ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 707-3 นอนไม่หลับ (3)
หลี่เจินตกตะลึงไปแล้ว! ผ่านไปสักพักก็เอ่ยว่า
“นายหมายถึง… ให้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มาบ่มเพาะคนพวกนี้…”
“ไม่ใช่ ฟางผิงต่างหาก!”
“เขาจะยอม?”
“เหลวไหล! เขาขอร้องเอง ฉันไม่ได้บังคับ เขาอยากเห็นมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้แข็งแกร่งไร้เทียมทานไม่ใช่หรือไง? อยากจะเทียบเคียงกับสามหน่วยสี่กอง? นี่จะเป็นไรไป เขาอยากจะทำงั้นก็บ่มเพาะเอง!”
“เขาจะไปหาทรัพยากรจำนวนมากจากไหนมาบ่มเพาะคนพวกนี้…”
“คนคิดต้องมีวิธีอยู่แล้ว” จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเด็กนี้ยังคิดจะแย่งตำแหน่งฉันอยู่เลย! ได้ ฉันจะให้เขาทํา! หลังจากนี้หน่วยอู่อันฉันก็จะโยนให้เขา เขาต้องการอำนาจไม่ใช่หรือไง? อยากมีหน้ามีตา? ฉันจะดูสิว่าผู้ฝึกยุทธ์เกือบสี่หมื่นของหน่วยอู่อันเขาจะบ่มเพาะยังไง!”
จู่ ๆ หลี่เจินก็เห็นใจฟางผิงอยู่บ้าง อดเอ่ยไม่ได้
“แกล้งเขาขนาดนี้ไม่ค่อยเหมาะสมหรือเปล่า?”
“ดูพูดเข้า ฉันบังคับเขาหรือไง?” จางเทาหัวเราะว่า “เขาขอร้องเองไม่ใช่หรือไง? ครั้งก่อนยังจะดึงตัวคนไปอีก ได้ หลังจากนี้ฉันจะปล่อยให้เขาดึงไป ให้คนพากองกำลังไปเข้าร่วมกับเขาซะ เขาคงพอใจแล้วสินะ? คิดจริงๆ หรือว่าตำแหน่งหัวหน้านั้นสบายง่ายขนาดนั้นที่ไหนกัน บ่มเพาะคนพวกนี้ไม่รอด เขาคงไม่มีหน้าไปเจอใคร ฉันจะดูว่าหลังจากนี้เขายังกล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้อีกหรือเปล่า”
หลี่เจินเงียบไปสามวินาที เอ่ยว่า
“หากทำได้จริงๆ จะทำยังไง?”
“ไร้สาระ! ก็มอบให้เขาไปสิ ฉันยินดีที่จะอยู่สบาย ๆ ด้วยซ้ำ”
หลี่เจินเงียบไปอีกครั้ง
“เขากำลังเข้าด่านอยู่จริงๆ หรือเปล่า?”
“หืม?”
“นายอย่ามาปิดบังฉัน ออกไปกอบโกยผลประโยชน์แล้วใช่ไหม? ไม่อย่างนั้นสีหน้าที่เดี๋ยวก็จะคว้าผลประโยชน์ได้ของนายนี่มันหมายความว่ายังไงกัน?”
จางเทาปั้นหน้าจริงจังขึ้นมา
“เหลวไหล ชัดเจนขนาดนั้นที่ไหนกัน? ฉันกำลังปวดหัวอยู่! อะไรคือรู้สึกว่ากำลังจะคว้าผลประโยชน์ได้?”
