จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 363 ดาร์ก เดม่อนเป็นดวงอาทิตย์ดวงน้อย (1)
บทที่ 363 ดาร์ก เดม่อนเป็นดวงอาทิตย์ดวงน้อย (1)
เพราะมันเป็นคืนวันวาเลนไทน์ ความรู้สึกโหยหาคู่รักของนักเรียนจึงมาถึงจุดสูงสุด
ดังนั้นเมื่อลงมือวาด อารมณ์เหล่านั้นก็จะถูกถ่ายทอดไปยังปลายปากกาตามพลังเวทมนตร์
อันที่จริง สิ่งที่เรียกว่า ‘ความรู้สึกที่แท้จริง’ เป็นแนวคิดที่กว้างมาก
มันไม่จำเป็นต้องเป็นวัตถุ เพียงแค่คิดว่า ‘ต้องการอะไร’ ก็พอแล้ว
แต่คำพูดของศาสตราจารย์เมเดียในช่วงเวลานี้และในบรรยากาศเช่นนี้ ย่อมทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นบ้าง
นักเรียนจะใช้สมองในการคิดว่าพวกเขาชอบใคร?
ดังนั้นเมื่อดาร์ก เดม่อนร่างวงแหวนเวทมนตร์ เขาก็พบว่าตัวเองกลายเป็นศูนย์รวมสายตาโดยไม่รู้ตัว
ถ้านับตามจำนวนช็อกโกแลตที่ได้รับในวันนี้ สายตาแบบนี้คงจะมากเกินไป…
แต่ลองคิดดูสิว่า มันอาจจะเป็นแค่การเปรียบเทียบก็ได้
ท้ายที่สุดแล้ว ดาร์ก เดม่อนก็เป็นดวงอาทิตย์ดวงน้อย
…
ศาสตราจารย์เมเดีย บาร์โธโลมิวกำลังสังเกตการกระทำของนักเรียนที่อยู่ด้านล่างเวที และสายตาของเธอก็เหลือบมองคนบางคนเป็นครั้งคราว
ในที่สุดเธอก็เดินไปที่ด้านข้างของยูโดราและเคาะโต๊ะเบา ๆ
ก๊อก!
ยูโดราสะดุ้งทันที และเมื่อเงยหน้าขึ้น เธอก็เห็นใบหน้าที่กำลังหัวเราะของศาสตราจารย์เมเดีย
ยูโดราเผลออ้าปาก และแก้มขาวของเด็กหญิงขึ้นสีระเรื่อ
“อย่าหลงใหลไปกับมัน” ศาสตราจารย์เมเดียเตือน
ยูโดราก้มหน้าลงและพูดว่า “ค่ะ ศาสตราจารย์”
จากนั้นเธอก็เริ่มวาดวงแหวนเวทมนตร์ทันที
…
จากนั้นศาสตราจารย์เมเดียเดินต่อไป และเมื่อมาถึงแถวสุดท้าย เธอก็ลูบหัวของอีบุย มองไปที่วงแหวนเวทมนตร์ที่คดเคี้ยวเพราะปากกาของมัน และอดไม่ได้ที่จะเม้มปาก
เธอกลั้นยิ้ม จากนั้นก็สบตากับดาร์ก ก่อนจะหันหน้าเดินไปอีกด้านของแถวสุดท้าย
เวอร์เธอร์กับโรเบิร์ตกำลังวาดวงแหวนเวทมนตร์อยู่
โรเบิร์ตคิดอยู่นาน แต่ในใจของเขามีเพียงเงาของหมากรุกเวทมนตร์เท่านั้น
ส่วนเวอร์เธอร์นั้นกัดปากกา ขณะกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับลูกพีช*[1]
เมื่อทั้งสองเห็นว่าศาสตราจารย์กำลังเดินมา ทั้งคู่ก็เลิกคิดฟุ้งซ่าน หยิบปากกาขึ้นมาแล้วเริ่มวาดทันที
เมเดียอยู่ข้าง ๆ พวกเขาสักพัก จากนั้นเธอก็เดินกลับไปที่โพเดียม
…
นักเรียนหลายคนคิดไม่ตก ทำให้การกระทำเป็นไปอย่างเชื่องช้า ก่อนพวกเขาจะหยิบปากกาขึ้นมาในที่สุด
ไม่ว่าความรู้สึกจะจริงใจหรือไม่ สิ่งที่ควรวาดก็ต้องวาดแล้ว
