียนชื่อยาลงไป
มายมิ้นท์เอากระเป๋าที่อยู่อีกข้างหนึ่งของโซฟาขึ้นมาสะพายไว้ “วันนี้ต้องขอบคุณมากนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ” การันต์ขยับแว่นเล็กน้อย จากนั้นก็จ้องมองเธอแล้วพูดขึ้นว่า “ต่อไปก็ตั้งใจกินยาไปให้ดี จะได้หายไว ๆ แล้วก่อนที่ร่างกายยังไม่หายดี ก็อย่าเพิ่งไปอยู่กับเปปเปอร์ แล้วก็ตั้งท้องขึ้นมาอีกล่ะ”
พอได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าเรียวของมายมิ้นท์ก็แดงก่ำขึ้นมา “คุณหมอการันต์ คุณนี่พูดอะไรคะ? ใครจะไปตั้งท้องขึ้นมาอีกคะ?”
“ก็คุณกับเปปเปอร์ไง” การันต์เล่นมีดผ่าตัดไปเรื่อย แล้วตอบกลับมาอย่างสบาย ๆ ขึ้นว่า “ถึงแม้ว่าคุณกับเปปเปอร์จะยังไม่ได้คืนดีกัน แต่ว่าดูจากท่าทางของคุณแล้ว เรื่องของพวกคุณสองคนก็คงจะเป็นเรื่องในไม่ช้านี้แล้ว เพราะฉะนั้นผมก็เลยต้องบอกกับคุณล่วงหน้า ว่าตอนที่พวกคุณจะมีอะไรกันนั้น จะต้องทำการป้องกันให้เรียบร้อย เพราะช่วงสองปีนี้ คุณยังไม่เหมาะที่จะตั้งครรภ์”
“……” มุมปากของมายมิ้นท์กระตุกขึ้นเล็กน้อย เหนื่อยใจจนเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า จนไม่พูดอะไรอีกเลย
เธอเองก็ดูออกแล้ว ว่ายิ่งเธอไปพูดเรื่องนี้กับเขาต่ออีก
งั้นหัวข้อนี้
ก็ไม่มีทางจบลงง่าย ๆ สักที สู้ปล่อยไปเฉย
ๆ แล้วเดี๋ยวก็จะจบไปได้เอง
แล้วก็เป็นเช่นนั้น พอเห็นว่ามายมิ้นท์ไม่พูดอะไรแล้ว
การันต์ก็ไม่พูดเรื่องนี้ต่ออีก แล้วก็เอาใบสั่งยาที่หมอเขียนเสร็จเรียบร้อยแล้วยื่นมาให้เธอ
“นี่คือแผนการรักษาขั้นต่อไปของคุณ เดี๋ยวไปเอายาที่ห้องจ่ายยานะ”
“ได้ค่ะ” มายมิ้นท์รับใบสั่งยามาแล้วอ่านดูเล็กน้อย
จากนั้นก็เก็บเข้าไปอย่างระมัดระวัง “งั้นฉันไปรับยาก่อนนะคะ
เดี๋ยวยังต้องไปประชุมต่ออีก”
“ไปเถอะ ผมไม่ไปส่งคุณแล้วนะ เดี๋ยวผมก็ต้องไปผ่าตัดเคสหนึ่งแล้วเหมือนกัน” การันต์มองดูนาฬิกาข้อมือไปทีหนึ่งแล้วพูดขึ้นมา
มายมิ้นท์พยักหน้าให้เล็กน้อย “ได้ค่ะ งั้นลาก่อนค่ะ”
พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไป
พอมาถึงลานจอดรถของโรงพยาบาลแล้ว มายมิ้นท์ถึงได้เอาใบผลตรวจร่างกายและใบเสร็จต่าง
แล้วโยนทิ้งลงไปในถังขยะที่อยู่ใกล้ จากนั้นก็เปิดประตูรถออก แล้วขับรถจากไปเลย
ๆ ขย้ำเป็นก้อน
พอเธอจากไปแล้ว
ชวนชมก็เดินออกมาจากมุมหนึ่ง แล้วก็เดินตรงมาที่ถังขยะเลย แล้วขมวดคิ้วขึ้น ข่มความสะอิดสะเอียนเอาไว้
แล้วงอตัวลงและยื่นมือเข้าไป เก็บของที่มายมิ้นท์โยนทิ้งลงถังขยะขึ้นมา แล้วก็ค่อย ๆ เปิดออก
แล้วก็เห็นกระดาษใบต่าง ๆ เธอก็ตื่นเต้นดีใจจนเบ้มุมปากขึ้นมาทันที
เมื่อกี้ตอนที่เธอมาที่นี่นั้น ก็เห็นมายมิ้นท์ยืนอยู่ข้างถังขยะพอดี แล้วขมวดคิ้วไว้หน้าตาดูเคร่งขรึม ก็คิดว่ามายมิ้นท์จะป่วยเป็นโรคร้ายแรงอะไรซะอีก