“ครั้งนี้ไปที่ไหน?” หลี่เจินถามอีกครั้ง! หลังจากนั้นก็เผยหน้าตึงเครียด “หรือไปถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้? สงครามใหญ่ครั้งนี้เขาเป็นคนบงการ?” ครุ่นคิดแล้วจู่ๆ ก็เอ่ยว่า “ไม่ถูก หากเขาบงการจริงๆ ทำไมถึงมีความเคลื่อนไหวแค่นี้? ผลประโยชน์ก็แทบคว้าอะไรไม่ได้ หรือ… ไปต่างประเทศแล้ว? หรือไปถ้ำใต้ดินเทียนหนาน? วางแผนจะไปพื้นที่ระหว่างเขตแดน? ฉันต้องให้คนจับตามองสักหน่อย…”
จางเทากระแอมไอเบา ๆ เอ่ยปฏิเสธว่า
“จะเป็นไปได้ยังไง เขาไม่ได้ไปพื้นที่ระหว่างเขตแดน ไม่ได้ไปเขตแดนข้างนอกด้วย เขตแดนข้างนอกกำลังไล่จับกุมเขาอยู่ เขาจะกล้าโผล่หน้าออกมาหรือไง? วางใจเถอะ ยังกำลังเข้าด่าน”
หลี่เจินรู้สึกว่าคำพูดนี้มีความนัยอยู่บ้าง ช่วงเวลาสั้น ๆ จึงไม่ได้คิดมาก ครุ่นคิดอยู่ในใจว่าจะไปดูที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ดีหรือเปล่า? เจ้าเด็กนั่นไม่ใช่คนที่ต่อกรได้ง่าย! ฝีมือไม่เท่าไหร่ ความสามารถในการก่อเรื่องกลับไม่ได้ธรรมดา ช่วงนี้ประเทศจีนมีสงครามไม่น้อย แม้จะไม่ได้สูญเสียอย่างหนัก แต่เกิดสงครามบ่อย ๆ ไม่ใช่เรื่องดีจริงๆ
ไม่นานจางเทาก็เบี่ยงประเด็นว่า
“ถ้าฝึกทหาร ถ้ำใต้ดินต้องห้ามค่อนข้างเหมาะสมกว่า เกณฑ์ทหารในเมื่อทุกคนรู้ถึงอันตรายของถ้ำใต้ดินก็ยังต้องสมัคร งั้นก็เป็นความจงรักภักดีต่อประเทศชาติแล้ว! ในเมื่อไม่ยินยอมจะนั่งรอคอยความตาย ไม่ยินยอมให้มนุษยชาติล่มสลาย งั้นก็มอบโอกาสให้พวกเขา ครั้งนี้รับทหารหนึ่งล้านคน! เพิ่งสองวันยังสมัครเยอะขนาดนี้ หนึ่งล้านไม่นับว่ามาก หลายปีมานี้พวกเราสำรองทรัพยากรไว้จำนวนหนึ่งเหมือนกัน มาถึงขั้นนี้แล้วไม่จำเป็นต้องเหลือไว้ อย่างไร้ประโยชน์ บริษัทยาบำรุงก็เก็บสำรองไว้ไม่น้อย เปิดออกมาให้ใช้ซะ! ยาบำรุงพื้นฐานปรับลดราคาต่อ! คนที่เข้าร่วมกองทัพล้วนไม่ต้องเสียเงิน! อย่างน้อยก็ต้องบ่มเพาะคนพวกนี้ให้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ส่วนหลังจากนี้… ก็ให้พวกเขาพึ่งตัวเองแล้วกัน ปีนี้มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ขยายจำนวนรับสมัครหลายแสนคน หน่วยทหารรับหนึ่งล้านคน กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดแล้ว ประเทศจีนก็จะมีผู้ฝึกยุทธ์เยอะถึงสี่ล้านคน! นี่คือยุคสิ้นสุด ทั้งเป็นยุคที่รุ่งเรืองด้วยเช่นกัน! ยุครุ่งเรืองของเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์!”
จางเทาเอ่ยด้วยน้ำเสียงซับซ้อน! ผู้ฝึกยุทธ์สี่ล้านคน! หากเป็นเมื่อก่อน นี่เป็นเรื่องที่แทบไม่กล้าจะจินตนาการ ร้อยปีก่อนผู้ฝึกยุทธ์ของประเทศจีนมีไม่ถึงหมื่นคนเท่านั้น เวลาร้อยปีเต็ม ๆ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นถึงสี่ร้อยเท่า!
หลี่เจินสะท้อนใจอยู่บ้างเช่นกัน นี่เป็นยุคที่รุ่งเรืองจริงๆ ยุคสมัยที่มีผู้ฝึกยุทธ์เยอะที่สุดในรอบพันปี ยุคสมัยที่รุ่งโรจน์ที่สุดและโชติช่วงที่สุด! ทั้งเป็นยุคสมัยที่มียอดฝีมือมากที่สุดในรอบพันปีเช่นกัน! ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วโลกไม่นานก็จะสามารถแตะถึงสิบล้านคนแล้ว!
