รักหวานอมเปรี้ยว - บทที่ 560 พยายามทั้งสองฝ่าย
บทที่ 560 พยายามทั้งสองฝ่าย
ตอนนี้เปปเปอร์ยังรอเธออยู่ในลิฟต์คนเดียว
อีกทั้งขาของเขายังไม่หายดี สั่นสะเทือนขนาดนี้ เขาต้องยืนไม่ไหวแน่ ไม่แน่ขาอาจบาดเจ็บอีกก็ได้
ขณะกำลังคิด ความกังวลและร้อนใจ ฉายขึ้นในแววตาของมายมิ้นท์ จากนั้นเธอยันพื้นลุกขึ้นมา
แต่พื้นสั่นสะเทือนแรงมาก เธอเพิ่งลุกขึ้นยืน ก็เกือบจะล้มลงไปอีก
แต่ยังดีที่เธอยันกำแพงด้านข้างเอาไว้ได้ และพอที่จะทรงตัวได้
แต่ถ้าจะเดินไปหาเปปเปอร์ในสภาพสวมรองเท้าส้นสูงแบบนี้ ไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่รู้ระหว่างทางจะล้มกี่ครั้ง
มายมิ้นท์สูดหาย เธอสลัดรองเท้าส้นสูงออกอย่างไม่ลังเล ยันกำแพงเอาไว้ และรีบวิ่งไปหาเปปเปอร์
ถึงวิ่งแบบโซซัดโซเซ ตัวโงนเงน แต่ความเร็วไม่ลดลงเลย
เธอต้องรีบไปหาเปปเปอร์ ไม่งั้นเธอไม่มีทางวางใจได้
ดังนั้นเปปเปอร์ คุณห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด!
มายมิ้นท์อธิษฐานในใจ
อีกด้านหนึ่ง เปปเปอร์พิงกำแพงลิฟต์ สูบบุหรี่พลางรอมายมิ้นท์กลับมา
แต่คิดไม่ถึงว่ารอได้ไม่นาน ก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาพิงกำแพงอยู่ ต้องล้มลงบนพื้นอย่างแน่นอน
เปปเปอร์ดับก้นบุหรี่ แล้วโยนลงถังขยะ เดินไปข้างหน้าด้วยสีหน้าตึงเครียด
เขาจะไปหามายมิ้นท์
ไม่รู้ว่าแผ่นดินไหวตอนนี้ เธอจะกลัวหรือเปล่า
เมื่อคิดว่ามายมิ้นท์อาจกลัว สีหน้าของเปปเปอร์เคร่งขรึม และเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นในเวลาเดียวกัน ถึงเดินเร็วขนาดนี้ ยังไม่ค่อยถนัดเท่าไร อาจเท้าแพลงอีกรอบ เขาก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
ตอนนี้เขาคิดเพียงว่าจะไปหามายมิ้นท์ให้เร็วที่สุด บอกเธอว่าไม่ต้องกลัว มีเขาอยู่
ไม่นาน เปปเปอร์เดินมาถึงหัวเลี้ยวทางเดิน ก็เห็นมายมิ้นท์ที่กำลังยันกำแพง เดินมาหาเขาจากฝั่งตรงข้าม
ในตาเปปเปอร์ฉายแววดีใจ จากนั้นจึงตะโกนออกมาว่า “มายมิ้นท์!”
เมื่อได้ยินเสียงชายหนุ่ม มายมิ้นท์ชะงักฝีเท้าลง จากนั้นเงยหน้าขึ้นมอง
มีผู้ชายยันกำแพงอยู่เหมือนกัน ตาเธอเป็นประกายทันที “เปปเปอร์!”
