ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 9 ไก่กระเบื้องสุนัขดินเผา
เคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์
ตระกูลสวีมีโรงตีอาวุธห้าแห่งที่กระจายอยู่ทั่วเมืองชางหลัน และผลิตอาวุธจำนวนมากทุกวัน
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ปรมาจารย์ตีเหล็กของตระกูลสวีถูกตระกูลเถียนแย่งตัวไป ช่างตีเหล็กคนใหม่ยังขาดประสบการณ์ ทำให้อาวุธของตระกูลสวีมีปัญหาอยู่บ่อยครั้ง กว่าจะฝึกฝนจนชำนาญก็ต้องใช้เวลานาน
อาวุธที่ส่งคืนมาจากห้องโถงใหญ่เมื่อวานล้วนเป็นสินค้าคุณภาพต่ำ
หลิวอู๋เสียรีบไปยังโรงตีอาวุธที่อยู่ใกล้ที่สุด ใช้เวลาเดินประมาณหนึ่งก้านธูป
จู่ ๆ หูของเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง เขายิ้มเยาะแล้วพูดว่า “มีพวกโง่เง่าตามหลังมา ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าไอ้ที่ตามมาตลอดทางมานี่มันใครกันแน่”
หลิวอู๋เสียเลี่ยงเส้นทางใหญ่ เลี้ยวเข้าซอยแล้วเดินเข้าไปในตรอกที่ไม่มีคน ทั้งสองข้างของตรอกมีกำแพงสูงอยู่สองด้าน ลึกเข้าไปมีกลิ่นเหม็นโชยมา เห็นได้ชัดว่ามีคนมาเข้าห้องน้ำที่นี่
หลิวอู๋เสียหยุดเดิน ทันใดนั้นก็มีเสียงดัง หกร่างปรากฏขึ้นและล้อมทางเข้าตรอกเอาไว้
“พวกเจ้าติดตามมานานขนาดนี้แล้ว แต่กลับหดหัวอยู่แบบนี้ตลอดเลยหรือ”
มองไปที่กลุ่มคนทั้งหก ชุดสีดำปิดหน้า เหลือเพียงดวงตาเท่านั้นที่โผล่ออกมานอกผ้าปิดหน้า มือของพวกเขาถืออาวุธที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ดวงตาของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยพลังสังหารที่แผ่กระจายไปทั่วตรอก
ชายผู้หนึ่งกำลังเข้ามาถ่ายเบา เมื่อพบเข้ากับฉากนี้ ก็ตกใจจนสติกระเจิง ยังไม่ทันดึงกางเกงเสร็จก็วิ่งแล้ว
“ไอ้สวะ วันนี้เป็นวันตายของเจ้า ยังไม่คุกเข่าร้องขอความเมตตาอีก”
เสียงทุ้มลึกดังออกมาจากปากชายตรงกลาง บีบเข้ามาทีละก้าว ล้อมกลายเป็นวงน้อย ๆ เลี่ยงไม่ให้หลิวอู๋เสียวิ่งหนี
พลังของทั้งหกคนไม่ด้อย มีเพียงคนผู้หนึ่งที่อยู่ในระดับพลังสั่งสมฟ้าขั้นห้า คนอื่นอีกห้าคนล้วนอยู่ในระดับพลังสั่งสมฟ้าขั้นหก
“โจวถง ตอนอยู่ในหอตันเป่าข้าไม่ได้ฆ่าเจ้าเสีย ไม่คิดว่าเจ้าจะยังไม่เลิกรา นี่เจ้ากำลังขุดหลุมฝังศพตัวเองอยู่นะ”
“สวะอย่างเจ้าตบข้าเสียหูอึ้อที่หอตันเป่า ทั้งยังทำเอาข้าเสียตำแหน่งในหอตันเป่าไป วันนี้เป็นวันตายของเจ้าแล้ว”
โจวถงดึงผ้าคลุมหน้าออก สีหน้าแววตาดุร้าย เมื่อวานออกจากหอตันเป่าแล้ว ก็เอาเงินเก็บทั้งหมด มาจ้างนักฆ่าห้าคน เฝ้าอยู่หน้าประตูตระกูลสวีอยู่ตลอด สุดท้ายก็คว้าโอกาสได้
เสียที่พึ่งใหญ่อย่างหอตันเป่าไป ภายหน้าโจวถงก็ก้าวหน้าลำบากแล้ว หลายปีมานี้ติดพนันอย่างหนัก ติดหนี้ไว้ไม่น้อย ในฐานะหัวหน้าเล็ก ๆ ในหอตันเป่า เจ้าหนี้เหล่านั้นจึงไม่กล้ามาหาเรื่องเขา
เมื่อไม่มีหอตันเป่าประคอง อีกไม่นาน เจ้าหนี้เหล่านั้นก็จะมาเยือนถึงหน้าประตูทีละคน ทุกสิ่งที่เขามี ก็ล้วนแต่จะสูญสิ้น รวมถึงอนุทั้งหลายที่เขาชุบเลี้ยงเอาไว้ด้วย
“อาศัยแค่พวกเจ้าก็คิดจะฆ่าข้าแล้วหรือ?”
