จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 367 เจ้าหญิงเลือดบริสุทธิ์
บทที่ 367 เจ้าหญิงเลือดบริสุทธิ์
‘สามร้อยวีรชน’
ตามความหมายของชื่อ มันเป็นหนังสือที่บันทึกประวัติของวีรชนกว่าสามร้อยราย
ไดแอนนาสนใจเกี่ยวกับวีรชนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยค่อนข้างสนใจเกี่ยวกับวีรสตรีเป็นพิเศษ
เพราะฉะนั้นเมื่อศาสตราจารย์แคลร์ เคท และศาสตราจารย์ไรอัน แฮกส์ ปรากฏตัวในสถาบัน เธอจึงได้ค้นหาบันทึกวีรชนดังกล่าวจากห้องสมุด
หนังสือเล่มนี้มีกว่าหกร้อยหน้า ในทุกสองหน้าจะเป็นบันทึกเรื่องราวของวีรชนคนหนึ่งในช่วงสงคราม
ครึ่งหน้าหนึ่งเป็นภาพเหมือนของวีรชนแต่ละคน
เมื่อเปิดหน้าหนังสือของ ‘สามร้อยวีรชน’ ลำดับบนสุดของรายชื่อคือ ไบรต์ กาวด์ ผู้กล้าหาญ
ลำดับที่สองเป็นวัลคีรี อัลเวตต์ เซนต์ เดม่อน
และดำเนินต่อไป…
ไดแอนนาพลิกหน้ากระดาษรวดเร็วอย่างกับคุ้ยหาสมบัติ จนในท้ายที่สุดจึงพบบุคคลที่เธอกำลังตามหาอยู่!
เมื่อตอนเธอนำบันทึกวีรชนเล่มนี้ออกมา ดาร์กได้คาดเดาไว้แล้วเล็กน้อย
มองย้อนไปจนถึงจุดนี้ ปรากฏว่าไดแอนนาค้นหาวีรสตรีท่านหนึ่งเข้าจริง ๆ
“ดูสิ ฉันบอกแล้ว! เธอมีลวดลายเลือดแบบเดียวกันบนใบหน้าเปี๊ยบเลย!”
ไดแอนนาชี้ภาพเหมือนในหนังสือและพูดอย่างตื่นเต้น
ดาร์กกับโรสชะโงกหน้าเข้าไปดูพร้อมกัน
ลมหายใจของทั้งสามผสมปนเปกันอยู่ชั่วขณะ เพาะบ่มต่อไปราวกับน้ำตาลในไวน์
ดาร์กอ่านชื่อของวีรสตรีผู้นั้นออกมา “เจ้าหญิงโลหิต!”
…
ผู้เขียนเรียบเรียง ‘สามร้อยวีรชน’ เล่มนี้ไม่ทราบว่าเป็นใครเช่นกัน เหนือสิ่งอื่นใด คือคนคนนี้มีทักษะการวาดภาพที่ดีเยี่ยมเป็นอย่างมาก
ภาพเหมือนของเจ้าหญิงโลหิตดูเสมือนจริงราวกับมีชีวิต อย่างกับจะออกมาจากหนังสือ
เธอเป็นหญิงผู้มีเสน่ห์น่าหลงใหลโดยไม่ต้องสงสัย
ผมยาวสีแดงเข้มนั้นลึกล้ำและเย้ายวน
ผิวขาวกระจ่างให้ความรู้สึกน่าประทับใจอย่างสุดซึ้ง
ดวงตาที่น่าค้นหาและดั้งจมูกที่สูงโด่ง ผนวกกับริมฝีปากที่เล็กแต่น่าสัมผัส พร้อมทั้งเครื่องหน้าแบบสามมิติที่ทำให้เธอโดดเด่นออกมาจากหน้ากระดาษ
บนใบหน้าของเธอมีลวดลายเลือด
ทว่าไม่ได้มากมายและซับซ้อนอย่างที่โรเบิร์ตบรรยาย
มีเพียงแค่บนแก้มซ้าย จากหางตาซ้ายลงมาถึงขากรรไกรล่าง เป็นลวดลายเลือดเส้นบาง ๆ ดั่งโน้ตดนตรี
ตรงกลางของลวดลายเลือดนี้ มีสัญลักษณ์ที่ดูเหมือน © ห้อมล้อมอยู่จริง
แต่ในบันทึกที่ถูกเขียนไว้ เธอไม่ได้เป็นแวมไพร์
และบนใบหูที่มีต่างหูแบบหมุดก็ไม่ใช่หูชี้แหลมเหมือนเอลฟ์ แต่กลับเป็นใบหูกลมมนธรรมดา
ไร้ซึ่งคมเขี้ยวเฉกเช่นแวมไพร์ในปากของภาพวาด
ในคำบรรยายที่เป็นลายลักษณ์อักษร เธอไม่อาจเป็นแวมไพร์ได้แน่นอน
โอฟิเลีย แบรด คือนามของเจ้าหญิงโลหิต
เธอได้รับแต่งตั้งฉายา ‘เจ้าหญิงโลหิต’ อันสืบเนื่องมาจากต้นกำเนิดของเธอ
แบรด เป็นนามสกุลของชนกลุ่มน้อย พวกเขาเรียกตนเองว่า ‘ตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์’ มีความเคารพต่อ ‘เลือดสด’ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของทุกสรรพสิ่ง บรรดาผู้มีพรสวรรค์ในตระกูลจะเกิดมาพร้อมกับ ‘เวทมนตร์โลหิต’ แสนทรงพลังและหาได้ยาก!
