รักหวานอมเปรี้ยว - บทที่ 545 ไม่ได้ทำผิด
ได้ยินว่าลาเต้อาจจะเกิดเรื่อง เลขาซินดี้ก็ลนลาน ไม่พูดมากอีกแล้ว หมุนตัวตามออกไปทันที
หลังจากเธอออกไป มายมิ้นท์จึงนั่งลงไปอีกครั้ง ตบๆแก้มเบาๆด้วยความอ่อนเพลีย แล้วหยิบมือถือขึ้นมา กดเปิดวีแชทของเปปเปอร์: คุณคิดว่า ฉันทำอย่างนี้มันถูกไหม?
อีกด้านหนึ่ง เปปเปอร์ที่กำลังจัดการเอกสาร ได้ยินเสียงมือถือสั่น จึงวางปากกาลงแล้วหยิบมือถือขึ้นมาดู
เห็นว่ามายมิ้นท์ส่งข้อความมา บนใบหน้าที่เรียบเฉยของเขา จึงอ่อนโยนขึ้นมาทันที แล้วเปิดวีแชทดูข้อความ
แต่เห็นข้อความที่เธอส่งมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แววตาของเขาจึงแวบความสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย ท้ายที่สุดก็โทรออกไปหาเธอทันที
เดิมทีมายมิ้นท์กำลังรอเปปเปอร์ตอบกลับมา แต่มือถือกลับดังขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้เธอสะดุ้งจนตัวสั่น เกือบจะทำมือถือหล่นไปแล้ว
“ฮัลโหล?” หลังจากปรับอารมณ์ให้ดีแล้ว มายมิ้นท์จึงรับสาย วางมือถือไว้ที่ข้างหู
ท่ามกลางเสียงทุ้มๆที่ลอยออกมาของเปปเปอร์บ่งบอกได้ถึงความเป็นห่วง “เกิดอะไรขึ้นใช่ไหม?”
มายมิ้นท์กัดริมฝีปาก “ก็ไม่ถือว่าเกิดอะไรขึ้นหรอก แค่เรื่องเต้น่ะ”
เธอเล่ารายละเอียดที่คุยกับลาเต้เมื่อกี้ ให้เขาฟังคร่าวๆ
“ดังนั้น คุณคิดว่า ฉันทำอย่างนี้มันถูกไหม?” แววตาที่สับสนของมายมิ้นท์ถามขึ้นอีกครั้ง
หลังจากเปปเปอร์ฟังจบ บนใบหน้าก็เผยรอยยิ้มออกมา ราวกับหิมะน้ำแข็งในฤดูหนาวที่ละลาย กลายเป็นความอบอุ่น “คุณทำถูกมากๆ ในเมื่อตอบรับไม่ได้ ก็จำเป็นต้องทำอย่างนี้ ไม่งั้นเขาจะยิ่งถลำลึกลงไปเรื่อยๆ แต่สุดท้ายกลับไม่ได้อะไรเลย”
“ฉันก็คิดอย่างนี้” ได้ยินเขาเห็นด้วยกับความคิดของตนเอง ความหดหู่ในใจของมายมิ้นท์ จึงบรรเทาไปมาก ความรู้สึกบนใบหน้า ก็ไม่ได้สับสนขนาดนั้นแล้ว
“ผมดีใจมากนะ” เปปเปอร์พูดขึ้นอีก
มายมิ้นท์เอียงหัว “คุณดีใจอะไร?”
“ผมดีใจมากๆที่คุณเป็นฝ่ายมาหาคำตอบจากผม ในตอนที่คุณกำลังสับสน” เปปเปอร์หัวเราะเบาๆพูดขึ้น
ดวงตามายมิ้นท์เป็นประกาย “ฉันก็แค่หาคนอื่นไม่เจอ ฉันถึงได้หาคุณ ดังนั้นอย่างมากคุณก็เป็นแค่ตัวแทนเท่านั้นแหละ”
“แต่ผมก็ยังดีใจมากอยู่ดี” เปปเปอร์พูด
อีกอย่าง จะเป็นตัวแทนหรือเปล่า
เขาพอจะเดาออกแล้ว
“เอาเถอะไม่พูดเรื่องนี้แล้ว เท้าคุณเป็นยังไงบ้าง?” มายมิ้นท์นั่งยืดตัว ถามขึ้นอย่างใส่ใจ
เปปเปอร์ก้มหน้ามองข้อเท้าของตนเอง “ไม่ปวดเท่าเมื่อวานแล้ว แต่ยังเดินไม่ได้”
“ไม่เป็นไร อีกไม่กี่วันก็เดินได้แล้ว” ได้ยินว่าเขาไม่ปวดขนาดนั้นแล้ว มายมิ้นท์จึงเป่าปากคลายกังวลเล็กน้อย
เปปเปอร์ยิ้มๆ “อืม ตอนบ่ายยังต้องไปทำแผลที่โรงพยาบาลด้วย”
“กี่โมงเหรอ? ถึงเวลาฉันจะตามไป” มายมิ้นท์รีบถาม
“คุณจะตามเข้าไป?”