คิดไม่ถึงว่าจะเป็นแค่พวกใบสั่งยาปรับสภาพมดลูกเท่านั้น
ในตอนที่ชวนชมกำลังจะโยนของพวกนี้ลงไปในถังขยะเหมือนเดิมนั้น โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าก็ดังขึ้นมาพอดี
ชวนชมขมวดคิ้วขึ้นมาทีหนึ่ง
แล้วเอาโทรศัพท์ออกมาดู ก็เห็นว่าคุณนายตระกูลภักดีพิศุทธิ์เป็นคนโทรมา แล้วเธอก็รีบปรับอารมณ์ให้เรียบร้อย และกดรับสายขึ้นมา “ค่ะ
แม่”
“ชวนชม
หนูถึงโรงพยาบาลหรือยังลูก?” ทางปลายสาย คุณนายตระกูลภักดีพิศุทธิ์เปิดปากถามขึ้นมา
ชวนชมพยักหน้าเล็กน้อย “หนูมาถึงแล้วค่ะ”
“งั้นก็ดี งั้นก็รีบไปเอายาของพ่อหนูกลับมาเร็ว ตอนนี้พ่อของหนูปวดมากเลยนะ” คุณนายตระกูลภักดีพิศุทธิ์พูดเร่งรัดขึ้นมาอย่างร้อนใจ
ชวนชมตอบอืมไปคำหนึ่ง “หนูรู้แล้วค่ะแม่ หนูจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ แม่ให้พ่ออดทนหน่อยนะคะ”
จากนั้น ทั้งสองคนก็พูดคุยกันไปอีกไม่กี่ประโยค แล้วก็วางสายไป
ชวนชมเอาโทรศัพท์ออกจากข้างหู บนใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง
ตอนนี้ไตของเยี่ยมบุญยิ่งอยู่ก็ยิ่งแย่ลงแล้ว แล้วก็ใกล้ถึงเวลาต้องผ่าตัดปลูกถ่ายไตเข้าไปทุกทีแล้ว
แต่ว่าจนถึงตอนนี้ก็ได้ผ่านมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังหาไตที่จะสามารถเข้ากันได้ไม่ได้เลย
คราวที่แล้วแม่ไปตรวจหาความเข้ากันได้ของไตก็ล้มเหลวไป ไตของแม่ไม่มีทางเข้ากับของพ่อได้เลย
ดังนั้นเพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงความกตัญญู และไม่อยากให้พวกเขาคิดว่าเธอที่เป็น‘ลูกสาวแท้ ๆ’คนนี้เห็นคนใกล้จะตายแล้วไม่ช่วย เพราะฉะนั้นเธอเองก็ได้ไปทำการตรวจความเข้ากันได้ของไตไปรอบหนึ่ง
ผลปรากฏว่าไม่สามารถเข้ากันได้อยู่ดี
สำหรับผลที่ตัวเองเข้ากันไม่ได้นั้น
เธอเดาออกได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ในเมื่อเธอไม่ได้เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพวกเขาสักหน่อย เพราะฉะนั้นก็เลยไม่สามารถเข้ากันได้ ซึ่งจะมีแต่ลูกสาวแท้ ๆ เท่านั้นถึงจะมีโอกาสเข้ากันได้มากที่……เอ๊ะเดี๋ยวก่อน ลูกสาวแท้ ๆ
งั้นเหรอ?
อยู่ ๆ
จากนั้นก็ก้มหน้ามองไปที่ก้อนกระดาษกระดาษในมือที่ยังไม่ได้โยนลงถังขยะ แล้วก็ตื่นเต้นจนตัวสั่นเทาไปทั้งตัว
ชวนชมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ในดวงตาก็มีประกายที่ทำให้ตกใจกลัวกะพริบขึ้นมา
เธอลืมไปได้ยังไงนะ
ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ
ของพวกเขา แต่ว่ามายมิ้นท์ใช่นี่
หมอบอกแล้วว่า ญาติพี่น้องที่สายเลือดเดี๋ยวกันมีโอกาสที่ไตจะเข้ากันได้มากกว่า
แล้วมายมิ้นท์ก็เป็นญาติเพียงคนเดียวที่มีสายเลือดเดียวกับพ่อ ไม่แน่ไตของมายมิ้นท์อาจจะเข้ากับของพ่อก็ได้!
