จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 312 ดาร์ก เดม่อนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
บทที่ 312 ดาร์ก เดม่อนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
‘เป็ดปากเบี้ยว’ ที่นอนเป็นอัมพาตอยู่บนโต๊ะและ ‘แปลงกาย’ ได้เพียงหน้าเดียว ทำให้ดาร์กอดหัวเราะไม่ได้
“อุ๊บ!”
ไดแอนนากับโรสที่หันหลังมาจากแถวหน้า ก็ปิดปากกลั้นหัวเราะอย่างไว
นักเรียนที่อยู่ใกล้เคียงอดไม่ได้ที่จะยืนเขย่งเท้ามอง จากนั้นทุกคนก็หัวเราะออกมา
แล้วทั้งห้องเรียนก็ค่อย ๆ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างร่าเริง
…
หลังจากนั้น
ตู้ม!
โต๊ะของใครบางคนระเบิด!
“โว้ว!/กรี๊ด!”
ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้น
ศาสตราจารย์เคเซอร์โบกไม้กายสิทธิ์ และน้ำที่ตกลงมาจากอากาศก็ดับเปลวไฟอย่างรวดเร็ว
ทว่าของเหลวไม่ปรากฏชื่อที่ไหลออกมาจากแหนบได้กัดกร่อนโต๊ะ และกลิ่นที่รุนแรงก็ระเบิดออกมา!
“เปิดหน้าต่าง! เปิดหน้าต่างเร็วเข้า!”
นักเรียนพากันตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ว่าจะคนที่ได้กลิ่นหรือไม่ได้กลิ่น ต่างก็ช่วยกันพากันตะโกนโห่ร้อง
นักเรียนบ้านขุนนางซึ่งนั่งข้างหน้าต่างรีบเปิดหน้าต่าง เพื่อให้กลิ่นเหม็นลอยออกไป
“พระเจ้า กาวด์ที่รัก เธอใส่อะไรลงไปในนั้น!”
เสียงกรีดร้องของนักเรียนที่อยู่ใกล้เวอร์เธอร์ก็จมหายไปในคลื่นทะเลโห่ร้องนี้ด้วยเช่นกัน
ไม่มีใครสนใจว่าใครเป็นต้นเหตุของการระเบิด
รู้แค่ว่า ‘โห่’ มันสนุกจริง ๆ
…
เมื่อห้องเรียนสงบลงดาร์กก็ส่ายหัวเล็กน้อย เขาหยิบปากกาขึ้นมาบันทึกส่วนผสมที่ทำในครั้งนี้ และเขาก็พร้อมที่จะทำการปรับเปลี่ยนหลังจากที่กลับไปแล้ว
เวลาในคาบที่เหลือไม่เพียงพอสำหรับทำการทดลองต่อ
เขารู้สึกว่าการดำเนินการในขั้นตอนโดยรวมของเขานั้นไม่เลวเลย ส่วนใหญ่แค่ต้องปรับปรุงรายละเอียดบางอย่าง
ระดับการเบี่ยงเบนของผลิตภัณฑ์ที่ล้มเหลวในมือเขา ดูจะใหญ่กว่าที่เห็นเพียงผิวเผินพอสมควร
เพราะสกิล ‘แปลงกาย’ ที่ดึงออกมาจากผลิตภัณฑ์ที่ล้มเหลวนั้นเป็นสกิล ‘แปลงกาย’ ที่ไม่ได้คัดลอกข้อมูล แต่เปลี่ยนเพียงรูปร่างภายนอกเท่านั้น จึงทำให้ยังไม่สมบูรณ์
เดิมที มอนสเตอร์ร้อยแปดมีท่าไม้ตาย ‘แปลงกาย’ อยู่แล้วเพียงสกิลเดียว มันทำให้ดาร์กคิดไปว่าตราบใดที่การทดลองสำเร็จ ท่าไม้ตายนี้จะต้องถูกสกัดออกมาแน่นอน แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่า…
“หรือคิดผิดไปนะ”
ดาร์กครุ่นคิดเล็กน้อย
“แต่นี่เป็นปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น”
“แค่การทดลองนี้ก็ยืนยันได้แล้วว่า การให้สปิริตนึกท่าไม้ตายนั้นไว้จะมีประโยชน์ต่อการสกัด [การ์ดท่าไม้ตาย]”
“และนั่นก็หมายความว่าสปิริตสามารถเรียกสกิลท่าไม้ตายที่ไม่ได้อยู่บนการ์ดออกมาได้ แต่ไม่รู้ว่าสกิลท่าไม้ตายที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง แล้วก็ไม่ได้มีอยู่บนการ์ดด้วยจะสามารถสกัดออกมาได้ไหม?”
