จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 281 ขีดจำกัดความรับผิดชอบของดาร์ก เดม่อน (2)
- Home
- จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活]
- บทที่ 281 ขีดจำกัดความรับผิดชอบของดาร์ก เดม่อน (2)
บทที่ 281 ขีดจำกัดความรับผิดชอบของดาร์ก เดม่อน (2)
“แปะ แปะ!”
แม้นักเรียนจะรู้สึกว่ามันกะทันหันไปหน่อย แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดาร์กสอนแทน ดังนั้นพวกเขาส่วนใหญ่จึงปรบมือตามบรรยากาศ
แต่ในขณะที่ปรบมือ เกือบทุกคนอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเด็กชายผมบลอนด์ ซึ่งนั่งอยู่ที่มุมหลังของห้องเรียน
อะไรคือสาเหตุที่ศาสตราจารย์ขอให้นักเรียนมาสอนแทนโดยที่เธอไม่ได้ลาไปไหน?
จรรยาบรรณความเป็นครูหายไปหรือโลกนี้มันผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว?
ภายใต้สายตาที่จับจ้องมา สีหน้าของดาร์กแข็งทื่อเล็กน้อย
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวาง ‘วิธีแก้ปัญหาที่สมบูรณ์ขององค์ประกอบการ์ดเวทสนาม’ ในมือลง
เดิมทีดาร์กวางแผนที่จะใช้เวลาในชั้นเรียนนี้ เพื่อเรียนรู้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการ์ด [สวนสัตว์] แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะคิดง่ายไป
“ศาสตราจารย์ลิลลี่”
ดาร์กขมวดคิ้วและลุกขึ้นยืน
ครั้งนี้เขาไม่ได้ทำตามความประสงค์ของศาสตราจารย์ลิลี่
แต่เขาพูดออกมาตรง ๆ “ผมไม่คิดว่ามันเป็นการดีที่จะขี้เกียจนะครับ”
ศาสตราจารย์ลิลลี่ปิดปากของเธอทันที ดวงตาที่น่ารักเบิกกว้าง และพูดด้วยความประหลาดใจ “ขี้เกียจ? หมายความว่ายังไง? ฉันเป็นภูตที่ขยันขันแข็งที่สุดในเซนต์แมเรียนเลยนะ!”
→ เพราะตอนนี้มีภูตเพียงตนเดียวในเซนต์แมเรียนน่ะสิ!
ดาร์กเข้าใจในไม่กี่วินาที และหน้าผากของเขาก็ขึ้นขีดสีดำสามเส้น
พอคิดถึงเรื่องคืนที่อยู่กับศาสตราจารย์ลิลลี่อีกครั้ง เขาก็อดใจอ่อนไม่ได้
แต่เมื่อศาสตราจารย์ลิลลี่ทำอะไรไม่ได้ มันก็เกินไปหน่อยที่จะหาคนมาสอนในชั้นเรียนแทนต่อหน้าต่อตานักเรียนทุกคน
อีกอย่างเธอไม่ได้แจ้งให้เขาทราบล่วงหน้า และไม่ได้ให้เวลาเขาเตรียมการสอนเลย
การกระทำในวันนี้คือผลของวันพรุ่งนี้
ถ้าเรื่องนี้ทำให้เธอได้ใจ เธอก็จะทำอีกอย่างนั้นเหรอ?
ในเวลานั้น ชั้นเรียนคณิตศาสตร์คงจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ‘ห้องบรรยายคณิตศาสตร์ของดาร์ก เดม่อน’
ดังนั้นพฤติกรรมนี้ไม่อาจยอมรับได้
ดาร์กพูด ณ จุดนั้น “ศาสตราจารย์ ผมเป็นแค่นักเรียนครับ ถ้าผมช่วยเป็นครั้งคราวก็ไม่เป็นไรหรอก…”
ศาสตราจารย์ลิลลี่ขัดจังหวะทันที “ฉันแน่ใจว่าพรสวรรค์ของเธอในด้านคณิตศาสตร์เพียงพอที่จะทำหน้าที่เป็นศาสตราจารย์แล้ว บางทีฉันควรส่งจดหมายแนะนำตัวให้อาร์เต้เพื่อให้เธอเป็นผู้ช่วยสอนอย่างเป็นทางการ… จะว่าไป นี่เป็นความคิดที่เยี่ยมไปเลยไม่ใช่เหรอ?”