พูดมาถึงตรงนี้ จางเทาก็เอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องของโลกสำนัก! ก่อนหน้านี้โลกสำนักรวมตัวอยู่ที่แถบจงโจวเป็นหลัก ควบคุมถ้ำใต้ดินจงโจว! ครั้งนี้จาวซิ่งอู่… ไม่มีจาวซิ่งอู่นั่งรักษาการณ์แล้ว ฝีมือของโลกสำนักเสียหายอย่างมาก! ขงหลิงหยวนนั่งรักษาการณ์ในจงโจวไม่ใช่แผนในระยะยาว ฉันวางแผนจะบอกตาเฒ่าพวกนั้น โลกสำนักอย่างน้อยต้องนั่งรักษาการณ์ถ้ำใต้ดินแห่งหนึ่ง ไม่อย่างนั้นหลังจากนี้ทรัพยากรทั้งหมดจะไม่จัดสรรให้กับโลกสำนักอีก! พวกเขาจะร่วมมือกันก็ดี จะจ้างก็ช่าง สรุปแล้วต้องนั่งรักษาการณ์ในถ้ำใต้ดินให้ฉันสักหนึ่งแห่ง! อีกอย่าง ผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ของเมืองเจินซิงพวกนั้น ครั้งก่อนไม่ได้ออกมา ครั้งนี้ต้องออกมาแล้ว! ฉันจะแจ้งเมืองเจินซิง คนพวกนี้ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ของโลกสำนัก แม้โลกสำนักจะเสื่อมถอยแล้ว แต่พวกเขาไม่อยากเห็นสำนักล่มสลายอย่างราบคาบ งั้นก็ออกมาจากเขาซะ! เมืองเจินซิงมีทรัพยากร แต่ฉันปรึกษากับแต่ละตระกูลแล้ว หลังจากนี้ตระกูลพวกนี้ถอนตัวออกจากแผนนี้แล้วจะไม่จัดสรรทรัพยากรให้อีก หากตระกูลพวกนี้ยังอยากจะได้รับจัดสรรทรัพยากร ฉันไม่คัดค้านอะไร บ่มเพาะต่อไปก็พอแล้ว! บ่มเพาะไหวหรือเปล่านั้นต้องดูที่พวกเขา! สุดท้ายยังคงเป็นประโยคก่อนหน้านี้ ต้องการเคล็ดวิชาหรือเปล่า ถ้าต้องการงั้นก็ให้คนไปนั่งรักษาการณ์ในถ้ำใต้ดิน ถ้าไม่ต้องการงั้นก็เข่นฆ่าในแดนรบราชาต่อไป! หลี่เจิน ฉันเตือนนายไว้ก่อน ถ้านายกล้าเผยแพร่เคล็ดวิชาอย่างส่งเดช ฉันจะไม่เกรงใจนายแล้ว!”
พูดถึงตรงนี้ จางเทาก็เอ่ยอย่างอัดอั้นว่า
“เมืองเจินซิงไม่มีเคล็ดวิชาที่ฝึกแกนสมองจริงๆ? ราชาสยบฟ้าก็ไม่มีอย่างนั้นเหรอ? ถ้าไม่มี เวลานั้นตกลงคนพวกนี้ฝึกวิชาถึงขั้นสุดยอดยังไงกัน?”
หลี่เจินเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า
“ผู้อาวุโสบอกว่าไม่มี งั้นก็น่าจะไม่มี หากไม่เป็นแบบนั้นเขาคงไม่ถึงกับปิดบังเรื่องพวกนี้หรอก”
“งั้นนายว่าพวกเขาฝึกวิชาถึงขั้นสุดยอดกันยังไง? ทั้งยังอยู่ในยุคสมัยเดียวกัน!”