“เป็นการทดลองที่น่าลองดีนี่นา!”
แล้วดาร์กก็รีบบันทึกความคิดไว้กันลืมทันที
…
หลังจากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปแกล้งมอนสเตอร์ร้อยแปด แล้วจึงเริ่มทำความสะอาดเศษที่เหลือของการทดลอง
“บัซ!”
มอนสเตอร์ร้อยแปดยิ้ม ก่อนจะยืดหนวดออกมาเปลี่ยนเป็นมือ แล้วเริ่มช่วยดาร์กทำความสะอาดโต๊ะ
หลังจากนั้นไม่กี่นาที ทุกอย่างก็สะอาดเรียบร้อย
ดาร์กหันไปสังเกตนักเรียนคนอื่น ๆ ด้วยท่าทีสบาย ๆ
ความคืบหน้าของการทดลองของนักเรียนไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไหร่ และก็ไม่มีการทดลองของใครเร็วเป็นพิเศษด้วย
ความคืบหน้าของนักเรียนบางคนช้ามากจนเห็นได้ชัด
มีนักเรียนบางคนที่ค่อนข้างเร็วอยู่ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่เชี่ยวชาญหลักการของ [การ์ดท่าไม้ตาย] สักเท่าไหร่
หลังจากหัวเราะ ไดแอนนากับโรสก็รีบหันกลับไปทำการทดลองของตัวเองต่อ
ภาพที่ทำให้ไขว้เขวเมื่อครู่นี้ เกือบจะทำให้การทดลองของพวกเธอสูญเปล่า
อีกด้านหนึ่ง
สภาพของการทดลองของโรเบิร์ตดูดีกว่าของเวอร์เธอร์อย่างน่าประหลาดใจ
เวอร์เธอร์กำลังเดินหาแหนบที่ปลิวไปไหนไม่รู้ สีหน้าของเขาดูหดหู่ใจไม่น้อย
ส่วนเอ็มม่า เหรียญทองคำโบราณของเธอหายไปหนึ่งหรือสองเหรียญนี่แหละ
…
เหง่งหง่าง!
เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น นักเรียนก็อดไม่ได้ที่จะคร่ำครวญ
ผู้ที่ล้มเหลวในการทดลองสะพายกระเป๋า แล้วเดินไปยังโรงอาหารอย่างมีความสุข
ส่วนผู้ที่การทดลองยังไม่ล้มเหลว ต่างก็รอคอยให้การทดลองล้มเหลวอย่างใจจดใจจ่อ
คาบนี้ถูกกำหนดให้เป็นชั้นเรียนทดลองล้มเหลว
และทั้งชั้นเรียนก็ไม่มีใครทำสำเร็จ
…
หลังเลิกเรียนวิชาปรุงยาตอนบ่าย
ดาร์กอาศัยจังหวะที่ศาสตราจารย์ทอมป์สันยังไม่เดินออกไปจากห้อง หยิบสมุดบันทึกแล้วลุกขึ้นถามคำถามเกี่ยวกับการปรุงยาในชั้นเรียนทดลองช่วงเช้า
ทอมป์สันสามารถกล่าวได้ว่าเป็นศาสตราจารย์ที่ธรรมดาที่สุดในชั้นปีหนึ่ง
เขาวางอุปกรณ์การสอนในมือลงและอธิบายอย่างอดทน
ดาร์กจดบันทึกขณะฟัง
แค่สองสามคำถามก็สามารถเขียนได้หลายย่อหน้าแล้ว
ผ่านไปประมาณสิบนาที เขาก็ได้รับคำตอบที่ต้องการ
หลังจากนั้นดาร์กก็ไม่รบกวนศาสตราจารย์อีกต่อไป แต่เริ่มหาวิธีที่จะเข้าใจมันด้วยตนเอง
…
บ่ายวันนั้นแทนที่จะตรงไปที่ห้องสมุด ดาร์กกลับไปที่หอพักและเริ่มทดลองต่อทันที
