โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 338 ปกป้องซือเฉิง!
บทที่ 338 ปกป้องซือเฉิง!
ขอบเขตครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิ!
ถูกต้องแล้ว เย่ชิวไป่ทะลวงผ่านขอบเขตนี้ ตอนอยู่ที่ระดับความลึกหนึ่งร้อยห้าสิบจั้ง
ทำไมถึงทะลวงผ่านได้เร็วเช่นนี้ล่ะ?
ไม่มีเหตุผลอื่น
นอกจากรากฐานเต๋าของเย่ชิวไป่นั้น แข็งแกร่งมากเกินไป!
รากฐานของเขามีความมั่นคงมากจนน่าทึ่ง!
อาจกล่าวได้ว่า ตราบใดที่เขามีปราณจิตวิญญาณเพียงพอ เย่ชิวไป่ก็สามารถทะลวงผ่านได้ทุกที่ทุกเวลา!
ยิ่งปราณจิตวิญญาณของที่นี่แข็งแกร่งกว่า และบริสุทธิ์กว่าที่อื่นมาก
ทำให้ความก้าวหน้าขอบเขตครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิของเขายิ่งไหลลื่น ดั่งดื่มน้ำทานอาหารอะไรแบบนั้นเลย
เมื่อทุกคนรู้สึกถึงออร่าปราณนี้
สีหน้าของบางคนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เพราะพวกเขารู้ดีว่าผู้ฝึกฝนดาบผู้นี้ ก่อนเข้าสู่คุนหลุนเทียนฉือ เขายังเป็นเพียงเสมือนเทพขั้นต้นเท่านั้น
ตอนนี้เจ้าได้ข้ามขอบเขตใหญ่ และมาถึงครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิแล้วเหรอ?
แต่… แล้วไงล่ะ?
ถ้ามันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของทุกคน เจ้าก็คิดผิดแล้ว!
หนึ่งในครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิผู้หนึ่งที่ถือหอกอยู่ในมือ เส้นผมสีดำของเขาปลิวไปมา เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าไม่คิดว่าการกระทำของเจ้าเห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ?”
“คุนหลุนเทียนฉือเป็นสถานที่บ่มเพาะสำหรับทุกคนในเขตแดนไร้พรมแดน เจ้าจะยึดทุกอย่างไว้กับตัวเจ้าเองได้อย่างไร?”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเมื่อเห็นบุคคลนี้
ชายหนุ่มผมยาวสีดำ ถือหอกยาว!
และสามารถอยู่ในเทียนฉือได้ในระดับความลึกที่เก้าสิบจั้ง (225 เมตร)
แน่นอน ทุกคนเดาตัวตนของบุคคลนี้ได้แล้ว
สำนักเฉียนเหมิน (หอกศักดิ์สิทธิ์) ซ่งหมิง!
เขาอยู่ขอบเขตครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิมาสิบปีแล้ว!
อย่างไรก็ตาม เพื่อเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่และสามารถมายังระดับที่ลึกที่สุดของเทียนฉือได้ เขาจึงได้ยับยั้งขอบเขตของเขาไว้นั่นเอง!
กล่าวได้ว่า ขอบเขตของซ่งหมิงนั้น เขามีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิทั่ว ๆ ไป เขาสามารถเปรียบได้กับขั้นแรกของขอบเขตมหาจักรพรรดิได้เลย
เมื่อเย่ชิวไป่ ได้ยินคำกล่าวที่ดูเหมือนชอบธรรมอย่างยิ่งของซ่งหมิง
เขาก็หัวเราะเบา ๆ และกล่าวว่า “ของสิ่งนี้อยู่ในระดับความลึกต่ำสุด ผู้มีความสามารถย่อมนำมันไปใช้ได้”
“ข้าอยากรู้ว่า ถ้าของสิ่งนี้วางตรงหน้าเจ้า เจ้าจะทำเช่นไร เป็นไปได้ไหมที่เจ้าจะให้ความเคารพทุกคนและนำของสิ่งนี้ออกมาเพื่อให้ทุกคนสามารถฝึกฝนด้วยกัน?”