เวทมนตร์โลหิตคือศาสตร์แขนงย่อยในระบบเวทมนตร์อันยิ่งใหญ่
สรุปสั้น ๆ ได้ว่าเป็นมนตราแห่งการควบคุมเลือด
สกัดพลังงานจากเลือด
เลือดในร่างกายมนุษย์เดือดพล่านมาแต่ไกล โดยไหลทะลักออกจากร่างโดยตรง ทำให้ผู้คนถูกทิ่มแทงโดยเลือดประดุจเข้าไปในรังต่อ
หรือแม้กระทั่งสรรค์สร้างอสูรโลหิตที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งโหยหาการกลืนกินเลือด!
ในแง่ความรอบรู้ของเวทมนตร์โลหิต พวกเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ใช้เวทมนตร์โลหิตอันเป็นที่รู้จักอีกเผ่าพันธุ์หนึ่ง แวมไพร์!
ในช่วงสงคราม เพื่อที่จะจัดการกับแวมไพร์ที่คาดเดาได้ยาก ตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์ได้มอบข้อมูลที่เกี่ยวกับเวทมนตร์โลหิตให้กองทัพพันธมิตรเป็นจำนวนมากสำหรับการมุ่งเน้นป้องกันและจู่โจม
เป็นเวลาอยู่ช่วงหนึ่ง ที่ตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
พวกเขาซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีแดงเข้ม มีแสงสว่างส่องออกมาจากลวดลายเลือดบนใบหน้าเพียงครั้งคราว ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัว
ทว่าไม่ต้องให้พูดถึงเผ่าพันธุ์เชื้อชาติอื่น ท่ามกลางหมู่มวลมนุษยชาติมีชนเผ่าน้อยใหญ่แปลกประหลาดอยู่มากมาย และตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์ก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในนั้น
ถึงแม้จะมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมของชนเผ่า แต่พวกเขาล้วนมีเลือดเฉกเช่นเดียวกันกับมนุษย์
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่เป็นอันตรายต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่ละชนเผ่าไม่เกรงกลัวที่จะเสียสละและปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของตนในสงคราม
บางชนเผ่าก็อยู่รอดและเจริญรุ่งเรือง
บางชนเผ่าหายสาบสูญไปตลอดกาล ทว่าการอุทิศตนของพวกเขาจะคงอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติตลอดกาล
ตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์คือหนึ่งในชนเผ่าที่สาบสูญ
ดั่งที่กล่าวกันว่าไม้ใหญ่โดนโค่นล้ม
เมื่อพวกเขาเป็นอาวุธต่อต้านแวมไพร์ จึงกลายมาเป็นขวากหนามสำหรับเหล่าแวมไพร์ด้วยเช่นเดียวกัน
ตามเอกสารในวรรณกรรม ในระหว่างสงคราม เหล่าแวมไพร์เปิดการจู่โจมครั้งยิ่งใหญ่กับตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์อย่างไม่ทันตั้งตัว
ตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์ไม่สามารถหยุดยั้งการโจมตีอันน่าสะพรึงของแวมไพร์ ซึ่งเป็นอันดับสูงในหมู่เผ่าพันธุ์ปีศาจได้ จึงถูกกวาดล้างไปจนหมดสิ้น!
