ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 697 มองความเท็จเป็นความจริง ความจริงก็กลายเป็นความเท็จ (1)
- Home
- ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน
- ตอนที่ 697 มองความเท็จเป็นความจริง ความจริงก็กลายเป็นความเท็จ (1)
“ประมุขจ้าวเชิญนั่ง”
คนผู้นี้เป็นยอดฝีมือระดับเหนือราชา เข้ามาในห้องโถงก็ฟื้นฟูสภาพจนเป็นปกติ ร่างราวกับภาพมายา มองอีกครั้งก็ไปปรากฏบนบัลลังก์ตรงกลางแล้ว
“คารวะเหนือราชาหงเหมย!”
ในโถงรับแขก รวมกับผู้ฝึกยุทธ์สวมหน้ากากขั้นเก้าสามคน ล้วนค้อมกายคารวะ
ข้างบนห้องโถง เหนือราชาสตรีคนนั้นเผยโฉมหน้าออกมา จ้าวซิ่งอู่มองอีกฝ่ายไปตรงๆ ไม่ได้หลงใหลกับใบหน้าที่ละเอียดลออถึงกระทั่งดูจอมปลอมของเธอ เอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า
“เหนือราชาหงเหมย? ฉันไม่คุ้นเคยกับเหนือราชาถ้ำใต้ดินเท่าไหร่ เหนือราชาหงเหมยเป็นตัวแทนตัวเอง เป็นตัวแทนของตำหนักเหนือราชา หรือว่าเป็นตัวแทนราชสำนักพืชปีศาจ?”
“ราชสำนักพืชปีศาจ?”
เหนือราชาหงเหมยคลี่ยิ้มว่า
“ประมุขจ้าว จากคำพูดของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ของพวกเจ้า เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ราชสำนักพืชปีศาจมีความหมายเชิงลบ มาที่นี่เรียกว่าราชสำนักเทียนจื่อดีกว่า”
พูดจบก็มองไปทางผู้อาวุโสแปด เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“เฮยชวนมู่ เจ้าก็นั่งลงเถอะ”
ผู้อาวุโสแปดรีบประสานหมัดก่อนจะนั่งลงที่เดิม เห็นจ้าวซิ่งอู่ยังยืนอยู่ก็กระแอมไอเบาๆ บอกเป็นนัยว่าไม่มีความจำเป็นต้องงัดข้อกับเหนือราชาถ้ำใต้ดินในเวลานี้
จ้าวซิ่งอู่ไม่พูดอะไรเช่นกัน กลับไปนั่งที่เดิม เงยหน้ามองไปทางเหนือราชาหงเหมย เอ่ยเสียงดังว่า
“เจ้าลัทธิใหญ่จัดการให้พวกเราหนีเข้าสู่เขตหวงห้าม ทั้งให้ผู้ส่งสารพาพวกเรามาเมืองเทียนจื่อ ฉันคิดว่าราชสำนักพืชปีศาจ…”
“ประมุขจ้าว ในเมื่อมาแดนเทพแล้วนั้น ยังต้องปรับตัวทำความเข้าใจกับธรรมเนียมของแดนเทพหน่อย”
เวลานี้เหนือราชาหงเหมยไม่ได้พูด ชายหนุ่มรูปงามคนนั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ในแดนเทพ เหนือราชานั้นมีฐานะสูงส่ง ในเมื่อเหนือราชาหงเหมยบอกให้ประมุขจ้าวทำตามธรรมเนียมที่นี่ ประมุขจ้าวก็ไม่ควรต่อต้านคำสั่งของเหนือราชา”
จ้าวซิ่งอู่หัวเราะขึ้นมา เอ่ยอย่างดูแคลน
“คำสั่งของเหนือราชา? คนไร้ประโยชน์อย่างนาย ชั่วชีวิตนี้อย่าคิดจะกลายเป็นเหนือราชาเลย! มาถึงระดับของฉันแล้วจะกลัวเหนือราชาได้ยังไง หากกลัวจริงๆ ชั่วชีวิตนี้ของฉันก็อย่าได้ก้าวสู่ขั้นสุดยอดเลย! น่าขำ! ถ้าใต้ดินมีสภาพแวดล้อมในการฝึกวิชาที่ดีกว่า เหนือราชาถึงได้เยอะแบบนี้ อาศัยคนอย่างพวกนายสามร้อยปียังให้กำเนิดเหนือราชาหนึ่งคนไม่ได้ด้วยซ้ำ!”
