จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 288 ดาร์ก เดม่อนและหมียักษ์ (1)
บทที่ 288 ดาร์ก เดม่อนและหมียักษ์ (1)
“เจ้าเด็กตัวเหม็น ไม่แพ้น่าเกลียดไปหน่อยเหรอ? แพ้แล้วยังจะหัวเราะได้อีก? คอยดูเถอะ กลับบ้านมาเมื่อไหร่แกเจอดีแน่!”
ชายในเสื้อโค้ตที่มุมหนึ่งของโถงรับชมยืนเขย่งเท้า ชะโงกคอมองเพราะอยากเห็นหน้าลูกชายของตนเองมากกว่านี้ แต่โชคไม่ดีที่โดรอนเดินกลับเข้าไปในที่นั่งรอบสนามแล้ว ผู้คนในโถงรับชมจึงมองไม่เห็นเขาอีกต่อไป
ชายคนนั้นถอนหายใจ คิดว่าลูกชายของเขาน่าจะไปได้ดีในสถาบัน และเขาก็ไม่ได้ทำให้ตระกูลโดรอนต้องอับอาย นั่นก็เพียงพอแล้ว
เขาหันหน้าไปมองทิศที่เจ้าชายชาร์ลส์นั่งอยู่และอดคิดไม่ได้ว่า ‘ในตอนนี้เจ้าชายอาจดูถูกเขา ดังนั้นก็ยังไม่ต้องเป็นกังวลว่าโดรอนจะถูกดึงเข้าสู่วังวนความวุ่นวาย ตระกูลโดรอนของเราล้วนแล้วแต่ดำรงตำแหน่งระดับสูง อีกอย่างเราก็ได้ให้กำเนิดลูกชายที่ดีด้วย ยังอีกนานโขกว่าจะถึงช่วงเวลาเปลี่ยนมือ’
…
การประลองยังคงดำเนินต่อไป
ก่อนที่โดรอนจะก้าวลงจากเวที นักประลองสองคนในเกมที่สองก็รออยู่ก่อนแล้ว
ผู้เล่นทั้งสองคนนี้เพิ่งเข้าร่วมชมรมการประลองกันในปีที่สอง และนี่เป็นเกมการแข่งขันที่สูสีมาก
จอห์นแอบเข้ามาในโถงรับชมสาขาเซนต์แมเรียนอย่างระมัดระวัง และหาตำแหน่งที่นั่งที่ไม่โดดเด่นในโถงรับชมเพื่อชมการแข่งขัน
ชายผู้นี้มีทักษะการวาดภาพที่ไม่เหมือนใคร เขาสามารถวาดผู้คนออกมาได้ภายในไม่กี่ลายเส้น ด้วยเหตุนี้ หนังสือของเขาจึงเป็นที่นิยมมากกว่าหนังสือของคนอื่น ๆ
ต่อให้เป็นนักเรียนปีสองที่มีใบหน้าไม่โดดเด่นเดินผ่านไปมาอยู่ข้างหน้าเขา จอห์นก็ยังจดจำพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว
แต่เห็นได้ชัดว่าคนสองคนนี้ไม่ใช่เป้าหมายที่ดึงดูดความสนใจของราชวงศ์
เขาชำเลืองมองอย่างรู้สึกกังวลเล็กน้อยในใจ
หากสามารถดึงดูดความสนใจของเจ้าชายและเจ้าหญิงได้ บางทีหนังสือของเขาอาจจะขายดีก็เป็นได้ จากนั้นเขาก็จะค่อย ๆ ร่ำรวยและประสบความสำเร็จในที่สุด!
แต่หลังจากเกมที่สาม มันยังคงเป็นเกมของนักเรียนธรรมดาสองคน
แม้ว่าบรรยากาศโดยรวมของการแข่งขันหน้าใหม่จะค่อย ๆ ร้อนระอุขึ้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไปไม่ถึงจุดเดือดที่แท้จริง
…
ในห้องรับรองผู้เล่น
ดาร์กละสายตาจากสนามประลอง ระดับของมือใหม่ปีสองนั้นไม่เท่ากัน บางคนก็ไม่เก่งเท่านักเรียนปีหนึ่งของปีนี้ด้วยซ้ำ มันจึงไม่ค่อยคุ้มค่าให้เขาสังเกตต่อไปสักเท่าไหร่
แต่เกมต่อไปคือรอบของไดแอนนา
ดาร์กหันไปมองด้านข้าง
ไดแอนนานั่งอยู่บนเก้าอี้โดยที่เท้าไม่แตะพื้น ขณะที่สายตาจับจ้องการ์ดอย่างอ่านความคิดไม่ออก
‘ถ้าฉันอายุเท่าเธอตอนนี้ ฉันจะประหม่าเกินไปเหมือนเธอหรือเปล่า?’
