จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 294 ดาร์ก เดม่อนพยายามควบคุม (1)
บทที่ 294 ดาร์ก เดม่อนพยายามควบคุม (1)
“ไว้ผมมีเวลาจะลองแวะไปดูนะครับ”
ดาร์กตอบอย่างสุภาพและเดินออกจากทางเดินไป
เขารู้สึกได้ทันทีว่าวินาทีที่เขาก้าวเท้าออกจากอุโมงค์ พลันมีสายตาจำนวนมากจับจ้องมาอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเขาเกิดมาหล่อเกินไป ถึงแม้ว่าเขาจะหล่อจริง แต่นั่นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
แต่ดาร์กไม่ได้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ในเวลานี้ เพราะนั่นจะดูไม่สง่างามเกินไป
เด็กชายผมบลอนด์ก้าวไปข้างหน้าอย่างสงบ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดของเวทีผู้เข้าแข่งขันไป เมื่อขึ้นมาเขาถึงค่อยหันมองที่นั่งโดยรอบอย่างเป็นธรรมชาติ
ตอนที่เขาอยู่ในห้องรับรองผู้เล่น อาจเพราะมุมอับสายตาจึงทำให้เขามองไม่เห็นรุ่นพี่แพนดอร่า
แต่เมื่อดาร์กขึ้นมาอยู่บนที่สูง เขาก็ได้เห็นร่างที่คุ้นเคย
รุ่นพี่แพนดอร่าอยู่ในชุดนักเรียนฤดูหนาว มีผ้าพันคอหนา ๆ รอบคอและสวมถุงมือไว้ พูดได้สั้น ๆ ว่าเธอใส่เต็มมาก
แม้ชุดจะพองไปหน่อย แต่สิ่งนี้ไม่อาจปกปิดเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอได้
รอบ ๆ ตัวเธอมีที่นั่งว่างเป็นวงใหญ่
ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะสังเกตเห็นสายตาที่มองมาของดาร์ก แพนดอร่าจึงยกมือขึ้นโบกมือให้เขา ดวงตาคู่งามในเช้านี้ดูจะสดใสเป็นพิเศษ
“มีเหตุผลให้ชนะมากขึ้นแล้ว”
ดาร์กโบกมือตอบกลับเธอ จากนั้นแขนของเขาก็ลดลงมาอย่างเงียบ ๆ แล้วสายตาของเด็กชายก็หันมองไปในทิศทางของผู้ชมจุดอื่น
บนแถวที่นั่งมุมหนึ่ง เขาเห็นโรสชูป้าย [หมีกับแมว]
และใกล้ ๆ เธอนั้น เขาเห็นโดรอน พิสตันกับคนอื่น ๆ นั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกัน
อึดใจต่อมา
จู่ ๆ โดรอนก็วิ่งไปที่ด้านข้าง ถือขอบธงสีแดงไว้ในมือ ส่วนอีกข้างหนึ่งอยู่ในมือของพิสตัน
ขณะที่โดรอนวิ่ง แบนเนอร์ขนาดใหญ่ก็ม้วนออกมาให้เห็น
บนนั้นไม่ได้เขียนอะไรไว้มากมาย
มันเขียนแค่ว่า ‘ดาร์ก! ดาร์ก! ชัยชนะ! ชัยชนะ!’
หมอนี่มันจริง ๆ เลย!
ดาร์กกลอกตาอย่างช่วยไม่ได้
จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองไปยังแม่กับป้าแคลร์ที่อยู่แถวหน้าของโถงรับชม
ส่วนเจ้าหญิงเอลิซาถูกดาร์กเมินเฉยไปโดยปริยาย
…
“ดูนี่! ที่รัก ดูนี่สิ! เวลานี้ฉันควรจะทักทายเขาด้วยไหม?”
