จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 304 รอนโดแห่งแสงสว่างและความมืด (6)
บทที่ 304 รอนโดแห่งแสงสว่างและความมืด (6)
แม้ว่ามันจะไม่มีออร่าที่น่าเกรงขามเช่นตอนมังกรจักรกลถือกำเนิดขึ้น แต่ด้วยฟีโรโมนของสตรีเพศและเสน่ห์อันไร้ขอบเขต ซึ่งสามารถสยบทั้งชายและหญิงได้ ก็ทำให้มันช่วงชิงความโดดเด่นไปจากมือของมังกรจักรกลแล้ว!
…
“เกิดอะไรขึ้น อาร์ชบิชอป?”
เจ้าชายชาร์ลส์เพิ่งจะดื่มด่ำกับเสน่ห์ของบาสติมอนไป แต่ทันใดนั้นเขาก็พบว่าอาร์ชบิชอปที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กันผุดลุกขึ้นยืนอย่างเงียบ ๆ
ทว่าหลังจากที่เอ่ยถามไปแล้ว อาร์ชบิชอปก็นั่งลงอย่างช้า ๆ ใบหน้าแก่ชราของเขากระตุกเล็กน้อย และไม่คิดพูดบางคำพูดที่อย่างไรแล้วก็ไม่มีคนเชื่อแน่นอน “ไม่มีอะไรหรอก”
แค่ได้กลิ่นของ ‘พระเจ้า’ เฉย ๆ ไม่มีอะไรมาก!
…
[ชื่อการ์ด: บาสติมอน]
[ประเภท: การ์ดวิญญาณ]
[เลเวล: 7 ดาว]
[เผ่าพันธุ์: อมนุษย์]
[คุณสมบัติ: ความมืด]
[พลังเวทมนตร์: 3,500 หน่วย]
[พลังโจมตี: 3,400 หน่วย]
[พลังป้องกัน: 2,700 หน่วย]
[ท่าไม้ตาย: เคออส ระบำแวมไพร์]
…
วัลคีรีมองสปิริตไปยังลูกชายของเธออัญเชิญออกมาด้วยการ์ด [ฟิวชั่น] แล้วก็รู้สึกแปลกประหลาดใจยิ่ง จากนั้นเธอก็ถามขึ้นว่า “แคลร์ มันเกิดอะไรขึ้น?”
แคลร์ส่ายหัวบอกว่าเธอไม่รู้
…
ดวงตาของแพนดอร่าเป็นประกายขึ้นมาทันที แต่แล้วสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพราะจู่ ๆ เธอก็รู้สึกเสียใจที่สอนการขัดเกลาการ์ด [ฟิวชั่น] ให้เขา
…
ศาสตราจารย์ที่เฝ้ามองการต่อสู้อย่างเงียบ ๆ ไม่สามารถนั่งนิ่งได้อีกต่อไปในตอนนี้
อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องอื่นเลย
สปิริตที่ดาร์ก เดม่อนอัญเชิญออกมาด้วยการ์ด [ฟิวชั่น] เป็นเจ็ดดาวงั้นเหรอ?
สปิริตระดับเจ็ดดาว ขั้นที่สอง!
…
เช่นเดียวกับ [ผู้บัญชาการจักรกล] ระดับเจ็ดดาวของเควิน
ทว่าสปิริตของทั้งสองฝ่ายมีแกนกลางพื้นฐานที่แตกต่างกัน
…
“โลหะจู่โจม!”
แล้วเสียงคำรามของเอลซี เควินก็ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของศาสตราจารย์
ทันทีทันใด มังกรจักรกลซึ่งสยายปีกอยู่เหนือน่านฟ้าพลันตวัดสายตามองลงมา และทั้งตัวของมันก็ปลดปล่อยแสงสีเงินออกมา!