ดาร์ก “ศาสตราจารย์ลิลลี่!”
ศาสตราจารย์ลิลลี่ “ว่าไง!”
ดาร์ก “ได้โปรดทำงานให้หนักขึ้นเถอะครับ!”
ศาสตราจารย์ลิลลี่ “โอ้… แต่ฉันไม่ทำหรอก!”
ดาร์ก “ได้โปรดทำงานให้หนักขึ้นเถอะครับ!”
ศาสตราจารย์ลิลลี่ “…ปากร้ายนัก”
ในที่สุดศาสตราจารย์ลิลลี่ก็ดูเหมือนจะเข้าใจเจตนาดีของดาร์ก เธอไม่พูดโต้ตอบอีกต่อไป เพียงแค่กระพือปีกบินไปที่แท่นสอน
ดาร์กพยักหน้าอย่างพึงพอใจและนั่งลงอีกครั้ง
แต่เขาไม่ได้สังเกตว่านักเรียนทุกคนตกตะลึงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากได้เห็นการโต้เถียงทั้งหมดระหว่างเขากับศาสตราจารย์ลิลี่
“ใครเป็นศาสตราจารย์ ใครเป็นนักเรียนกันล่ะเนี่ย?”
เห็นได้ชัดว่าศาสตราจารย์ลิลลี่เป็นผู้อาวุโส แต่ทำไมดาร์ก เดม่อนถึงดูเหมือนศาสตราจารย์มากกว่า?
“ไม่สิ เดี๋ยว”
เอ็มม่าในแถวแรกสังเกตทันที!
“ศาสตราจารย์เพิ่งพูดว่าพรสวรรค์ของดาร์ก เดม่อนในด้านคณิตศาสตร์นั้นเพียงพอที่จะทำหน้าที่เป็นศาสตราจารย์แล้วงั้นเหรอ?”
ซูซานและลูซี่ซึ่งนั่งขนาบข้างเธอพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าว พวกเธอก็ได้ยินเช่นกัน
วิชาคณิตศาสตร์นั้นยากมาก ขนาดพวกเธอคิดว่าตนเองศึกษากันอย่างหนักจนคิดว่าพอไหวแล้ว
แต่ในหมู่เพื่อนร่วมชั้น กลับมีคนได้รับการประเมินที่สูงเช่นนี้
ช่องว่างความรู้สึกนี้ช่างไม่น่าพอใจจริง ๆ
…
เวอร์เธอร์อดไม่ได้ที่จะถามโรเบิร์ต “ช่องว่างพวกเราใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
โรเบิร์ตเปิดปากพูดหลังจากนั้นครู่หนึ่ง “ดูสิ่งที่ศาสตราจารย์ลิลลี่จะสอนในชั้นเรียนนี้ บางทีมันอาจจะไม่ยากเท่าไหร่”
เวอร์เธอร์กลืนน้ำลายและหันกลับมาโดยไม่รู้ตัว “ดูก่อนเถอะ”
…
ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบของนักเรียน ศาสตราจารย์ลิลลี่ได้วาด ‘X’ ขนาดใหญ่บนกระดานดำ!
“สิ่งที่เราจะสอนในวันนี้คือการประยุกต์ใช้ตัวแปร X…”
จากนั้นเธอก็พูดเร็วขึ้นและเร็วขึ้น ทั้งห้องเรียนเงียบกริบไปในบัดดล
‘ตัวแปร’ คืออะไร?
‘สมการ’ คืออะไร?