ใบหน้าของอัลเวตต์ขึ้นสีแดงระเรื่อง แน่นอนว่าเธอเห็นคำ ‘ทักทาย’ ของไวเคานต์เกรท เบเยอร์ ด้วยเหุตนี้เธอจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
ผู้เป็นเจ้าหญิงตัวแข็งทื่อไปในทันที จากนั้นเธอก็รีบจับมือของอัลเวตต์ไว้เป็นเชิงห้ามปราม “ท่านดัชเชสคะ ว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับดาร์ก เพียงแค่สบตากัน สิ่งที่อยู่ในหัวใจของคุณย่อมส่งไปถึงดาร์กแน่นอนค่ะ”
อัลเวตต์กะพริบตาปริบ ๆ แล้วทันใดนั้นเธอก็พูดว่า “เจ้าหญิงเพคะ คงไม่คิดว่าข้าจะเลียนแบบเจ้าหมียักษ์ตัวนั้นจริง ๆ หรอกใช่ไหมเพคะ?”
“แล้วไม่ใช่หรือคะ!”
อัลเวตต์ปิดปากหัวเราะ “ข้าเพียงตื่นเต้นที่ได้เห็นลูกขึ้นมาบนเวที ผิวพรรณของเขาดูดีกว่าตอนที่เขาอยู่ที่บ้านมาก ดูเหมือนว่าพ่อครัวเหล่านั้นจะยังคงทุ่มเทเช่นเคย อย่างน้อยลูกที่เลือกกินของข้าก็ดูดีขึ้นมาก”
เจ้าหญิงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
เธอกลัวมากว่าวัลคีรีจะเป็นตะคริวในสมองจนทิ้งมารยาทอันสูงส่งไว้เบื้องหลัง!
เพราะถึงอย่างไร ที่นี่ก็เป็นพื้นที่สาธารณะ สิ่งที่ควรให้ความสนใจก็ยังคงต้องให้ความสนใจ
“เหมียว!”
แคลร์ในที่นั่งข้างกันเผลอหยิกเนื้อของ ‘กาลิเลโอ’ เข้า
เธอสงสัยว่าดาร์กศึกษาการ์ด [สวนสัตว์] สำเร็จแล้วหรือยัง?
อีกอย่าง เขาได้รับการ์ด [สรวงสวรรค์] ของเธอแล้วหรือยัง?
…
เด็กชายผมบลอนด์มองที่นั่งทั้งสองที่นั้นอย่างคิดถึง โดยไม่รู้ตัว แสงแดดที่ส่องลงมาจากท้องฟ้าสะท้อนเข้ากับผิวที่ขาวมากของเขา
ดาร์กโบกมือให้อัลเวตต์กับแคลร์ ในที่สุดเขาก็เข้าใจอารมณ์ของไดแอนนาในตอนนั้น
ความคิดถึงและความรักในครอบครัว สิ่งนี้จะไม่ลดลงตามวัย
ตรงกันข้าม ยิ่งเป็นผู้ใหญ่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงความรักในครอบครัวที่มีค่ามากขึ้นเท่านั้น
อัลเวตต์ไม่แม้แต่จะโบกมือให้เขา นั่นทำให้เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
แต่ความคิดนี้ก็หายไปในพริบตา และเมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น ดาร์กก็หันความสนใจกลับไปที่การต่อสู้ เขาแตะลงบนโต๊ะการ์ดอย่างสบาย ๆ และป้อนพลังเวทมนตร์เข้าไป
โต๊ะถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง เช่นเดียวกับอุปกรณ์ฉายภาพพิเศษที่ถูกเปิดใช้งาน
ดาร์กหยิบเด็คที่ปรับแต่งไว้ล่วงหน้าออกจากซองการ์ดแล้วใส่ลงไปในช่องการ์ด รอการสับการ์ดอัตโนมัติเริ่มขึ้นอย่างเงียบ ๆ
…
“นี่เป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลเดม่อนใช่ไหม?”
เจ้าชายชาร์ลส์ขมวดคิ้ว ขณะมองดูดาร์กที่ได้รับเสียงเชียร์ดังกระหึ่มเพียงแค่เขาปรากฏตัวขึ้นบนเวทีด้วยความรู้สึกงุนงง
ในความประทับใจของเขา ดาร์ก เดม่อนเป็นเพียงเด็กน้อยที่เอาแต่ใจเท่านั้น
เขาไม่ได้รังเกียจเด็กชายผมบลอนด์คนนี้ แค่คิดว่าเด็กคนนี้สามารถช่วยเขาถ่วงแข้งถ่วงขาของอัลเวตต์ไว้ได้
แต่ตอนนี้… ดูเหมือนว่าการเข้ามาเรียนในเซนต์แมเรียนจะช่วยทำให้เขาเติบโตขึ้น?