จากบทเรียนในคาบวิชาเวทมนตร์ เขาคุยกับมอนสเตอร์ร้อยแปดอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนทำการทดลอง และทำให้มันจำความรู้สึกของสกิล [แปลงกาย] ที่ไม่ใช่การแปลงร่างปกติ…
ครั้งนี้การทดลองเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ผลสุดท้ายก็ยังไม่เป็นที่พึงพอใจขนาดนั้น
ดาร์กอัญเชิญรุกกี้เดวิมอนออกมา และปล่อยให้มอนสเตอร์ร้อยแปดลอง [แปลงกาย]
แต่หลังจากใช้สกิล [แปลงกาย] ความหลากหลายของ [เดมิ ดาร์ท] ที่มอนสเตอร์ร้อยแปดปล่อยออกมานั้นกลับนุ่มนวล และพลังโจมตีก็ลดลงมากเช่นกัน
เห็นได้ชัดเลยว่าสกิล [แปลงกาย] นี้ยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์
“ความสมบูรณ์ของการ์ดท่าไม้ตายมันต่างกันเหรอเนี่ย…”
การค้นพบนี้ทำให้ดาร์กรู้สึกหดหู่ใจมาก
แต่พอลองคิดดูแล้ว มันก็สมเหตุสมผลดี
เขาบันทึกรายละเอียดขั้นตอนต่าง ๆ ของการทดลองนี้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาวางแผนที่จะใช้วัตถุดิบของอูชิเพื่อฝึกฝนฝีมือของตนเอง
นี่เพราะวัตถุดิบหลักของอูชิไม่มีที่สิ้นสุด หลังจากตัดต้นทุนของวัตถุดิบหลักแล้ว ชุดวัตถุดิบที่ต้องการมีราคาเพียงหนึ่งร้อยคะแนนเท่านั้น ทำให้เขาสามารถทดลองซ้ำ ๆ ได้
“มอ~”
อูชิยื่นหัวมาถูกับฝ่ามือของเด็กชาย จากนั้นก็เอากีบถู ๆ กันแล้วดึงขวดนมออกมายื่นให้ดาร์กอย่างรักใคร่
ดาร์กดื่มอึกเดียวก็อิ่มทันที
จากนั้นเขาจึงเริ่มการทดลองครั้งใหม่!
อาศัยการทดลองสองครั้งก่อนหน้าเป็นพื้นฐาน ขั้นตอนการทดลองครั้งนี้จึงค่อนข้างราบรื่นมาก
ที่สำคัญคือมี ‘ความทรงจำ’ ของอูชิอยู่ด้วย
ผลลัพธ์คือ ‘ความสำเร็จ’ และในที่สุดดาร์กก็สกัด [ท่าไม้ตาย: ดื่มนม] ออกมาได้!
เด็กชายทดลองมันทันที
แม้ว่าการ์ดท่าไม้ตายในครั้งนี้จะยังมีข้อบกพร่อง แต่ผลของการฟื้นฟูพลังเวทมนตร์ 1/3 ในตอนนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
อย่าลืมว่า [ดื่มนม] กับ [แปลงกาย] เป็นสกิลคนละประเภทกัน
แม้เอฟเฟกต์ของสกิล [ดื่มนม] จะลดลง แต่ผลของมันยังคงมีอยู่ชัด
หลังจากเอฟเฟกต์ของ [แปลงกาย] ลดลง มันจะกลายเป็นมอนสเตอร์สไลม์ที่มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันสี่แบบ…
ดาร์กยังคงทำงานอย่างหนัก และทำการทดลองที่เหลืออีกสองครั้งให้เสร็จสิ้นในคราวเดียว
ผลคือการสกัด [ท่าไม้ตาย: ดื่มนม] ครั้งที่สองล้มเหลว ขณะที่การสกัด [ท่าไม้ตาย: ดื่มนม] ครั้งที่สามทำได้สำเร็จ และสามารถฟื้นฟูพลังเวทมนตร์ได้ 2/5 ซึ่งใกล้เคียงกับ 1/2 ของเอฟเฟกต์ที่แข็งแกร่งที่สุดมาก!
