ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 705-3 อัจฉริยะแดนข้างนอก (3)
เมื่อคำพูดนี้ออกมา ความตั้งใจที่จะต่อสู้ของเฟิงเมี่ยเชิงก็หายวับไปกว่าครึ่ง ใช่แล้ว! พวกเขามีฐานะอะไรกัน? ทายาทของเหนือราชา ลูกชายเจ้าแห่งราชสำนัก! หากจะฆ่านั่นก็ต้องฆ่าทายาทของเหนือราชา หากจะฆ่าก็ต้องฆ่าฟางผิงที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์อัจฉริยะแบบนั้น หากจะฆ่าก็ต้องฆ่าบุคคลอย่างหลี่ฉางเซิง คนอื่น ๆ ควรค่าให้พวกเขาลงมือหรือไง? หากเกิดเรื่องในเขตแดนข้างนอก นั่นถึงจะได้ไม่คุ้มเสีย เพื่อเมล็ดดอกขุยฮวาบางส่วนไม่คุ้มค่าพอ
นึกมาถึงตรงนี้ เฟิงเมี่ยเชิงก็แค่นเสียงในลำคอ ไม่พูดอะไรอีก ตามพวกหลีอันออกไปทางด้านหลัง พวกเขาหลบออกไปจากจวนเจ้าเมืองก่อนค่อยว่ากัน
คนพวกนี้ออกไปอย่างรวดเร็ว กลางอากาศเจ้าเมืองเย้าขุยที่กำลังต่อสู้รับรู้ได้ทันที โมโหจนแทบจะกระอักเลือดออกมา!
“สารเลว! ไปตายซะ!” อารยะสองคน แม่ทัพห้าคน นี่แทบจะเทียบได้กับความสามารถของคนที่ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ส่งมาแล้ว! รวมกับอารยะสองคนในเมือง ขั้นแม่ทัพอีกหลายคน แม้จะฆ่าคนพวกนี้จนหมดเกลี้ยงไม่ได้ ก็สามารถต้านพวกเขาไว้นอกเมืองได้อยู่ดี แต่พวกนี้นึกไม่ถึงว่าจะหนีแล้ว สารเลว! พวกเขตหวงห้ามล้วนสารเลวไร้ประโยชน์ทั้งหมด ปกติออกคำสั่งกับพวกเขา แทบไม่สนใจความเป็นความตายของเขตแดนข้างนอก พอถึงเวลาคับขันเสี่ยงอันตราย คนพวกนี้นึกไม่ถึงว่าจะรักตัวกลัวตายจนถึงขั้นนี้
แต่คนที่มาครั้งนี้ เฟิงเมี่ยเชิงและหลีอันต่างมีฐานะสำคัญทั้งคู่… หากเกิดเรื่องขึ้นที่นี่จริงๆ เขาก็ไม่อาจให้คำตอบได้แล้ว แม้เจ้าเมืองเย้าขุยจะโมโห แต่อีกฝ่ายจะไปจริงๆ เขาก็ไม่อาจพูดอะไรได้ ระหว่างที่ต่อสู้ก็ตะโกนว่า
“ในเมืองไม่มีเมล็ดดอกเย้าขุย! กระบี่อมตะ พวกเจ้ารนหาที่ตาย นับแต่นี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่สนใจกฎเกณฑ์อะไรอีก จะโจมตีผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ทุกวันทุกคืนไม่หยุดพัก!”
ตาเฒ่าหลี่หัวเราะว่า
“พวกเราไม่เหมือนกับพวกนาย ผู้เฒ่าหลิว ปล้นแค่จวนเจ้าเมือง ปลาซิวปลาสร้อยพวกนั้นอย่าฆ่าเลย ขัดทางก็กำจัดซะ!”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา พวกฉินเฟิ่งชิงที่กำลังต่อสู้อยู่ในเมืองก็ตะโกนว่า
“ใครอ่อนแอไสหัวไป ใครขวางทางก็ตายซะ! พวกเราจะจู่โจมแค่จวนเจ้าเมือง!”
