รักหวานอมเปรี้ยว - บทที่ 547 เบาะแสของการันต์
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาก็จงใจที่จะล่วงเกินเธอจริงๆ
อันที่จริงเมื่อสักครู่เขาจะล้มลงจริงๆอยู่แล้ว
แต่พอเห็นเธอเอื้อมมือและยื่นมาทางเขา แล้วกำลังจะคว้าเขาไว้ในตอนนั้น ในหัวสมองของเขาก็เกิดความคิดที่จะกอดเธอไว้ในทันใด
ดังนั้นในตอนที่เธอได้คว้าเขาเอาไว้นั้น เขาจึงได้ถือโอกาสกอดเธอไว้ เพื่อบรรลุผลสำเร็จที่ได้สัมผัสร่างกายอย่างใกล้ชิดกับเธอในวันนี้
เขาคิดว่า หากได้ใกล้ชิดวันละนิดกับเธอทุกวัน พอหลังๆ เธอก็จะรู้สึกชินกับมัน จากนั้นก็จะยอมรับการใกล้ชิดของเขาแล้วแหละมั้ง
มายมิ้นท์ได้ออกจากอ้อมแขนของเปปเปอร์ หลังจากที่ได้จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้ว ก็ได้มองดูเปปเปอร์ ถามด้วยความเป็นห่วงว่า:“ประธานเปปเปอร์คะ คุณเป็นอะไรไหมคะ?”
เปปเปอร์พยักหน้าเล็กน้อย“ผมไม่เป็นอะไร แล้วคุณล่ะ ผมเชื่อว่าคุณไม่ปล่อยให้ผมเกิดเรื่องอะไรใช่ไหม?ก็เหมือนกับที่ผมไม่ปล่อยให้คุณเกิดเรื่องอะไรเช่นกัน”
พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ มายมิ้นท์พยักหน้าตอบตกลงโดยไม่ลังเลใจเลยสักนิดอย่างแน่นอน“ใช่ค่ะ ฉันไม่ปล่อยให้คุณเกิดเรื่องอะไรแน่ๆ และฉันก็จะปกป้องคุณจนสุดกำลังเลยค่ะ”
เขาได้ช่วยเหลือเธอหลายครั้ง และได้ช่วยชีวิตเธอหลายครั้ง
แน่นอนว่าเธอก็ต้องมีความคิดเช่นนี้อยู่แล้ว ในการไปตอบแทนความทุ่มเทของเขา
เปปเปอร์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย“ผมดีใจมาก”
“ประธานเปปเปอร์ครับ รถเข็นเรียบร้อยแล้วครับ”ทันใดนั้น ผู้ช่วยเหมันตร์ก็ได้เข็นรถเข็นเดินมา
สีหน้าของเปปเปอร์ก็เคร่งขรึมลงทันที
คนคนนี้ไม่เห็นหรือไงว่าพวกเขากำลังคุยได้เข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่ กลับเดินมาเช่นนี้เลย
กลับไปจะหักโบนัสของเขา!
ระหว่างที่คิด เปปเปอร์ก็เหลือบมองผู้ช่วยเหมันตร์ด้วยสายตาที่เย็นเยือก
ผู้ช่วยเหมันตร์ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
เขาทำอะไรลงไปอย่างนั้นหรือ?
ทำไมประธานเปปเปอร์ถึงจ้องมองเขาเช่นนี้?