ศาสตราจารย์ลิลลี่ได้ให้คำจำกัดความของแนวคิดทั้งสองนี้โดยสมบูรณ์ ด้วยคำพูดของเธอเอง
ในความเห็นของเธอ แนวคิดทั้งสองนี้เรียบง่ายมาก
ตราบใดที่เข้าใจคำจำกัดความ ก็สามารถใช้งานได้โดยตรง
แต่เพื่อให้นักเรียนเข้าใจมากขึ้น เธอยังคงว่าตามคำอธิบายของดาร์กและให้โจทย์เรื่องไก่กับกระต่ายในกรงเดียวกัน
กล่าวคือ จากสมการตัวแปรเดียวไปสู่สมการสองตัวแปรโดยตรง (? ﹃ ?)
…
คนฉลาดอย่างเอ็มม่า แน่นอนว่าเธอจะไม่รู้สึกลำบากกับปัญหาในระดับนี้
แต่คนโง่อย่างไดแอนนาเหมือนกับนั่งฟังเสียงสวรรค์ และในหัวของเธอก็มีแต่เสียงหึ่ง ๆ
เธอกะพริบตาขณะจ้องมองไปที่กระดานดำ
โรสที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน
เมื่อผู้คนได้สัมผัสกับความรู้ใหม่เอี่ยม พวกเขาต้องการช่วงเปลี่ยนผ่านเสมอ การเรียนที่อัดแน่นเกินไปมีแต่จะส่งผลเสียเท่านั้น
แม้ว่าโรสจะรู้สึกปวดหัว แต่เธอก็จดบันทึกอย่างจริงจังเช่นเดียวกับไดแอนนา
สรุปคือ จดไว้ก่อน!
นี่คือเคล็ดลับการเรียนที่ดาร์กสอนพวกเธอ
…
ตุบ ตุบ
ในห้องเรียนมีเสียงของหล่นลงบนโต๊ะหลังจากหมุนปากกาไม่สำเร็จเป็นครั้งคราว
เสียงของศาสตราจารย์ลิลลี่เหมือนเพลงกล่อมเด็ก สะกดจิตประสาทของเด็กน้อย
จนกระทั่งเธอเขียนโจทย์ใหม่บนกระดานดำและกำลังจะเรียกคนมาแก้ ทันใดนั้นเพลงกล่อมเด็กก็กลายเป็นเสียงสัญญาณภัย แล้วทุกคนก็ตื่น!
…
[สมมติว่ามีจอมเวทและสปิริตสี่ขาหัวเดียวหลายตัวในสถานที่เดียวกัน นับจากด้านบนมี 35 หัว และนับจากด้านล่างมี 94 ขา คถามคือมีจอมเวทและสปิริตกี่คนในสนาม?]
ปัญหาไก่กับกระต่ายง่าย ๆ
แต่สำหรับนักเรียนปีหนึ่งที่เพิ่งสัมผัสกับสมการเพียงชั่วโมงเดียว มันไม่ง่ายอย่างนั้น
ศาสตราจารย์ลิลลี่เฝ้าดูอยู่ในห้องเรียนเป็นเวลานาน และรู้สึกว่าถ้าเธอเรียกคนมาแก้โจทย์ปัญหาในเวลานี้ มีแนวโน้มว่าจะเกิดความลำบากใจที่เธอไม่ต้องการเห็น ดังนั้นเธอจึงไม่สุ่มเรียกชื่อ แต่เลือกเอ็มม่า มอร์ติสในแถวหน้าออกมาแทน
เมื่อเอ็มม่าขึ้นไปบนเวที นักเรียนในห้องเรียนต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเงียบ ๆ โชคดีที่ไม่ใช่ตน!
เอ็มม่านึกถึงโจทย์ตัวอย่างก่อนหน้าของศาสตราจารย์ลิลลี่อย่างละเอียด แม้ว่าจะไม่ชัดเจนเป็นพิเศษ แต่รูปแบบของโจทย์นี้ก็เกือบจะเหมือนกับโจทย์ตัวอย่าง การแก้โจทย์ด้วยการเลียนแบบโจทย์ตัวอย่างนั้นไม่ยาก
เธอรีบเขียนคำตอบ
“ถูกต้อง! เอ็มม่า มอร์ติส บวกห้าแต้ม!”