หลี่เจินเงียบไปพักหนึ่ง เอ่ยเนิบช้าว่า
“บางที… พวกเขาก็อาจจะเป็นขั้นสุดยอดอยู่แล้ว”
จางเทาม่านตาหดเกร็งเล็กน้อย
“นายหมายความว่า…”
“เกิดใหม่! การเกิดใหม่ของอีกความหมายหนึ่ง!” พลังจิตใจของหลี่เจินผันผวนขึ้นมา เอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “ไม่ได้เป็นประเภทที่ตายแต่หลับใหล! หรือไม่ก็หยดเลือดคืนชีพอีกครั้ง สูญเสียความทรงจำทั้งหมด ถูกคนทำให้เกิดใหม่อีกครั้งทำนองนั้น! พวกผู้อาวุโสอาจจะไม่รู้เสมอไปว่าพวกเขาเป็นขั้นสุดยอดกันได้ยังไง! ไม่อย่างนั้นหลายร้อยปีนี้พวกผู้อาวุโสคงไม่ถึงขั้นก้าวหน้าได้ช้าขนาดนี้หรอก อันที่จริงพวกผู้อาวุโสไม่ได้นับว่าฝีมือแข็งแกร่งจนเกินไป เพราะพวกเขาอาจจะขาดแคลนประสบการณ์ในอดีตบางอย่าง ตัวเองเข้าสู่ขั้นสุดยอดได้ยังไงไม่ได้ชัดเจนมากนัก หนานอวิ๋นเยวี่ยเพิ่งทะลวงด่าน ผู้อาวุโสเฉินและผู้อาวุโสเสิ่นเกรงว่าอาจไม่ได้แข็งแกร่งเท่าเธอจริงๆ ไม่มีเหตุผลที่ขั้นสุดยอดในยุคสมัยใหม่จะแข็งแกร่งกว่าพวกผู้อาวุโส! ถ้าพวกเขาไม่รู้ว่าเวลานั้นกลายเป็นขั้นสุดยอดได้ยังไง เรื่องราวทั้งหมดก็เชื่อมโยงกันแล้ว พวกเขาลืมไปแล้วว่าเดินในเส้นทางนี้ยังไง หลายร้อยปีนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเรามาก เริ่มใหม่ไปพร้อมกัน ยิ่งยืนอยู่สูงเริ่มใหม่ก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก! ในหมู่คนพวกนี้ ผู้อาวุโสฉินและพวกราชาสงครามตื่นรู้ในเส้นทางของตัวเองแล้ว แต่คนอื่น ๆ อาจไม่รู้อย่างแน่ชัดเสมอไป จางเทา นายคิดว่ายังไงล่ะ?”
“มีความเป็นไปได้!” จางเทาแววตาวูบไหว พึมพำว่า “เกิดใหม่… ถูกคนทำให้เกิดใหม่! ยังมีความเป็นไปได้จริงๆ ราชาสงครามตาเฒ่านั่นเคยคุยกับฉันหลายครั้ง ฉันถามถึงอดีตขึ้นมา ตาเฒ่านี้ก็เงียบไปนาน น่าจะอัดอั้นตันใจเหมือนกัน เกรงว่าจะไม่แน่ชัดเท่าไหร่จริงๆ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ขั้นสุดยอดเยอะขนาดนี้… หรือถูกทำให้เกิดใหม่ทั้งหมด? ช่างเถอะ พักเรื่องพวกเขาไว้ก่อน! มีความเป็นไปได้มากเหมือนกัน ราชาสงครามตาเฒ่านั่นอย่ามองว่าอายุเยอะแล้ว ฉันรู้สึกว่าความคิดใสซื่อเกินไป เกรงว่าคงไม่ได้เปิดหูเปิดตาสักเท่าไหร่ บางทีเกิดใหม่แล้วก็อาจจะเริ่มนั่งรักษาการณ์ในเขาสกัดสมุทรทันที ไม่อย่างนั้นคนที่อายุหลายร้อยหลายพันปีจะใสซื่อขนาดนี้ได้ยังไง ยังคิดเป็นห่วงเป็นใยทายาทรุ่นหลังขนาดนั้นอีก ขั้นสุดยอดของเมืองเจินซิงค่อนข้างให้ความสำคัญและตามใจคนรุ่นหลัง ไม่อย่างนั้นคงไม่ให้พวกเขาออกไปหาประสบการณ์หลังจากเข้าสู่ขั้นหกหรอก หากตาเฒ่านั่นใช้ชีวิตมาหลายพันปีแล้วจริงๆ ไม่พูดถึงไร้ซึ่งความรู้สึกแล้ว แต่คงไม่ถึงกระทั่งมีอารมณ์ความรู้สึกมากมายขนาดนี้”