“เจ้า…”
ชายหนุ่มแทบจะรับไม่ได้อยู่บ้าง เหนือราชาหงเหมยยกมือขึ้นช้าๆ เอ่ยว่า
“ประมุขจ้าว ไม่เสียทีที่เป็นหนึ่งในยอดฝีมือระดับต่ำกว่าเหนือราชาที่แข็งแกร่งที่สุด ถามอบอาวุธวิเศษขั้นเก้าให้ประมุขจ้าว เรียนรู้เคล็ดวิชาเหนือราชา… ราชาเอวี่ยที่ยังไม่ทะลวงด่านอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของประมุขจ้าวเสมอไป ยอดฝีมืออย่างประมุขจ้าว ตำหนักเหนือราชาและราชสำนักต่างให้ความสำคัญ”
จ้าวซิ่งอู่เอ่ยว่า
“เหนือราชาหงเหมยพูดตรงๆ เถอะ ข้อดีข้อเสียฉันจะพิจารณาเอง ตอนนี้ฉันเป็นปลาอยู่บนเขียงรอให้คนอื่นสับ ในเมื่อฉันอยากมีชีวิตรอด นั่นก็ไม่อาจทำเรื่องตามปณิธานได้”
เหนือราชาหงเหมยหัวเราะ ไม่ชักช้าอีก ไม่นานก็เอ่ยว่า
“ราชสำนักอยากให้ประมุขจ้าวทำเป็นตัวอย่าง มุ่งหน้าไปเขาสกัดสมุทรโดยมีเหนือราชาหลายคนคุ้มกัน เกลี้ยกล่อมให้ผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ยอมจำนน…”
“ทำไม่ได้!”
จ้าวซิ่งอุปฏิเสธทันควัน เหนือราชาหงเหมยเผยแววตาเยียบเย็น เอ่ยเรียบนิ่งว่า
“คำขอเล็กน้อยแค่นี้ ประมุขจ้าวก็ไม่ยินดีจะรับปาก?”
จ้าวซิ่งอู่เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง
“ฉันบอกไปแล้ว ฉันเข้าสูลัทธินอกรีตเพื่อแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น! ไม่ได้ทำเพื่อทรยศมนุษยชาติ! พวกนายอยากใช้ฉันเป็นแบบอย่าง ขออภัยที่ทำตามคำสั่งไม่ได้! แม้ฉันจะเข้าสูลัทธินอกรีต กลับเคารพนับถือผู้ฝึกยุทธ์ที่ต่อต้านศัตรูข้างนอกพวกนั้นเหมือนกัน! พวกนายสามารถเอาฉันไปป่าวประกาศได้ แต่ฉันไม่อาจแทงมีดใส่พวกเขาในเวลานี้! ฉันจะออกหน้าหรือไม่ออกหน้าแตกต่างกันอยู่แล้ว เว้นเสียแต่ว่าพวกนายจะพาศพฉันไปป่าวประกาศ ไม่งั้นเรื่องนี้ก็อย่าหวังเลย!”
เหนือราชาหงเหมยแค่นหัวเราะว่า
“พูดแบบนี้ประมุขจ้าวไม่มีความคิดจะร่วมมือกับราชสำนัก?”
“คนที่ร่วมมือมีแค่ฉันเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับมนุษยชาติ! นี่เป็นขีดจำกัดของฉันแล้ว ทั้งเป็นความยึดติดหลายปีมานี้ของฉันเหมือนกัน! ฉันอยากฟื้นฟูยุคสมัยสำนัก นำพาสำนักไปให้แข็งแกร่งขึ้น สุดท้ายเป้าหมายยังคงเพื่อกำราบถ้ำใต้ดิน ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว! ฉันต่อต้านพวกจางเทา แค่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม คิดว่าพวกเขากดขี่สำนักของฉัน แต่พวกเขาต่อต้านการรุกรานของถ้ำใต้ดิน ในความคิดฉันนับว่าไม่เลว จุดนี้ฉันกลับนับถือพวกเขา!”
จ้าวซิ่งอู่ฟื้นฟูท่าทีเป็นปกติ เอ่ยว่า
“ฉันไม่อยากตาย ทั้งไม่ได้อยากใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ฉันมีสิ่งที่ฉันใฝ่หา มีความคิดของตัวเอง! ฉันและพวกจางเทาแค่ความคิดไม่ตรงกันเท่านั้น! ถ้าเหนือราชาหงเหมยคิดว่าฉันเข้าสู่เขตหวงห้ามก็เพื่อทรยศมนุษยชาตินั้นก็คิดผิดมหันต์แล้ว!”