แน่นอนว่า ‘กลิ่นอาย’ ที่เด็กคนนี้แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ หลอกสายตาเขาไม่ได้
เจ้าชายยังคงมีความมั่นใจในการมองคนของตนเองระดับหนึ่ง
“เซนต์แมเรียนสมแล้วกับเป็นสถานที่ให้กำเนิดเหล่าวีรชนนับไม่ถ้วน”
เขาถอนหายใจเล็กน้อย
อันที่จริง สถาบันโฮลี มิสเทอรีมีระเบียบวินัยที่เข้มงวดกว่า แต่ลึก ๆ แล้วเขาค่อนข้างเอนเอียงไปทางสถาบันเซนต์แมเรียน และคนส่วนใหญ่ในอาณาจักรก็เป็นแบบนี้เช่นกัน
อีกอย่าง ตอนนี้การเลือกสนับสนุนสถาบันโฮลี มิสเทอรีนั้น เกิดจากการพิจารณาของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
ในสองกองกำลังที่มีความเหนือธรรมชาติ เขาจำต้องเลือกเพียงหนึ่งเท่านั้น
เจ้าชายชาร์ลส์หยุดคิดและคืนสติกลับมาอีกครั้ง
เขาจับตามองอยู่เสมอว่า บุตรแห่งวัลคีรีคนนี้จะกลายเป็นภัยคุกคามต่อตัวเขาในอนาคตหรือไม่!
…
“จะเริ่มแล้ว!”
แองกัส เจฟฟรีย์ ประธานชมรมวิจัยประวัติศาสตร์ขุนนาง กำลังหัวเราะกับไมค์ โอเวนอย่างเป็นกันเอง
เอลซี เควินแตกต่างจากผู้เล่นหน้าใหม่ทุกคนที่เคยเล่นมาก่อน
พูดง่าย ๆ คือ แบ่งผู้เล่นออกเป็นสองเกรด
เขาไม่กังวลเลยสักนิดว่าเควินจะแพ้
เพียงแต่ว่าวันนี้คนในโถงรับชมจะเยอะไปหน่อย
อีกทั้งเขายังเห็นว่าพ่อของเขาอยู่ในฝูงชนด้วย!
เอิร์ลเจฟฟรีย์อยู่ฝ่ายเจ้าชาย และนี่คือสิ่งที่เขาปฏิบัติตามพ่อของตน
“ความรู้สึกที่ถูกเหยียดหยามภายใต้สายตาของสาธารณชน ฉันหวังว่าสิ่งนี้จะไม่ทิ้งเงาทางจิตใจไว้ให้กับดยุคน้อยคนนี้นะ”
…
“ปี๊บ—”
เมื่อเสียงนกหวีดดัง ในที่สุดการประลองของตัวเต็งก็ได้เริ่มขึ้น
ส่วนการสื่อสารตามปกติ (การพูดถากถาง) ได้ถูกข้ามไปโดยตรง
ทั้งสองเป็นคนประเภทไม่ชอบใช้ฝีปากวัดกันสักเท่าไหร่
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการต่อสู้เท่านั้น!
“พระเจ้า! มันยากที่จะจินตนาการได้ว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญ! วันนี้เป็นวันพิเศษจริง ๆ!”
“ผมขอแนะนำสั้น ๆ เกี่ยวกับผู้เล่นทั้งสองคนนี้เลยแล้วกัน”
“ทางฝ่ายสีแดง แน่นอนว่าเขาคือบุตรแห่งวัลคีรีอันเป็นที่รักของเรา ลูกชายเพียงคนเดียวของท่านดัชเชสผู้สูงศักดิ์…ดาร์ก เดม่อน! นอกจากนี้แล้ว เขายังเป็นผู้ชนะดาวเด่นในกิจกรรมวันฮัลโลวีนของปีนี้ด้วย!”
“ดาร์ก เดม่อน นักเรียนชั้นนำแห่งบ้านขุนนางปีหนึ่ง ไม่นานมานี้เขาเอาชนะนักเรียนรุ่นพี่ปีสามในการแข่งขันเกมคัดเลือกได้ และกลายเป็นดวงดาวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในบ้านขุนนางปีนี้!”