และโอฟิเลีย แบรด มีชีวิตรอดเนื่องจากเธอเพิ่งเข้าเรียนสถาบันเซนต์แมเรียนในเวลานั้น ทว่าเธอก็ต้องสูญเสียครอบครัวทั้งหมดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
…
แม้จะต้องพบเจอกับประสบการณ์ชีวิตแสนโหดร้าย แต่โอฟิเลีย แบรด ก็ไม่ได้ล้มเลิกหรือลาออก เธอเป็นคนอ่อนโยนและจิตใจดี มีสัญชาตญาณความเป็นเพศแม่ที่แข็งแกร่ง
ทว่าในฐานะวีรชนแห่งยุคทอง เธอไม่ได้มีความโดดเด่นมากนักเมื่อเทียบกับไบรต์ วัลคีรี หรือคนอื่น ๆ มากเสียจนหลายคนไม่รู้จักเธอด้วยซ้ำ
แม้แต่ไดแอนนา ผู้มีความสนใจเกี่ยวกับชีวประวัติวีรชนมาโดยตลอด ยังได้ทราบว่ามีวีรชนผู้ไม่เป็นที่รู้จักจากหนังสือ ‘สามร้อยวีรชน’ เล่มนี้
และเหตุผลสำหรับปรากฏการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่เพราะว่าโอฟิเลีย แบรด ไม่แข็งแกร่งพอ แต่เนื่องมาจากหลังจากเข้าสู่สมรภูมิได้ไม่นาน เธอก็หายตัวไป!
โอฟิเลีย แบรดถูกบันทึกในหนังสือ ‘สามร้อยวีรชน’ เล่มนี้ ในฐานะ ‘วีรชนผู้เสียสละ’
…
“โอฟิเลีย แบรด”
หลังจากอ่านเนื้อหาโดยย่อทั้งสองหน้า ดาร์กก็สูดหายใจเข้าเบา ๆ จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
“วีรชนทุกท่านคือผู้ยิ่งใหญ่”
หลังถอนหายใจแล้วเขาก็เหยียดหลังตรง
“ไว้พรุ่งนี้ค่อยถามโรเบิร์ตว่าที่เขาเห็นใช่เธอหรือเปล่า”
…
ไดแอนนามีความสุขมากที่เธอได้ทำตัวมีประโยชน์
เธอนำขนมหวานกับเครื่องดื่มอันล้ำค่าของตัวเองออกมาให้ดาร์ก แบ่งปันเรื่องความชอบและประสบการณ์ที่ผ่านมากับเขา
ดาร์กอยู่ในห้องของเธอต่อสักครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับไปที่หอพักของตน
เหล่าสปิริตไม่พอใจเล็กน้อยที่เขากลับห้องช้า เลยส่งเสียงและเอ่ยถามว่ามีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นกับอีบุยในชั้นเรียน
ในที่สุดอีบุยก็ได้แสดงรอยยิ้มสุดแสนจะภาคภูมิใจของค่ำคืนนี้
มันตบอกและออกท่าออกทาง เล่าสิ่งที่น่าสนใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน
แน่นอนว่ามีเพียงนินิมและมอนสเตอร์ร้อยแปดเท่านั้นที่ตั้งใจฟัง
ส่วนแคทมอน รุกกี้เดวิมอน และสไลม์ขยะถูกปิดกั้นโดยกำแพงภาษา
…
อีกด้านหนึ่ง ดาร์กนั่งลงที่โต๊ะของเขา ขณะปะติดปะต่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ในค่ำคืนนี้เข้าด้วยกัน
“สมมติว่าสิ่งที่โรเบิร์ตเห็นไม่ใช่แวมไพร์ แล้วเป็นเจ้าหญิงโลหิต โอฟิเลีย แบรด ถ้างั้นเขาก็น่าจะเคยเห็นข้อมูลเกี่ยวกับวีรชนท่านนี้ผ่านตา แบบนี้ดูน่าเชื่อถือกว่าที่บอกว่าเป็นผู้หญิงบวกแวมไพร์ซะอีก”
“แต่ถ้าไม่ใช่เจ้าหญิงโลหิตล่ะ?”