มุมปากเผยรอยยิ้มชั่วร้าย แม้ว่าจะเป็นกำเนิดฟ้าครึ่งก้าวคิดจะฆ่าเขายังเป็นไปไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงระดับพลังสั่งสมฟ้าตัวน้อย ๆ เลย
“ไม่ต้องไปพูดพล่ามกับมันอยู่ รีบฆ่ามันเสีย!”
นักฆ่าทั้งห้าทำเรื่องฆ่าคนมาไม่น้อย พูดพล่ามไปคำหนึ่งยังไม่มี คนเลวตายเพราะปากมาก หลักการนี้พวกเขาชัดแจ้งดีอย่างยิ่ง
ดาบยาวถูกฟันลงมาจากอากาศ คมกระบี่พุ่งตรงเข้าหาหน้าหลิวอู๋เสีย อากาศรอบข้างพลันร้อนระอุ พลังลมหมุนหลายสิบลูกระเบิดขึ้นกลางอากาศ เป็นกระบวนท่าโจมตีที่เรียบง่าย แต่ละท่าล้วนสอดคล้องกับทิศทั้งห้า
โจวถงไม่ได้ลงมือ ถอยไปด้านข้าง ดวงตาฉายแววบ้าคลั่ง
“กับอีแค่ไก่กระเบื้องสุนัขดินเผากลุ่มหนึ่ง!”
หลิวอู๋เสียพลันหายไปจากจุดเดิม เพลงเท้าเจ็ดดาราถูกใช้ออกมา ราวกับเงาร่างหลายร่าง หายตัวไปจากจุดเดิม โจมตีของทั้งห้าคนพลาดเป้าไปหมด
ใครจะคาดคิดได้ว่า หลิวอู๋เสียจะแสดงท่าก้าวอันงดงามเช่นนี้ ราวกับผีสาง จับทางไม่ได้ ปรากฏตัวขึ้นนอกวงล้อม มือเหมือนกระบี่ ฟันลงอย่างรุนแรง
ฉับ!
คนใส่ชุดสีดำหน้ามืดล้มลง โดนหลิวอู๋เสียฟันคอขาดอย่างราบคาบ
เท้าขวาเหยียบพื้น หลบคมกระบี่ที่ฟันลง ราวกับแมลงปอเกาะน้ำ การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งดูงดงามตามธรรมชาติ คาดเดาไม่ได้เลยว่า การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของเขาจะเกิดขึ้นที่ใด
เพียงการปะทะกันครั้งเดียว ก็มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน ส่งผลให้สีหน้าของมือสังหารอีกสี่คนเปลี่ยนไปทันที พวกเขาเพิ่มแรงในการโจมตี
“วิชาดาบของพวกเจ้าอ่อนแอเกินไป แหกตาดูเสียว่าของจริงเป็นอย่างไร”
หลิวอู๋เสียพลิกตัวกลางอากาศ ดาบยาวที่อยู่บนพื้นร่วงหล่นลงสู่ฝ่ามือ ร่างของเขายังอยู่ในอากาศ วาดเส้นโค้งที่สวยงาม คมดาบที่ไร้ความปรานีแหวกไปกลางอากาศ
ฉึก!
ไม่มีสัญญาณใด ๆ คมดาบพุ่งกระจาย สี่มือสังหารที่วิ่งเข้ามายังไม่สามารถตอบสนองได้ทัน หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศทันที
“ดาบเฟี้ยวฟ้าวชะมัด!”