“อือ” เธอพยักหน้า “ถึงยังไงคุณก็เป็นอย่างนี้เพราะฉัน ฉันจะไม่สนใจได้ยังไง ดังนั้นฉันต้องไปด้วย”
บนใบหน้าของเปปเปอร์อ่อนโยนราวกับหลงเธอจะแย่แล้ว “ได้ ตอนบ่ายผมจะไปรับคุณ”
“ไม่ต้อง ฉันไปเอง……”
“ตามนี้แหละ ถึงเวลาจะโทรหาอีกที เอาล่ะ ผมยังมีงานต้องทำอยู่อีกหน่อย วางก่อนนะ”
พูดจบ เปปเปอร์วางสายไปทันที วางมือถือลง มองผู้ช่วยเหมันตร์ที่กำลังจะเข้ามาจากด้านนอก
ผู้ช่วยเหมันตร์วางเอกสารในมือลงด้านหน้าเขา “ประธานเปปเปอร์ สืบได้ความชัดเจนแล้วครับ ตระกูลภักดีพิศุทธิ์กับตระกูลมหาเอกรัตนาต่างก็ไม่มีร่องรอยว่าเคยยื่นมือมาช่วยเหลือส้มเปรี้ยว ดังนั้นคนที่ช่วยส้มเปรี้ยวขับรถหนี เป็นคนอื่นครับ”
“คนอื่นงั้นเหรอ?” เปปเปอร์หยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา ขมวดคิ้วแน่นจนสามารถบีบยุงตัวหนึ่งให้ตายได้ “สืบได้ไหมว่าใคร?”
ผู้ช่วยเหมันตร์ส่ายหัว “ไม่ได้ครับ แต่ยืนยันได้ว่าไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลของเมืองเดอะซี เพราะผมสืบดูแล้ว คนที่มีอิทธิพลทั้งหมดของเมืองเดอะซี ต่างก็สงบนิ่งมากครับ”
“พูดอย่างนี้ จะเป็นคนที่มีอิทธิพลของเมืองอื่น หรืออาจจะเป็นต่างประเทศงั้นเหรอ?” เปปเปอร์สีหน้าแย่มาก
ผู้ช่วยเหมันตร์ดันๆแว่น “ใช่ครับ แต่เป็นอย่างนี้ ถ้าต้องสืบโดยละเอียดว่าเป็นใครก็ยากมาก”
อันที่จริงเมืองมากมายทั่วประเทศขนาดนั้น ไหนจะประเทศมากมายทั่วโลกอีก ใครจะรู้ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลของเมืองไหน ของประเทศไหนล่ะ?
ถ้าเป็นผู้มีอิทธิพลของเมืองเดอะซี พวกเขาก็สามารถสืบหาเรียงตัวได้โดยตรง
เปปเปอร์หรี่ตา “ส่งคนไปสืบที่อีธานด้านนั้นหน่อย”
“ประธานเปปเปอร์ คุณสงสัยว่าอีธานจะเป็นคนช่วยเหลือส้มเปรี้ยวเหรอครับ?”
“ปีนั้นอีธานช่วยส้มเปรี้ยวสะกดจิตฉัน ตอนนี้ก็อาจจะช่วยเหลือส้มเปรี้ยวอีกครั้งก็ได้”
ผู้ช่วยเหมันตร์พยักหน้า “ที่คุณพูดก็มีเหตุผล ได้ครับ เดี๋ยวผมจะส่งคนไป”
เปปเปอร์อืมออกมา “อีกอย่าง เรื่องที่เกี่ยวกับการตายของโอเว่น สืบไปถึงไหนแล้ว?”
ผู้ช่วยเหมันตร์ถอนหายใจ “ยังไม่คืบหน้าเท่าไหร่เลยครับ อันที่จริงก็เป็นเรื่องเมื่อหลายปีก่อนแล้ว รวมไปถึงพื้นที่ที่โอเว่นรถชนก็ไม่มีกล้องวงจรปิดอีก จึงหาตัวคนขับที่ก่อเรื่องไม่ได้ครับ”
เปปเปอร์เม้มปากแน่น “ฉันเข้าใจแล้ว สืบหาต่อไปนะ”
การตายของโอเว่น เขาต้องทำให้ชัดเจน
ถ้าโอเว่นตายจากอุบัติเหตุจริงๆ นั่นก็จะดีที่สุดอย่างแน่นอน
แต่ถ้าไม่ใช่ เขาต้องสืบหาความจริง เพื่อแก้แค้นให้โอเว่น
ไม่งั้นหัวใจดวงนี้ เขาคงใช้ด้วยความรู้สึกผิด
“ครับ ประธานเปปเปอร์” ผู้ช่วยเหมันตร์พยักหน้า
ในทันที เขาก็คิดถึงอะไรบางอย่าง พูดขึ้นอีกครั้ง: “แล้วก็ เกี่ยวกับตำแหน่งที่อยู่ขององอาจ ตอนนี้เกิดปัญหาขึ้นนิดหน่อยครับ”
“หมายความว่าไง?” เปปเปอร์ขมวดคิ้ว
สีหน้าของผู้ช่วยเหมันตร์ไม่ค่อยดี “เดิมทีที่พวกเราตามจากราเม็ง ก็ยืนยันได้สำเร็จแล้วว่าองอาจลักลอบออกนอกประเทศ ดังนั้นพวกเราจึงส่งคนตามไป วางแผนว่าจะแย่งตัวเขามาก่อนราเม็ง เพื่อจับองอาจเอาไว้ แต่เหมือนกับราเม็งรู้จุดประสงค์ของพวกเรา จึงยื่นมือมาช่วยปกปิดร่องรอยขององอาจ ดังนั้นตอนนี้ พวกเราจึงสูญเสียร่องรอยขององอาจไปแล้วครับ”
“เขาไม่อยากให้พวกเราเจอองอาจงั้นเหรอ” สีหน้าของเปปเปอร์เคร่งขรึมขึ้นมาทันที
ราเม็งเกลียดชังองอาจอย่างรุนแรง ดังนั้นคงไม่มีเหตุผลที่จะช่วยองอาจแน่ๆ
จากการกระทำนั้นของราเม็ง ที่เป็นไปได้ที่สุด ก็เพื่อขัดขวางเขา!