“ถ้าสิ่งที่เขาเห็นคือแวมไพร์จริง ทีนี้ก็มีบางอย่างผิดปกติแล้ว ฉันสงสัยว่าคงจะต้องให้ศาสตราจารย์ซิลเวอร์ทำการทดสอบบางอย่างกับเขาแล้ว”
ดาร์กปิดสมุด ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเงียบ ๆ
ทว่าลมที่เข้าไปล้วนเย็นเยียบทั้งสิ้น
…
กลางดึกที่เงียบสงัด
ดาร์กออกมาจากห้องน้ำที่เปียกชื้นและอบอ้าวหลังจากอาบเสร็จ และนึกขึ้นได้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้ทำก่อนที่วันวาเลนไทน์จะจบลง
ในมือของเขามีช็อกโกแลตอีกสามกล่องที่ยังต้องเปิดออก
วันนี้ทั้งวันผ่านอะไรมาตั้งมากมาย เขารู้สึกสนุก แต่ก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย
ทว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ต่อให้แม้ยามเหนื่อยก็จะช่วยกระตุ้นจิตวิญญาณ
เด็กชายหยิบช็อกโกแลตหนึ่งในสามกล่องขึ้นมา
กล่องนั้นเป็นกล่องของขวัญสี่เหลี่ยมแบน ๆ
หลังจากแกะห่อกระดาษ กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของช็อกโกแลตก็ลอยมาแตะจมูก
พอมองดูก็เห็นช็อกโกแลตทั้งหมดสิบสองชิ้นถูกจัดเรียงไว้ในกล่องอย่างเป็นระเบียบ
ช็อกโกแลตแต่ละชิ้นมีรูปร่างเป็นกระต่ายกลมมน จะเห็นได้จากความแตกต่างเล็กน้อยในแต่ละชิ้น นี่คงจะเป็นช็อกโกแลตทำมืออย่างแน่นอน
‘คงจะต้องเป็นของโรสใช่หรือเปล่านะ?’
คิดได้แบบนั้น ดาร์กก็เจอการ์ดสี่เหลี่ยมขนาดเล็กอยู่ด้านข้าง เขียนไว้เพียงแค่ ‘โรส รอธร็อค [ของขวัญ]’
ดาร์กยิ้มออกมาเล็กน้อย
สิ่งที่มีความหมายควรจะเก็บเอาไว้เสมอ เพื่อที่จะได้เป็นความทรงจำสำหรับในอนาคต
เขาเก็บการ์ดของโรสกับการ์ดของไดแอนนาไว้ด้วยกัน จากนั้นก็หยิบหนึ่งในกล่องช็อกโกแลตแบบยาวขึ้นมา
แกะหีบห่อ ข้างในเป็นช็อกโกแลตแท่งยาวที่ดูเหมือนซิการ์
แต่เมื่อดาร์กกัดลงไปอย่างระมัดระวังคำหนึ่งก็พลันพบว่าช็อกโกแลตชิ้นนี้มีความลับซ่อนอยู่!
“นี่มัน…”
สายตาของเขาค่อย ๆ แปลกไป
การใส่ครีมหรือเหล้าเข้าไปในช็อกโกแลต เขาล้วนเคยเห็นมาหมดแล้ว
แต่การใส่เนื้อหั่นฝอยคือบ้าอะไรเนี่ย?
ช็อกโกแลตไส้เนื้อเหรอ?
สำคัญดุจเนื้ออย่างนั้นหรือ?*[1]
ดาร์กอดไม่ได้ที่จะหัวเราะแห้ง ชอบใจความคิดอันล้ำเลิศของตน
จากนั้นเขาจึงถือช็อกโกแลตสอดไส้เนื้อฝอยไว้เหมือนถือซิการ์ และเจอการ์ดขนาดเท่าเหรียญใบหนึ่งซ่อนอยู่ข้างใน
ตัวการ์ดมีเพียงแค่ชื่อของรุ่นพี่แพนดอร่าถูกเขียนเอาไว้
ส่วนด้านหลังเป็นภาพวาดมังกรปีกเด็กที่มีชีวิตชีวา
…
“เหลืออันสุดท้ายแล้ว”
ดาร์กหยิบกล่องช็อกโกแลตของศาสตราจารย์ลิลลี่ขึ้นมาอย่างเคร่งขรึม
นี่เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ชิ้นสุดท้าย หวังว่าจะไม่ใช่อะไรที่น่าปวดหัวนะ
…
วันที่สิบห้ากุมภาพันธ์
วันแรกหลังจากสิ้นสุดวันวาเลนไทน์
เหล่านักเรียนเดินเข้าห้องเรียนกันด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ
แต่ถ้าดูให้ดีจะเห็นว่า วันนี้ไม่ได้แตกต่างจากเมื่อวานหรือเมื่อวานซืนมากนัก
อย่างน้อย ๆ ก็ไม่ได้มีคู่รักคู่ใหม่ในบ้านขุนนางและบ้านอัศวินชั้นปีที่หนึ่ง
มันดูเหมือนว่า พวกเขาตั้งตารอการมาถึงของวันวาเลนไทน์ แล้วสุดท้ายก็ผ่านพ้นไปแต่เพียงเท่านั้น?
