ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 682-2 มีเงินจะทำอะไรก็ได้ (2)
ฟางผิงหลุดขำ “พวกนายสามคน… พูดตามตรงร่วมมือกันสกัดขั้นแปดได้หนึ่งคนก็ไม่เลวแล้ว!”
“ไร้สาระ! ประเมินฉันต่ำไป!”
หลี่หานซงแคนเสียงในลำคอ “อีกไม่นานฉันก็จะเปลี่ยนรูปร่างสะพานฟ้าดินได้แล้ว หากหาตำแหน่งแกนสมองเจอก็จะถึงขั้นเจ็ดตอนกลางอย่างรวดเร็ว
เหล่าเหยาเจ้าหมอนั้นอาจจะใกล้ถึงขั้นเจ็ดตอนปลายแล้วก็ได้!
ถึงระดับนี้แล้วพวกเราสามคนร่วมมือกันสกัดขั้นเก้าไว้พักหนึ่ง… ไม่สิยังต้องให้นายร่วมด้วย พวกเราสี่คนสกัดขั้นเก้าหนึ่งคนไม่ใช่ปัญหาใหญ่”
เวลานี้ฉินเฟิงชิงที่นั่งเอ้อระเหยลอยชายอยู่บนยอดหอคอยก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ของเหลวพลังงานถือว่าให้ฉัน ฉันจะไปเหมือนกัน!”
“ไสหัวไป!”
“อย่าสิ แค่ของเหลวพลังงานนิดเดียวเอง? ฉันไปแล้วช่วยนายจัดการพวกที่คิดวางแผนกับนาย คุ้มค่าจะตายไป”
“ขั้นหกอย่างนายไร้ประโยชน์ชัดๆ ไสหัวไปไกลๆ เลย!”
“ดูถูกฉัน?”
ฉินเฟิงชิงใบหน้าดำคล้ำ “นายเผาฉัน เผาเสร็จฉันก็ขั้นเจ็ดแล้ว ขั้นเจ็ดยังไร้ประโยชน์?”
“หัวเหล็กไม่ใช่ขั้นเจ็ดหรือไง?”
“เขาแข็งแกร่งกว่านาย”
“ไร้สาระ!”
ฉินเฟิงชิงกัดฟันว่า “เขาแข็งแกร่งกว่าฉัน? รอดูตอนฉันถึงขั้นเจ็ดก่อนสิ!
ฟางผิงนายจะทำเรื่องโง่ๆ ไม่มีใครจะเหมาะสมไปกว่าฉันแล้ว? ฉันไม่ช่วยนายประจบคนพวกนี้จะประจบได้หรือไง? ฉันไปแล้วถึงจะสมจริงกว่า!
ช่างเถอะ ของเหลวพลังงานนับว่าฉันยืมนายละกัน แต่ว่า… มีบางเรื่องที่นายต้องช่วยฉัน”
“อะไร?”
ฉินเฟิงชิงเอ่ยอึกอักว่า “ผู้เฒ่าหลิวเพิ่งมาหาฉัน ฉันติดหนี้มหาวิทยาลัยทั้งหมดเจ็ดพันล้าน รวมกับดอกเบี้ยเจ็ดพันห้าร้อยล้าน ยังมีค่าธรรมเนียมจ่ายล่าช้าอะไรอีกแปดพันล้านแล้ว!
กำหนดให้ฉันคืนเงินภายในสิบวัน ถ้าไม่คืนต้องเอาอาวุธวิเศษไปใช้หนี้ แต่ฉันมีอาวุธวิเศษแค่อันเดียว เอาออกไปแล้วฉันจะใช้อะไรล่ะ!