เจ้าเมืองเย้าขุยโมโหอย่างมาก จู่ ๆ ก็ไม่พูดอีก ดึงตัวแทนพลังจิตใจออกมาจากภายในปีศาจเย้าขุย ชั่วพริบตาก็เข้าไปในร่างของตัวเอง ครูต่อมาเจ้าเมืองเย้าขุยก็ระเบิดพลังอย่างแข็งแกร่ง! ปีศาจเย้าขุยกลับเตรียมจะเคลื่อนกายกลับไป อย่างรู้กัน ต้องกลับไปในเมืองฆ่าคนพวกนั้น
ตาเฒ่าหลี่คาดการณ์ไว้นานแล้ว กระบี่ยาวทะลวงอากาศออกไปขวางทางมันเอาไว้ ตะโกนว่า
“หนึ่งนาที! หลังจากหนึ่งนาทีถอย!” คำพูดนี้ไม่ได้หมายถึงแค่พวกฉินเฟิ่งชิง ยังหมายถึงฟางผิงที่อยู่ในเมืองด้วย อย่างมากหนึ่งนาทีเขาต้องไปแล้ว หากไม่ไปอีก เขาอาจไม่มีเรื่องเสมอไป แต่ในสถานการณ์ที่สิ้นเปลืองอย่างหนัก เขาสกัดขั้นเก้าสองคน หากคนหนึ่งดึงตัวออกไปได้ พวกฉินเฟิ่งชิงก็เป็นอันตรายแล้ว
“เร็ว รีบบุกไปในจวนเจ้าเมือง ชิงเมล็ดดอกขุยฮวา!” ทุกคนพากันตะโกนขึ้น พวกขุยหลัวกลับรู้สึกเหลือบ่ากว่าแรงอยู่บ้าง สู้ไปถอยไปเช่นกัน ตอนแรกคิดว่าคนพวกนี้มาเพื่อฆ่าคน เพื่อต่อสู้อย่างดุเดือด งั้นพวกเขาต้องเข่นฆ่าอย่างถึงที่สุดอยู่แล้ว! แต่นึกไม่ถึงว่าคนพวกนี้จะมาเพื่อเมล็ดดอกขุยฮวา ในจวนเจ้าเมืองมีเหลืออยู่บางส่วนแต่น้อยมาก… คนพวกนี้จะถอยทัพออกไปแล้ว เวลานั้นจะต่อสู้ดุเดือดเอาชีวิตไปทิ้งเพื่ออะไร? ยังไม่สู้รอเทพผู้พิทักษ์และราชา โจมตีกระบี่อมตะให้ล่าถอยไปก่อน ค่อยวางแผนอีกครั้งก็ไม่สาย ดังนั้นขั้นแปดสองคน ขั้นเจ็ดห้าคน จึงบีบให้คนพวกนี้เข้าไปต่อสู้ในเมือง ประชากรและทหารองครักษ์ในเมืองพวกนั้นตอนนี้ก็รีบอพยพเช่นกัน ยอดฝีมือระดับสูงพวกนี้ทำสงครามไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะขัดขวางได้
ในจวนเจ้าเมือง ฟางผิงคว้าตัวขุนพลกองทหารองครักษ์คนหนึ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว เค้นถามบางเรื่องแล้ว ไม่นานก็ทำลายศพลบหลักฐาน เสียงตะโกนของตาเฒ่าหลี่เขาก็ได้ยินเหมือนกัน รอจนเห็นพวกฉินเฟิ่งชิงบุกเข้ามาทางนี้ ฟางผิงก็แววตาวับไหวเล็กน้อย ไม่ได้รั้งตัวอยู่ในจวนเจ้าเมืองต่อ แต่วิ่งไปทางที่พวกเฟิงเมี่ยเชิงเพิ่งจะออกไป เจ้าพวกนั้นหนีไปแล้ว เขารับรู้ได้เหมือนกัน
ระหว่างที่ไล่ตามไป ฟางผิงก็ตะโกนว่า
“ทหารเมืองเย้าขุยตามข้าออกมา คุ้มกันฝ่าบาททั้งสอง!”