คล้อยหลังจากที่จางเทาเบี่ยงประเด็น ทั้งสองคนก็คุยมาถึงเรื่องขั้นสุดยอด ส่วนฟางผิง… หลี่เจินลืมไปชั่วคราวแล้ว เหล่าจางบอกว่าฟางผิงไม่ได้เข้าถ้ำใต้ดินก็น่าจะไม่ได้ ส่วนจางเทาบอกว่าไม่ได้เข้าสู่เขตแดนข้างนอก ไม่ได้ไปพื้นที่ระหว่างเขตแดน เหลวไหล นอกจากสถานที่พวกนี้แล้ว ฟางผิงยังจะสามารถไปไหนได้อีก? หรือจะข้ามเขาสกัดสมุทรไปเขตหวงห้าม? ไม่งั้นก็ไปทะเลต้องห้ามแล้ว? รนหาที่ตายน่ะสิ! ตอนนี้หลี่เจินแทบไม่ได้คิดไปทางนี้
==========================================================
ตอนที่ 707 นอนไม่หลับ (4)
ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ ไม่นานฟางผิงก็ได้ของเหลวพลังงานพวกนั้นมา ของเหลวพลังงานมาถึงมือแล้ว ฟางผิงก็ปิดประตูใหญ่เริ่มเข้าด่านทันที
เวลาเที่ยงคืน คลื่นของกลิ่นอายก็แพร่กระจายออกมาจากเรือนหลัง ฟางผิงที่ตอนแรกมีกลิ่นอายของขั้นหกตอนกลาง ชั่วพริบตาก็กลายเป็นขั้นหกตอนปลาย ประตูซานเจียววาบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เร็วจนถึงขีดสุดไม่นานก็หายไป ฟางผิงเพิ่งจะทะลวงด่าน พลังจิตใจหลายสายก็เข้ามาสำรวจทันที
ในจวนเจ้าเมือง เจ้าเมืองเย้าขุยแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด
“ขุยหมิงเจ้าเด็กนี้ทะลวงด่านแล้ว?” แต่เห็นเจ้าหมอนั้นแชตัวเองในของเหลวชีวิต เจ้าเมืองเย้าขุยยังคงอดก่นด่าไม่ได้ “ขุยหลัวเลี้ยงลูกชายคนนี้ได้ยังไงกัน! ของที่เก็บสะสมมาหลายปีถูกลูกชายสิ้นเปลืองไปแบบนี้แล้ว?”
การทะลวงด่านของขั้นหก พลังงานพูดได้ว่าเป็นตัวช่วยเสริม ไม่ได้เป็นปัจจัยหลัก ขุยหมิงสามารถทะลวงด่านได้ หมายความว่าระยะห่างจากขั้นหกตอนปลายไม่ได้ไกลเท่าไหร่ ขัดเกลาอีกไม่กี่เดือนบางทีอาจจะทะลวงด่านได้เอง ตอนนี้สิ้นเปลืองของเหลวพลังงานมากขนาดนี้เป็นการฟุ่มเฟือยจริงๆ แต่ตระหนักได้ว่า เจ้าเด็กนี่กำลังจะเข้าสู่เขตหวงห้าม ร้อนใจ เจ้าเมืองเย้าขุยกลับสามารถเข้าใจได้เหมือนกัน ส่วนขุยหลัวเจ้าหมอนั่นอยู่ในขั้นแปดมาหลายปี ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่มีหวังทะลวงด่าน สิ้นเปลืองก็สิ้นเปลืองเปล่า
