ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 706 นอนหาเงิน (1)
“หมิงเอ๋อร์!”
กลางอากาศ ขุยหลัวเห็น ‘ลูกชาย’ ร่วงสู่พื้นก็ตาแดงกํ่าขึ้นมาแล้ว!
ยอดฝีมือร่างทองให้กำเนิดทายาทไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งฝีมือแข็งแกร่งเท่าไหร่ก็ยิ่งให้กำเนิดทายาทได้ยากเท่านั้น ยอดฝีมือเหนือราชาพวกนั้นให้กำเนิดทายาทโดยทั่วไป หากไม่ให้กำเนิดในชั่วเวลาที่ยังอ่อนแอ ก็ต้องมีคู่ครองที่แข็งแกร่งเหมือนกัน สถานการณ์แบบนี้ถึงจะสามารถให้กำเนิดทายาทได้อย่างราบรื่น แต่ในเขตแดนข้างนอกยากที่จะมีเงื่อนไขแบบนี้
ยอดฝีมือหญิงในโลกมนุษย์และโลกถ้ำใต้ดินต่างไม่นับว่ามาก ยอดฝีมือเหนือราชาไม่ขาดแคลนอยู่แล้ว ยอดฝีมือหญิงแทบจะปรารถนาให้เหนือราชาชมชอบตัวเอง แต่เขตแดนข้างนอกนั้นไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดอย่างเขา หากยอดฝีมือหญิงจะหมายตานั่นก็ต้องเป็นยอดฝีมือระดับเจ้าเมือง ไม่ใช่ฐานะแบบเขา ขุยหลัวมีทายาทเพียงคนเดียว เห็นว่าลูกชายถูกหลิวพั่วหลูโจมตีตกลงไป ไหนยังจะทนได้ เผยดวงตาแดงกํ่า โจมตีหลิวพั่วหลูอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนหลิวพั่วหลูเวลานี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเช่นกัน ตะโกนว่า
“ผู้เฒ่าโค่ว ฆ่าเจ้าเด็กนั่น! เป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง!”
ขั้นหกนึกไม่ถึงว่าจะทำให้ร่างทองของเขาบาดเจ็บได้ แม้เขาจะหลอมร่างกายแคหนึ่งขั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่ขั้นหกตอนกลางสามารถทำได้อยู่ดี ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นเหมือนหลี่ฉางเซิง!
อีกด้านนั้น โค่วเปียนเจียงสบถว่า
“ฆ่ายังไง! เจ้าเด็กนั่นตกไปทางพวกเฟิงเมี่ยเชิงแล้ว จะให้ฆ่ายังไง? ขั้นแปดสองคน ขั้นเจ็ดห้าคนอยู่ที่นั่น ไม่ลงมือก็ถือเป็นเรื่องดีแล้ว ยังจะเป็นฝ่ายบุกเข้าไปอีก รนหาที่ตายหรือไง?”
“อู่!” ไกลออกไปนั้น ตาเฒ่าหลี่ตะโกนเสียงดัง หากไม่ถอยอีกเขาจะต้านไม่ไหวแล้ว!
“อยากไปง่ายขนาดนั้นที่ไหนกัน!” เวลานี้เจ้าเมืองเย้าขุยก็ทุ่มสุดชีวิตเหมือนกัน สกัดหลี่ฉางเซิงเอาไว้! เจ้าเมืองอีกคนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงร้อยลี้แล้ว!
เวลานี้พวกฉินเฟิ่งชิงก็ไม่อาจสนใจอะไรได้แล้วเหมือนกัน! หลี่หานซงที่อยู่ข้างหลังสุด ปล่อยให้คนอื่น ๆ โจมตีไป นอกจากไม่ป้องกันแล้ว ยังยืมพลังจากการโจมตี ถือโอกาสคว้าตัวพวกฉินเฟิ่งชิงลอยไปข้างหน้าด้วยกัน
“ฆ่าไปเถอะ ฆ่าไปเถอะ!” ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดพวกนี้อยากซ้อมเขา แทบจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน ทั้งไม่มีเวลาพอแล้ว ไม่งั้นคงบดขยี้เจ้าพวกนี้ตายไปแล้ว ขั้นเจ็ดหกคนยิ่งสู้โหดเหี้ยมเขาก็ยิ่งหนีไว
ข้างหลังนั้น เฟิงเมี่ยเชิงมองอยู่พักหนึ่ง จู่ ๆ ก็ขมวดคิ้วว่า
“เจ้าหมอนี่… คุ้นตาอยู่บ้าง!” หลี่หานซงซ่อนตัวอยู่ในชุดเกราะมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้เขาจึงจำไม่ได้ ตอนนี้กลับรู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง โดยเฉพาะตอนที่เจ้าหมอนั่นใช้หัวพุ่งชนคน เขารู้สึกว่าเหมือนตัวเองจะเคยเจอเจ้านี่มาก่อน! อัจฉริยะที่เป็นพวกเดียวกับฟางผิงคนนั้น!