พูดจบ ข้างหลังนั้นไม่นานก็มีทหารองครักษ์มารวมตัวนับร้อย ฟางผิงไม่พูดมาก ทะยานขึ้นฟ้าทันที ชั่วพริบตาก็พาคนออกมาจากจวนเจ้าเมือง ไปคุ้มกันพวกเฟิงเมี่ยเชิงแล้ว แม้เจ้าพวกนี้จะเป็นยอดฝีมือระดับสูงทั้งหมด แต่เวลานี้… ประจบประแจงหน่อยอาจจะมีผลอยู่บ้างเหมือนกัน
พวกเฟิงเมี่ยเชิงยังหนีไปไม่ไกล ไม่นานฟางผิงก็เห็นเงาหลังพวกเขาแล้ว ตะโกนมาจากไกล ๆ ว่า
“องค์ชาย ข้ามาช้าแล้ว! ทหารเย้าขุยคุ้มกันความปลอดภัยของฝ่าบาท!” ฟางผิงออกคำสั่งเสียงดัง
ข้างหน้านั้น เฟิงเมี่ยเชิงและหลีอันต่างขมวดคิ้วขึ้นมา พวกเราจำเป็นต้องให้พวกเจ้าปกป้องด้วยหรือไง? ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าพวกนี้ทำอย่างเกริกเกียรติ ไม่ใช่จะเป็นการบอกทุกคนว่าพวกเขาหนีมาหรือไง? ช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น เฟิงเมี่ยเชิงก็มองฟางผิงด้วยแววตาไม่พอใจ
ฟางผิงกลับไม่สนใจ กระโดดลงมาอยู่ข้างหน้าพวกเฟิงเมี่ยเชิงทันที ในมือถือดาบยาว หันหลังให้คนพวกนั้น มองไปยังสนามรบด้วยใบหน้าระแวดระวัง เอยว่า
“องค์ชายทั้งสองวางใจ แม้ข้าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของยอดฝีมือระดับสูง แต่ก็ยินดีจะรบเพื่อองค์ชายทั้งสองอย่างถึงที่สุด!”
เฟิงเมี่ยเชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร ในใจกลับแค่นหัวเราะ ไอ้ขี้ประจบ หากบุกเข้ามาจริงๆ เขาไม่เชื่อหรอกว่าคนพวกนี้จะอยู่สู้จนถึงที่สุด แต่คนพวกนี้ไม่นานก็จะถอยทัพแล้ว พวกเฟิงเมี่ยเชิงจึงไม่หนีออกไปอีก ยืนดูสงครามกลางอากาศอยู่ข้างนอกจวนเจ้าเมือง
เจ้าเมืองเย้าขุยและปีศาจเย้าขุยใกล้จะสกัดหลี่ฉางเซิงอยู่หมัดแล้ว หากพวกหลี่ฉางเซิงยังไม่ไปอีก เกรงว่าไม่ใช่แค่ปัญหาที่ขั้นเจ็ดขั้นแปดพวกนี้อาจถูกสกัดตัวไว้แล้ว ในเวลานี้ กลางอากาศฉินเฟิ่งชิงวาดดาบลงมาข้างล่าง ทำลายสิ่งก่อสร้างบางส่วนในจวนเจ้าเมืองแตกกระจาย กัดฟันตะโกนว่า
“ฆ่า! ฆ่าเจ้าพวกนี้ให้หมด ชิงเมล็ดดอกขุยฮวา!” หลี่หานซงก็ชกหมัดไปข้างล่างเช่นกัน คนในจวนเจ้าเมืองบางส่วนที่ยังไม่หนีออกไป หลายคนถูกฆ่าในชั่วพริบตา
แต่ไกลออกไปนั้น หลี่ฉางเซิงตะโกนออกมาแล้ว
“ถอยทัพ! มียอดฝีมือมาสนับสนุนแล้ว!”
“ขวางพวกมัน ขวางพวกมันไว้!” เจ้าเมืองเย้าขุยก็คำรามเสียงดังเช่นกัน ห่างออกไปหลายร้อยลี้ มีขั้นเก้าจากอีกเมืองหนึ่งมาช่วยสนับสนุนแล้ว!