เมื่อ [วงแหวนเวทมนตร์แห่งความรัก] เสร็จเรียบร้อยแล้ว เส้นไหมสีชมพูก็ค่อย ๆ ตกลงมาราวกับม่านฝน จากวงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่บนเพดาน
นักเรียนเอื้อมมือไปสัมผัสด้วยความใคร่รู้
แต่เมื่อลองสัมผัสแล้วกลับว่างเปล่า
ในที่สุดก็มีใครบางคนอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเพื่อถามคำถาม
จากนั้นศาสตราจารย์เมเดียก็อธิบายด้วยรอยยิ้ม “มันเป็นดาราศาสตร์แบบหนึ่ง เธอสามารถจินตนาการว่ามันเป็นท้องฟ้ายามค่ำคืน และวงเวทของพวกเธอคือดวงดาว เมื่อดวงดาวรวมเข้ากับท้องฟ้ายามค่ำคืน มันก็จะกลายเป็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว”
นักเรียนพยักหน้าราวกับเข้าใจ
ศาสตราจารย์เมเดียพลันยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นแล้วเคาะเบา ๆ ที่วงแหวนเวทมนตร์บนเพดาน แล้ววงแหวนเวทมนตร์เพิ่มความเร็วในการหมุน
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทว่ายังคงไม่มีใครสังเกตเห็นวิถีโคจรของวงเวทจากภายในวงแหวนเวทมนตร์เบื้องหน้า
เมื่อมองขึ้นไป ก็มีเพียงท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวเหมือนดาราจักรหมุนวนอยู่เหนือศีรษะ
เส้นไหมที่ตกลงมาค่อย ๆ โปร่งใส และในที่สุดก็กลายเป็นดวงดาวที่กระจายอยู่ในกระแสวังวนของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
นักเรียนที่เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงนี้อดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจ
…
ดาร์ก เดม่อนพยายามย้อนความรู้สึกผ่าน [วงแหวนเวทมนตร์แห่งความรัก] บนกระดาษ แต่เพราะเขาไม่มีพรสวรรค์ในการทำนาย จึงสัมผัสได้เพียงพลังเวทมนตร์ที่วิ่งอยู่ในกระแสวังวนของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวเท่านั้น
ทางเลือกสุดท้าย… เขาหันความสนใจไปที่อีบุยตัวน้อย
อีบุยกำลังนั่งยอง ๆ อยู่บนโต๊ะ ในมือถือแผ่นงานที่มี ‘วงแหวนเวทมนตร์คดเคี้ยว’ ที่วาดด้วยอุ้งเท้าหน้าทั้งสองของมัน ขณะที่สายตาจ้องมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวที่อยู่เหนือหัว
มันมองไปทั่วทั้งห้องเรียน แต่มีเพียงเส้นไหมที่ตกลงมาบนหัวของมันเท่านั้น…
ดาร์กทนมองต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาพลันรู้สึกอยากสอนให้สปิริตรับรู้วิธีควบคุมพลังเวทมนตร์ให้ได้เร็วที่สุด
…
ทันใดนั้น เสียงของศาสตราจารย์เมเดียก็ดังขึ้น “การทำนายความรักด้วยหลักการทางดาราศาสตร์จะเกี่ยวข้องกับดวงจันทร์ โดยมีมันเป็นศูนย์กลางและความลึกลับก็สามารถเห็นได้จากการโคจรของดวงดาว”
จากนั้นเธอก็หลับตาและเปิดมันอีกครั้ง พลันมีแสงจันทร์สีเงินเปล่งประกายในดวงตาของเธอ!