ด้านข้าง หลีอันกลับไม่สนใจเรื่องนี้ โน้มกายลงจ้องมองฟางผิงอยู่พักหนึ่ง หัวเราะว่า
“น่าสนใจอยู่บ้าง! เฟิงเมี่ยเชิง นึกไม่ถึงว่าเจ้าหมอนี่จะทำให้อารยะคนหนึ่งบาดเจ็บได้ ไม่คิดว่าน่าสนใจหรือไง?”
เฟิงเมี่ยเชิงจ้องหลี่หานซงอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ามองฟางผิงที่ยังกระอักเลือด ขมวดคิ้วว่า
“ไม่เลว แต่บาดเจ็บไม่น้อย…”
หลีอันหัวเราะ ไม่ได้พูดอะไร บาดแผลแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ คนไม่ตาย จิตไม่แตกดับไม่ได้ถูกทำลาย นี่ก็ไม่เป็นไรแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์ขุนพลตอนกลางคนหนึ่ง ทำให้ขั้นแปดบาดเจ็บได้ นั่นก็คือพรสวรรค์ ควบคุมพลังได้สูงมาก หลีอันมองฟางผิงอยู่สักพักก็เอ่ยว่า
“ทหาร เอานํ้าพุแห่งชีวิตให้เขาหน่อย!”
ด้านข้างนั้น ยอดฝีมือขั้นแปดคนหนึ่งรีบเทนํ้าแร่ชีวิตให้ฟางผิง ฟางผิงอ้าปากกลืนคำใหญ่ ก่อนจะเอ่ยอย่างยากลำบากว่า
“ขอบคุณองค์ชาย!”
หลีอันพยักหน้าเบา ๆ ยืนขึ้น หัวเราะว่า
“มีฝีมืออยู่บ้าง เข้าไปในเขตหวงห้าม ไปถึงในราชสำนัก ข้ายังขาดแคลนขุนพลเฝ้าประตู เป็นเจ้าแล้วกัน!”
ด้านข้างนั้น เฟิงเมี่ยเชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรเหมือนกัน ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกตอนกลางคนหนึ่ง แม้ฝีมือจะไม่เลว แต่ในเขตหวงห้ามไม่นับว่าสำคัญอะไร เจ้าหมอนี่หากเป็นขั้นเจ็ดเขาคงจะยังหวั่นไหว แต่เพิ่งขั้นหก… เว้นเสียแต่อีกไม่นานจะขั้นเจ็ด นั่นกลับสามารถแย่งสักหน่อยได้
พวกเขากำลังพูดคุยกัน ทางหลี่หานซงก็พาคนมุ่งหน้าหนีออกไปจากเมืองไปแล้ว ตาเฒ่าหลี่ที่ต้านทัพอยู่หลังสุด สกัดขั้นเก้าทั้งสองอย่างสุดความสามารถ เวลานี้ตาเฒ่าหลี่เหลือบมองขุยหลัวที่กำลังทำสงครามกับหลิวพั่วหลู แววตาวูบไหวเล็กน้อย เมื่อกี้เจ้าเด็กที่ทำให้หลิวพั่วหลูบาดเจ็บ… เป็นฟางผิง? เขาไม่รู้! แต่มีโอกาสสูงที่จะเป็นฟางผิง! ขุยหลัวคือยอดฝีมือขั้นแปด หากฟางผิงคลุกคลีเป็นเวลานานจะถูกคนพบได้ง่าย เขาไม่รู้ว่าฟางผิงจะสามารถแฝงตัวเข้าไปในเขตหวงห้ามได้หรือเปล่า หรือต้องใช้เวลานานแค่ไหน แต่ไม่อาจปล่อยให้ขุยหลัวมีโอกาสใกล้ชิดนานเกินไปได้
นึกถึงตรงนี้ บนกระบี่ของตาเฒ่าหลี่ก็ประกายแสงเจิดจ้าบาดตา! เจ้าเมืองเย้าขุยและปีศาจเย้าขุยต่างหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ในเวลานี้ตาเฒ่าหลี่ก็ฟันหนึ่งกระบี่ออกมา ไอกระบี่ทะลวงอากาศออกไปหาขุยหลัว!