โค่วเปียนเจียงตะโกนเสียงดัง
“สู้ไปถอยไป!” ฉินเฟิ่งชิงยังอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง เอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้ “ยังชิงเมล็ดมาไม่ได้…”
“ไปเถอะ! ครั้งหน้ายังมีโอกาส!” หลี่หานซงไม่รู้ว่าตอนนี้พอแล้วหรือยัง แต่ถึงเวลานี้แล้ว หากไม่ถอยทัพอีกจะสายเกินไปจริงๆ แล้ว ส่วนฟางผิงจะสามารถผ่านด่านไปได้หรือเปล่า วัดดวงเอาเถอะ เวลานี้เขาไม่รู้ว่าฟางผิงอยู่ที่ไหนเหมือนกัน
ในเวลานี้ ข้างหลังจวนเจ้าเมือง ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกคนหนึ่งทะยานขึ้นอากาศ ตะโกนว่า
“ทำร้ายพ่อข้า! หมิงเอ๋อร์! ถอยออกมา!” ขุยหลัวตะโกนอย่างโมโห ลูกชายตัวเองโง่ไปแล้วหรือไง? ตอนนี้เขาถูกหลิวพั่วหลูล่าถอย สกัดตัวไว้ อีกฝ่ายมีอาวุธวิเศษขั้นเก้า ทำให้ร่างทองเขาได้รับบาดเจ็บ แต่อีกฝ่ายจะถอยทัพแล้ว เขาไม่อาจเป็นอะไรได้ ลูกชายของตัวเอง ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นขุนพลคนหนึ่ง จู่ ๆ บุกออกมารนหาที่ตายหรือไง?
“ท่านพ่อ!” ฟางผิงกลับไม่คิดสนใจ ดาบยาวในมือปรากฏพลังงานขึ้นมา ฟันดาบไปทางหลิวพั่วหลู! เกิดเสียงระเบิดดังลั่น! กลางอากาศ ดาบที่คล้ายกับแส้ยาวถูกฟันออกไป หลิวพั่วหลูขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้สนใจประกายดาบนั้น โจมตีไปทางฟางผิงครั้งหนึ่ง คิดจะฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกนี่ให้ตาย
“เจ้ากล้า!” ขุยหลัวมีโทสะอย่างหนัก ภายใต้การระเบิดพลังก็บุกจู่โจมหลิวพั่วหลูอย่างบ้าคลั่ง
ในเวลานี้ ประกายดาบใกล้ร่าง ฟางผิงกลับระเบิดบนตัวของหลิวพั่วหลู แขนซ้ายของหลิวพั่วหลูปรากฏรอยแผลเล็ก ๆ ออกมา ด้านฟางผิงก็รีบหลบการโจมตีของเขา เห็นว่าหลบไม่พ้น ฟางผิงก็ส่งเสียงคำราม ฟันออกมาหลายสิบดาบติดต่อกัน… เกิดเสียงระเบิดขึ้น ฟางผิงกระเด็นลอยกลับมา ร่วงสู่พื้นดินตกลงมาเบื้องหน้าของพวกเฟิงเมี่ยเชิง ปากกระอักเลือด ใบหน้าซีดเผือด
เฟิงเมี่ยเชิงและหลีอันกลับสบสายตากัน เผยแววตาเป็นประกาย! เจ้าหมอนี่… เจ้าหมอนี่ใช้ความสามารถของขั้นขุนพลตอนกลาง นึกไม่ถึงว่าจะทำให้ขั้นแปดคนหนึ่งบาดเจ็บได้! แม้จะบาดเจ็บแค่ภายนอกเล็กน้อย กระทั่งอีกฝ่ายโจมตีส่ง ๆ ออกมายังรับไม่ได้ แต่อีกฝ่ายก็มีความสามารถแค่ขั้นขุนพลตอนกลางเท่านั้น เคล็ดวิชาก็ชำนาญอย่างยิ่ง ระเบิดพลังได้แข็งแกร่ง! ก่อนหน้านี้นึกไม่ถึงว่าจะมองข้ามไป เขตแดนข้างนอกมีอัจฉริยะแบบนี้ด้วย?