หน้ากากของหัวหน้ามือสังหารหลุดออก ดวงตาเผยแววตื่นตระหนก ไม่เคยเห็นคนที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน
เลือดหยดลงจากคอของทั้งสี่คน ยังไม่ตายในทันที หลิวอู๋เสียไม่สนใจพวกเขา เดินไปหาโจวถงทีละก้าว
เขาตกใจจนตัวสั่น ถอยหลังทีละก้าว ด้านหลังเป็นกำแพงสูงชัน ไม่สามารถถอยได้อีกแล้ว
“เจ้า… เจ้าไม่ใช่คนไร้ประโยชน์หรือ เหตุใดจึงแข็งแกร่งเช่นนี้”
โจวถงตกใจ ภายนอกมีข่าวลือว่า เขยของตระกูลสวีเป็นสวะที่ไม่อาจฝึกฝนได้ กระบวนท่าเมื่อครู่นี้น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก แม้แต่ผู้ฝึกฝนขั้นหกก็ยังไม่สามารถตอบสนองได้ทัน ตายอย่างน่าอนาถ
“อยากรู้หรือ?”
หลิวอู๋เสียกระโจนเข้ามาใกล้ ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ไร้พิษภัย ทั้งสองคนเกือบจะแนบชิดกัน โจวถงไม่อาจต้านทานได้ พยักหน้าเบา ๆ อยากรู้ว่าคนไร้ประโยชน์ผู้นี้ เหตุใดจึงแข็งแกร่งขึ้นอย่างกะทันหัน
“ทำไมข้าต้องบอกด้วย!”
ดวงตาเย็นชาลง ดาบในมือแทงเข้าที่ท้องของโจวถง เลือดพุ่งทะลัก
โจวถงตายแล้ว ตายอย่างน่าอนาถ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่นี้ทำให้เขารู้สึกเบาใจ คิดว่าตัวเองจะรอดชีวิต แต่ดาบกลับแทงทะลุร่างกายของเขา
ปลายดาบปักติดกับกำแพง ร่างของโจวถงยังไม่ล้มลง จนกระทั่งมีคนเข้ามาปัสสาวะ กรีดร้องเสียงแหลม สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนจำนวนมาก ก่อนที่จะรู้ว่ามีคนตายที่นี่
หลิวอู๋เสียไม่มีทางใจอ่อนต่อคนที่พยายามฆ่าเขา
ป้ายโรงตีอาวุธตระกูลสวีปรากฏขึ้นต่อหน้าหลิวอู๋เสีย พื้นที่ขายของมีมากกว่าพันตารางเมตร ปกติแล้วเวลานี้จะมีผู้คนจำนวนมากมาซื้ออาวุธ แต่วันนี้กลับแปลกประหลาด ผู้คนบางตา บรรยากาศในร้านขายอาวุธเย็นยะเยือก
น่าจะเกิดจากผลกระทบของสินค้าปลอม ฐานะของอาวุธตระกูลสวีตกต่ำลงอย่างฉับพลัน
ตระกูลสวีขายอาวุธเป็นอาชีพหลัก สูญเสียกิจการนี้ไป ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อตระกูลสวี
ก้าวเข้าสู่ร้านขายอาวุธ ผนังทั้งสองข้างมีอาวุธมากมาย ดาบยาว กระบี่ยาว รวมถึงอาวุธเย็นที่หายาก เช่น พู่กันเหล็กแหลม ลูกดอกลับ ยังมีพวกอาวุธทหารท่อควัน ตระกูลสวีสามารถผลิตอาวุธเหล่านี้ได้ทั้งหมด
“ท่านเขย ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร?”
ไม่มีลูกค้า เหล่าเด็กรับใช้นอนหลับอย่างงัวเงีย ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างกะทันหัน และทักทายอย่างกระตือรือร้น ดวงตาของเขาไม่มีความดูถูกแม้แต่น้อย
สิ่งนี้ทำให้หลิวอู๋เสียรู้สึกไม่คุ้นเคย ปกติแล้ว คนรับใช้ของตระกูลสวีทุกคนจะดูถูกเขาราวกับสวะ
“ข้าอยากสร้างดาบยาว มีเตาว่างอยู่หรือไม่?”
