ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 679-2 ผู้เฒ่าหลิวคลุ้มคลั่ง (2)
ด้านข้างกัวเซิ่งเฉวียนอธิบายว่า
“ประโยชน์ของเส้นทางต้นกำเนิดอันที่จริงเทียบได้กับเครื่องจัดเก็บพลังงานเพิ่มเติมอย่างหนึ่งรวมกับขั้นสุดยอด
แสดงความสามารถอย่างแข็งแกร่งได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางต้นกำเนิดเหมือนกัน
แม้จะเป็นขั้นสุดยอดความแข็งแกร่งของร่างกายก็มีขีดจำกัด
แต่ขั้นสุดยอดแข็งแกร่งขนาดนี้ก็ขึ้นอยู่กับเส้นทางต้นกำเนิด
นอกจากเส้นทางต้นกำเนิดจะเป็นเครื่องจัดเก็บพลังงานแล้วยังเป็นเครื่องขยายพลังงานด้วยเหมือนกัน
ขั้นสุดยอดระเบิดปราณหนึ่งแสนแคลอาศัยการขยายพลังงานจากเส้นทางต้นกำเนิดบางทีอาจจะแข็งแกร่งหลายเท่าถึงกระทั่งหลายสิบเท่า!”
“เธออยากรู้ว่าขยายได้กี่เท่าก็มองจากการตื่นรู้ของเส้นทางต้นกำเนิดน่าจะชัดเจนมากขึ้น
ตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดขั้นต้นอาจจะขยายพลังได้ถึงหนึ่งจุดหนึ่งเท่า
เธอระเบิดปราณหนึ่งแสนแคลหรือพลังฟ้าดินหนึ่งร้อยหลุนอาศัยการขยายของเส้นทางต้นกำเนิดก็สามารถแตะถึงหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นแคลหรือหนึ่งร้อยสิบหลุน
ยิ่งตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดลึกล้ำเท่าไหร่พลังก็ยิ่งขยายได้มากเท่านั้นฉันพูดแบบนี้เธอสามารถเข้าใจได้ใช่หรือเปล่า?”
ฟางผิงเข้าใจทันทีก่อนจะเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า
“อาจารย์กัวคุณไม่เป็นอาจารย์คงน่าเสียดายแล้ว!
ตามตรงเรื่องของเส้นทางต้นกำเนิดมีหลายคนเคยอธิบายกับผมมาก่อนรวมถึงรัฐมนตรีจาง
แต่เดี๋ยวก็กุญแจเดี๋ยวการควบคุมพลังงานเดี๋ยวความสั้นความยาวของเส้นทางอีก…
พูดตามตรงผมแทบฟังไม่เข้าใจแต่ฟังจากที่พูดแล้วผมก็เข้าใจได้ทันทีแบบนี้นี่เองเห็นภาพชัดแล้ว!”
ครั้งนี้ฟางผิงไม่ได้ประจบกัวเซิ่งเฉวียนพูดได้ชัดเจนกว่าคนอื่นจริงๆ
เส้นทางต้นกำเนิดสามารถมองเป็นเครื่องขยายพลังงานอย่างหนึ่งได้!
ตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดเล็กน้อยสามารถขยายพลังงานได้หลายเท่าภายใต้ปราณที่เท่ากันสามารถระเบิดอานุภาพออกไปได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทั้งยิ่งตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดลึกล้ำเท่าไหร่ก็ยิ่งขยายได้มากเท่านั้น
ไม่แปลกใจที่ขั้นเก้าล้วนพูดถึงการตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดแทบไม่มีใครพูดถึงร่างกายของขั้นเก้าแข็งแกร่งกว่าร่างกายขั้นแปดเท่าไหร่จริงๆ
ทั้งสองอย่างบางทีอาจจะแตกต่างไม่เยอะความแตกต่างของขั้นแปดและขั้นเก้าอยู่ที่การขยายพลังงาน
ขั้นสุดยอดบางทีอาจจะขยายพลังงานได้ถึงสิบเท่าแต่คนที่ไม่ใช่ขั้นสุดยอดต่อให้ตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดแค่ไหนบางทีก็อาจจะทำได้แค่หนึ่งถึงสองเท่า
ความแตกต่างของพลังแตะถึงหลายเท่าถึงกระทั่งหลายสิบเท่างั้นพลังทำลายล้างที่เกิดขึ้นก็ไม่เหมือนกันแล้ว
ความแข็งแกร่งของขั้นสุดยอดครั้งนี้ฟางผิงนับว่าเข้าใจขึ้นมาอยู่บ้างแล้ว
แต่ฟางผิงยังคงละล่ำละลักว่า
“งั้นเดินในสองเส้นทางหมายความว่าพลังงานสามารถขยายต่อไปได้?”