มายมิ้นท์มองดูการโต้ตอบกันของทั้งสองนั้น ทำให้มายมิ้นท์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตลก
เธอพอจะรู้ว่าทำไมเปปเปอร์ถึงต้องถลึงตาใส่ผู้ช่วยเหมันตร์ด้วย
ไม่มีอะไรที่มากไปกว่าการที่โทษผู้ช่วยเหมันตร์ที่ขัดจังหวะการสนทนาของพวกเขาน่ะสิ
มายมิ้นท์ยิ้มและเดินไป“ผู้ช่วยเหมันตร์คะ ฉันมาเข็นประธานเปปเปอร์เองค่ะ”
“ได้ครับ ถ้างั้นก็ฝากคุณด้วยนะครับคุณมายมิ้นท์”ในเมื่อคุณมายมิ้นท์มีความคิดริเริ่มต้องการที่จะใกล้ชิดกับประธานเปปเปอร์นั้น เขาก็ต้องตอบตกลงด้วยความยินดีอย่างแน่นอนสิ
เขาไม่ตอบตกลง ประธานเปปเปอร์ก็ไม่ยอมน่ะสิ
เมื่อเห็นว่าผู้ช่วยเหมันตร์ได้หลีกทางให้ สีหน้าของเปปเปอร์จึงจะดูดีขึ้นเล็กน้อย
แม้ว่าในตอนนี้ผู้ช่วยเหมันตร์จะรู้ตัวเองโดยไม่ต้องพูดอะไรเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อสักครู่ที่ได้หักโบนัสไปนั้น เขาก็จะไม่เพิ่มกลับมาให้อย่างแน่นอน
เพราะไม่ว่าอย่างไรการถูกขัดจังหวะที่ได้อยู่ร่วมกันนั้น ก็ไม่สามารถหวนกลับมาได้เลย
“ไปเถอะ”เปปเปอร์ได้นั่งลงบนรถเข็น ด้วยการพยุงของผู้ช่วยเหมันตร์
มายมิ้นท์ได้จับทั้งสองข้างของที่จับรถเข็น โดยเข็นเขาตรงไปข้างหน้า
ผู้ช่วยเหมันตร์ไม่มีภาระหน้าที่ใดๆ จึงทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดเดินตามหลังของทั้งสองคน
ทั้งสามคนเดินเข้าประตูโรงพยาบาล
การันต์บังเอิญอยู่ในล็อบบี้ของโรงพยาบาลพอดี และได้คุยอะไรอยู่กับคุณหมอที่สวมเสื้อกาวน์อีกคนอยู่
ได้เหลือบไปเห็นการปรากฏของพวกเขา เขาได้หยุดการสนทนากับคุณหมอคนนั้นโดยทันที ได้ดันแว่นตาแล้วเดินไปหาสามคนนั้นโดยตรง
“ทำไมคุณถึงได้มากับเขาแล้วล่ะ?”สายตาของการันต์ตกอยู่ที่ใบหน้าของมายมิ้นท์“หรือว่าคุณคบหากับเขาแล้วหรือ?”
เขาชี้ไปทางเปปเปอร์
เปปเปอร์ก็ได้ขมวดคิ้วทันที
ใบหน้าของมายมิ้นท์แดงก่ำทันที แววตาประกายความร้อนตัวและตื่นตกใจออกมา“อย่าพูดมั่วนะ ไม่ใช่สักหน่อย”
“ถ้ามันไม่ใช่ล่ะก็ แล้วทำไมช่วงนี้เห็นคุณไปไหนมาไหนกับเขาตลอดเลย?”การันต์เอามือกอดอก และมองดูเปปเปอร์
สายตาของเปปเปอร์จ้องมองเขาด้วยความเย็นชา“คุณมีปัญหาอย่างนั้นหรือ?”
“ก็ไม่มีหรอก เธอจะยังไงกับคุณนั้น มันก็เป็นเรื่องของเธอ ผมก็เห็นด้วยหมดเลย เพียงแต่ว่าผมแค่รู้สึกสงสัยเท่านั้นเอง”การันต์ยักไหล่พร้อมตอบกลับ
มายมิ้นท์ฝืนยิ้มและพูดว่า:“คือว่า……เหตุผลที่ฉันไปไหนมาไหนด้วยกันกับเขาบ่อยๆในช่วงนี้นั้น เป็นเพราะว่าเขาได้รับบาดเจ็บเพราะฉันและยังไม่หายดีเลย ดังนั้นฉันก็ต้องรับผิดชอบน่ะสิ”
“ใช่หรือ?”การันต์รู้สึกสงสัยเล็กน้อย
ทำไมเขารู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่นัก
“แน่นอนสิ”มายมิ้นท์พยักหน้าเต็มแรง ตอกย้ำด้วยสีหน้าที่จริงจัง
แต่แววตาที่ประกายของเธอ กลับเผยให้เห็นถึงความจริงที่เธอร้อนตัวออกมา
การันต์เลิกคิ้ว จากนั้นก็หัวเราะออกมาด้วยความลึกซึ้ง“ถ้างั้นก็ได้ คุณพูดว่าใช่ก็ใช่แล้วกัน เอาล่ะ พูดเรื่องสำคัญดีกว่า ทำไมคุณนั่งรถเข็นอีกแล้วล่ะ ?”
