จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 361 ตัวตลกคือใคร? ฉันน่ะสิ ๆ (3)
บทที่ 361 ตัวตลกคือใคร? ฉันน่ะสิ ๆ (3)
โอเวนตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
ยอมทิ้งไพ่ตายที่ต้องใช้เวลานานในสะสมพลังเวทมนตร์และการอัญเชิญ
อีกทั้งยังละทิ้งปณิธานในการ ‘สอนบทเรียนให้กับดาร์ก’ ในตอนแรกไปด้วย
เขาดึงการ์ดวิญญาณออกมา แล้วในพื้นที่สามเหลี่ยมแคบ ๆ เขาก็เปิดฉากต่อสู้ระหว่างจอมเวทกับเดฟมอนตัวต่อตัว!
…
ดาร์กที่อยู่ด้านนอกประตูทองสัมฤทธิ์สามบานก็ไม่ได้ลดความระมัดระวังลงเลยแม้แต่น้อย
เมื่อไม่มีการตอบสนองจากโอเวน ดาร์กจึงเรียกสปิริตที่ได้ลงทะเบียนในการ์ดเวทสนาม [สรวงสวรรค์] ทีละตัวออกมา
ยกเว้นเพียงสปิริตระดับสี่ดาวสามตัวเท่านั้นที่ถูกทิ้งให้รออัญเชิญออกมาในตอนสุดท้าย
เวลาเพียงครึ่งนาที ดาร์กก็อัญเชิญสปิริตขั้นแรกอีกห้าตัวที่เหลือทั้งหมดออกมาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ยกเว้นรุกกี้เดวิมอนและนักมวยปล้ำอินทรี!
และด้วยการปรากฏตัวของสปิริตแต่ละตัว เอฟเฟกต์ของการ์ด [สรวงสวรรค์] ก็ยิ่งสูงขึ้น โดยแต่ละตัวจะบัฟฟ์พลังโจมตีและป้องกันเพิ่มอีกอย่างละหนึ่งร้อยหน่วย!
รวมทั้งหมดเป็นเจ็ดร้อยหน่วย!
หลังจากนั้นเพียงครึ่งนาที
เดฟมอนี่อยู่ในประตูทองสัมฤทธิ์สามบานก็กลายเป็นสัตว์ประหลาดของจริงที่มีการโจมตีและป้องกันทั้งหมดถึง 2,700 หน่วย!
ท่าไม้ตายเป้าเดี่ยว กระชากวิญญาณ!
ท่าไม้ตายระยะไกล ปีกใบมีด!
ท่าไม้ตายหมู่ กรงเล็บแห่งความตาย!
สกิลก้าวย่างในพริบตาที่มีคูลดาวน์เพียงสิบห้าวินาที!
เดฟมอน พระเจ้าตลอดไป!
…
“ฮ่า ๆๆ!”
ภายในประตูทองสัมฤทธิ์สามบาน เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของเดฟมอนค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากเสียงหัวเราะแปลก ๆ อย่าง “กิ๊ ๆๆ” ก็เปลี่ยนกลับมาเป็นเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งตามปกติ
ไมค์ โอเวนเหงื่อแตกพลั่ก เขาไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะถูกสปิริตกดขี่อย่างนี้
พื้นที่แคบภายในประตูทองสัมฤทธิ์สามบานเป็นปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางไม่ให้เขาต่อสู้
สปิริตทุกตัวที่ถูกอัญเชิญออกมาจะโดนเดฟมอนฆ่าในการโจมตีเดียวเสมอ
เขาจึงไม่สามารถใช้ท่าไม้ตายได้ กระทั่งท่าไม้ตาย [เสียงมรณะ] เปลี่ยนซากศพเป็นเครื่องสังเวยยังถูกมองออก และถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดาย!
เขาต้องการระเบิดมันด้วยการ์ดวิญญาณประเภทโจมตีเร็ว แต่ต่อหน้าการป้องกันที่สูงถึง 2,700 มันก็ไม่รู้สึกเจ็บหรือคันเลย
โอเวนต้องการวางกับดักเพื่อให้เดฟมอนติดกับ แต่สปิริตตัวนั้นกลับจับมันไว้ได้และโยนเขาเข้าไปในกับดักที่ตัวเองตั้งไว้
ถ้าไม่ใช่เพราะเกราะบนร่างกายเขาแข็งแรงพอ ชายหนุ่มอาจจะเป็นจอมเวทคนแรกที่ถูกกับดักของตัวเองฆ่า
หลังจากถูกจับเป็นครั้งที่สองและโดนโยนลงไป ในที่สุดโอเวนผู้อับอายก็ตระหนักถึงจุดบอดจุดหนึ่งของตัวเอง
ไม่ใช่ว่าเดฟมอนจัดการเขาไม่ได้ แต่มันจงใจไม่จัดการเขาต่างหาก!