ด้วยเนตรดารา พลังทำนายของศาสตราจารย์เมเดียจึงสูงขึ้นอย่างมาก
แต่แน่นอนว่าเธอไม่สามารถทำนายจริง ๆ ในชั้นเรียนได้
แม้ว่าจะมีทักษะการทำนายมากมายในเชิงดาราศาสตร์ที่ไม่อาจล่วงรู้อนาคตได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีวิธีการที่คล้ายกันอยู่ และศาสตราจารย์เมเดียเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
ในชั้นเรียนดาราศาสตร์นี้ ส่วนใหญ่เธอต้องการให้นักเรียนได้สัมผัสกับดาราศาสตร์อย่างลึกซึ้ง และจะเป็นการดีที่สุดหากได้สัมผัสด้วยตนเอง
การทำนายความรักในวันวาเลนไทน์ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี
เธอจะแนะนำพลังเวทมนตร์ของนักเรียนผ่าน [วงแหวนเวทมนตร์แห่งความรัก] และจะให้พวกเขาร่วมกันขับเคลื่อนกลุ่มดาราศาสตร์กลุ่มเล็ก
จนถึงตอนนี้ นักเรียนของสถาบันเซนต์แมเรียนมีคุณสมบัติด้านเวทมนตร์พอสมควร และไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
…
ในขณะที่กระแสวังวนบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวบนเพดานที่ยังคงหมุนอยู่ บางคนก็สามารถเห็นอะไรบางอย่างจากมันได้ ในขณะที่บางคนกำลังสับสนอยู่
แต่ต้องยอมรับว่า กระแสวังวนบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนั้นน่าทึ่งมาก
ไม่กี่นาทีต่อมา
กระแสวังวนนั้นค่อย ๆ ช้าลง จากนั้นลำแสงของดวงดาวก็พุ่งลงมาจากกระแสดาราบนท้องฟ้า และยิงไปที่ [วงแหวนเวทมนตร์แห่งความรัก] แต่ละวงอย่างแม่นยำ
ศาสตราจารย์เมเดียกล่าวว่า “สังเกตดี ๆ ถ้าโชคดีพอ เธอจะสามารถมองเห็นอนาคตอีกครึ่งหนึ่งได้จากวงแหวนเวทมนตร์นี้”
บรรยากาศในห้องเรียนพลันปั่นป่วน
นี่คือเสน่ห์ของการทำนาย
ไม่มีใครไม่อยากรู้อนาคตของตนเองล่วงหน้า
แม้ว่าบางครั้งการรู้อนาคตจะไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่ในตอนนี้ไม่มีใครคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
นักเรียนเกือบทั้งหมดมุ่งความสนใจไปที่ [วงแหวนเวทมนตร์แห่งความรัก] ที่สว่างไสวด้วยแสงดาว เมื่อศาสตราจารย์เมเดียเอ่ย
…
“วี้?”
อีบุยมองดวงดาวที่เหมือนความฝันและมีเสน่ห์ แล้วยกกระดาษในมือขึ้นมาอย่างสิ้นหวัง
น่าเสียดายที่แสงดาวที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่พุ่งมาที่มัน แต่กลับพุ่งตรงไปยัง [วงแหวนเวทมนตร์แห่งความรัก] ของดาร์กแทน
มันอดไม่ได้ที่จะหันไปมองกระดาษที่มีวงแหวนเวทมนตร์วาดอยู่ด้วยสีหน้าผิดหวัง
และตอนนี้ ดาร์กกำลังทำตามคำแนะนำของศาสตราจารย์เมเดียโดยเฝ้าสังเกต [วงแหวนเวทมนตร์แห่งความรัก] อย่างระมัดระวังภายใต้แสงดาวระยิบระยับ
หมอกที่ค่อย ๆ ลอยขึ้นจากวงเวทนั้นพร่ามัวยิ่ง
ดูเขาจะเห็นตัวเลขที่คลุมเครืออยู่ในนั้น
ดาร์กคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมา แต่สักพักก็จำไม่ได้ว่าคุ้นจากที่ไหน
เขาแสดงสีหน้าสับสนอย่างช่วยไม่ได้
…
ในขณะที่วิถีดารายังคงดำเนินต่อไป วงแหวนเวทมนตร์ทั้งหมดบนโต๊ะของนักเรียนก็กลายเป็นกลุ่มหมอก
ห้องเรียนทั้งหมดดูจะถูกล้อมรอบด้วยหมอกควัน
นักเรียนเบิกตากว้าง พยายามจ้องมองหาบางสิ่งบางอย่างในหมอก
ขณะที่พวกเขาเฝ้าดู หมอกก็ค่อย ๆ ม้วนตัว และมีร่างอยู่ในนั้น
ในตอนนี้เอง เมเดียพลันหลับตาลง
จากนั้น ท่ามกลางกระแสดาราในท้องฟ้าบนเพดาน พระจันทร์สีเงินพลันห้อยลงมา ปรากฏทั้งเมฆครึ้มและแดดจ้า
ดวงตาทั้งสองข้างเลิกขึ้นอย่างเงียบ ๆ และมองเห็นทั้งห้องเรียน
สีหน้าของนักเรียนทุกคน
ทุกวงแหวนเวทมนตร์ที่เปลี่ยนไป
เมฆหมอกทุกกลุ่มก้อนที่ม้วนตัวขึ้น
ทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของเธอ
[1] ลูกพีช เป็นคำสแลงของจีน ซึ่งเวอร์เธอร์น่าจะหมายถึงแพนดอร่า