ไม่ใช่แค่เจ้าเมืองเย้าขุยที่รับรู้ได้ ในเรือนใหญ่ ขุยหลัวที่กำลังรักษาอาการบาดเจ็บก็รับรู้ได้เหมือนกัน! ชั่วพริบตานั้นก็อิ่มเอมใจอย่างยิ่ง! ลูกชายทะลวงด่านแล้ว! เร็วมากจริงๆ ลูกชายเข้าสู่ขั้นขุนพลตอนกลางเพิ่งจะแค่ปีกว่าเท่านั้น นึกไม่ถึงว่าจะเลื่อนขั้นเร็วขนาดนี้ ดูท่าออกดาบต่อกรกับขั้นอารยะวันนี้ คงจะทำให้ลูกชายได้รับอะไรกลับมาเหมือนกัน ขุยหลัวที่รู้สึกดีใจแทบอยากจะออกไปหาลูกชายสักหน่อย แต่อาการบาดเจ็บเขายังหนักไม่น้อย ไอกระบี่ยังไม่หายไป ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ก็ละทิ้งความคิดนี้ไป รู้ว่าลูกชายทะลวงด่านก็เพียงพอแล้ว ขุนพลตอนปลาย! รอถึงขั้นสูงสุด ใช้ผลขุยอีกสักเล็กน้อย ไม่นานก็สามารถแตะถึงขั้นกึ่งแม่ทัพได้แล้ว บางทีใช้เวลาไม่กี่ปี ลูกชายก็อาจจะเข้าสู่ขั้นแม่ทัพได้แล้ว! ในเขตหวงห้ามมีโอกาสมากมายรออยู่ สี่ห้าปีให้หลังอยู่ในระดับเดียวกับตัวเองก็มีหวังเหมือนกัน คิดแบบนี้แล้วขุยหลัวก็รู้สึกว่าอาการบาดเจ็บของตัวเองแทบไม่ใช่เรื่องใหญ่ อะไรเป็นความชื่นใจอย่างแท้จริง
เจ้าเมืองเย้าขุยและขุยหลัวรับรู้ได้ พวกเฟิงเมี่ยเชิงก็ไม่ต่างกัน พวกเขาล้วนอยู่ในจวนเจ้าเมือง รับรู้ได้ว่าฟางผิงทะลวงด่าน เฟิงเมี่ยเชิงก็ขมวดคิ้ว
“เร็วจริงๆ! พูดแบบนี้ขั้นแม่ทัพคงไม่ไกลเกินไปแล้ว หากสามารถส่งอีกฝ่ายไปถึงแดนรบราชาได้ บางทีไม่กี่เดือนก็อาจจะเข้าสู่ขั้นแม่ทัพได้แล้ว! ถึงขั้นแม่ทัพนั่นคงไม่ได้ไร้ประโยชน์อีก เขตแดนเจ็ดทางใต้มีอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นจริงๆ ด้วย ขุยหมิงเหมือนจะอายุยังไม่ถึงสามสิบสินะ?” เฟิงเมี่ยเชิงผุดความคิดนี้ขึ้นมาในใจ ในเขตแดนข้างนอก สำเร็จตั้งแต่อายุไม่ถึงสามสิบปีไม่ใช่เรื่องง่ายเลย! แค่มีพ่อเป็นขั้นอารยะ ในเขตหวงห้ามทายาทรุ่นหลังของเหนือราชาแทบจะมีเป็นกองใหญ่ มองแค่ลำดับขั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร แต่อีกฝ่ายกล้าชักดาบฟันขั้นอารยะ นี่ก็คือความกล้าและความสามารถแล้ว ทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บได้ยิ่งมีฝีมือแข็งแกร่ง พรสวรรค์โดดเด่น! ตอนนี้เฟิงเมี่ยเชิงเกิดความคิดบางอย่างขึ้นในใจ บางทีเขาควรต้องแย่งชิงสักหน่อย หลีอันเจ้าหมอนั่นคิดจะรับตัวเจ้านี้ไว้ เขาไม่อาจปล่อยไปได้เหมือนกัน ครั้งก่อนในแดนรบราชา อัจฉริยะพวกนั้นที่เขารับตัวไว้ตายกันหมดเกลี้ยงแล้ว! ส่วนคนกลุ่มนั้นที่เฟิงเมี่ยเชิงเหลือไว้ก็มีช่องว่างกับเขาอยู่บ้าง ต้องสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองจะดีที่สุด!