แต่ผู้เฒ่าหลิวบอกว่าไม่ใชหนี้เขาจะสั่งสอนฉันเป็นตัวอย่าง จับแก้ผ้ามัดอยู่หน้าประตูมหาวิทยาลัยเชือดไก่ให้ลิงดู…
ฟางผิงเรื่องนี้นายต้องช่วยฉันแก้ไข แปดพันล้านไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ให้ฉันยืมไม่กี่วัน…
ครั้งก่อนไปถ้ำใต้ดินต้องห้ามเพิ่งยืมไปแค่สิบวันเท่านั้น เก็บดอกเบี้ยฉันหนึ่งพันล้าน ปล้นกันชัดๆ!”
เวลานี้ไกลออกไปนั้นมีคนเอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า
“ครั้งก่อนไปถ้ำใต้ดินต้องห้าม เธอให้จางอวี่ยืมไปหกพันห้าร้อยล้าน ห้าร้อยล้านที่เหลือยืมไปกว่าครึ่งปีแล้ว
คนในบัญชีดำอย่างเธอไม่สมควรให้ยืมตั้งแต่แรก เก็บดอกเบี้ยบางส่วนไม่เหมาะสมหรือไง?”
ฉินเฟิงชิงเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ “ผู้เฒ่าหลิว อย่าตามมาทวงหนี้กับผมได้หรือเปล่า!
คุณยังเป็นอธิการกิตติมศักดิ์อยู่นะครับ ไม่งั้นก็เปลี่ยนตำแหน่งให้จบๆ ไป หัวหน้าเร่งรัดหนี้สิน…”
“แปดพันห้าร้อยล้าน!”
ฉินเฟิงชิงเอ่ยอึกอัก “คุณเผด็จการเกินไปแล้ว!”
“เก้าพันล้าน!”
“ได้ๆ ๆ ผมไม่พูดแล้ว คุณจะเพิ่มให้ถึงหนึ่งหมื่นล้านใช่ไหม จากนั้นก็ริบอาวุธวิเศษผมไปนับว่าหายกันใช่หรือเปล่า?”
“เก้าพันห้าร้อยล้าน!”
ฉินเฟิงชิงแทบจะอกแตกตายแล้ว มองไปทางฟางผิงเอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า
“เห็นแล้วสินะ? ตอนนี้ฉันไม่ทำการใหญ่ ตาเฒ่านี้ต้องเอาอาวุธวิเศษฉันไปแน่
ฉันถึงขั้นเจ็ดแล้วเสี่ยงชีวิตทำการใหญ่ เงินหมื่นล้านหาได้ง่ายๆ อยู่แล้ว?
ช่วยฉันคืนหนี้หน่อยเถอะ วางใจได้ฉันไปแล้วรับประกันความคุ้มค่า”
ฟางผิงแค่นหัวเราะ “หมื่นล้าน นายคุ้มค่ากับหมื่นล้านหรือไง?”
“ไร้สาระต้องคุ้มค่าอยู่แล้ว!”
ฉินเฟิงชิงเอ่ยอย่างมั่นใจ “ฉันถึงขั้นเจ็ดแล้ว สามารถมองฉันเป็นขั้นแปดได้ จ้างขั้นแปดคนหนึ่งให้เสี่ยงชีวิตจะไม่ถึงมูลค่าหมื่นล้านหรือไง?
ครั้งก่อนนายเรียกตาเฒ่าเฉินไป ยังให้อาวุธวิเศษโบราณกับเขาชิ้นหนึ่ง รวมกับหนี้น้ำแร่ชีวิตด้วยมูลค่านับแสนล้านด้วยซ้ำ
ถึงฉันจะด้อยกว่าเขาเล็กน้อย หมื่นล้านคงไม่มีสินะ?