น่าเสียดายที่ตอนนี้ในมือของดาร์ก เหลือชุดวัตถุดิบพื้นฐานเพียงชุดเดียวแล้ว…
นอกจากนี้ ชุดวัตถุดิบสำหรับ [แปลงกาย] ก็ไม่เหมือนกับ [ดื่มนม] ในแง่ของอัตราส่วนวัตถุดิบ
“ดันซื้อมาน้อยไปซะได้!”
ดาร์กถอนหายใจด้วยสีหน้าไม่พอใจ
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเห็นว่าเป็นเวลาสามทุ่มครึ่งแล้ว
เวลาแห่งความสุขมักสั้นเสมอ
เขาลืมกินข้าวเย็นด้วยซ้ำ
…
“รอถึงวันศุกร์ก่อนเถอะ!”
ดาร์กไม่ได้ทำการทดลองการ์ดท่าไม้ตาย [แปลงกาย] ต่อไป แต่อิงตามขั้นตอนและผลลัพธ์ของการ์ดท่าไม้ตาย [ดื่มนม] เพื่อทำการวิเคราะห์และสรุปเชิงทฤษฎี
เขาวางแผนจะรอจนถึงวันศุกร์ หลังจากซื้อวัตถุดิบเพิ่มแล้วก็รอให้สกัด [ท่าไม้ตาย: ดื่มนม] ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากนั้นจึงค่อยเริ่มต้นการทดลองของ [ท่าไม้ตาย: แปลงกาย] ต่อ
…
เพียงพริบตาก็มาถึงวันอังคารเสียแล้ว
ดาร์กยังคงหมกมุ่นอยู่กับการวิจัย [การ์ดท่าไม้ตาย] แต่พายุลูกใหม่ก็ได้มาเยือนเขาแล้ว
ในคาบการประลองของวันอังคาร ศาสตราจารย์โจนส์ยกย่อง ‘นักประลอง’ ทั้งเจ็ดคน และเก็บการบ้านทั้งหมดไป
จากนั้นเธอก็วางการบ้านที่หนาเตอะไว้ และเริ่มอธิบายเกมการประลองของนักประลองทั้งเจ็ดทีละคน!
ลำดับของคำอธิบายเป็นไปตามลำดับของเกม
โดรอนซึ่งเป็นคนแรก ถึงกับตะลีตะลาน!
ผู้คนบอกว่ามันเป็นการเริ่มต้นที่ดี และเขาว่าก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีเช่นกัน นั่นคือ ‘สีแดง’ ที่เป็น ‘สีแดง’ ของเลือด*[1]!
หลังจากที่โดรอนทำการบ้านวิเคราะห์เกมจนเสร็จแล้ว เขาก็ลืมเกมมือใหม่ไปเลยทันที แต่ศาสตราจารย์โจนส์กลับเอาอดีตของเขามาพูด นี่จึงทำให้เขานึกถึงความล้มเหลวในเกมการประลองอย่างเป็นทางการครั้งแรก
แม้ว่าจะไม่ถึงขั้นประหารกันในที่สาธารณะ แต่โดรอนยังคงเม้มปากและกำหมัดแน่นอยู่ดี
คอยดูเถอะ ครั้งหน้าจะเอาคืนให้ได้เลย! (-~~.)