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็รู้สึกว่านักเรียนของเซนต์แมเรียนค่อนข้างโดดเด่นทีเดียว
เพราะถ้าไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับชาติที่แล้ว เขาคงไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้เหมือนกับพวกเขาอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม นักเรียนปีหนึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ในการเปรียบเทียบของเขา
ไม่กี่นาทีต่อมา ดาร์กก็เตือนเธอว่า “เกมนี้ใกล้จะจบแล้ว”
“อื๋อ?”
ไดแอนนาปิดการ์ดเวทมนตร์โดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็หัวเราะ “ฮิ ๆ” สองครั้งแล้วกระโดดลงจากเก้าอี้
เธอตบ ๆ ชายกระโปรงของตัวเองและพูดอย่างร่าเริง “ถึงตาฉันแล้ว!”
ดาร์กยื่นมือออกและกางนิ้วทั้งห้า “ลุยให้เต็มที่”
ไดแอนนาแท็กฝ่ามือของเขาเบา ๆ แล้ววิ่งไปที่อุโมงค์ส่งตัวนักประลอง
หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็เดินออกจากช่องผู้เล่นที่อยู่ด้านหลังแท่นผู้เล่นฝั่งสีแดง และแสดงการ์ดผู้เล่นแก่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าทางเข้าช่อง
เจ้าหน้าที่เป็นเด็กสาวปีสามจากชมรมการประลอง เธอเห็นว่าผู้เข้าแข่งขันในเกมที่สี่เป็นเด็กน่ารัก เมื่อเธอคืนการ์ดผู้เล่นให้ไดแอนนา เธอก็อดไม่ได้ที่จะบอกว่า “สู้ ๆ นะ”
ไดแอนนาตอบกลับอย่างสุภาพว่า “ขอบคุณค่ะ”
จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมองช่องผู้เล่นสีน้ำเงินฝั่งตรงข้าม
ผู้เล่นซึ่งปรากฏที่ทางเข้าฝั่งตรงข้ามคือ เด็กชายอ้วนตัวเล็กที่ดูหยิ่งยโสและดูมีความสามารถเล็กน้อย
ไดแอนนาดึงการ์ดออกมาจากซองการ์ด วางไว้บนฝ่ามือของเธอ แล้วกระซิบกับมันว่า “ลุยเลย สู้ ๆ นะ! พวกเราเก่งที่สุดแล้ว!”
การ์ดเวทมนตร์กะพริบเบา ๆ ราวกับว่าตอบสนองต่อความคาดหวังของเธอ
…
“จบการประลอง!”
เมื่อบาเรียพลังชีวิตของลูกบอลเวทมนตร์สีน้ำเงินแตกออกอย่างสมบูรณ์ เกมที่สามของทั้งสองฝ่ายก็จบลง
ผู้ฝ่ายเล่นสีแดงเดินลงจากเวทีด้วยใบหน้าแดงก่ำและโบกมือให้ญาติกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มผู้ชมอย่างแรง เห็นได้ชัดว่าตื่นเต้นมาก
หลังจากที่เขาเดินกลับเข้าไปในช่องผู้เข้าแข่งขัน ไดแอนนาก็ก้าวไปข้างหน้าและเดินไปที่เวทีผู้เข้าแข่งขันสีแดงโดยไม่เร่งรีบ
เมื่อเธอขึ้นบันได สายตาก็เริ่มมองหาโรสในแถวที่นั่งตามความสูงของบันไดแต่ละขั้น
แล้วพอไดแอนนาเห็นโรสโบกป้าย ‘หมีกับแมว’ อย่างแรง เธอก็ยิ้มออกมา
เมื่อเธอรออยู่บนเวทีแข่งขัน สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่แถวที่นั่งและโถงรับชม
เมื่อครู่เธอได้ยินดาร์กพูดว่าแม่ของเขาก็มาชมการประลองด้วย เธอจึงสงสัยว่าพ่อแม่ของเธอจะมาด้วยหรือเปล่า
“คงจะดีมากถ้าพวกเขามาด้วย!”