เขามองไปที่เปปเปอร์
สายตาของเปปเปอร์ตกอยู่ที่ขาของตัวเอง“ข้อเท้าพลิกน่ะ”
การันต์เยาะเย้ย“คุณช่างไร้ประโยชน์จริงๆ ไม่นึกเลยว่าจะข้อเท้าพลิกอีกด้วย”
“ไม่ใช่นะคะ”เมื่อได้ยินเขาพูดจาดูถูกเปปเปอร์ ภายในใจของมายมิ้นท์รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที ขมวดคิ้วพร้อมกับอธิบายว่า:“เขาข้อเท้าพลิกเพราะช่วยฉันต่างหากล่ะ”
“ช่วยคุณ?”สีหน้าของการันต์ดูจริงจังทันที“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
ริมฝีปากของเปปเปอร์แสดงออกถึงความเย็นเยือก“ส้มเปรี้ยวปรากฏตัวออกมาแล้ว และต้องการขับรถชนพวกเรา”
“อะไรนะ?”สีหน้าการันต์เปลี่ยนไปเล็กน้อย และแววตาคู่นั้นมีความอาฆาตแวบวาบผ่าน“แล้วเธอคนนั้นล่ะ จับตัวได้หรือยัง?”
“ยังเลย เธอหนีไปแล้ว”มายมิ้นท์พยักหน้า “ประธานเปปเปอร์บอกว่า มีคนคอยช่วยเหลือเธออยู่เบื้องหลัง”
“ในเมื่อก่อนคุณคอยปกป้องและตามจีบส้มเปรี้ยวไม่ใช่หรือ คุณน่าจะรู้จักส้มเปรี้ยวเป็นอย่างดี คุณสามารถนึกออกไหม ว่าใครกันแน่ที่คอยช่วยเหลือเธอ?”เปปเปอร์หรี่ตามองที่การันต์
การันต์ยักไหล่ “คุณพูดผิดแล้ว ผมไม่เคยปกป้องและตามจีบเธอเลย ผมแค่จำผิดคนเท่านั้น อีกอย่างผมไม่ได้รู้จักเธอดีพอขนาดนั้น ในตอนที่ผมจำเธอผิด ก็เพียงแค่พบเธอโดยบังเอิญ นอกเหนือจากนั้นผมก็ได้ตั้งใจศึกษาด้านการแพทย์อยู่ และเธอก็ได้หลับยาวเป็นเวลาหกปีอีก ผมก็ยิ่งไม่รู้จักเธอเลย”
พอพูดคำนี้ออกมา มายมิ้นท์และเปปเปอร์ก็เงียบลงทันที
โดยเฉพาะเปปเปอร์
แม้ว่าเขาอาจจะสงสัยว่าเป็นอีธานที่เป็นคนช่วยเหลือส้มเปรี้ยว
แต่อันที่จริงภายในใจเขาก็รู้ดี ว่าโอกาสที่อีธานจะลงมือเองนั้นน้อยมาก
ในครั้งก่อนที่อีธานช่วยเขาคลี่คลายจากการสะกดจิตนั้น ก็เคยบอกไว้แล้ว ว่าจะไม่ช่วยเหลือส้มเปรี้ยวแน่นอน
มากไปกว่านั้น คือก่อนหน้านั้นคนที่อีธานได้ช่วยเหลือ ก็ไม่ได้เป็นส้มเปรี้ยว แต่เป็นโอเว่นเอง ดังนั้นการที่ส้มเปรี้ยวจะพูดโน้มน้าวให้อีธานลงมือเองนั้น มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
และแน่นอน นี่ก็อาจจะไม่เด็ดขาดขนาดนั้น
“ถ้าหากหาคนที่ช่วยเหลือส้มเปรี้ยวไม่เจอ การที่จะหาตัวส้มเปรี้ยวให้เจอนั้น มันก็จะยิ่งยากมากขึ้นไปอีก”มายมิ้นท์ถอนหายใจ
การันต์พูดขึ้นมากะทันหันว่า:“มันก็ไม่แน่”
“หมายความว่าอะไร?”มายมิ้นท์และเปปเปอร์มองไปทางเขาพร้อมกัน
“หรือว่าคุณจะรู้อะไรมา?”เปปเปอร์ถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