แต่ผลสรุปจะยังไม่ปรากฏชัดเจนกระทั่งวันที่สิบสี่มีนาคม ซึ่งก็คือวันไวท์เดย์ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีความแตกต่างมากนัก
ถึงอย่างนั้นแล้ว เหล่านักเรียนก็จับกลุ่มพูดคุยกันว่าใครให้ช็อกโกแลตใครบ้าง และผลสุดท้ายก็ค่อนข้างน่ากลุ้มใจ
คุยไปคุยมา จึงไม่มีใครอยากพูดถึงมันอีก
ราวกับวันวาเลนไทน์ครั้งแรกผ่านพ้นไป ไม่มีใครจดจำวันหยุดวันนั้นได้อีก
เมื่อยิ่งคุยกันไป ก็กลายเป็นเรื่องของหิมะตกหนักเมื่อวาน และตุ๊กตาหิมะขนาดมหึมาที่ศาสตราจารย์ลิลลี่สร้างขึ้น!
จนถึงตอนนี้ ตุ๊กตาหิมะต้องมนต์ก็ยังคงยืนตระหง่านอยู่ข้างทะเลสาบ
ว่ากันว่ากลางดึกเมื่อคืน มีคนเห็นภูตแคระแอบย่องออกมาจากปราสาท
แล้วจากนั้นที่ตำแหน่งของตุ๊กตาหิมะก็มีแสงส่องสว่างขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พอมาดูอีกครั้งในตอนเช้า ตุ๊กตาหิมะตัวนั้นถูกปรับแต่งให้กลายเป็นสิ่งวิเศษ…วิเศษเสียจนเหล่านักเรียนไม่สามารถจินตนาการถึง
และสำหรับผู้ริเริ่มเรื่องราวทั้งหมด ในขณะนี้ได้ประกาศถึงการรวบรวมตำราเรียนเล่มใหม่ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วอย่างตื่นเต้น แต่ว่าที่จริงแล้วมันยังไม่เสร็จดี
มีเพียงส่วนที่ดาร์กรับผิดชอบเท่านั้นที่เสร็จจริง
แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดเธอจากการอวดเหล่านักเรียน ราวกับว่าเธอได้ของเล่นใหม่
รอจนหนังสือมาถึงขั้นตอนสุดท้าย เธอก็จะกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่!
จากคำพูดของเธอ สื่อการสอนล้ำค่าที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงอันยากลำบาก (?) จะให้อยู่แค่กับนักเรียนของตนได้อย่างไร?
จะต้องได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ทำให้บรรดาศาสตราจารย์หัวเก่าเหล่านั้นที่มักจะมองเธอผ่านแว่นเคลือบสีได้ประจักษ์ว่า ใครคืออัญมณีที่เจิดจรัสที่สุดแห่งเซนต์แมเรียน!
ศาสตราจารย์ลิลลี่อารมณ์ดีเป็นอย่างมากที่ได้แสดงฝีมือในคาบเรียนคณิตศาสตร์ ทำให้เหล่าจอมเวทฝึกหัดต้องทุกข์ทรมาน
…
เมื่อคาบเรียนคณิตศาสตร์จบลง ดาร์กก็กวักมือเรียกโรเบิร์ต
“ฉันเหรอ?”
โรเบิร์ตเดินเข้าไปหาด้วยความสับสน นี่เป็นครั้งแรกที่ดาร์กเป็นฝ่ายทักหาเขา
เวอร์เธอร์ลังเลอยู่ตรงที่นั่งของเขาครู่หนึ่ง แต่ก็ยังลุกขึ้นเดินตามไปด้วย
ดาร์กเอา ‘สามร้อยวีรชน’ ที่ยืมจากไดแอนนาออกมา เปิดไปยังหน้าของเจ้าหญิงโลหิต แล้วชี้ไปที่ภาพเหมือนของเธอก่อนจะถามขึ้น “เป็นไง โรเบิร์ต นี่ใช่แวมไพร์หญิงที่นายเห็นเมื่อคืนหรือเปล่า?”