ผู้ช่วยเหมันตร์พยักหน้า “น่าจะใช่ครับ เป็นไปได้มากว่าราเม็งอยากจะจัดการองอาจด้วยตนเอง ไม่อยากให้พวกเราเข้าไปยุ่ง”
เปปเปอร์หัวเราะอย่างเย็นชา “พอดีเลย ฉันก็คิดอย่างนั้น ไป เสียเงินจ้างแฮกเกอร์แนวหน้าของโลกมาสักคน ฉันยังไม่เชื่อหรอก ว่าบนโลกนี้ ทักษะของราเม็งจะเจ๋งที่สุด!”
“เข้าใจแล้วครับ” ผู้ช่วยเหมันตร์พยักหน้าตอบรับ แล้วหมุนตัวเดินออกไป
มือขวาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเปปเปอร์ นิ้วมือกำลังเคาะโ ต๊ะเบาๆ ในแววตาเปล่งประกายแสงเย็นยะเยือกที่ทำให้คนหวาดกลัว
……
ตอนบ่าย
มายมิ้นท์จัดการงานในมือจนเสร็จ จึงเรียกผู้ช่วยเข้ามา “ส่งเอกสารพวกนี้ออกไปด้วย”
“ได้ค่ะประธานมายมิ้นท์” ผู้ช่วยพยักหน้า ก้าวเข้าไปหอบเอกสารบนโต๊ะทำงานของเธอขึ้นมากำลังจะออกไป
แต่จู่ๆมายมิ้นท์กลับเรียกเธอเอาไว้ “เดี๋ยวก่อน”
“ประธานมายมิ้นท์จะสั่งอะไรอีกไหมคะ?” ผู้ช่วยหยุดฝีเท้า
มายมิ้นท์ขยับๆข้อมือที่เมื่อยล้ามาทั้งช่วงบ่าย “ซินดี้ยังไม่กลับมาเหรอ?”
ผู้ช่วยส่ายหน้า “ยังเลยค่ะ”
มายมิ้นท์ขมวดคิ้วแน่น
นี่มันตั้งกี่ชั่วโมงแล้ว ทำไมเธอยังไม่กลับมาอีก?
ยิ่งไปกว่านั้นมือถือก็โทรไม่ติด……
“ไม่มีอะไรแล้ว เธอไปทำงานเถอะ” บนใบหน้าของมายมิ้นท์กลับมายิ้มแย้ม
ผู้ช่วยขานรับ แล้วก้าวเท้าเดินออกไปอีกครั้ง
ในตอนนี้ มือถือของมายมิ้นท์ก็ส่องแสงออกมา
เธอก้มหน้าดู เป็นข้อความที่เปปเปอร์ส่งมา: “ผมอยู่ข้างล่างบริษัทคุณ”
ข้างล่าง!
มายมิ้นท์กะพริบตาปริบๆ
เขามาจริงๆเหรอเนี่ย?
มายมิ้นท์รีบลุกขึ้น เดินมาที่ระเบียง
มาถึงใกล้ๆระเบียงแล้ว เธอจึงก้มหน้ามองลงไป
ผ่านท้องฟ้าที่สูงสิบกว่าเมตร เธอก็เห็นรถมายบัคแสนหรูหราของเปปเปอร์ จอดอยู่ที่ริมถนนฝั่งตรงข้ามประตูทางเข้าบริษัทเธอ
ไม่รู้ว่าทำไม เห็นรถคันนี้แล้ว ในใจของมายมิ้นท์กลับมีความรู้สึกที่เหมือนสามีมารับภรรยาหลังเลิกงาน ทะลักขึ้นมาทันที
คิดถึงตรงนี้ หน้าของมายมิ้นท์จึงแดงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ รีบส่ายหัว สะบัดความคิดแปลกๆนี้ออกไป แล้วตอบข้อความของเปปเปอร์: “ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้!”