ร่างกายของมันเรียบลื่นและมีความคล่องตัวสูงมาก เมื่อรวมเข้ากับปีกของมันที่แผ่สยายจึงดูเฉียบคมยิ่ง
เมื่อร่างของมันพุ่งลงมา มังกรจักรกลราวกับกลายเป็นลูกศรสีเงินในทันที ชั้นบรรยากาศถึงกับฉีกขาด แล้วเสียงคำรามกึกก้องก็ดังทะลุแก้วหูของฝูงชน
ทุกสายตาของผู้คนจับจ้องไปยังมันอย่างไม่กะพริบตาในขณะนี้ สมองของพวกเขาว่างเปล่าไปโดยปริยาย มีเพียงฉากที่น่าทึ่งในเวลานี้เท่านั้นที่ยังคงดำรงอยู่
ดาร์กซึ่งยืนอยู่บนแท่นผู้เล่นฝ่ายสีแดง ไร้ซึ่งท่าทีใด ๆ นอกจากอาการสงบนิ่ง
นี่เพราะเขาไม่รู้สึกกังวลอะไรอีกแล้วจริง ๆ
ด้วยการตัดสินใจอัญเชิญบาสติมอนออกมา ทำให้เขามีโอกาสชนะอย่างแน่นอนแล้ว
ราวกับตอบสนองต่อความไว้วางใจของดาร์ก เทพีแมวซึ่งยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ในพื้นที่อัญเชิญสีแดงเผยรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ออกมา จากนั้นเธอก็ยกมือขึ้นเบา ๆ แล้วกรงเล็บแมวขนาดใหญ่ที่ไม่เข้ากับท่าทางของเธอก็สะบัดขึ้นไปบนฟ้า
ฉับพลันนั้น ร่างของฝูงค้างคาวก็ได้โผล่ออกมา ค้างคาวเหล่านั้นบินล้อมรอบเป็นเส้นทางเดียวกันไปตามแขนของเธอ ก่อนจะมารวมตัวกันเป็นฝูงที่จุดฝ่ามือของบาสติมอน แล้วกลืนหายไปกับความมืดในที่สุด
ก้อนพลังแห่งความมืดยังคงรวบรวม รวบรวม และรวบรวมอีกครั้งในฝ่ามือของเธอ
ชั่วพริบตานั้นก็บังเกิดเป็นมือขนาดยักษ์สีดำ!
นี่ไม่ใช่ท่าไม้ตายเคออส และไม่ใช่ท่าไม้ตายระบำแวมไพร์แต่อย่างใด
ทว่าเป็นการใช้พลังของตัวเองล้วน ๆ!
ฟิ้ว!
ลูกศรสีเงินส่งเสียงหวีดหวิวตัดผ่านอากาศมา
มังกรจักรกลขนาดใหญ่และเทพีแมวขนาดเล็ก เผยให้เห็นความแตกต่างระหว่างทั้งสองอย่างชัดเจน
แล้วระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายก็เข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
สุดท้ายก็ไร้ซึ่งทางหลบ และหมดสิ้นทางถอย
มือยักษ์สีดำมะเมื่อมของบาสติมอนงอกล้ามเนื้อเข้าหากันในทันที แล้วจากนั้นมันก็คว้าหัวของมังกรจักรกลไว้!
มังกรจักรกลถูกบังคับให้หยุดกะทันหัน และท่าไม้ตาย [โลหะจู่โจม] ก็ไม่สามารถสร้างคลื่นได้อีกต่อไป
เทพีแมวจับมังกรด้วยมือเดียว!
…
เอลซี เควินบนแท่นของผู้เล่นสีน้ำเงินพลันตกตะลึง และใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวในที่สุด
ทว่าในขณะเดียวกัน ราวกับวิญญาณของเขาได้รับพรจากพระเจ้า ทันใดนั้นเขาก็ฟื้นคืนสติอย่างรวดเร็ว และจากนั้นเขาก็คำรามด้วยท่าทีที่ไม่เคยมีมาก่อน “พายุโลหะ!”
มังกรจักรกลที่ได้รับคำสั่งกระพือปีกทันที จากนั้นมันก็ปลดปล่อยกระแสอากาศอันทรงพลังออกมาจากใต้ปีกของมัน โดยมีหัวเป็นจุดศูนย์กลางและกระดูกสันหลังเป็นแกน ร่างกายทั้งหมดเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูง
แสงสีเงินดุจคมมีดสะท้อนความวาววับให้ได้เห็น
เดิมทีก่อนเกิดพายุ มันก็น่ากลัวอยู่แล้ว
ทว่าจู่ ๆ บาสติมอนก็คลี่ยิ้มออกมา จากนั้นแขนขวาของเธอก็มีรยางค์ที่ถือกำเนิดมาจากพลังแห่งความมืดพุ่งออกมาทีละเส้น ไต่ขึ้นไปตามหัวของมังกรจักรกล ก่อนจะรัดมันแน่นตั้งแต่หัวจรดหาง!
เปรี๊ยะ!
การหมุนของจักรกลมังกรถูกบังคับให้หยุดลงกะทันหัน
บาสติมอนยืนเขย่งเท้า ก่อนจะเริ่มเต้นรำ จากนั้นเธอก็กระชากคู่ต่อสู้ลงมาและทุบมังกรจักรกลขนาดใหญ่ลงกับพื้นอย่างดุดัน!
ตู้ม!
ยังโชคดีที่ที่นี่คือเซนต์แมเรียนซึ่งคงอยู่มานานนับพันปี
ไม่อย่างนั้นแล้ว ด้วยการกระทำของบาสติมอนมันก็อาจถูกแยกส่วนเอาได้
ส่วนมังกรจักรกลที่ถูกทุบอย่างรุนแรงกลับรู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันค่าพลังเวทมนตร์ของมันก็หายไปเกือบครึ่ง!