ก่อนที่จะทันได้พูด เขาก็ได้รู้คำตอบแล้ว
โรเบิร์ตเห็นภาพเหมือนของเจ้าหญิงโลหิตครั้งแรก สีหน้าก็ดูหวาดผวา ราวกับนึกไปถึงภาพอันน่าสยดสยองที่เห็นเมื่อคืน แล้วเขาก็ตอบกลับอย่างสั่นกลัว “ใช่ นั่นแหละเธอ! ดาร์ก นายหาเจอได้ยังไง?”
ดาร์กขมวดคิ้วเล็กน้อย “ใจเย็น โรเบิร์ต นี่คือเจ้าหญิงโลหิต วีรชนยุคเดียวกับผู้กล้า แล้วยังเป็นนักเรียนที่เซนต์แมเรียน บางทีเราอาจจะยังหาเธอในแฟ้มข้อมูลนักเรียนได้”
“แวมไพร์หญิงคนนี้เป็นรุ่นพี่เราจริงเหรอ?” เวอร์เธอร์ชะโงกหน้ามาดูด้วยประหลาดใจ
ดาร์กเหลือบมองเขา ก่อนจะชี้ไปยังเนื้อหาของหนังสือพลางกล่าวว่า “เธอเป็นมนุษย์ประจำตระกูลเลือดบริสุทธิ์ เป็นชนกลุ่มน้อย ไม่ใช่แวมไพร์”
“ไม่ใช่แวมไพร์เหรอ?” โรเบิร์ตที่ได้ยินข้อมูลนี้ ก็สงบสติอารมณ์ลงได้ในที่สุด
ดาร์กกำลังจะพยักหน้า แต่รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติมาโดยตลอดจึงได้ลังเล
โรเบิร์ตกับเวอร์เธอร์ก้มหน้าลงอ่านทันที
เนื้อหาของหนังสือเขียนระบุไว้อย่างชัดเจน ในไม่ช้าพวกเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่ง
โรเบิร์ตถึงกับหัวเราะ “ไม่ใช่แวมไพร์ก็ดีแล้ว นายไม่รู้หรอกว่าฉันฝันร้ายด้วยเมื่อคืน ฝันว่าถูกแวมไพร์กัด กลายเป็นทาสโลหิต! เลวร้ายที่สุดเลย!”
แต่ถึงเขาจะหัวเราะออกมาจากใจ เวอร์เธอร์ข้างกายเขากลับหน้าซีดเผือด เห็นได้ชัดว่าย้อนนึกถึงความทรงจำที่ถูกแวมไพร์กัด
ในตอนนั้น เขาเกือบจะตกอยู่ในอ้อมกอดอีกฝ่ายไปแล้วด้วยซ้ำ!
เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ย “ไม่เป็นไร โรเบิร์ต ฉันอยู่ข้างนายเสมอ”
(เป็นฉันต่างหากที่ถูกกัดแล้ว (T人T))
…
หลังจากพบว่าบุคคลที่เขาเห็นไม่ใช่แวมไพร์ โรเบิร์ตก็ดูผ่อนคลายลงมากอย่างเห็นได้ชัด เขาถึงกับมีอารมณ์พูดจาเรื่อยเปื่อย
“ในเมื่อเจ้าหญิงโลหิตเป็นวีรชนแห่งยุคทอง ทำไมวันนั้นที่อาจารย์ใหญ่อาร์เต้สอนกลับไม่เคยเอ่ยถึง? ฉันไม่เคยเจอเธอมาก่อน แล้วเห็นผ่านม่านหมอกได้ยังไง? หรือจะเป็นไปได้ว่าพรสวรรค์ในการทำนายของฉันกำลังทำงาน เราจะได้เจอกับเธอในอนาคตเหรอ? คิดดูแล้วก็แอบคาดหวังนิดหน่อยนะ บางทีเธอกับฉันอาจจะมีชะตาต้องกัน กลายมาเป็นผู้ชี้แนะฉัน เหมือนกับความสัมพันธ์ระหว่างศาสตราจารย์เมเดียกับยูโดรา…”
เวอร์เธอร์สวน “เฮ้ โรเบิร์ต นายพูดมากเกินไปแล้วนะ”
…
[1] มาจากคำว่า 心头肉 (ซินโถวโร่ว) เป็นคำสแลงจีน หมายถึง คนที่รักหรือมีความหมายต่อชีวิต เหมือนกับชิ้นเนื้อส่วนที่สำคัญที่สุด