ไดแอนนาคิดถึงแม่เล็กน้อย
แล้วทันใดนั้น สายตาของเธอก็มองเห็นชายร่างยักษ์ซึ่งสูงกว่าสองเมตรในฝูงชน ชั่วพริบตาเดียวไดแอนนาก็ยิ้มจนหน้าบาน
ยิ่งเมื่อเห็นผู้หญิงผมสีเงินยืนพิงข้างชายร่างยักษ์ด้วย ไดแอนนาก็ยิ่งมีความสุขมากเข้าไปใหญ่
เธอกระโดดขึ้นลงเหมือนกระต่ายตัวน้อยและโบกมือเรียกอย่างแรง
ไวเคานต์เกรท เบเยอร์ในกลุ่มผู้ชมมีผมสีน้ำตาลหม่นเขียว และเครารอบคางของเขาก็เหมือนแผงคอของสิงโต เขานั่งอยู่ตรงนั้นแต่กลับสูงกว่าคนยืน
แวบแรกอาจคิดได้ว่าเขาคือหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่ที่มายืนอยู่ข้างหลังผู้คน
ร่างกายที่แข็งแกร่งและดูสง่างามของเขาทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยอย่างไม่ต้องสงสัย
ขณะที่ผู้หญิงซึ่งยืนพิงเขามีผ้าคลุมไหล่ ผมสีเงินและรูปร่างสูงเพรียว
แม้ว่าดูไม่เข้ากันกับชายร่างยักษ์สักเท่าไหร่ แต่อันที่จริง บรรยากาศของทั้งคู่กลมกลืนอย่างอธิบายไม่ได้
นั่นคือแม่ของไดแอนนา สตรีผู้สืบสายเลือดราชวงศ์
ไดแอนนาได้รับมรดกมาจากแม่ของเธออย่างไม่ต้องสงสัย แต่แม่ของเธอก็สูงร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตรเช่นกัน ซึ่งแตกต่างจากตัวที่เล็กของเธอเล็กน้อย
แต่ไดแอนนารู้สึกเสมอว่านี่คือข้อพิสูจน์ถึง ‘ศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด’ ของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด
ไวเคานต์เกรท เบเยอร์เห็นลูกสาวของเขาโบกมือให้ เขาก็พูดด้วยความภาคภูมิใจ “ดูสิ ฉันบอกแล้วว่าลูกสาวของเราจะต้องทำได้แน่นอน ในเมื่อเด็กจากตระกูลโดรอนทำได้ ไดแอนนาของเราก็จะต้องไม่เป็นไร”
เมื่อเห็นท่าทางภาคภูมิใจของเขา ไวเคาน์เตสผู้เป็นภรรยาก็กะพริบตาและพูดว่า “ทำไมคุณไม่ทักทายลูกสาวของเราหน่อยล่ะคะ”
ไวเคานต์เกรท เบเยอร์ตกใจ “จริงด้วย!”
ดังนั้นเขาจึงยืนขึ้นอย่างกะทันหัน แล้วแผ่นหลังที่กว้างของเขาก็บดบังการมองเห็นของผู้ชมในแถวหลังโดยสิ้นเชิง
จากนั้นบังเกิดเสียงคำรามเหมือนสัตว์ร้ายซึ่งทำให้ผู้ชมตกใจ
“ไดแอนนา พ่อมาแล้วนะลูก!”
…
ผู้ชมเงียบเสียงลงในบัดดล
เจ้าชายที่อยู่แถวหน้าอดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองเขา แต่หลังจากทราบว่านั่นคือหมียักษ์ไวเคานต์ เขาก็สำลักและหันหลังกลับมาทันที
อาร์ชบิชอปที่อยู่ข้าง ๆ กันลืมตาข้างหนึ่งแล้วหลับลงอย่างรวดเร็ว ชายชราผู้ยังคงนั่งทำจิตใจให้สงบต่อไป
“นั่นคือพ่อของไดแอนนาใช่ไหม?”
แคลร์มองแล้วถามอัลเวตต์
อัลเวตต์พยักหน้า “ไดแอนนาคือหมีน้อยบนเวทีหรือเปล่า? เธอมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกของฉันใช่ไหม?”