สปิริตที่มีระดับสติปัญญาสูงเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้วิธีจำกัดการกระทำอื่นนอกเหนือจากการฆ่า
ไม่ว่าจะเป็นการมัดมือมัดเท้า ยึดซองการ์ด หรือปิดปาก ล้วนเป็นวิธีการที่ได้ผลทั้งสิ้น
เมื่อเขาถูกปฏิบัติเช่นนี้ ไม่ว่าจะมีสีหน้าย่ำแย่แค่ไหน เขาก็ต้องยอมจำนน
แต่เดฟมอนไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้นเลย
มันกำลังเล่น หยอกล้อ และเพลิดเพลินไปกับการต่อสู้กับจอมเวท!
แม่งน่าเกลียดมาก!
…
อันที่จริงแล้ว ไมค์ โอเวนก็คิดผิดอยู่ดี
เดฟมอนไม่ได้รู้สึกสนุกกับการต่อสู้กับจอมเวทที่มีสมองเลย
มันแค่สนุกกับการบดขยี้จอมเวทเฉย ๆ
…
ตั้งแต่เกิดมา เดฟมอน (รุกกี้เดวิมอน) ไม่เคยรู้สึกสดชื่นเท่านี้มาก่อน
ความคับข้องที่สะสมมาในอดีตดูจะถูกระบายออกไปในการต่อสู้ครั้งนี้
นอกจากพูดไม่ได้และไม่สามารถเยาะเย้ยได้อย่างเต็มที่แล้ว อย่างอื่นก็สมบูณ์แบบ
เดฟมอน (รุกกี้เดวิมอน) รู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้อย่างถูกต้อง และอาศัย ‘สติปัญญา’ ของมันในการควบคุมตนเอง!
เมื่อโอเวนยอมปลด [ประตูทองสัมฤทธิ์] ในที่สุด ก็เกือบสิบนาทีต่อมาแล้ว
ส่วนดาร์กนั้นได้เรียกสปิริตทั้งหมดออกมาแล้ว
มันเบื่อมากเสียจนต้องการหาอะไรทำบ้างแล้ว
ตอนนี้เอง ไมค์ โอเวนก็ปรากฏตัวอีกครั้ง
แต่เขาไม่กล้าถอดชุดออก เพราะใบหน้าภายใต้ชุดเกราะโลหะอ่อนนั้นทั้งช้ำทั้งบวม!
เดฟมอนที่บินตามมาจากข้างหลังเขายังคงมีสีหน้าไม่พอใจ
นอกจากทั้งสองคนแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในประตูทองสัมฤทธิ์สามบาน
ผู้คนรู้เพียงว่าหลังจากไมค์ โอเวนออกมา เขาก็รีบยอมแพ้และจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
เขาอดไม่ได้ที่จะจากไป เพราะพลังเวทมนตร์ของเขากำลังจะหมดลงแล้ว!
การ์ดติดอาวุธเป็นตัวดูดพลังเวทขนานใหญ่จริง ๆ!
เมื่อพลังเวทมนตร์หมดลงและเกราะถูกปลดออก รูปลักษณ์ที่น่าอายของเขาก็จะถูกเปิดเผยไปด้วย
นั่นเป็นระเบิดลูกใหญ่อีกลูกของเขา
“รุ่นพี่ ไปดีมาดีนะครับ!”
ดาร์กโบกมือลาอย่างกระตือรือร้น
หลังจากที่เดฟมอนกลับมาเป็นรุกกี้เดวิมอนแล้ว มันก็ยักไหล่ของตัวเอง
“(*@o@*) อะแฮ่!”
มันมีลางสังหรณ์ว่าดอกไม้สีแดงของมันจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง!
…
“จบแล้วเหรอ?”
ผู้ชมที่ยืนดูอยู่ด้านข้างเป็นเวลาสิบนาทีต่างก็ตกตะลึง
นอกจากการประลองที่ยอดเยี่ยมในตอนเริ่มต้น พวกเขาก็ใช้เวลาที่เหลือเฝ้าดูประตูทองสัมฤทธิ์ทั้งสามบานเกือบตลอดเวลา
มันเกิดอะไรขึ้นในประตูทองสัมฤทธิ์กันแน่?
ดาร์ก เดม่อนชนะได้อย่างไร?
ทำไมไมค์ โอเวนถึงยอมแพ้เมื่อออกมา?
มีเล่ห์กลอะไรซ่อนอยู่ในนี้?
หรือมันคือการแสดงกัน?
นักแสดงหมายเลข 1 ดาร์ก เดม่อน
นักแสดงหมายเลข 2 ไมค์ โอเวน
นักแสดงหมายเลข 3 เดฟมอน?