เห็นทางเลี้ยวตรงหน้า
มายมิ้นท์ไม่มีเวลามาคิดว่าทำไมเขาอยู่ตรงนี้
เธอรู้เพียงว่า เมื่อเห็นเขา ใจเธอก็ไม่หวาดกลัว ไม่วิตกกังวลอีกแล้ว
ขณะกำลังคิด มายมิ้นท์ปล่อยมือที่ยันกำแพงอยู่ แล้ววิ่งเข้าไปหาเปปเปอร์
ถึงพื้นสั่นจนทำให้วิ่งโซซัดโซเซ แต่เท้าของเธอก็วิ่งไม่หยุด
แต่การกระทำของเธอ อยู่ในสายตาเปปเปอร์
เพราะกลัวเธอล้ม เขารีบเอามือที่ยันกำแพงออก ก้าวขายาววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
กลับทำให้เปปเปอร์เป็นกังวลขึ้นมา
เมื่อเห็นมายมิ้นท์ใกล้จะถึงแล้ว เขากางแขนออก เพื่อรับตัวเธอเอาไว้
มายมิ้นท์วิ่งเข้ามากระแทกอกเขา แต่เพราะความสั่นสะเสือน ทำให้เปปเปอร์ทรงตัวได้ไม่ดี
ดังนั้นตอนที่มายมิ้นท์กระแทกอกเขา เขาเซไปด้านหลังหนึ่งก้าว และล้มลงไปกับเธอ
เปปเปอร์นอนแผ่อยู่ด้านล่าง ส่วนมายมิ้นท์ทับอยู่บนตัวเขา
ยังดีที่ด้านล่างตัวเปปเปอร์มีพรมอยู่ ตอนล้มลงไปจึงไม่เจ็บมาก ไม่งั้นหัวต้องกระแทกแน่นอน
แต่มายมิ้นท์กังวลว่าเขาจะบาดเจ็บ รีบยกตัวขึ้นจากตัวเขา ฝ่ามือยันอยู่บนพรม
แล้วถามอย่างร้อนใจ “เปปเปอร์ คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
เธอมองเขา
“ไม่เป็นไร” เปปเปอร์ส่ายหน้า และจะลุกขึ้น
มายมิ้นท์รีบประคองแขนเขาให้ลุกขึ้นนั่ง
“ใช่สิ ทำไมคุณวิ่งมาตรงนี้” มายมิ้นท์นั่งอยู่ข้างเขา แล้วถามขึ้น
เปปเปอร์จัดแจงเสื้อผ้าตัวเอง แล้วตอบว่า “เป็นห่วงคุณ เลยมาหาคุณ”
มายมิ้นท์อึ้งไป “คุณก็เป็นห่วงฉันเหมือนกัน ก็เลย……”
“เหมือนกันเหรอ”
คุณก็เป็นห่วงผมเหมือนกัน เลยมาหาผม อีกทั้งยังทิ้งรองเท้าไว้กลางทางด้วย”
เปปเปอร์จับใจความสำคัญได้ หลังจากเลิกคิ้วขึ้น ก็จ้องเธอเขม็ง “พูดแบบนี้
เขามองเท้าเปล่าของเธอ แววตาลึกซึ้ง
มายมิ้นท์โดนเขามองแบบนี้ จึงหดเท้าอย่างทำตัวไม่ถูก จากนั้นจึงยกกระโปรงและเอาเท้าเข้าไปในกระโปรง แววตาวูบไหวมองไปทางอื่น
แล้วพูดว่า “ไม่ใช่สักหน่อย คุณอย่าพูดไร้สาระ ฉันแค่กลัวตอนสั่นสะเทือน แล้วทรงตัวบนรองเท้าส้นสูงไม่ได้ แล้วจะล้มหรือเท้าแพลง เลยถอดรองเท้าออก
ไม่งั้นรองเท้าคงไม่ทิ้งรองเท้าเอาไว้หรอก”
เปปเปอร์หัวเราะเบาๆ “คุณปฏิเสธว่าไม่ได้ทิ้งรองเท้าเอาไว้ แต่คุณไม่ได้ปฏิเสธว่าเป็นห่วงผม
เลยมาหาผม ดังนั้นผมมั่นใจว่าคุณเป็นห่วงผม จึงมาหาผม
ใช่ไหม”
มายมิ้นท์ก้มหน้าอย่างร้อนตัว ไม่พูดอะไร
เปปเปอร์ยกมือขึ้นมาลูบผมเธอ “นี่ก็เพียงพอแล้วมายมิ้นท์ ผมดีใจมาก”
“มีอะไรให้ดีใจ แค่เป็นห่วงคุณเท่านั้น” มายมิ้นท์ขยับปากแดงพูดพึมพำ
เปปเปอร์ดึงมือกลับมา “ดีใจสิ เพราะคุณเป็นห่วงผม แสดงว่าคุณแคร์ผม”
“ไม่ใช่สักหน่อย