แคลร์ยิ้มและพูดว่า “มีเด็กอีกคนหนึ่งจากตระกูลรอธร็อคด้วย พวกเขาทั้งสามอยู่ด้วยกันเสมอ”
อัลเวตต์ “จริงเหรอ? ดูเหมือนว่าฉันจะต้องหาโอกาสไปเยี่ยมบ้านหมียักษ์ให้ได้แล้ว ไม่คิดเลยว่าที่รักของฉันจะเข้ากับเด็กผู้หญิงได้ดีขนาดนี้ ฉันยังจำได้อยู่เลยว่าตอนเด็ก ๆ เขาชอบทะเลาะกับแอนนาบ่อย ๆ”
เจ้าหญิงเอลิซาอดที่จะยิ้มไม่ได้ จากนั้นเธอจึงกล่าวว่า “ตอนนั้นเด็ก ๆ ก็แค่เล่นกันอย่างสนุกสนานมากกว่าค่ะ บางทีหลังจากลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาถัดไป แอนนาอาจกลายเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งของลูกสะใภ้ดัชเชสก็ได้นะคะ”
อัลเวตต์ยิ้มและพูดว่า “ที่รักของฉันเนื้อหอมจริง ๆ”
เอลิซาไม่ได้คิดจริงจังมาก “ท่านดัชเชส ทุกวันนี้มีคำที่นิยมใช้กันมาก เขาเรียกว่า ‘ความรักอิสระ*[1]’ ท่านจัดการเรื่องแต่งงานของเขาไม่ได้ อย่าว่าแต่แอนนาของฉันเลย แองจี้ก็เรียกดาร์กมาเป็นคู่เต้นรำในงานวันฮัลโลวีนด้วย…”
อัลเวตต์ “แอนนากับแองจี้น่ะเหรอ?”
…
ไดแอนนาที่อยู่บนเวทีไม่ได้รู้สึกอายกับเสียงที่ดังของพ่อของเธอ เธอรู้สึกดีด้วยซ้ำที่ได้ยินสุ้มเสียงที่ดังก้องนั้น
แต่แน่นอนว่าเธอเป็นสาวน้อยที่รู้จักสงวนท่าทีแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถตะโกนกลับเสียงดังได้
ด้วยเหตุนี้ ไดแอนนาจึงโบกมือกลับไปให้แทน จากนั้นเมื่อผู้ตัดสินเตือน เธอก็หันความสนใจกลับไปที่การประลอง
เสียงบรรยายของวิลสันดังขึ้นในเวลาที่เหมาะสม
“เกมในวันนี้รวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง พริบตาก็เป็นเกมที่สี่แล้ว! อย่างที่ทุกท่านเห็น ผู้เล่นทั้งสองฝั่งของเกมนี้เป็นปีหนึ่งและปีสองอีกครั้ง”
“ผู้เล่นฝ่ายสีแดงคือดวงดาวดวงใหม่แห่งชั้นปีหนึ่ง เธอมีชื่อเสียงที่ดีงาม และเป็นแก้วตาดวงใจของหมีแห่งอาณาจักร ไดแอนนา เกรท เบเยอร์!”
“เสียงที่ก้องกังวานและสง่างามของบิดาของเธอจะต้องทำให้ผู้ฟังประทับใจอย่างแน่นอน”
“ถัดมา ขอเชิญผู้เล่นสีน้ำเงินจากบ้านนักปราชญ์ ปีสอง ฟรังโก เทอร์เนอร์!”
“ฟรังโก เทอร์เนอร์เองก็เป็นนักเรียนชั้นนำที่เข้าร่วมชมรมการประลองเมื่อเทอมที่แล้ว ความแข็งแกร่งของเขาในหมู่ปีสองนับว่าไร้ข้อกังขา”
“การประลองครั้งนี้ จะเป็นความท้าทายแบบก้าวกระโดดของเด็กปีหนึ่งหรือเป็นการป้องกันที่ประสบความสำเร็จของเด็กปีสอง”
“เรามารอดูกัน!”
[1] ความรักอิสระ (Free Love) คือการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ให้การยอมรับความรักในทุกรูปแบบ เป้าหมายของการเคลื่อนไหวทางสังคมนี้เพื่อแสวงหาอิสรภาพจากการควบคุมของรัฐและการแทรกแซงของคริสตจักรที่ยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องส่วนตัว เช่น การแต่งงาน การคุมกำเนิด หรือการผิดประเวณี