เขาเหลือบมองดาบยาวที่แขวนอยู่บนผนัง มันไม่ใช่รูปแบบที่เขาชอบ เขาชอบดาบเร็ว คม น้ำหนักต้องพอดีกับตัวเขา และเส้นสายของดาบก็สำคัญมาก
“ช่วงนี้ไม่มีลูกค้าเลย ช่างตีเหล็กกำลังพักผ่อน เตาสิบกว่าเตาว่างเปล่า ท่านเขยต้องการอาวุธอะไร สามารถเลือกได้ที่นี่”
ชายหนุ่มชื่อหูซื่อ เป็นเด็กฝึกหัดช่างตีเหล็ก พ่อของเขาทำงานให้กับตระกูลสวี เรียกได้ว่าจงรักภักดีต่อตระกูลสวีอย่างยิ่ง หลิวอู๋เสียก็รู้ภูมิหลังของเขาผ่านการสนทนาเช่นกัน
เขาส่ายหัว ดาบยาวเหล่านั้นบนผนังคมมาก แต่ส่วนใหญ่หนาและหนัก เน้นไปที่พลัง มีดสองเล่มมีน้ำหนักเบาเกินไป
“หูซื่อ ไปนอนเถอะ คุยกับเจ้าสวะคนหนึ่งทำไม”
เด็กรับใช้และผู้จัดการร้านที่งัวเงียตื่นขึ้นมา ผู้จัดการร้านชื่อต่งจ่างเลี่ยง เขาทำงานให้กับตระกูลสวีมาสิบกว่าปีจึงรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหลิวอู๋เสีย
“ฮ่า ๆ…”
เด็กรับใช้ในชุดสีเขียวข้าง ๆ ก็หัวเราะด้วย ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความดูถูก
หลิวอู๋เสียไม่แสดงสีหน้าใด ๆ เขาเฉยเมยต่อคำเยาะเย้ยรอบตัว
“ท่านเขย ท่านอย่าสนใจพวกเขา พวกเขาพูดจารุนแรงไปหน่อย”
หูซื่อรู้สึกอับอายเล็กน้อย ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเขารับเงินเดือนจากตระกูลสวี พวกเขาไม่ควรปฏิบัติกับลูกเขยของตระกูลสวีเช่นนี้ ครอบครัวหูซื่อเพิ่งมาถึงเมืองชางหลันเมื่อไม่นานมานี้ ตระกูลสวีรับพวกเขาไว้ พวกเขารู้สึกขอบคุณตระกูลสวีมาก
หลิวอู๋เสียพยักหน้า รู้สึกประทับใจในตัวหูซื่อมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ากันว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์
“ตามข้าเข้าไปด้านใน ข้าจะหลอมอาวุธด้วยตัวเอง เจ้าช่วยเป็นลูกมือข้าหน่อย”
หลิวอู๋เสียเดินเข้าห้องตีเหล็ก หูซื่อก็เดินตามไปติด ๆ ด้านหลังมีเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ก่อนหน้านี้หลิวอู๋เสียเคยเข้ามาในห้องตีเหล็กแห่งนี้ สวีอี้หลินบังคับให้เข้าไปเพื่อเรียนรู้วิชาตีเหล็ก
ผลลัพธ์น่ะหรือ!
เกือบจะระเบิดห้องตีเหล็กจนแหลกละเอียด ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยก้าวเข้ามาอีกเลย
“ผู้จัดการต่ง พวกเราควรห้ามเขาไหม เดี๋ยวหากเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมา พวกเราจะเดือดร้อนไปด้วย”
เด็กรับใช้สองคนแอบกระซิบกัน
“ปล่อยให้เขาเถอะ วุ่นวายได้ไม่นานหรอก”
ต่งจ่างเลี่ยงพูดจบก็กลับไปงีบต่อ การค้าย่ำแย่ ตระกูลสวีคงจะอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือน โรงตีอาวุธทุกแห่งคงต้องปิดตัวลง
“ท่านเขย ท่านอยากหลอมอาวุธอะไร ปล่อยให้ข้าทำเถอะขอรับ”
จุดไฟที่เตา ภายในไม่ใช้ถ่านไม้ธรรมดา แต่เป็นหินสีดำชนิดหนึ่ง มีจุดไฟสูงมาก สามารถหลอมละลายก้อนเหล็กที่แข็งให้ละลายได้ง่าย ๆ
หูซื่อจุดไฟแล้วรีบเข้าไปทำก่อน แม้ว่าจะยังเป็นเด็กฝึกงานอยู่ แต่ก็สามารถหลอมอาวุธได้ทั่วไป แต่ค่อนข้างหยาบ
“หูซื่อ เจ้าอยากเป็นปรมาจารย์ตีเหล็กหรือไม่?”
หลิวอู๋เสียเลือกก้อนเหล็กที่มีคุณภาพดีที่สุดวางบนโต๊ะ ถามหูซื่ออย่างกะทันหัน
– โปรดติดตามตอนต่อไป –