กัวเซิ่งเฉวียนส่ายหัวเห็นฟางผิงผิดหวังก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้แค่วิธีฉันไม่เข้าใจพวกเราห่างจากระดับมากเกินไป
เดินในเส้นทางที่สองบางทีอาจจะเป็นเหมือนที่เธอพูดก็ได้ทั้งบางทีอาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่งอย่างเช่นว่าเป็นการเพิ่มพลังขึ้นอีกระดับหนึ่ง
นำมาเปรียบเทียบกับพวกเราพลังงานที่พวกเราควบคุมอันที่จริงมีหลายอย่าง
พลังปราณ พลังฟ้าดิน พลังทำลายล้าง…พลังงานพวกนี้ก็เป็นการยกระดับจากพื้นฐานอย่างหนึ่ง
ขั้นสุดยอดเดินในเส้นทางที่สองอาจจะเป็นแบบนั้นเหมือนกันแน่นอนว่าฉันเชื่อการคาดเดาของเธอมากกว่าบางทีอาจจะเป็นการขยายขึ้นอีกครั้งจุดนี้เกรงว่าคงมีแค่ขั้นสุดยอดพวกนั้นที่กระจ่างใจ”
ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกันเงาสะท้อนกลางอากาศก็เกาะกันแน่นอย่างสมบูรณ์แล้ว
เพิ่งจะเกาะแน่นเงาสะท้อนก็หายวับไปในชั่วพริบตา
ฟางผิงเผยสีหน้าประหลาดใจตาเฒ่าหลี่เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“สำเร็จแล้ว! เลื่อนระดับเป็นขั้นแปดผู้เฒ่าหลิวมีความสามารถของขั้นแปดแล้วพลังไม่กระจัดกระจายอีกเงาสะท้อนไม่มีพลังงานสนับสนุนก็ต้องสลายไปอยู่แล้ว”
พูดจบครู่ต่อมาร่างของหลิวพั่วหลูก็ปรากฏขึ้นข้างหน้าทุกคน
หลิวพั่วหลูไม่ได้พูดกับคนอื่นมองไปทางฟางผิงด้วยแววตาลึกล้ำว่า
“สิบปีก่อนฉันก็ละทิ้งความคิดที่จะเลื่อนขั้นไปแล้วคิดว่าชั่วชีวิตนี้คงทำได้แค่นี้
บางทีอาจจะอาศัยความสามารถของขั้นเจ็ดตายในถ้ำใต้ดิน
ครึ่งปีก่อนเหล่าอวี่ตายในสงครามถ้ำใต้ดินครั้งนั้นฉันรู้สึกว่าต่อไปคงถึงตาของฉันแล้ว
เขาประคองมาหกสิบปีประคองไม่ไหวแล้วทางมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ฉันก็ใช้ชีวิตมามากพอแล้วหากต้องมีคนตายนั่นก็ต้องเป็นฉันเท่านั้น
การเดินทางในถ้ำใต้ดินหนานเจียงฉันคิดว่าตัวเองต้องตายแน่นอนกลับคาดไม่ถึงว่าเพราะเธอและหลี่ฉางเซิงฉันจึงมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง
ครั้งนั้นกะโหลกได้รับบาดเจ็บฉันคิดว่าแม้จะไม่ตายนั่นก็ยืดเวลาลมหายใจเฮือกสุดท้ายออกไปได้ระยะหนึ่ง
เวลานั้นรับปากกับเหล่าอวี่ว่าจะช่วยเขาดูแลมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ไม่อาจจะตายเปล่าได้อยู่แล้ว…”
“แต่นึกไม่ถึงว่า…นึกไม่ถึงจริงๆมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ไม่ได้เหมือนในจินตนาการของฉันเงียบหายไปเรื่อยๆตกต่ำไปเรื่อยๆ
ก่อนที่เหล่าอวี่จะจากไปเคยคุยกับฉันมาก่อนถ้าเขาตายอย่างน้อยมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ต้องอาศัยการตกตะกอนอีกหลายปีรออู๋ขุยซานทะลวงขั้นเก้าแล้วค่อยวางแผนอีกครั้ง…”
ชั่วพริบตานี้ชายชราที่ปกติแทบไม่พูดจากลับพูดเป็นน้ำไหลไฟดับแล้วน้ำเสียงที่แฝงความคร่ำครวญรับรู้ได้อย่างชัดเจน
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ไม่ได้ตกต่ำ!