อยากร้องไห้ชะมัด…
…
แน่นอนว่า การวิเคราะห์ของศาสตราจารย์โจนส์นั้นดีกว่าของนักเรียนปีหนึ่งอยู่แล้ว
โดรอนฟึดฟัดได้ไม่นานก็ถูกคำพูดของอาจารย์ดึงดูดความสนใจเข้าแทน นี่เพราะพอฟังดีแล้ว ๆ มันก็ทำให้เขาเข้าใจได้มากขึ้น และมุมมองเกมก็ดูเหมือนจะเข้าใจง่ายขึ้นมา เอาเป็นว่า คำพูดของศาสตราจารย์โจนส์ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดและการมองข้ามไปในเกมการประลองแรกของเขา
ในการบ้านที่โดรอนเพิ่งส่งไป เขาอ้างว่าความพ่ายแพ้ส่วนใหญ่เกิดจากการที่เขาขาดสปิริตขั้นที่สอง
แม้ว่านั่นจะเป็นสาเหตุสำคัญ
แต่ตัวเขาในการประลองครั้งนั้นก็ทำได้ไม่ดีที่สุดเช่นกัน
ศาสตราจารย์โจนส์สรุปประโยคสุดท้าย “เธอไม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องชนะเลยเมื่อเธอเล่นครั้งแรก และนี่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของเธอ!”
ประโยคที่ไร้ความปรานีนี้ทำเอาโดรอนน้อยหน้าซีดเผือดทันที
แต่ขออภัยด้วย ศาสตราจารย์โจนส์ไม่ใช่คนอ่อนหวาน และนี่ก็คือลักษณะการสอนของเธออยู่แล้ว
“ฉันพูดเสมอว่าจงมองชัยชนะและความพ่ายแพ้ให้เป็นเรื่องปกติ ไม่ทะนงตนในชัยชนะและไม่ย่อท้อต่อความพ่ายแพ้ ทุกชัยชนะหรือความพ่ายแพ้คือการล้างบาป การเรียนรู้จากประสบการณ์และการแข็งแกร่งขึ้นคือชะตากรรมของนักประลอง”
“นักประลองที่ไม่ต้องการชัยชนะ ไม่ถือว่าเป็นนักประลองที่ดีหรอกนะ”
คำสอนของศาสตราจารย์โจนส์นั้นคมคายยิ่ง
ในขณะที่ใบหน้าของโดรอนซีดเผือดไม่ไหวแล้ว เวอร์เธอร์ กาวด์ซึ่งอยู่ใกล้กับประตูในแถวสุดท้ายของห้องเรียนกลับหน้าซีดยิ่งกว่า
คำกล่าวหาของศาสตราจารย์โจนส์ที่มีต่อโดรอนไม่เพียงแต่แทงทะลุหัวใจของโดรอนเท่านั้น แต่ยังทะลุมาถึงเขาด้วย แล้วมันก็ทำให้หัวใจของเวอร์เธอร์เต็มไปด้วยรูโหว่!
“เวอร์เธอร์ นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”
โรเบิร์ตเห็นว่าใบหน้าของเขาผิดปกติก็รีบถามทันที
เวอร์เธอร์ตกอยู่ในความงุนงงอยู่ครู่หนึ่งและพูดโดยไม่รู้ตัวว่า “เปล่า ไม่เป็นไร”
โรเบิร์ต “เฮ้ แต่ดูเหมือนนายจะไม่โอเคนะ”
เวอร์เธอร์ยิ้มเจื่อน “ดูรอยยิ้มที่งดงามของฉันสิ วันนี้อากาศดีจริง ๆ”
โรเบิร์ต “เอ่อ พูดว่าหล่อไม่ดีกว่าเหรอ?”
เวอร์เธอร์ “…”
ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหน คำพูดตลกหน้าตายของโรเบิร์ตยังคงทำให้เวอร์เธอร์ผ่อนคลายเสมอ
เขาเบิกตากว้างและตั้งใจฟังชั้นเรียนต่อไป
…
ฝนโปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง และเสียงของมันก็ดังเข้ามาข้างใน
หลังจากวิเคราะห์การต่อสู้ของโดรอน ศาสตราจารย์โจนส์ก็เริ่มวิเคราะห์การต่อสู้ของไดแอนนา
นักเรียนตั้งใจฟังกันมากขึ้น
[1] คนจีนเปรียบสีแดง เป็นสีแห่งความสิริมงคล ความอุดมสมบูรณ์ และการเริ่มต้นปีที่ดี ในสมัยโบราณยังเชื่อว่าสีแดงสามารถปัดเป่าภูตผีได้อีกด้วย