รักหวานอมเปรี้ยว - บทที่ 561 เปลี่ยนสรรพนาม
บทที่ 561 เปลี่ยนสรรพนาม
“เหรอ” เปปเปอร์พยักหน้า และไม่ได้คิดอะไรมาก เขาย่อตัวลง วางรองเท้าส้นสูงตรงเท้าเธอ “สวมสิ”
“อืม” มายมิ้นท์ตอบรับ เอามือยันกำแพง กำลังจะสวมรองเท้า
ทันใดนั้น จู่ๆ เปปเปอร์ลุกขึ้นมา จับมือเธอไปวางบนไหล่ตัวเอง
มายมิ้นท์มองเขาอย่างตกใจ “คุณทำอะไร”
“จับไหล่ผมแล้วสวมซะ” เปปเปอร์ตอบ
“ไม่ต้อง ฉันจับกำแพงก็เหมือนกัน” มายมิ้นท์เอ่ยขึ้น และจะดึงมือกลับมา
แต่เปปเปอร์กลับกดมือเธอไม่ปล่อย “กำแพงเย็นมาก เย็นมือน่ะ ไหล่ผมอุ่น ไม่เย็นมือ”
เมื่อได้ยินดังนั้น มายมิ้นท์รู้สึกตลกมาก “คุณนี่จริงๆ เลย……ช่างเถอะ ในเมื่อคุณยอมเป็นกำแพง ถ้าไม่จับก็น่าเสียดาย”
พูดจบ เธอก็ไม่ชักมือกลับมาอีก จับไหล่เขาเอาอย่างนั้น และยกเท้าขึ้นสวมรองเท้า
หลังสวมเสร็จ มายมิ้นท์ชักมือกลับมา “ขอบคุณนะ คุณกำแพง”
สรรพนามนี้ทำให้เปปเปอร์อดเลิกคิ้วขึ้นไม่ได้ “คุณกำแพง”
“ใช่ คุณเป็นกำแพงให้ฉันไม่ใช่เหรอ ดังนั้นก็เลยเรียกคุณว่าคุณกำแพง คงไม่ผิดใช่ไหม” มายมิ้นท์มองเขาอย่างยียวน
เปปเปอร์ยกยิ้มมุมปาก “คุณชอบก็ดี แต่คุณเรียกชื่อผม ผมจะยิ่งดีใจกว่า เพราะฉะนั้นมายมิ้นท์ ต่อไปไม่ต้องเรียกผมว่าประธานเปปเปอร์แล้ว โอเคไหม”
ในแววตาลึกซึ้งของเขา ดูมีความคาดหวัง จนทำให้คนปฏิเสธไม่ได้
มายมิ้นท์หันหน้าไปทางอื่น หลบสายตาของเขา “งั้นต่อไปฉันเรียกคุณว่าเปปเปอร์ละกัน”
“โอเค” เปปเปอร์พยักหน้าตกลง
ถึงจะเรียกชื่อเต็มๆ แต่ก็ยังรู้สึกห่างเหินนิดหน่อย
แต่เธอไม่เรียกเขาว่าประธานเปปเปอร์ที่ดูห่างเหินยิ่งกว่า ถือว่าพัฒนาขึ้นแล้ว
ต้องมีสักวัน เขาจะทำให้เธอเรียกแบบสนิทกว่านี้ให้ได้
“ไปกันเถอะ เดี๋ยวผมพาคุณไปเจอประธานประวิช” เปปเปอร์ดูเวลา ตอนนี้ห้าทุ่มแล้ว
ถ้ายังไม่ไปอีก อีกเดี๋ยวเขาน่าจะกลับแล้ว
เป้าหมายหลักที่มายมิ้นท์มาที่นี่ คือจะเจอประธานประวิช เมื่อได้ยินที่เขาพูด จึงพยักหน้า
“อืม”
ทั้งสองเดินเข้าไปในลิฟต์ ไปยังห้องรับรองชั้นบน
เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องรับรองของประธานประวิช เปปเปอร์หยุดลงทันที
มายมิ้นท์เห็นการกระทำของเขา ก็สงสัยมาก
ขณะที่เธอกำลังจะถามว่าเขาเป็นอะไร
เขาพูดว่า
เอาสิทธิ์การซื้อมาไม่ใช่เหรอ ดังนั้นผมไม่เข้าไปแล้ว”
“คุณเข้าไปเองเถอะ ผมรอคุณข้างนอก คุณบอกว่าจะใช้ความสามารถตัวเอง
ถ้าเขาเข้าไป ประธานประวิชเห็นว่าเขามากับเธอ ต้องไม่ลังเลและให้สิทธิ์การซื้อกับเธอแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนั้น เธอก็จะไม่ได้สิทธิ์การซื้อ จากความสามารถของตัวเอง แต่เป็นเพราะเขา
ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าไปส่งผลกระทบต่อเธอ
มายมิ้นท์เข้าใจคำพูดของเปปเปอร์ทันที สีหน้าจริงจังขึ้นมา “โอเค ฉันจะรีบออกมา”
เขาพูดถูก ต้องเอาสิทธิ์การซื้อ มาด้วยความสามารถของตัวเอง
ดีแล้วที่เขาไม่เข้าไป
เมื่อกี้เธอลืมเรื่องนี้ไปเลย ยังดีที่เขาเตือนเธอ
“ไปเถอะ สู้ๆ” เปปเปอร์พยักหน้า ยิ้มและพูดให้กำลังใจเธอ
มายมิ้นท์ก็ยิ้มตอบ “ฉันทำได้ งั้นฉันเข้าไปแล้วนะ”
เปปเปอร์ตอบรับ
มายมิ้นท์สูดหายใจลึก หลังจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมเรียบร้อย เธอยกมือเคาะประตู และบิดประตูเข้าไป
เปปเปอร์ยืนรอหน้าประตู เหมือนเทพารักษ์อย่างไรอย่างนั้น
รอประมาณครึ่งชั่วโมง มีความเคลื่อนไหวหลังประตู
เปปเปอร์ยืนตัวตรงมองประตูตรงหน้า ประตูเปิดออก มายมิ้นท์เดินออกมาจากข้างใน ด้วยสีหน้าตื่นเต้น
เห็นเธอดีใจจนหน้าแดง
แววตาของเขาอ่อนโยนลง มีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า
“ดูเหมือนจะสำเร็จใช่ไหม”
“สำเร็จแล้ว” มายมิ้นท์ดีใจจนกำมือทั้งสองข้าง พูดออกมาไม่หยุด
“ตอนคุยกันต่อหน้า เดิมทีประธานประวิชไม่ยอมให้สิทธิ์การซื้อกับฉัน คิดว่าเทนเดอร์กรุ๊ปเล็กไป แต่ด้วยความพยายามของฉัน สุดท้ายก็ทำให้เขาประทับใจได้
เขายอมให้สิทธิ์การซื้อกับฉัน แถมยังให้ฉันไปเซ็นสัญญาที่บริษัทเขาพรุ่งนี้”
“เยี่ยมมาก!” เปปเปอร์ยกนิ้วโป้งให้เธอ และเอ่ยชม
เธอเก่งจริงๆ
จากคนอ่อนหัดที่ไม่รู้อะไรเลย
ค่อยๆ จัดการธุรกิจจนชำนาญ ตอนนี้ยังสามารถคุยกับประธานบริษัทต่างชาติด้วยตัวเอง
อีกทั้งยังทำสัญญาได้สำเร็จ
และทั้งหมดนี้
นอกจากเธอจะมีพรสวรรค์ ยังต้องขยันอีกด้วย เยี่ยมมากจริงๆ
เธอทำสำเร็จภายในระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือน นี่เพียงพอที่จะอธิบายได้ว่า
อีกทั้งเขาเชื่อว่า อนาคตของเธอ จะยิ่งสดใสโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ
มายมิ้นท์ยิ้มกว้าง “ขอบใจที่ชม ฉันก็คิดว่าตัวเองเก่งมาก”
เปปเปอร์เอานิ้วโป้งลง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความตลก “คุณไม่รู้จักถ่อมตัวจริงๆ”
“ไม่ใช่ว่าไม่รู้จัก ฉันแค่คิดว่าตอนที่ควรภูมิใจก็ควรภูมิใจ
ภูมิใจสักนิด ก็ไม่เห็นเป็นอะไร” มายมิ้นท์เสยผมแล้วพูดตอบ
แค่รู้อยู่ในใจว่าต้องพยายามต่อ
เปปเปอร์แววตาอ่อนโยน “ก็ใช่”
มายมิ้นท์มองแววตาอ่อนโยนของเขา สีหน้าของเธออึ้งไป
จู่ๆ เธอรู้สึกว่าช่วงนี้เขาอ่อนโยนขึ้นเรื่อยๆ หรือเปล่า
เขาเป็นแบบนี้ ทำให้เธอนึกถึงเขาเมื่อก่อน ชายหนุ่มรูปงามผู้อ่อนโยนคนนั้น