หลังจากอธิการเฒ่าตายในสงครามนอกจากไม่ได้ตกต่ำแล้วกลับโดดเด่นขึ้นมาอย่างรวดเร็วแข็งแกร่งอย่างรวดเร็วถึงกระทั่งทำลายล้างเมืองเทียนเหมินที่เป็นศัตรูเก่าได้!
ระหว่างที่พูดจู่ๆหลิวพั่วหลูก็เอ่ยเสียงดัง
“หลังจากกวาดล้างเมืองเทียนเหมินทุกคนต่างชะล่าใจอยู่บ้างแล้ว!
เพราะพวกเรากำจัดศัตรูคู่แค้นของพวกเราได้ฆ่าศัตรูเก่าของพวกเราได้หลายคนถึงขั้นสูญเสียเป้าหมายไปแล้ว!
แต่ความจริงล่ะ? เมืองเทียนเหมินเป็นศัตรูของพวกเราจริงๆงั้นเหรอ? พวกเขาเป็นแค่ดาบเล่มหนึ่ง!
ดาบเล่มหนึ่งที่ปล่อยให้คนควบคุมตามใจตอนนี้พวกเราแค่บดขยี้ดาบเล่มนี้เท่านั้นแทบไม่ได้ทำลายถึงศัตรูได้!
ศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่เมืองเทียนเหมิน! ตอนนี้เพราะบดขยี้ดาบเล่มนี้ได้หลายคนคิดว่าประสบความสำเร็จแล้วไม่มีแรงกดดันอีกต่อไป!”
“ฉันสามารถเข้าสู่ขั้นแปดอย่างรวดเร็วได้ตรงกันข้ามกับพวกเธอเพราะฉันมีแรงกดดันมีแรงกดดันอย่างหนัก
ไม่ใช่ว่ากังวลจะถูกคนรุ่นหลังล้าหน้าฉันถึงกระทั่งหวังให้ทุกคนในมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้สามารถหลอมร่างทองได้ทั้งหมดกลายเป็นขั้นเก้าทั้งหมด!
แต่ตอนนี้พวกเรายังไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น! บดขยี้ดาบเล่มนี้แล้วศัตรูยังเหลืออยู่นับไม่ถ้วน!
หลายคนแทบไม่รู้ว่าถ้ำใต้ดินหมายความว่าอะไร? คนอื่นไม่พูดงั้นวันนี้ฉันจะพูด
ถ้ำใต้ดินที่พวกเราเผชิญหน้าอยู่เป็นแค่เขตแดนข้างนอกบางส่วนเท่านั้นรู้ว่าเขตแดนข้างนอกคืออะไรใช่หรือเปล่า?
ถ้ำใต้ดินที่แท้จริงคือชั้นในส่วนลึกของถ้ำใต้ดิน! ถ้ำใต้ดินแบ่งเป็นนอกและใน
ศัตรูที่พวกเราเจอตอนนี้เป็นแค่ศัตรูที่อยู่รอบนอกสุดเท่านั้นศัตรูที่อ่อนแอที่สุดศัตรูที่ไม่มีอนาคตที่สุด
คนพวกนี้บางทีอาจจะมีความสามารถของขั้นแปดขั้นเก้าแต่ล้วนเป็นประเภทที่อ่อนแอกันหมด!”
“ขั้นแปดแทบจะเป็นพวกปลายแถวขั้นเก้าส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตื่นรู้ในเส้นทางต้นกำเนิดประเภทนั้นแต่ชั้นในอย่างแท้จริงไม่ใช่แบบนี้
ฟางผิงที่แข็งแกร่งในความคิดของพวกเธอเขาเข้าไปข้างในแข่งขันกับผู้ฝึกยุทธ์ในรุ่นเดียวกันแน่นอนว่าเขาชนะ!
แต่นี่ไม่ใช่ความสามารถที่แท้จริงของถ้ำใต้ดินถ้ำใต้ดินแข็งแกร่งมาก!
พวกฟางผิงกลัวว่าพวกเธอจะสิ้นหวังพวกรัฐมนตรีกลัวว่าพวกเธอจะหมดหวังไม่ยอมพูดอยู่เรื่อยมาวันนี้ฉันกลับไม่กลัวพวกเธอสิ้นหวังอีกแล้วต้องพูดออกมา!”
หลิวพั่วหลูมองไปรอบๆเอ่ยเสียงดังว่า
“ช่วงนี้ฉันค้นพบปัญหาไม่น้อย! เพราะกวาดล้างเมืองเทียนหนานไปแล้วทรัพยากรมหาวิทยาลัยมีเพียงพอ
พวกนักศึกษาใหม่แทบไม่มีความรู้สึกตื่นตัวไม่มีความกล้าเหมือนตอนแรกที่เพราะค่ายาบำรุงเลือดและปราณเม็ดเดียวก็ชักมีดฆ่าคนได้แล้ว!
