เจ้าสาว ผู้แสนเลอค่า - บทที่ 1240 เพลโต แพนเดโมเนียม
เจ้าสาว ผู้แสนเลอค่า ผู้น่าสงสาร ของ ท่านเทรมอนต์ บทที่ 1240 เพลโต แพนเดโมเนียม
มาร์คนั่งลงแล้วรินเครื่องดื่มให้ตัวเอง “เอาล่ะ ไหนบอกมาซิ เกิดอะไรขึ้นระหว่างนายกับทิฟฟานี่ เธอถึงได้ปล่อยให้นายมาสถานที่แบบนี้คนเดียวได้?”
แจ็คสันทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วถอนหายใจ “ให้ตายเถอะ ท้ายที่สุดแล้ว ฉันพูดถูกเกี่ยวกับประโยชน์ของการอยู่เป็นโสด! เดี๋ยว ๆ ก่อนที่นายจะเรียกฉันว่าไอ้โง่ที่คิดแบบนั้น ฟังฉันก่อน ฉันเหนื่อยกับลูกที่บ้านแล้ว! จริง ๆ นะ เด็กคนนั้นไม่เคย! หยุด! ร้อง! ทั้งวัน ทั้งคืน เขาไม่สน เขาร้องจนไม่มีใครได้หลับได้นอน ฉันสาบานว่าฉันจะต้องเหนื่อยตายแน่ ๆ ถ้ายังขืนเป็นแบบนี้ต่อไป” เขาระบาย
“นายรู้ไหมว่าอะไรที่แย่กว่านั้น? ทิฟฟานี่อดทนอย่างมากกับเจ้าตัวแสบตัวน้อย แต่เธอเอาอารมณ์ร้าย ๆ ของเธอมาระบายใส่ฉันหมด! เธอหมดความอดทนกับลูกจนไม่เหลือให้ฉันเลย! ราวกับว่าฉันมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้น! เอาจริง ๆ นะ มาร์ค นายเคยรู้สึกหงุดหงิดขนาดนี้บ้างไหมตอนที่เพิ่งจะเริ่มเป็นพ่อคน?”
มาร์คคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบว่า “เอ่อ จริง ๆ แล้วฉันโอเคนะ ลูกชายฉันไม่ใช่เด็กประเภทอารมณ์ฉุนเฉียว ยิ่งโต ยิ่งดูแลง่าย จริง ๆ แล้ว ฉันไม่มีคำแนะนำอะไรที่ดีไปกว่าการบอกให้นายอดทนอีกหน่อย พอผ่านไปได้สองสามเดือนลูกนายก็ควรจะดีขึ้น” เขาหยุดชั่วครู่ก่อนที่จะพูดต่อ “อืม… เป็นเรื่องธรรมดาที่นายจะรู้สึกแย่ขนาดนี้ นายเคยชินกับการมีอิสระ… อิสระที่นายสละให้ทิฟฟานี่ นายคิดว่านายจะได้ใช้ชีวิตกันสองคน… แต่ทันใดนั้น เด็กคนนี้ก็ปรากฏตัวขึ้น เป็นเรื่องปกติที่นายจะยังไม่ชินกับมัน ทุกอย่างสมเหตุสมผลมาก นี่ ถ้านายรับมันไม่ไหวแล้ว ทำไมไม่ขอให้แม่ของนายมาดูแลเพลโตล่ะ? ฉันว่าเธอจะต้องดีใจมากที่ได้รับโอกาสนี้”
แจ็คสันดูหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด “นายคิดว่าฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นจริง ๆ เหรอ? เรื่องมันเป็นแบบนี้ บ้านของฉันเคยเป็นที่สำหรับฉันและทิฟฟานี่เท่านั้น ตอนนี้ นอกจากอันธพาลตัวน้อยแล้ว แม่ของฉันก็อยู่กับเราด้วย! บ้าจริง ฉันไม่เคยอยู่ในครอบครัวที่มีสี่คนมาก่อนเลย และมันทำให้ฉันแทบจะเป็นบ้าจริง ๆ นะ ฉันกลับมาบ้านและอดไม่ได้ที่จะคิดทุกวันว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันบ้าไปแล้ว” เขาคร่ำครวญ
“นายรู้ไหม? ฉันพยายามแนะนำให้แม่เอาตัวอันธพาลตัวเล็ก ๆ ไปเลี้ยงแล้วค่อยพากลับมาให้ทิฟฟานี่ แต่ทุกครั้งที่ฉันพูดถึงเรื่องนี้ ทิฟฟานี่คนเดียวก็สามารถทำให้ฉันหูหนวกได้ด้วยการตะโกน เธอต่อต้านความคิดนั้นอย่างรุนแรง เธอต้องการให้ลูกอยู่ใกล้เธอตลอดเวลา! ฉันกำลังจะเป็นบ้าจริง ๆ แล้วนะ ฉันหนีมาที่นี่ได้ก็เพราะฉันโกหกว่าต้องทำงานล่วงเวลา”
การเฝ้าดูแจ็คสันกระดกเครื่องดื่มภายในรวดเดียวติดต่อกันทำให้มาร์คเลิกคิ้ว “นี่ นายกำลังหาเรื่องใส่ตัวนะถ้ากลับบ้านไปพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ นายโกหกเรื่องการทำงานล่วงเวลา แต่นายคงไม่ได้บอกว่านาย… ต้องไปพบปะลูกค้า ถูกไหม? คำโกหกนั้นจะไม่ได้การแน่นอน นายต้องการปลดปล่อยชั่วคราวขนาดที่จะไม่สนใจแล้วเหรอ? หรือเมื่อเช้านี้นายโขกหัวตัวเองมาก็เลยโง่ขึ้นน่ะ?”