…
แต่การประลองจบลงแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันแล้วด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ดูต่ออีก
แล้วทุกคนก็ทำได้เพียงแยกย้ายไปตาม ๆ กัน
แต่แน่นอนว่าการคาดเดาต่าง ๆ ถูกฝูงชนพูดส่งต่อกัน
เหตุผลหลักคือโอเวนกับดาร์กไม่ได้แสดง ‘ความเกลียดชัง’ ซึ่งทำให้ผู้คนไม่เข้าใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากเข้าไปในปราสาท บางคนเห็นแม็กกี้ยืนอยู่ข้างกายโอเวน
ดังนั้นข่าวลือที่ไม่น่าเชื่อถืออย่าง ‘โอเวนล้มมวย’ จึงหมายรวมถึงการไม่อาจเอาชนะใจตัวเองได้เช่นกันก็ได้บังเกิดขึ้น
…
ทว่าสิ่งที่คนอื่นคิดและคาดเดาย่อมไม่มีผลกับดาร์ก เดม่อน
ดาร์กเก็บการ์ดเวทสนาม [สรวงสวรรค์] เข้าไปและสั่งให้สปิริตเข้าแถว ก่อนจะเดินกลับไปที่ปราสาทภายใต้การนำทางของหัวหน้าหน่วยอย่างไดแอนนา
ดาร์กได้ทำทุกอย่างเสร็จสิ้นตั้งแต่ต้นจนจบในเวลาบ่ายวันนี้
ดังนั้นหลังจากคุยกับเชฟลูกครึ่งแล้ว เขาจึงพาสปิริตทั้งหมดไปที่โรงอาหาร!
ฉากนั้นไม่ได้น่าตื่นเต้นเกินไป!
ยกเว้นรุกกี้เดวิมอนที่เข้าออกโรงอาหารบ่อย ๆ สปิริตที่เหลือยังไม่เคยเข้าไปในโรงอาหารอย่างเปิดเผย
พวกเขาครอบครองมุม ๆ หนึ่งของโรงอาหาร และใช้ช้อนส้อมที่เชฟลูกครึ่งจัดเตรียมให้เป็นพิเศษ กินอาหารกับของว่างหลากหลายชนิด ก่อนจะร้องออกมาด้วยความพึงพอใจเป็นครั้งคราว
ไม่ใช่แค่ดาร์กกับคนอื่น ๆ เท่านั้นที่มองเด็ก ๆ ด้วยสายตาอ่อนโยน
เด็กผู้หญิงจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้แอบมองพวกเขาอย่างเงียบ ๆ แล้วสีหน้าของพวกเธอทั้งหมดก็กลายเป็นดุ๊กดิ๊ก
…
อีกด้านของโรงอาหาร
แองกัส เจฟฟรีย์กำลังหั่นพายน้ำเชื่อมบนจานอาหารเย็นอย่างขะมักเขม้น แต่คิ้วของเขากลับขมวดมุ่นอยู่ตลอดเวลา
ใช่แล้ว ตอนนี้เขากำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่
เพราะได้เห็นแล้วว่าไมค์ โอเวนไปประลองกับดาร์ก เดม่อน
แม้ว่าผลของการประลองจะไม่ได้สมบูรณ์แบบนัก แต่ก็อยู่ในขอบเขตที่เขายอมรับได้
ทว่าทำไมนะ? ทำไมเขาถึงมีลางสังหรณ์แปลก ๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้เสมอ… ราวกับว่าทุกสิ่งที่เขาทำก่อนหน้านี้จะไร้ประโยชน์?
ในฐานะสมาชิกหลักของชมรมวิจัยประวัติศาสตร์ขุนนาง ไมค์ โอเวนควรถูกตำหนิจากประธานชมรมสำหรับการกระทำของเขา
สิ่งนี้ย่อมทำให้ชมรมวิจัยประวัติศาสตร์ขุนนางกับดาร์ก เดม่อนเกิดความขัดแย้งกันมากขึ้น
แต่ว่า…ในความเป็นจริงล่ะ?
…
แล้วเจฟฟรีย์ก็นึกไปถึงคำพูดสุดท้ายของดาร์กที่บอกกับโอเวนว่า “รุ่นพี่ ไปดีมาดีนะครับ” จู่ ๆ เขาก็รู้สึกอยากจะอาเจียนเป็นเลือด!
ทำไมเมื่อมองย้อนกลับไปตอนนี้ การประลองเมื่อครู่นี้ถึงเหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง?
เห็นได้ชัดว่าโอเวนเลือกโหมดการประลองข้างถนนที่อันตรายเป็นพิเศษ!
แต่ทำไมผลลัพธ์สุดท้ายถึงกลายเป็นแบบนี้?
หลังจากนั้นไม่นาน ในที่สุดเจฟฟรีย์ก็เข้าใจว่าทำไม
ปัญหามันต้องอยู่ที่ไมค์ โอเวนแน่ ๆ!