ยิ่งคิดก็ยิ่งดีใจ แล้วชวนชมก็ทิ้งกระดาษใบอื่น
เหลือทิ้งไว้แต่ใบผลตรวจเลือดของมายมิ้นท์เท่านั้น แล้วก็ก้าวเดินไปทางลิฟต์อย่างรวดเร็ว
ๆ ไป
เธอจะต้องไปยืนยันสักหน่อย ในเมื่อมายมิ้นท์ได้มาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว งั้นที่แผนกสูตินรีเวชก็จะต้องมีรายงานผลตรวจร่างกายของมายมิ้นท์แน่นอน เธอจะต้องรีบยืนยันให้ได้ว่าไตของมายมิ้นท์เข้ากับของพ่อได้หรือเปล่า
ถ้าเกิดว่าได้ เธอก็จะต้องคิดหาวิธีเอามาให้ได้ เพื่อมาช่วยพ่อไว้
พ่อเป็นเสาหลักของตระกูลภักดีพิศุทธิ์ ถ้าไม่มีพ่อแล้ว ก็หมายความว่าทุกอย่างที่เธอมีในตอนนี้ก็จะหายไปหมดเลย
เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะยังไง เธอก็จะต้องทำให้พ่อมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้!
บนใบหน้าของชวนชมมีแววยึดมั่นที่เยือกเย็นปรากฏออกมาเสี้ยวหนึ่ง
……
อีกด้านหนึ่ง มายมิ้นท์ก็ได้มาถึงบริษัทตระกูลนวบดินทร์แล้ว
พอเธอจอดรถเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเข้าไปตรงหน้าประตูใหญ่ของบริษัทตระกูลนวบดินทร์
พอเดินเข้ามา ก็มองเห็นผู้ช่วยเหมันตร์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าลิฟต์ส่วนตัวที่เปปเปอร์ใช้
ผู้ช่วยเหมันตร์กวักมือให้เธอเล็กน้อย “คุณมายมิ้นท์ ทางนี้ครับ”
มายมิ้นท์ยักคิ้วขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็เดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว “ผู้ช่วยเหมันตร์ นี่คุณตั้งใจมารอฉันโดยเฉพาะเลยเหรอคะ?”
“ใช่ครับ” ผู้ช่วยเหมันตร์พยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็กดปุ่มเปิดลิฟต์ทีหนึ่ง
พอลิฟต์เปิดออก เขาก็ทำท่าเชื้อเชิญขึ้นมาทีหนึ่ง“ประธานเปปเปอร์ให้ผมลงมารอคุณครับ”
“เขาให้คุณลงมารอตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” มายมิ้นท์ตกตะลึงขึ้นมา
ไม่ได้ตกตะลึงที่เปปเปอร์ให้เขาลงมารับเธอ
ในเมื่อเธอรู้อยู่แล้วว่า ถ้าไม่มีคำสั่งของเปปเปอร์ เขาที่เป็นผู้ช่วยพิเศษ ไม่มีทางที่จะออกห่างจากข้างกายเปปเปอร์ได้ตามใจชอบแน่
ดังนั้นสิ่งที่เธอตกตะลึงก็คือ ผู้ช่วยเหมันตร์มารออยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้วต่างหาก
“เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนครับ” ผู้ช่วยเหมันตร์ตอบกลับไป “ประธานเปปเปอร์พอจะเดาได้ว่าคุณจะมาถึงตอนไหน ก็เลยให้ผมลงมารอล่วงหน้าครับ”
“ที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง” มายมิ้นท์พยักหน้าขึ้นมาทันที จากนั้นก็พูดอย่างเกรงใจขึ้นว่า “ขอโทษด้วยนะคะ ระหว่างทางที่มามีเรื่องนิดหน่อย ก็เลยทำให้คุณต้องรอนานเลย”
“ไม่เป็นไรครับ” ผู้ช่วยเหมันตร์สะบัดมือเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่
ไม่นาน ลิฟต์ก็มาถึงแล้ว
ผู้ช่วยเหมันตร์พามายมิ้นท์เดินไปทางห้องประชุม
พอไปถึงห้องประชุม เขาก็ผลักประตูออก
มายมิ้นท์เดินเข้ามา ข้างในก็ได้มีคนนั่งอยู่หลายคนแล้ว ล้วนเป็นผู้ร่วมลงทุนคนอื่น ๆ ของพลังงานใหม่ทั้งนั้น
พอคนพวกนี้เห็นมายมิ้นท์ รวมทั้งผู้ช่วยเหมันตร์ที่อยู่ด้านหลังมายมิ้นท์ ท่าทีก็เปลี่ยนไปทันที การสนทนาในตอนแรก ก็ได้หยุดลงไปด้วย และจ้องมองดูมายมิ้นท์อย่างเงียบสงบอยู่อย่างนั้น ซึ่งไม่รู้ว่าหมายความว่ายังไงกัน?