คนพวกนี้ต่างกำลังวางแผน ฟางผิงกลับเก็บซ่อนของเหลวพลังงานที่เหลือเอาไว้ หินพลังงานหนึ่งหมื่นกว่าจิน แลกเปลี่ยนเป็นของเหลวพลังงานเกือบสองพันจิน ฟางผิงใช้ไปประมาณสามร้อยจินในการทะลวงด่าน แม้จะน่ากลัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ทะลวงด่านอย่างรวดเร็ว สิ้นเปลืองมากนั่นเป็นเรื่องปกติ ส่วนสามร้อยจินนี้ไปอยู่ที่ไหน ย่อมต้องเป็นในมิติเก็บของอยู่แล้ว
เดินออกมาจากห้อง ระหว่างที่ฟางผิงมองตัวเลข ก็ได้รับการแสดงความยินดีจากทุกคนในจวน แม่ทัพน้อยเข้าสู่ขั้นขุนพลตอนปลาย ควรค่าให้แสดงความยินดีอย่างแท้จริง แต่ฟางผิงกลับเอ่ยอย่างใจกว้างว่า
“ของเหลวชีวิตเหลืออยู่ไม่น้อย ข้าจะเข้าไปในเขตหวงห้าม เอาบางส่วนไปฝึกวิชาด้วย อีกส่วนเป็นค่านํ้าร้อนนํ้าชา! ข้าจะออกไปแล้ว พ่อข้ายังอยู่ในจวน หลังจากนี้ทุกคนยังต้องทุ่มเทเพื่อพ่อข้า! มอบให้ทุกคนแล้วกัน ตั้งใจฝึกวิชา หวังว่าหลังจากข้ากลับมา คนของท่านพ่อจะมีขั้นแม่ทัพอยู่บ้าง!” ฟางผิงโยนของเหลวพลังงานบางส่วนให้พวกผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกในจวน
คนพวกนี้ซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง ทยอยคุกเข่าลง ตะโกนว่า
“ขอบคุณแม่ทัพน้อย! พวกเราจะไม่ทำให้แม่ทัพน้อยผิดหวัง ยินดีเสี่ยงชีวิตเพื่อแม่ทัพใหญ่!”
ฟางผิงเอ่ยเสียงดัง
“ท่านพ่อยังบาดเจ็บอยู่ หากเกิดสงครามขึ้น ผู้ฝึกยุทธ์เมืองความหวังมาโจมตีอีกครั้ง ยังต้องขอให้ทุกคนช่วยออกแรง! วันหน้ากลับมาขุยหมิงจะตอบแทนอย่างแน่นอน!”
“จะทุ่มเทสุดชีวิตอย่างแน่นอน!” ผู้ฝึกยุทธ์พวกนี้ต่างซาบซึ้งอย่างยิ่ง ในถ้ำใต้ดิน เจ้านายปฏิบัติกับลูกน้องดีขนาดนี้มีให้เห็นน้อยมาก นี่คือของเหลวพลังงานเชียว! ปกติกระทั่งหินชีวิตเล็กน้อยพวกเขายังยากจะได้รับ ครั้งนี้แม่ทัพน้อยต้องออกจากบ้าน นึกไม่ถึงว่าจะใจกว้างขนาดนี้ ทุกคนแทบจะตกตะลึงกันหมดแล้ว
ไกลออกไปนั้น ตำแหน่งที่ขุยหลัวเข้าด่านอยู่ เสียงดังของฟางผิงกระจายเข้ามาเช่นกัน ขุยหลัวเผยสีหน้าซับซ้อนอย่างยิ่ง ลูกชายจะไปแล้วยังนึกถึงตัวเอง ครั้งนี้ไปเขตหวงห้ามก็ไม่รู้ว่าจะมีอันตรายหรือเปล่า น่าเสียดายที่พ่อเพิ่งจะอยู่ขั้นอารยะ… หมิงเอ๋อร์ใช้ชีวิตให้ดีล่ะ! ขุยหลัวพึมพำในใจ ส่วนเรื่องที่ลูกชายมอบรางวัลให้ผู้ฝึกยุทธ์ในจวน เขาไม่ได้ใส่ใจมากเหมือนกัน นี่เป็นความกตัญญูของลูกชาย ต้องรับไว้
ในจวน ฟางผิงชำเลืองมองตำแหน่งที่ขุยหลัวเข้าด่านอยู่แวบหนึ่ง ‘ฉันแค่อยากจะบอกกับนายให้ชัดเจน ฉันเอาของไปฝึกวิชา เอาไปเป็นค่านํ้าชาที่เขตหวงห้าม ถือโอกาสมอบให้ผู้ฝึกยุทธ์พวกนี้ด้วย คลังเก็บของหมดเกลี้ยงนายก็อย่าได้เข้าใจผิดไป’
ทำเรื่องพวกนี้เสร็จสิ้นแล้ว มุมปากของฟางผิงก็ยกยิ้มขึ้นทันที รวยเละแล้ว!