เจ้าเมืองเย้าขุยตะโกนเสียงดัง ทางนั้นขุยหลัวเผยสีหน้าตื่นตระหนกขึ้นมา ได้สติทันที ยังจะกล้าโรมรันกับหลิวพั่วหลูอีกได้อย่างไร ร่างกายเปล่งประกายสว่างไสว ปรากฏพลังทำลายล้าง คำรามเสียงดังก่อนจะรีบถอยหลบ!
เจ้าเมืองเย้าขุยก็ฟันกระบี่ออกไปเช่นกัน ทำลายกระบี่ของหลี่ฉางเซิง ยอดฝีมือขั้นแปดใต้อาณัติของเขาเหลือแค่สองคนแล้ว แม้ก่อนหน้านี้ขุยหลัวจะทำความผิดแต่ก็ไม่อาจปล่อยให้ขุยหลัวตายได้
เปรี้ยง! เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น อากาศถูกระเบิดออก ไม่ไกลนั้นหลิวพั่วหลูและขุยหลัวต่างกระอักเลือด ทั้งสองคนกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง ตาเฒ่าหลี่เคลื่อนไหวร่างผ่านอากาศเข้าไปคว้าตัวหลิวพั่วหลู ก่อนจะไล่ตามพวกฉินเฟิ่งชิงไปอย่างรวดเร็ว พาทุกคนลอยกลับเมืองความหวังพร้อมกัน
เจ้าเมืองเย้าขุยกำลังคิดจะตามไป ไม่ไกลนั้นกลิ่นอายของขั้นเก้าปรากฏขึ้นแล้ว อู่ขุยซานไม่ได้นั่งรักษาการณ์อยู่ที่เมืองความหวัง แต่ไล่ตามเขามารับแล้ว ราชาอสรพิษ มือกระบี่อมตะ! เจ้าเมืองเย้าขุยโมโหอย่างยิ่ง ตะโกนว่า
“ในเมื่อพวกเจ้าจะรบ งั้นก็รบ! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ตายไม่เลิกรา!”
“ไร้สาระ!” ข้างหน้านั้น ระหว่างที่ตาเฒ่าหลี่หนีก็แค่นหัวเราะว่า “พูดเหมือนก่อนหน้านี้พักรบอย่างนั้นแหละ ฉันรอนายมารบ!”
เจ้าเมืองเย้าขุยไม่ได้ตามฆ่า เผยแววตาเยียบเย็น มือกระบี่อมตะบอกว่าเขาไร้สาระ แต่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระจริงๆ เมื่อก่อนเมืองเย้าขุยและมนุษยชาติทำสงคราม สงครามระดับสูงไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ เจ้าเมืองเย้าขุยอย่างเขาส่วนมากยังคงดำเนินตามคำสั่งของเหนือราชา แต่วันนี้คนพวกนี้โจมตีเมืองเย้าขุย กระตุ้นโทสะเขาอย่างถึงที่สุดแล้ว ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นสงครามหลังจากนี้ก็ไม่อาจเป็นการต่อสู้ขนาดเล็กอีกต่อไปแล้ว! หลังจากครั้งนี้ เขาจะติดต่อกับเมืองอื่น ๆ โจมตีเมืองความหวังและเมืองจันทราด้วยกัน! นี่เป็นเพราะคนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้รนหาที่ตายเอง!