สิบวันเท่านั้น ตอนนี้ฉันจะไปหาเงินหมื่นล้านได้จากที่ไหน นายน่ะให้ฉันยืมอีกสักหมื่นล้าน ไม่ก็พาฉันไปทำการใหญ่ด้วย ไม่งั้นฉันคงคืนหนี้ไม่ไหว
หากฉันถูกจับแก้ผ้ามัดอยู่หน้าประตูมหาวิทยาลัยจริงๆ ฉันจะไม่ขายหน้าคนอื่น ขายหน้ามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้หรือไง ยอดฝีมือปรมาจารย์คนหนึ่งถูกมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ทำอย่างโหดร้ายเช่นนี้ ขายหน้าจะตาย”
ระหว่างที่พูด หลิวพั่วหลูก็ทะยานเข้ามาแล้ว กระโดดลงมาว่า
“ไม่ทันฟังเรื่องทั้งหมด พวกเธอจะลงถ้ำใต้ดินอีกแล้ว?”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่เรื่องนี้ ผู้เฒ่าหลิว คุณทวงหนี้ต่อได้เลย ไม่ใช่แค่มหาวิทยาลัย ปรมาจารย์โลกข้างนอกก็ช่วยผมเก็บที”
“มีปัญหาอย่างนั้นเหรอ?” หลิวพั่วหลูไม่ได้สนใจ เขามองไปทางหลี่ฉางเซิงแวบหนึ่ง “ปัญหาใหญ่หรือเปล่า?”
ตาเฒ่าหลี่ไม่สนใจ ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ใหญ่พอตัว นายมาแล้วก็นับเป็นหนึ่งคนละกัน คิดซะว่าใช้แทนหนี้ ไม่งั้นนายจะคืนไม่ไหวแล้ว ติดเยอะขนาดนี้ นายลงถ้ำใต้ดินกี่ครั้งถึงจะหาได้?
จัดการขั้นเก้าไม่กี่คน ไม่จำเป็นต้องให้ถึงตาย สกัดไว้สิบนาที… อาจจะมากกว่านั้นหน่อย หนี้ก้อนนี้ก็เป็นอันจบกัน!”
“ได้!”
ฟางผิงยิ้มอย่างขมขื่น “ผู้เฒ่าหลิว คุณอย่ารวมวงดีกว่า”
หลิวพั่วหลูเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “คืนหนี้”
ตาเฒ่าหลี่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอกไอ้หนู จะเกรงใจทำไม!
เวลานี้คนกันเองไม่ช่วยเธอ นายคาดหวังให้คนนอกขายชีวิตช่วยเธอหรือไง?
ผู้เฒ่าหลิวอยู่ขั้นแปดแล้วเหมือนกัน ไม่ได้ตายง่ายขนาดนั้น! ให้สสารไม่แตกดับนิดหน่อย ยังคงรักษาชีวิตได้
อีกอย่างเธอทะลวงด่าน ไม่มีคนของมหาวิทยาลัยไป จะพึ่งคนนอกทั้งหมดหรือไง?
นับผู้เฒ่าหลิวเป็นหนึ่ง ขั้นแปดไปหลายคนไม่มีปัญหาเท่าไหร่ ขั้นแปดสามคน ขั้นเจ็ดสิบกว่าคน ความสามารถแบบนี้พวกเขาน่าจะไม่ยอมแพ้
ผู้เฒ่าหลิวนับเป็นหนึ่งในนั้น ส่วนฉันน่าจะไปไม่ได้ เฉินเย่าถิงละกัน! ไม่ต้องทำเป็นเกรงใจตาเฒ่านั้น ขั้นแปดหลอมร่างทองสามขั้นแล้ว มีอาวุธวิเศษในมือพลังต่อสู้แข็งแกร่ง ขั้นแปดอีกคน…”
หลิวพั่วหลูเอ่ยว่า “ขั้นเก้าไม่ได้หรือไง?”
“น่าจะได้ไม่ได้ ไม่งั้นจะล่อออกมายาก” ตาเฒ่าหลี่ครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยว่า
“ขั้นเจ็ดขั้นแปดไปได้ ขั้นเก้าจนสะดุดตาคนเกินไป ทั้งอาจไม่มีโอกาสเสมอไป!
เพื่อจัดการกับฟางผิง ถ้ำใต้ดินอาจจะก่อเรื่องในวันนั้น! ขั้นเก้าน่าจะไปไม่ได้!