ใครแคร์คุณ” มายมิ้นท์เหมือนแมวโดนเหยียบหาง เบิกตาโตมองเขา
ปฏิเสธหัวชนฝาว่าตัวเองไม่แคร์เขา
เธอไม่แคร์เปปเปอร์หรอก
ทำไมเปปเปอร์จะไม่รู้ล่ะ เธองอนอีกแล้ว
เขาขำแล้วส่ายหน้าพูดอย่างเอ็นดูว่า
“โอเคๆๆๆ ไม่แคร์ก็ไม่แคร์ โอเคไหม”
มายมิ้นท์ส่งเสียงหึ ไม่พูดอะไร แล้วปล่อยเขา
ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน แผ่นดินไหวค่อยๆ เบาลง จนกระทั่งกลับสู่ความสงบ
มายมิ้นท์เงยหน้ามองโคมระย้าที่ไม่แกว่งไปมาอีก ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ดูเหมือนแผ่นดินไหวผ่านไปแล้ว”
เปปเปอร์พยักหน้าเบาๆ “ใช่”
มายมิ้นท์ลุกขึ้นมา และยื่นมือไปดึงแขนเขาให้ลุกขึ้นจากพื้น “ยังดีที่มาตรการรับมือแผ่นดินไหวของอาคารนี้ไม่เลว มีแค่สั่นไปมา ทำให้คนหวาดกลัวเท่านั้น ไม่มีอะไรถล่มลงมา ไม่งั้นพวกเราอาจจะ……”
คิดถึงตัวเองกับเปปเปอร์อาจถูกทับอยู่ในซากปรักหักพัง เธอก็อดตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้
เปปเปอร์เคาะหน้าผากมายมิ้นท์เบาๆ “อย่าคิดมาก ที่นี่ใกล้เขตทะเล เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในทะเลอยู่บ่อยๆ ดังนั้นจึงทำให้บนบกสั่นสะเทือนไปด้วย ดังนั้นการป้องกันแผ่นดินไหวของสิ่งก่อสร้าง ที่มีชื่อเสียงทั้งหมดในเมืองนี้ จึงทันสมัยที่สุด สามารถป้องกันแผ่นดินไหวระดับ 12 ขึ้นไปได้ ไม่มีทางถล่ม ดังนั้นอย่าทำให้ตัวเองตกใจ”
“ฉันรู้แล้ว อย่ามาเคาะฉัน” มายมิ้นท์ปัดมือเขาออก แล้วพูดอย่างหงุดหงิด
เปปเปอร์หัวเราะ สอดมือลงในกระเป๋ากางเกง “โอเค รองเท้าคุณหล่นอยู่ตรงไหน”
“อยู่นอกห้องแต่งหน้า” มายมิ้นท์ชี้ไปยังทางที่เธอมา
เปปเปอร์ยื่นมือออกมา จับมือเธอเอาไว้ “ไปเอารองเท้ากลับมากันเถอะ”
พูดจบ เขาจูงเธอเดินไปข้างหน้า
มายมิ้นท์มองเขาจับมือตัวเองอย่างอึ้งๆ ฝ่ามือใหญ่ กลางฝ่ามืออบอุ่น ทำให้เธอรู้สึกไม่อยากสะบัดออก
ทว่าในความเป็นจริง เธอก็ไม่ได้สะบัดออก ให้เขาจูงเธอเดินไปข้างหน้าตามใจชอบ
ไม่นาน ทั้งสองคนมาถึงนอกห้องแต่งหน้า
เปปเปอร์เห็นรองเท้าส้นสูงสองข้าง อยู่บนพื้นตั้งแต่ไกลๆ
เขาปล่อยมือมายมิ้นท์ และเดินไปหารองเท้าส้นสูง
มายมิ้นท์มองมือที่กลับมาเป็นของตัวเอง แล้วเม้มปากแดงเบาๆ
ว่ากันตามเหตุผล เขาปล่อยมือเธอ เธอต้องโล่งอกสิถึงจะถูก
แต่ตอนนี้ เธอกลับไม่รู้สึกโล่งอก แต่กลับรู้สึกว่างเปล่าเหมือนโดนทิ้ง
“คิดอะไรอยู่” เปปเปอร์เอารองเท้าส้นสูงของเธอกลับมา เห็นเธอเหม่อมองมือตัวเอง จึงถามขึ้นเบาๆ
แววตามายมิ้นท์วูบไหว วางมือลงและตั้งสติ เก็บความรู้สึกประหลาดในใจเอาไว้ ขบมุมปากแล้วพูดว่า “ไม่มีอะไร”