เห็นได้ชัดว่าศาสตราจารย์ลิลลี่รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เธอรู้สึกว่าตัวเองยังมีพรสวรรค์ในการสอน
ก็มีคนเรียนรู้มันหลังจากสอนไปเพียงครั้งเดียวไม่ใช่เหรอ?
โจทย์ต่อจากนี้ค่อยใช้แบบฝึกหัดเป็นตัวประเมินปัญหาที่ตามมา!
โชคดีที่เมื่อคืนเธอทำงานล่วงเวลาและรีบเตรียมกระดาษแบบฝึกหัดมา นี่ก็จำเป็นไม่ใช่เหรอ?
คาบนี้สมบูรณ์แบบไปเลย!
…
หลังจากนั้นเธอก็ไม่หาใครมาตอบคำถามบนเวที แต่อธิบายโจทย์ที่เอ็มม่าแก้ได้ จากนั้นจึงเริ่มออกแบบฝึกหัด
ความยากของแบบฝึกหัดไม่สูงเกินไปและสามารถแก้ไขได้ด้วยการศึกษา ด้วยตนเองในตำราเรียน
ส่วนที่ต้องจดเพิ่มคือส่วนที่ไม่มีในตำรา!
…
ชั้นเรียนคณิตศาสตร์สิ้นสุดลงด้วยการแจกกระดาษแบบฝึกหัด
หลังจากที่ศาสตราจารย์ลิลลี่ให้คะแนนการสอนของเธอในวันนี้ที่ 9 คะแนนแล้ว เธอก็ออกจากห้องเรียนด้วยความพึงพอใจ
เหลือเพียงใบหน้าที่มึนงงเหล่านักเรียน
…
“มันอะไรกันเนี่ย!”
ไม่รู้ว่าใครตะโกนก่อน และห้องเรียนก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้าชั่วขณะ
ซูซานและลูซี่ขมวดคิ้วขณะมองไปที่กระดาษแบบฝึกหัด จากนั้นก็มองไปที่เอ็มม่าราวกับจะขอร้อง โดยคิดว่าการเป็นเพื่อนกับเอ็มม่าเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดที่พวกเขาทำเมื่อปีที่แล้ว!
ไดแอนนากับโรสในแถวหลังก็ถือสมุดบันทึกหนาปึก และมองไปที่ดาร์กอย่างกระตือรือร้น
ดาร์กพูดอย่างหมดหนทาง “ห้องสมุดตอนกลางคืน”
ไดแอนนา “ตกลง!”
โรส “ได้”
ความกดดันในการอยู่กับนักเรียนชั้นนำยังคงค่อนข้างสูง
เมื่อสถาบันเพิ่งเปิดเทอม ทั้งคู่ไม่ได้สนใจเกรดของตนเองมากนัก
แต่ตอนนี้พวกเธอใส่ใจเกี่ยวกับมันโดยไม่รู้ตัว
…
อีกด้านหนึ่ง เวอร์เธอร์และโรเบิร์ตมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว
คาบเรียนนี้ทั้งคู่พยายามตั้งใจฟังอย่างมาก แต่ตอนนี้พวกเขาแทบจะล้มพับให้รู้แล้วรู้รอด
ช่วงนี้โรเบิร์ตแทบไม่หลับในห้องเรียนก็ยังเกือบหลับไป
หลังจากนั้นไม่นานเวอร์เธอร์ก็กระซิบว่า “ฉันควรถามรุ่นพี่เบ็ตตี้ดีไหม?”
สิ่งที่เขาคิดออกก็คือเบ็ตตี้และสก็อตต์
แต่สก็อตต์…
โชคดีที่ระหว่างการเดินทางในทางลับครั้งล่าสุด เขาได้รู้จักกับรุ่นพี่เบ็ตตี้!
สำหรับ ‘ดาร์ก’ ‘ช่องว่าง’ และอื่น ๆ เขาไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นเลย