แน่นอนว่าเชิญยังต้องเชิญ จะมาหรือไม่มานั้นเป็นปัจจัยที่เหนือความคาดหมาย จากนิสัยของฟางผิงไม่เชิญถึงจะแปลก!
นอกจากเชิญขั้นเก้า ขั้นสุดยอดทั้งหมดก็ต้องเชิญเหมือนกัน… นี่ถึงจะเหมาะสมกับฐานะขั้นแปดของเธอ…”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แค่ทะลวงด่านไม่ได้จัดงานเลี้ยงเลื่อนขั้น ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตขนาดนั้น”
หลิวพั่วหลูไม่สนใจเขา เอ่ยว่า “งั้นก็เชิญหนานอวิ๋นผิงมาเถอะ เธออยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ทั้งอยู่ใกล้ๆ กับพื้นที่ทะเล เธอมาจะเหมาะสมที่สุด
หนานอวิ๋นผิงและมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ฉันจะไปพูดเรื่องนี้…”
หลี่ฉางเซิงพยักหน้าว่า “นี่กลับทำได้ นายและหนานอวิ๋นผิงร่วมมือกัน น่าจะสามารถสกัดขั้นเก้าคนหนึ่งได้
แน่นอนว่ามีอันตรายไม่น้อยเหมือนกัน รวมกับเฉินเย่าถิงสามคนน่าจะเพียงพอ
ถึงเวลานั้นพวกนายสามคนต้องสกัดขั้นเก้าคนหนึ่งให้อยู่
ฟางผิงเธอและพวกหลี่หานซงมั่นใจว่าจะสกัดขั้นเก้าคนหนึ่งได้?
รวมฉินเฟิงชิงด้วยละกัน เจ้าหมอนี้ติดหนี้เยอะเกินไป คิดซะว่าเป็นการคืนหนี้เถอะ หากตายจริงๆ งั้นก็นับว่าเขาดวงซวย คนตายหนี้หาย ที่เหลืออยู่ก็ไม่ต้องคืนแล้ว”
ด้านข้างนั้นฉินเฟิงชิงเบ้ปากว่า “ผมตายได้หรือไง? ไม่ถึงขั้นจักรพรรดินั้นคงไม่ตายแน่นอน
ผมรอดตายมาตั้งหลายครั้งแล้วจะมาตายครั้งนี้ได้ยังไง…”
“คนอย่างเธอเดิมพันกับชีวิตจนคุ้นชินแล้ว แพ้หนึ่งครั้งสิ้นเนื้อประดาตัวตายไปก็เป็นเรื่องปกติ”
ตาเฒ่าหลี่ตอบกลับหนึ่งประโยค เอ่ยต่อว่า
“ถ้าแบบนี้ก็สามารถสกัดขั้นเก้าสองคนได้แล้ว ฟางผิงคนพวกนี้ล้วนเป็นคนอยู่ในที่แจ้งทั้งหมด
เธอเก็บงำกลิ่นอายได้ไม่ใช่หรือไง? สามารถพาไปได้เท่าไหร่? ซ่อนในห้องสีทองของเธอ?
เธอชอบเล่นใหญ่ไม่ใช่หรือไง? วันนั้นเธอแบกห้องสีทองลอยไปสิ แบบนี้ถึงจะเหมาะสมกว่า ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าเธอจะซ่อนคนไว้ในห้องสีทอง…”
“มากสุดหกคน! ผมต้องทะลวงถึงขั้นแปดก่อน ปลอมเป็นขั้นเจ็ดพาไปอีกหกคน
แต่ผมยังสามารถปกปิดกลิ่นอายอีกห้าคนได้ แกล้งเป็นคนอ่อนแอ ขอแค่ไม่ถูกคนจำได้ตามไปพร้อมพวกหัวเหล็ก ปัญหาไม่ใหญ่เท่าไหร่”
“สิบเอ็ดคน… ฝีมือน่าจะพอๆ กับคุณแล้ว?”
“อืม”