เอลซี เควินผู้ถือการ์ดเวทมนตร์ [มังกรจักรกล] อยู่ในมือรู้ดีที่สุด
วินาทีที่เขาเห็นว่าค่าพลังเวทมนตร์หายไป นิ้วของเขาก็สั่นเทาเสียจนการ์ดเวทมนตร์ของ [มังกรจักรกล] หลุดมือไปในทันที
เควินพยายามยื่นออกไปหยิบการ์ด
แต่การ์ดเวทมนตร์กลับหลุดออกจากมือที่สั่นเทาของเขา
ดังนั้นจึงสามารถอธิบายภาพนี้ได้ว่า การ์ดบินขึ้นลงระหว่างมือของเอลซี เควินไม่หยุด มันได้ลอยขึ้นไปและมันก็ตกลงสู่พื้น
ตู้ม!
แล้วก็บังเกิดสุ้มเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
ตู้ม!
เสียงนั้นดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม!
ตู้ม!
ดังครั้งที่สี่!
แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้นอีก
จุดแสงนับไม่ถ้วนลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าเสมือนดวงดาราในยามค่ำคืน และบินกลับไปที่การ์ดเวทมนตร์ของ [มังกรจักรกล]
บาสติมอนบนพื้นดินยืนเขย่งเท้า ก้าวไปตามจังหวะการเต้น และหางที่อยู่ด้านหลังสะโพกก็สะบัดไปมาเบา ๆ
จากนั้นเธอก็ชี้นิ้วไปที่ลูกบอลเวทมนตร์สีฟ้าในอากาศ ทันใดนั้นค้างคาวก็บินออกมา ก่อนจะกลายเป็นกระสุนปืนพุ่งเข้าใส่ลูกบอลเวทมนตร์
ตามมาด้วยเสียง ‘ปัง’ มันกระแทกกับสิ่งกีดขวางที่เฝ้าลูกบอลเวทมนตร์ไว้
จากนั้นบาเรียพลังชีวิตซึ่งแต่เดิมถูกดูดออกไปด้วยพลังเวทมนตร์จำนวนมากโดย [มังกรจักรกล] จู่ ๆ ก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ เหมือนกระจก
…
“ปี๊บ—”
“จบการประลอง!”
“ผู้ชนะคือ ดาร์ก เดม่อน!”
…
ผู้ตัดสินเป่านกหวีด ภายใต้น้ำเสียงที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมากของเขา
ความตื่นเต้นของการประลองครั้งนี้ยากที่จะจินตนาการได้ว่า มันเป็นแค่การแข่งขันระหว่างปีหนึ่งกับปีสอง
มีผู้ชมหลายคนที่ยังไม่ตื่นขึ้นจากห้วงอารมณ์ในการประลองครั้งนี้
แต่แล้วทันใดนั้น คล้ายกับเสียงขุนเขาเคลื่อน และมหาสมุทรขยับ
แองกัส เจฟฟรีย์ ประธานชมรมวิจัยประวัติศาสตร์ขุนนาง จู่ ๆ ก็ยกมือขึ้น แล้วเขาก็ใช้เวลานานกว่าจะพบว่าไม่มีถ้วยรางวัลใดตกมาถึงของเขา
ไมค์ โอเวนกะพริบตาปริบ ๆ ยืนอยู่ข้างเขา แต่ไม่ได้มีอารมณ์โมโหเหมือนอีกฝ่าย
ขณะเดียวกัน นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งของบ้านขุนนางต่างก็ตื่นเต้นและกระโดดไปมาหยุด อันที่จริง พวกเขาอยากจะรีบออกจากแถวที่นั่ง แล้ววิ่งไปมอบอ้อมกอดอันอบอุ่นที่สุดให้กับผู้ชนะการประลองครั้งนี้!
ดาร์ก เดม่อนคือความภาคภูมิใจของพวกเขา!
ส่วนนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งของบ้านอื่น ๆ แม้พวกเขาจะไม่ได้แสดงท่าทีเกินไปเหมือนกับนักเรียนของบ้านขุนนาง ทว่าพวกเขาก็ตื่นเต้นมากเช่นกัน กระทั่งโรเบิร์ตเองก็ยังดีใจมากด้วย
ส่วนเอ็มม่ากับซาร่านั่งกัดฟันอย่างเงียบ ๆ
ยูโดราตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ
โรสกับไดแอนนาจ้องมองแท่นผู้เล่นฝ่ายสีแดงไม่หยุด
แพนดอร่าเผยรอยยิ้มที่สดใสออกมา
วัลคีรีอยากจะปรี่เข้าไปกอดลูกชาย แต่ถูกเจ้าหญิงเอลิซาห้ามไว้
แคลร์ลูบเจ้าแมว ‘กาลิเลโอ’ ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน
เจ้าชายถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
อาร์ชบิชอปดูเครียดแปลก ๆ แต่ไม่อาจเข้าใจเขาได้
นี่เป็นแค่เกมมือใหม่
มันไม่ควรจะมีนัยสำคัญไม่ใช่เหรอ?
แต่ทำไมตอนนี้…มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?