“ท่านพ่อ!” ภายในเมือง ฟางผิงดื่มนํ้าแร่ชีวิตแล้ว อาการบาดเจ็บฟื้นฟู ตอนนี้กลับไม่อาจสนใจคนอื่นได้ ทะยานตัวขึ้นรับขุยหลัวที่ร่วงลงมา
ขุยหลัวเพิ่งถูกควันหลงการโจมตีจากขั้นเก้าทั้งสองคน แม้จะไม่ตายแต่ก็บาดเจ็บไม่น้อย ตอนนี้ปากกระอักเลือด สีทองบนร่างทองยังปรากฏบาดแผลเต็มไปหมด
“พ่อ… แค่ก ๆ… ไม่เป็นไร!” ขุยหลัวหน้าซีดเผือด มองฟางผิงไปแวบหนึ่ง ก่อนจะโล่งใจ กระอักเลือดออกมาอีกหลายคำ หอบหายใจว่า “พักฟื้นครึ่งเดือนก็ดีขึ้นแล้ว!” อาการบาดเจ็บของเขาไม่นับว่าร้ายแรงจนเกินไป แต่ครั้งนี้ถูกควันหลงการโจมตีของขั้นเก้าสองคน ไม่พักสักสิบวันถึงครึ่งเดือนคงไม่อาจหายดีจริงๆ
ฟางผิงได้ยินแบบนั้น เวลานี้ก็หอบหายใจหนัก ขุยหลัวตำหนิออกมาอีกครั้ง
“หมิงเอ๋อร์ ครั้งหน้าไม่อนุญาตให้ทำอะไรส่งเดช! เมื่อครู่หากพ่อไม่สกัดอีกฝ่ายไว้ เจ้าคงตายไปนานแล้ว หุนหันพลันแล่นเช่นนี้จะทำการใหญ่อะไรได้!”
ฟางผิงละล่ำละลักว่า
“ลูกโมโหไปชั่วขณะ เห็นท่านพ่อถูกเขาทําทำร้าย…”
“เฮ้อ!” ขุยหลัวถอนหายใจ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เจ้าทะลวงวิชาคืนสู่จุดเริ่มต้นแล้ว?”
“หลายวันนี้ลูกเอาแต่ฝึกวิชาคืนสู่จุดเริ่มต้นมาโดยตลอด กังวลว่าเข้าเขตหวงห้ามไปถึงราชสำนักแล้วจะขายหน้าให้ท่านพ่อ…” ปากฟางผิงพูดออกไปแบบนั้น ในใจกลับก่นด่า ฉันเรียกนายว่าพ่อออกไปตั้งหลายครั้ง กลับไปนายไม่เอาชีวิตน้อย ๆ ของตัวเองมาชดเชยให้ฉันนั่นคงไม่พอ ไม่ใช่แค่นาย ทางที่ดีเอาชีวิตของดอกขุยฮวานั่นมาชดเชยให้ฉันถึงจะพอ! อย่าพูดเลย… มีโอกาสเป็นไปได้! ฐานะนี้อย่าถูกเปิดเผยจะดีที่สุด ครั้งหน้าเขากลับมาจะใช้ประโยชน์อีก หลอกพวกนายให้ตายทั้งหมด!
พวกเขาสองคนเล่นบทเป็นพ่อลูกกตัญญูอยู่ยกใหญ่ กลางอากาศนั้น เจ้าเมืองเย้าขุยกระโดดลงมา ปีศาจเย้าขุยกลับไปที่เดิมแล้ว เจ้าเมืองเย้าขุยมองทุกคนไปแวบหนึ่ง เผยสีหน้าไม่ดีเท่าไหร่ แม่ทัพตายไปหนึ่งคน! หากเป็นเมื่อก่อนคงไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร แต่ครั้งก่อนสงครามเมืองเย้ามู แม่ทัพสิบสี่คนตายในสงครามไปหกคน ครั้งนี้ตายไปอีกคน ตายไปครึ่งหนึ่งแล้ว!
เห็นอาการของขุยหลัวไม่ได้ร้ายแรงจนเกินไป เจ้าเมืองเย้าขุยกลับสบายใจขึ้นไม่น้อย หากมีอารยะตายไปอีกคน งั้นพลังต่อสู้ของเมืองเย้าขุยต้องได้รับผลกระทบรุนแรงแล้ว