“ถัดมาคือผู้เล่นเอลซี เควินในฝั่งสีน้ำเงินซึ่งไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน เขามาจากตระกูลเควินโบราณ และยังเป็นผู้ชนะดาวเด่นครั้งก่อนอีกด้วย!”
“ผู้ชนะดาวเด่นสองคนนี้กลับได้มาพบกันในนัดการแข่งขันมือใหม่ ต้องบอกว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญที่ยิ่งกว่าบังเอิญ!”
วิลสันเอ่ยคำโป้ปดอย่างไร้ยางอาย ทว่าสิ่งที่เขาพูดกลับทำให้บรรยากาศที่ร้อนระอุอยู่แล้วสูงขึ้นไปอีก
“ใครจะเป็นผู้หัวเราะคนสุดท้าย ในเกมที่มีระดับแตกต่างกันนี้นะ”
“การประลองไม่อาจตัดสินด้วยตัวเลขอายุได้ ดังนั้นพวกเรามารับชมไปพร้อมกันเลยเถอะครับ!”
แปะ! แปะ!
วิลสันตบมือให้ตัวเอง
…
[ช่วงเตรียมการ 30 วินาที]
เมื่อการนับถอยหลังสามสิบวินาทีปรากฏขึ้นบนแผงควบคุม บรรยากาศในโถงรับชมก็เพิ่มสูงขึ้น ทว่าบรรยากาศในสนามประลองกลับคล้ายจะหยุดนิ่งไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจหรือความภาคภูมิใจในตนเอง เมื่อการประลองเริ่มต้นขึ้น ปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นข้างนอกสนามประลองจะไม่ถูกนับรวมเข้าไปด้วย
ทั้งสองฝ่ายกลั้นหายใจในขณะที่พวกเขากำลังจะจั่วการ์ด
ทั้งคู่นับถอยหลังอย่างเงียบ ๆ
แล้วการ์ดห้าใบก็ถูกพวกเขาจั่วพร้อมกัน เมื่อการ์ดเหล่านี้ถูกคลี่ออก
ช่วงกลยุทธ์จะหมดลงภายในสามสิบวินาทีของช่วงเตรียมการนี้!
…
ดาร์กมองการ์ดในมือของเขา
ในการแข่งขันมือใหม่ บาเรียพลังชีวิตของลูกบอลเวทมนตร์มีเพียงสองพันหน่วยเท่านั้น ทำให้ต้องใช้กลยุทธ์ที่ผสมผสานกันระหว่างการบุกซึ่ง ๆ หน้าและการลอบฆ่า ทว่าวันนี้ดูเหมือนว่าเขาจะโชคไม่ดีสักเท่าไหร่
แต่ก็ไม่แย่เสียทีเดียว!
▼
[ชัคคารุ]
[สัตว์อสูรมายา: อีบุย]
[โลภะ II]
[อูชิ]
[เคลื่อนย้ายในพริบตา]
▲
เริ่มต้นการวางฐานป้องกันด้วย [ชัคคารุ] อย่างแน่นหนา!
ชัคคารุที่มีค่าพลังป้องกันสูงถึง 2,200 หน่วย ในบรรดาสปิริตระดับสามดาว นี่คือกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันถูกบดขยี้!
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของชัคคารุคือ ขนาดตัวของมัน
การไม่สามารถปกป้องลูกบอลเวทมนตร์ได้ด้วยร่างกายคือ สาเหตุหลักที่ทำให้บทบาทของมันถูกจำกัด
แต่ในฐานะ ‘นักเล่นกล’ ที่ควบคุมพลังโจมตีและพลังป้องกันได้ ชัคคารุจึงมีความโดดเด่นที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งคู่ควรกับการ์ดระดับสีทองในอีกระดับหนึ่ง
แม้ว่าจะไม่มีการ์ดเมจิกหมวด [มหาบาป] ที่ดาร์กต้องการมากที่สุด แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมี [ชัคคารุ] อยู่ ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากไป
หากเป็นไปได้ เขาไม่ต้องการใช้ [ชัคคารุ] เป็นเครื่องสังเวยในการอัญเชิญอูชิ
ดังนั้นในรอบแรก การป้องกันคือเป้าหมายหลักของเขา!