การันต์ได้ดันแว่นตา“ก่อนหน้านั้นผมเคยวางยาส้มเปรี้ยวมาก่อน และยาตัวนั้นมีองค์ประกอบหลายอย่างที่สกัดจากผลของต้นสาคู เมื่อร่างกายมนุษย์ดูดซับองค์ประกอบเหล่านั้นมากเกินไป ร่างกายมนุษย์ก็จะแข็งตัว ปรากฏการณ์นี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการว่า โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงALS แม้ว่าผมจะเคยวาง ยากับส้มเปรี้ยวเพียงสองครั้ง แต่ยาตัวนั้นมีความละเอียดสูงมาก ร่างกายของส้มเปรี้ยว……”
พอพูดถึงตรงนี้ เขาก็ยิ้มมุมปากอย่างเย็นเยือก และได้พูดต่ออีกว่า:“ตอนนี้ต้องมีอาการแรกเริ่มของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงALSแล้วแน่ๆ ดังนั้นแล้วหากพวกคุณต้องการหาเธอ สามารถเริ่มหาจากโรงพยาบาลใหญ่ๆได้เลย ร่างกายของเธอมีปัญหา ก็ต้องไปหาหมออยู่แล้วจริงไหม?ถึงแม้เธอจะไม่ไปโรงพยาบาล คนที่ช่วยเหลือเธอจะเชิญคุณหมอไปให้เธอก็ไม่เป็นไร ในปัจจุบันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงALSเป็นหนึ่งในโรคร้าย ทั่วทุกมุมโลกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงALSก็มีไม่มาก ลองไปดูแพทย์ด้านโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงALSว่าใครถูกเชิญไปบ่อยๆ ก็คงจะพอรู้ว่าส้มเปรี้ยวอยู่ที่ไหนแล้ว”
หลังจากฟังคำพูดของเขาจบ มายมิ้นท์ได้กระตุกปาก คนทั้งคนพูดอะไรไม่ออกเลย
การวางยาพิษโดยเจตนากับการกระทำที่ผิดกฎหมายเช่นนี้ ไม่นึกเลยว่าเขาจะพูดออกมาตรงๆโดยที่ไม่ปกปิดอะไรเลย
เขากล้าเชื่อมั่นในตัวพวกเขาจริงๆเลย ไม่กลัวว่าพวกเขาจะไปแจ้งตำรวจหรือ?
เอาเถอะ เธอไม่ไปแจ้งตำรวจจริงๆด้วย
อย่าหาว่าเธอมีทัศนคติที่ไม่ดีเลย เธอไม่มีทางที่จะทำเพื่อส้มเปรี้ยวแล้ว ทำให้แพทย์ที่มีทักษะทางการแพทย์ดีเยี่ยมอย่างเขาเข้าคุกหรอก
ที่มากไปกว่านี้ คือในปัจจุบันแพทย์คนนี้เป็นคนของพวกเขา
เพียงแค่จุดนี้ เธอก็ต้องปกป้องเขาอยู่แล้ว
เปปเปอร์ไม่สนใจว่าการันต์จงใจวางยาพิษให้กับคนอื่นหรือไม่ เขาสนใจเพียงเบาะแสที่ได้รับจากการันต์
ต้องบอกว่า มันมีประโยชน์มากจริงๆ
“ได้ยินแล้วใช่ไหม?”เปปเปอร์หันศีรษะ และพูดกับผู้ช่วยเหมันตร์ที่อยู่ข้างๆ
ผู้ช่วยเหมันตร์พยักหน้า “ได้ยินแล้วครับประธานเปปเปอร์ อีกสักครู่ผมจะสั่งการให้เขาตรวจสอบในด้านนี้ครับ”
เปปเปอร์พยักหน้าเล็กน้อย
มายมิ้นท์มองดูที่การันต์“จะว่าไป คุณคิดยังไงถึงวางยาตัวนี้กับส้มเปรี้ยวล่ะ?”