แต่ทรัพยากรพวกนี้กลับแลกมาด้วยชีวิตของคนนับไม่ถ้วน!
ฟางผิงที่เก่งกาจไร้เทียมทานในสายตาพวกเธอฟางผิงที่ได้รับของนับไม่ถ้วนจากการลงถ้ำใต้ดินมีครั้งไหนบ้างที่ไม่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย!
คิดว่าเขาไปถ้ำใต้ดินเพราะช่วงชิงทรัพยากรจริงๆอย่างนั้นเหรอ? เขาทำตัวเหมือนว่าไม่เป็นอะไรแต่บางเรื่องยังต้องให้พวกเธอรู้!
หลายครั้งแล้วที่เขาอยู่ระหว่างความเป็นความตายเนื้อหนังพังทลายอวัยวะภายในแหลกสลายพลังจิตใจถูกทำลายหากเป็นคนอื่นคงตายไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว!”
“อธิการอูที่แข็งแกร่งในสายตาพวกเธอสงครามเทียนหนานก็เกือบจะเอาตัวไม่รอดแล้วหากไม่ใช่ว่าถูกฟางผิงช่วยไว้ตอนนี้คงพิกลพิการไปแล้ว!”
“หลู่เพิ่งโหรว ถังเฟิง คนพวกนี้ใครไม่หลั่งเลือดในสงครามบ้าง?”
“กระทั่งพวกอาจารย์กัวเซิ่งเฉวียนที่เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยมาก็ต่อสู้บากบั่นในถ้ำใต้ดินขั้นแปดปะทะกับขั้นเก้าไม่ระวังก็มีแค่ตายเท่านั้น!”
ฟางผิงแปลกใจอยู่บ้างเหล่าหลิวเข้าด่านนึกไม่ถึงว่าจะรู้เรื่องนี้ด้วย?
แต่วันนี้เหล่าหลิวทะลวงด่านจู่ๆก็พูดเรื่องพวกนี้เขาไม่รู้ว่าควรจะแทรกบทสนทนาดีหรือเปล่า
หลิวพั่วหลูกลับไม่สนใจเขาตะโกนเสียงดังอีกครั้ง
“แต่พวกเธอล่ะ? พวกเธอหลายคนเข้าร่วมสงครามเทียนหนานคิดว่าตัวเองเคยหลั่งเลือดทำสงครามเหมือนกัน
แต่สำหรับคนอื่นสงครามแบบนี้นับว่าเป็นอะไร? ชัยชนะเล็กๆครั้งเดียวชัยชนะของหนึ่งเมืองทำให้พวกเธอลืมทั้งหมดไปแล้ว!
ไม่มีแรงกดดันไม่มีแรงผลักดันหลายคนคิดว่าตัวเองถึงระดับกลางก็เป็นอัจฉริยะแล้วไม่มีคู่ต่อสู้แล้ว!
แต่พวกเธอลองถามฟางผิงดูเขาที่อยู่ขั้นเจ็ดกล้าพูดว่าตัวเองไม่มีคู่ต่อสู้หรือเปล?”
“พวกเธอมีเงื่อนไขดีกว่าแทบจะดีกว่าผู้ฝึกยุทธ์ยุคสมัยใหม่ในรุ่นใดๆมหาวิทยาลัยแทบจะส่งทรัพยากรให้พวกเธอฟรีๆ
ราคาแลกเปลี่ยนทรัพยากรลดแล้วลดอีกเก็บค่าใช้จ่ายสิบเปอร์เซ็นต์ส่งให้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์! ทรัพยากรได้มาฟรีๆหรือไง?
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงของมหาวิทยาลัยรวมถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงแต่ละแวดวงมีหน้าที่ส่งทรัพยากรให้พวกเธอฟรีๆ?
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงอย่างพวกเขารวมถึงฉันรวมถึงฟางผิงและหลี่หานซงที่ยังอายุน้อยใครไม่เคยเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในสงครามนับไม่ถ้วนบ้าง
พวกเธอเสวยสุขกับรางวัลของสงครามกลับไม่คิดบ้างว่ารางวัลแบบนี้ได้มายังไง?
ช่วงนี้อยู่ในเวลาตกตะกอนทุกคนต่างเข้าด่านฝึกวิชาอันนี้ไม่อยากพูดมากเท่าไหร่
แต่ระยะห่างจากสงครามเมืองเทียนเหมินผ่านไปกว่าเดือนหนึ่งแล้วระดับกลางที่ควรทะลวงก็ทะลวงได้แล้วระดับล่างยิ่งไม่จำเป็นต้องพูดถึง!”