แจ็คสันมองมาร์คอย่างอ้อนวอน “แล้วถ้าคืนนี้นายให้ฉันนอนที่บ้านนายล่ะ? มันจะดีมากเลยนะ ความเงียบสงบที่หอมหวานแม้เพียงคืนเดียว! หรือฉันจะบอกเธอก็ได้ว่านายคือคนที่ยืนกรานที่จะดื่มกับฉัน เลือกข้อใดข้อหนึ่งเลยครับพี่ชาย นายมีแค่สองทางเลือก”
มาร์คหัวเราะเยาะ “หึ ฉันไม่ใช่แพะรับบาปของนายนะเพื่อน ฉันว่านายควรจะปรึกษาปัญหาของนายกับทิฟฟานี่นะ เพราะการทำแบบนี้จะทำให้เป็นปัญหาในอนาคตเปล่า ๆ นายน่าจะรู้ว่าชีวิตของนายจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่ที่นายตัดสินใจที่จะแต่งงานกับเธอแล้ว นายควรเตรียมใจสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น ใช่แล้ว เอาจริง ๆ นี่เป็นความผิดของนายเอง” เขาแสดงความคิดเห็นก่อนที่จะเสริมว่า “นี่นายได้ยินอะไรจากฝั่งของอเลฮานโดรบ้างหรือเปล่า?”
“ไม่เลย” แจ็คสันส่ายหัว “แต่เขาว่ากันว่าตาเฒ่ายังเป็นคนดูแลธุรกิจของตระกูลสมิธอยู่ เขากลับมาบริหารตั้งแต่ที่อเลฮานโดรประสบอุบัติเหตุ แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้คืนอำนาจให้อเลฮานโดร เขาน่าจะใช้เรื่องนี้เพื่อคุมอเลฮานโดรให้อยู่หมัด ยิ่งกว่านั้น ร่างกายของอเลฮานโดรยังไม่หายดีด้วย ยังไงฉันไม่คิดว่าไอ้เลวนั้นจะสร้างปัญหาในเร็ว ๆ นี้หรอก”
จากนั้นแจ็คสันก็พูดต่อว่า “ยิ่งกว่านั้น ภรรยาเขา เมลานี ลาร์คก็ท้องอยู่ไม่ใช่เหรอ? บางทีดอนอาจจะคืนอำนาจให้อเลฮานโดรก็ต่อเมื่อเด็กเกิดแล้ว ถึงตอนนั้นอเลฮานโดรก็จะหายดีพอดี ซึ่งหมายความว่าตาแก่จะไม่สามารถควบคุมอเลฮานโดรได้อีกต่อไป แต่ ดีแล้วที่ทิฟฟานี่อยู่แต่ที่บ้านอย่างเต็มใจและเลี้ยงลูกอย่างมีความสุขโดยไม่ได้พูดถึงเรื่องกลับไปทำงานเลย การที่ทิฟฟานี่อยู่แต่ที่บ้านกับลูกและแม่ฉันหมายความว่า เธอก็จะมีโอกาสติดต่ออเลฮานโดรน้อยลง ถูกไหม? มันค่อนข้างจะทำให้ฉันสบายใจนะ ยังไงเราก็ทำได้เพียงพยายามที่จะปกปิดเรื่องนั้นวันต่อวันอยู่แล้ว แล้วเราจะทำอะไรได้อีกล่ะ?”
ทันใดนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งในชุดกระต่ายเซ็กซี่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเครื่องดื่มขวดใหม่และพูดด้วยน้ำเสียงที่เซ็กซี่ว่า “เครื่องดื่มมาแล้วค่ะ”
แจ็คสันมองหญิงสาวและยิ้มมุมปากเมื่อเห็นรูปร่างที่โค้งเว้าของเธอตามนิสัยเก่าของเขา
ทว่า มาร์คกลับขมวดคิ้วก่อนที่จะพูดว่า “เธอนี่ทำงานแปลก ๆ หลังจากที่เลิกงานแล้วจริง ๆ นะเจนิซ เบลล์”
หญิงสาวในชุดบันนี่ชะงักเล็กน้อย “คะ-คุณเทรมอนต์?” เธอสวมหน้ากากซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดของเธอ ทว่า มันปิดแค่ดวงตาของเธอ แต่เธอก็ยังไม่ควรถูกเปิดโปงได้ง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบวกกับแสงไฟที่สลัวของสถานที่ หลังจากที่มาร์คจำเธอได้ เธอก็ทำได้เพียงก้มหน้าลงและแสร้งทำเป็นยุ่งกับขวดไวน์ราคาแพงบนถาดด้วยความอับอาย
แจ็คสันรู้สึกว่าชื่อนี้ฟังดูคุ้น ๆ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะนึกขึ้นได้และอุทานว่า “อ๋อ เธอคือผู้หญิงที่เราไปเจอในงานปาร์ตี้ครั้งสุดท้ายใช่ไหม? ฉันจ้างเธอมาเป็นคู่ของฉันในคืนนั้น เธอทำงานในบริษัทของมาร์คไม่ใช่เหรอ? ว้าว เธอยังทำงานหนักแม้กระทั่งหลังเลิกงาน ไหน ๆ เธอก็ถือว่าเป็นคนรู้จัก มานั่งก่อนสิ ดื่มกับเราก่อนแล้วค่อยไปทำงานต่อก็ได้”