เห็นมายมิ้นท์มองตัวเองจนเหม่อ เปปเปอร์โบกมือไปมาตรงหน้าเธอ “คิดอะไรอีกแล้ว”
มายมิ้นท์ยังไม่ทันได้ตั้งสติดี ได้ยินเขาพูดแบบนี้ ก็ตอบกลับไปว่า “คิดถึงคุณเมื่อก่อน”
“ผมเมื่อก่อนเหรอ” เปปเปอร์หรี่ตาลง
แววตาของมายมิ้นท์วูบไหว เธอตั้งสติได้ มองเขาแล้วรีบถามว่า “เอ่อ……เมื่อกี้ฉันพูดอะไรไปเหรอ”
“คุณบอกว่าคุณนึกถึงผมเมื่อก่อน” เปปเปอร์พูดตอบ “มายมิ้นท์ ในสายตาคุณ เมื่อก่อนผมเป็นยังไงเหรอ”
ยังไงเหรอ
มายมิ้นท์หลุบตาลง
เปปเปอร์เมื่อก่อนน่ะเหรอ เป็นชายหนุ่มที่สะอาด อ่อนโยน ทำให้คนหวั่นไหวที่สุด ตั้งแต่เธอเคยเจอมา
ตอนเธอเจอเขาครั้งแรก เขาทำให้เธอทึ่ง คิดในใจว่า ทำไมบนโลกใบนี้ ถึงมีรุ่นพี่ที่ดีงามขนาดนี้
ทว่าหลังแต่งงาน เธอเพิ่งรู้ว่าเขาเปลี่ยนไปนานแล้ว จากหนุ่มรูปงาม สุภาพอ่อนโยนสูงส่งดุจหยกอันล้ำค่า กลายเป็นคนเลวเย็นชา สีหน้าไร้ความรู้สึก ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา
เมื่อคิดถึงตรงนี้ มายมิ้นท์มองเปปเปอร์อีกครั้ง ก็ไม่มีภาพนั้นอีกแล้ว เธอจ้องเขาแล้วตอบว่า “ไม่เหมือนกับนายตอนนี้สักนิด”
พูดจบ เธอก้าวไปทางโถงงานเลี้ยง
เปปเปอร์มองแผ่นหลังเธอ แววตาแฝงไปด้วยความสงสัย
อะไรกัน
ทำไมเธอถึงโกรธล่ะ
เหมือนเขาไม่ได้ยั่วโมโหเธอนะ
เปปเปอร์คิดไม่ออกว่าตัวเองทำผิดอะไร จึงก้าวตามไป
ตอนกลับมาถึงโถงงานเลี้ยง ช่วงที่เพื่อนกับคู่หมั้นต้องออกมาพูด เสร็จสิ้นลงพอดี
เดิมทีควรเสร็จตั้งนานแล้ว แต่เพราะเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อครู่ ทำให้เลื่อนเวลามาถึงตอนนี้
มายมิ้นท์ยืนตรงมุม ปรบมือตามแขกคนอื่น อวยพรให้สองคนนี้ เป็นคู่หมั้นอย่างเป็นทางการ
แน่อนว่าคนอื่นอวยพร แต่เธอไม่ใช่ เธอแค่รับมือเท่านั้น
เพราะเธอรู้ว่าเพื่อนไม่ต้องการคำอวยพร เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะรัก
“เพื่อนคุณไม่ยอมยกเลิกการแต่งงานกับคชา” เปปเปอร์ถือไวน์แดงมายืนข้างมายมิ้นท์ มองชายหญิงบนเวทีแล้วเอ่ยขึ้น
มายมิ้นท์มองไวน์แดงในมือเขาแล้วขมวดคิ้ว “แขนขาของคุณยังไม่หายดี ดื่มไวน์ทำไม”
เธอแย่งไวน์แดงมาจากมือเขา วางไว้บนโต๊ะอาหารยาวข้างๆ จากนั้นเอาน้ำผลไม้ให้เขา “ดื่มอันนี้”
เปปเปอร์มองน้ำผลไม้สีแดงในมือ มุมปากกระตุก รู้สึกตลกมาก
น้ำผลไม้นี้ ไม่ต้องดื่มเขาก็รู้ว่าหวาน
และเขาไม่ชอบของที่หวานเกินไป ดังนั้นจึงไม่เคยดื่มน้ำผลไม้อะไรมาก่อน
แต่น้ำผลไม้แก้วนี้ไม่เหมือนกัน เพราะเธอใส่ใจเขา เอามาให้เขาด้วยตัวเอง ถึงเขาไม่ชอบ ก็ต้องดื่มให้หมด จะปฏิเสธความหวังดีของเธอไม่ได้