ทรัพย์สิน : 360,000,000 จุด (เปลี่ยนแปลง)
ปราณ : 64,200 แคล (64,299 แคล)
จิตใจ : 3,310 เฮิรตซ์ (3,370 เฮิรตซ์)
พลังทำลายล้าง : 24 หยวน (24 หยวน)
หลอมกระดูก : 206 ชิ้น (100%)
ช่องเก็บของ : 1000 ตารางลูกบาศก์เมตร (+)
ม่านพลังงาน : หนึ่งจุดต่อนาที (+)
เลียนแบบกลิ่นอาย : สิบจุดต่อนาที (+)
เพิ่มขึ้นประมาณสามร้อยสิบลานจุด! หินพลังงานแลกเปลี่ยนเป็นของเหลวพลังงาน ใช้ค่าดำเนินการไม่น้อย ยังไงก็ต้องให้ยอดฝีมือระดับสูงลงมือ ทั้งเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองแรงเช่นกัน แต่ถึงจะเป็นแบบนี้ หักลบคำนวณแล้วก็เพิ่มให้มากอยู่ดี ฟางผิงดีใจเป็นบ้าเป็นหลัง ช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ไม่ต้องกลัดกลุ้มว่าค่าทรัพย์สินจะไม่พออีกแล้ว!
ก่อนหน้านี้ฟางผิงยังกังวลใจอยู่บ้างจริงๆ สี่สิบกว่าล้านจุดเท่านั้น ถ้าห้องสีทองถูกทำลายนั่นก็ต้องจ่ายออกไปหลายสิบล้าน ต่อสู้ขึ้นมาเติมสสารไม่แตกดับหนึ่งครั้ง นั่นก็สิ้นเปลืองหลายแสนแล้ว ไม่กี่สิบล้านนั่นไม่พอใช้จริงๆ ตอนนี้ค่อยยังชั่ว การลงถ้ำใต้ดินครั้งนี้ก็มีความมั่นใจมากขึ้นแล้ว
ฟางผิงฉีกยิ้มขึ้นมาในใจ ยิ่งวางแผนต่อ จะหาวิธีเข้าสู่ขั้นหกสูงสุดอย่างรวดเร็วอีกสักหน่อยดีหรือเปล่า ใช้ข้ออ้างกลืนเมล็ดขุยฮวาเข้าสู่ขั้นแม่ทัพอย่างรวดเร็ว? มีแค่ต้องอยู่ขั้นเจ็ดในถ้ำใต้ดิน ถึงจะนับว่าเป็นผู้แข็งแกร่ง ไม่อย่างนั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางไปเขตหวงห้ามนั่นก็ไม่มีประโยชน์อะไร ทุกอย่างพร้อม ขาดแคโอกาสเท่านั้น!
ฟางผิงรู้สึกสบายใจขึ้นมา ไม่ชักช้าอีก ตอนนี้ในมือเขายังมีของเหลวพลังงานเกือบหนึ่งพันห้าร้อยจิน พรุ่งนี้ไปเจอกับพวกหลีอัน… มอบให้เฟิงเมี่ยเชิงห้าร้อยจิน เขาไม่เชื่อว่าพวกเขาจะไม่สนใจของพวกนี้ ขุยหลัวเก็บสะสมมานับร้อยปี ยังไงก็เป็นยอดฝีมือขั้นแปด เฟิงเมี่ยเชิงเจ้าหมอนี่มีเยอะขนาดนี้หรือไง?
มอบให้พวกนายก่อน… รอฉันจะไปแล้วค่อยเชือดพวกนายเอาของคืนมา! ยังต้องเก็บดอกเบี้ยอีกสักหน่อย! ฟางผิงทำใจยอมเป็นผู้ลงทุนได้เหมือนกัน ใช้ผลประโยชน์เปิดทางก่อน สมัยนี้ไม่ใช่เงินใครจะช่วยคุณทำงาน นิสัยของเหล่าจางนี่ พวกถ้ำใต้ดินยิ่งกว่านั้นซะอีก