“ราชานักรบ…”
เหนือราชาหงเหมยพึมพำก่อน ไม่เผยผิวหน้าเยือกเย็นอีก หัวเราะว่า
“อันที่จริงข้ามองออกตั้งนานแล้ว คนอย่างประมุขจ้าวจะทรยศง่ายๆ ได้ยังไง ประมุขจ้าวอยากให้ยุคสมัยสำนักกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง อยากให้พวกราชานักรบไม่กดขี่ผู้ฝึกยุทธ์สำนักอีก เรื่องพวกนี้ข้าได้ยินมาเหมือนกัน ในเมื่อประมุขจ้าวไม่ยินดี ข้าก็จะไม่บังคับ แต่ว่าบางเรื่องข้าคิดว่ายังสามารถพูดคุยกันได้ พูดเงื่อนไขของราชสำนักก่อนแล้วกัน อาวุธวิเศษขั้นเก้าอยู่ในระดับชั้นเยี่ยมทำนองนั้น! เคล็ดวิชาเหนือราชา แม้ประมุขจ้าวอาจจะไม่เดินในเส้นทางเหนือราชาคนนี้เสมอไป แต่นำไปศึกษาก็มีมูลค่ามหาศาลเหมือนกัน บางทีอาจสามารถเดินในเส้นทางของตัวเองไปจนสุดทางได้ อย่างอื่นข้าคิดว่าประมุขจ้าวคงไม่ต้องการเหมือนกัน”
“เงื่อนไข”
จ้าวซิ่งอู่เอ่ยปาก
“ง่ายๆ รอเวลาที่ทางเดินทั้งหมดเปิดเต็มรูปแบบ ราชสำนักจะบุกเบิกพื้นที่รกร้างขึ้นมาภายในแดนเทพให้ประมุขจ้าวคอยควบคุม สร้างราชวงศ์ก็ดี ถึงกระทั่งสำนักก็ไม่มีปัญหา ถึงเวลานั้นประมุขจ้าวสามารถกลับไปดินแดนแห่งการเกิดใหม่ เชิญชวนลูกน้องสหายเก่า รวมถึงมนุษย์ในดินแดนแห่งการเกิดใหมคนอื่นๆ เข้าสู่แดนเทพ บุกเบิกพื้นที่ให้มนุษย์ได้ดำรงชีวิต”
จ้าวซิ่งอู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เพื่ออะไร?”
เหนือราชาหงเหมยถอนหายใจว่า
“พวกราชานักรบมองพวกเราเป็นศัตรูมาโดยตลอด อันที่จริงตำหนักเหนือราชาอธิบายไปหลายครั้งแล้ว เคยพูดเรื่องพวกนี้กับพวกเขาเหมือนกัน แดนเทพไม่ได้คิดจะรุกรานดินแดนแห่งการเกิดใหม่! หากรุกรานจริงๆ จากความสามารถของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ พวกเราคงบุกทะลวงเข้าไปนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาสละชีวิตกันแบบนี้ ดังนั้นถึงได้มีการปิดล้อมของเขาสกัดสมุทรขึ้นมา”
“อันที่จริงพวกเราเข้าสู่ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ก็เพื่อค้นหาของบางอย่างเท่านั้น… เมล็ดพันธุ์แห่งการเกิดใหม่ จุดนี้ประมุขจ้าวน่าจะกระจ่างใจดี แน่นอนข้ายอมรับเช่นกัน ถึงเวลานั้นภายใต้การค้นหาอย่างเต็มที่ บางทีอาจจะทำลายพื้นที่ดำรงชีวิตของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ไปบ้าง ถึงกระทั่งสร้างการบาดเจ็บล้มตายบางส่วน นี่เป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่ขอแค่พวกเจ้าอพยพเข้ามาอยู่ในแดนเทพ ทุกอย่างย่อมไม่อาจเกิดขึ้น”
ราชาหงเหมยเผยสีหน้าสะท้อนใจ
“น่าเสียดายพวกราชานักรบแทบไม่ฟัง เอาแต่คิดว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษ… น่าขำน่าเศร้า ทุกคนล้วนถูกพวกเขาบีบเล่นอยู่ในมือ! พวกเขาคิดเพื่อมนุษยชาติจริงๆ งั้นเหรอ? นั่นไม่แน่เสมอไป นอกจากพวกเขาจะปิดล้อมเขาสกัดสมุทร ยังปิดล้อมพื้นที่ระหว่างเขตแดน พวกราชานักรบไม่ได้เฝ้าระวังอยู่ที่เขาสกัดสมุทรตลอดเวลา แต่เคลื่อนไหวบนพื้นโลก พวกเจ้าคงไม่คิดว่าพวกเขากำลังบ่มเพาะคนของดินแดนแห่งการเกิดใหม่อยู่จริงๆ สินะ? พวกเขากำลังค้นหาเหมือนกัน ค้นหาเมล็ดพันธุ์แห่งการเกิดใหม่! พวกเขาปิดล้อมเขาสกัดสมุทรก็เพราะไม่อยากให้พวกเราไปค้นหาเท่านั้น ทุกอย่างล้วนทำเพื่อพวกเขาเอง…”