…
ความมืดของพลบค่ำค่อย ๆ แผ่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า พระอาทิตย์ยามตกดินที่มีสีส้มแดงย้อมท้องนภาเป็นสีเดียวกัน ราวกับมีผ้าโปร่งบางกางอยู่บนหิมะ
ในขณะที่ดาร์กดูแลสปิริต เขาก็ร่วมโต๊ะกินข้าวกับสาว ๆ ด้วย
รุ่นพี่แพนดอร่าดูเงียบอย่างน่าประหลาด เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก
เขารู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นคนกินเก่งและชอบกินเนื้อมาก ทว่าคืนนี้เธอกลับสั่งมากินอย่างพอประมาณ
ส่วนศาสตราจารย์ลิลลี่นั้นตรงกันข้าม เธอปล่อยตัวตามธรรมชาติอย่างเต็มที่ตั้งแต่อยู่ท่ามกลางหิมะแล้ว
ในขณะที่ไดแอนนายับยั้งตัวเองอย่างมากต่อหน้าอาจารย์ แต่บางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะแย่งของหวานกับศาสตราจารย์
โรสยังคงเงียบเหมือนเดิม
แต่เธอลอบสังเกตเห็นว่า วิญญาณรับใช้ของแพนดอร่าดูจะมีสติปัญญามากกว่าปกติ
พวกเขานั่งด้วยกัน ไม่เหมือนดินเนอร์ในวันวาเลนไทน์ แต่เหมือนการดินเนอร์กับครอบครัวมากกว่า
ศาสตราจารย์ลิลลี่และไดแอนนาไม่มีปฏิกิริยามากนัก
ส่วนแพนดอร่ากับโรสดูจะมีความสุขกับบรรยากาศการรับประทานอาหารค่ำของครอบครัวนี้มาก
…
หกโมงครึ่ง แพนดอร่าก้มดูเวลาแล้วพูดขึ้นว่า “ดึกแล้ว ฉันต้องไปก่อนนะ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดี ขอบคุณทุก ๆ คนเลย”
“จะไปแล้วเหรอ?” ศาสตราจารย์ลิลลี่พูด “คืนนี้ฉันยังอยากไปสนุกต่อนะ!”
ดาร์กอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ศาสตราจารย์ครับ เย็นนี้เรายังมีเรียนอยู่”
“ฮะ?” ศาสตราจารย์ลิลลี่ประหลาดใจ “จริงเหรอ? บางทีสมองของฉันอาจจะปิดกั้นความทรงจำส่วนนี้โดยอัตโนมัติ”
เธออดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าเสียใจ เพราะจำไม่ได้ว่าเธอไม่มีช่วงเวลาแห่งความสุขเช่นวันนี้มานานขนาดไหนแล้ว
ศาสตราจารย์ในสถาบันจริงจังเกินไป ไม่มีแม้แต่คนที่จะกล้าวิ่งเล่นบนหิมะด้วยซ้ำ!
…
“งั้นศาสตราจารย์ลิลลี่คะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ ลาก่อนนะทุกคน”
แพนดอร่าโบกมือให้ดาร์กเป็นครั้งสุดท้าย และออกจากโรงอาหารไป
จากนั้นดาร์กกับคนอื่น ๆ ก็เริ่มเก็บของ
สปิริตวางส้อม ช้อน และสิ่งอื่น ๆ ที่มีขนาดเล็กลงในจาน แล้วพวกเขาก็หยิบจานทีละใบและส่งตรงไปที่ห้องครัว
ดาร์กทำความสะอาดโต๊ะเล็กน้อย จากนั้นก็เข้าไปในครัวเพื่อขอบคุณเหล่าเชฟ
หลังจากนั้นแก๊งครอบครัวก็ออกจากโรงอาหาร
แม้ว่าศาสตราจารย์ลิลลี่จะเสียใจมาก แต่เธอก็ต้องบอกลาดาร์กและคนอื่น ๆ ที่ทางแยกของถนนไปยังหอพักของศาสตราจารย์
ในท้ายที่สุดก็เหลือเพียงพวกดาร์กสามคนเท่านั้น
“ชั้นเรียนกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!”
ไดแอนนาเม้มปากและพึมพำ
“ฉันค่อนข้างสนใจวิชาดาราศาสตร์ตอนเย็นนะ”
โรสกล่าวด้วยรอยยิ้ม
จากนั้นทั้งสองก็เริ่มถกเถียงกันบนทางเดินที่กว้างขวาง
แสงสลัวส่องลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างของปราสาท แล้วทั้งสามก็เดินเข้าไปในแสงสว่าง จากนั้นก็จมหายไปในความมืด ก้าวไปข้างหน้าท่ามกลางแสงและความมืดที่สอดประสานกัน