“เจ้าไม่คิดว่า เจ้ามันหน้าซื่อใจคดเกินไปเหรอ ที่จะกล่าวเช่นนี้?”
เมื่อซ่งหมิงได้ยินประโยคเสียดสีของเย่ชิวไป่แล้ว ใบหน้าของเขาก็มืดลงอย่างเห็นได้ชัด และเขาก็กวาดหอกไปที่ผู้ฝึกตนที่อยู่รอบ ๆ และกล่าวว่า “เราอย่าเพิ่งกล่าวถึงความชอบธรรมในตอนนี้ เจ้าคิดไหมว่าหากทั้งสามคนนำวัตถุศักดิ์สิทธิ์นี้ออกไป พวกเราจะไม่เหลือสิ่งใดเลย”
“ทำไมเราไม่หยุดพวกเขาไว้ที่นี่ แล้วเราค่อยแบ่งวัตถุศักดิ์สิทธิ์กันล่ะ”
เห็นได้อย่างชัดเจน ซ่งหมิงอยากให้ทุกคนร่วมมือกันจัดการ!
แน่นอน ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ก็มีความตั้งใจเช่นนี้เหมือนกันอยู่แล้ว
พวกเขาถอนหายใจทีละคน ทุกคนที่สามารถเข้ามาในคุนหลุนเทียนฉือได้ ต่างก็เป็นครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิทั้งหมด!
ในหมู่พวกเขา มีถึงสามคนที่เหมือนกับซ่งหมิง ทั้งสามยับยั้งขอบเขตของพวกเขาไว้และมาที่นี่!
ผู้ฝึกฝนดาบคนหนึ่งยิ้มและกล่าวว่า “แม้ว่าเจ้าจะเป็นขอบเขตมหาจักรพรรดิ แต่เราก็ยังมีคนจำนวนมากกว่าอยู่ดี ดังนั้นเจ้าควรหลีกทางให้เรา”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เย่ชิวไป่ก็ยิ้มออกมา
ดาบอสูรทมิฬในมือของเขาสั่นเล็กน้อย!
เจตจำนงบรรพจารย์ดาบขั้นสูงสุดได้แพร่กระจายออกมา!
เย่ชิวไป่เปิดอาณาเขตดาบทันที!
“ไม่มีปัญหา พวกเจ้าสามารถลองได้”
“แน่นอนว่าดาบในมือของผู้แซ่เย่ไร้ดวงตา ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้ามีผู้เสียชีวิตมากมาย”
เมื่อมองดูใบหน้าของผู้คนทั้งหมด เย่ชิวไป่กล่าวคำเหล่านี้อย่างใจเย็น
ซ่งหมิงและผู้ฝึกฝนดาบต่างก็มีสีหน้าน่าเกลียดทั้งคู่
คำกล่าวเหล่านี้ ถือได้ว่าเป็นการแสดงออกถึงความเย่อหยิ่งอย่างเห็นได้ชัด
ในตอนนี้ เสี่ยวเฮยที่อยู่ด้านข้างเต็มไปด้วยปราณมารสีดำ รวมตัวกันอยู่ข้างหลังเขา
เทพมารกำลังจะมา!
ปราณที่กดดันและขอบเขตดาบของเย่ชิวไป่ ก่อตัวออกเป็นสองส่วน
หนึ่งทางด้านซ้ายและอีกหนึ่งทางด้านขวา ทั้งสองคอยเฝ้าซือเฉิงที่อยู่ด้านล่าง!
ซ่งหมิงแค่นเสียงอย่างเย็นชา และมองไปที่หลินเจี่ยกับมู่ฉีเฉิง
ในที่นี้ สามารถกล่าวได้ว่า หลินเจี่ยนั้นทรงพลังมากที่สุด!
ขอบเขตของเขาใกล้เคียงมหาจักรพรรดิมากที่สุด และเขาเข้าถึงครึ่งก้าวบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์แล้ว!
ถ้าซ่งหมิงได้รับการสนับสนุนจากทั้งคู่ละก็…. เรื่องราวนี้มันจะง่ายขึ้นอีกเยอะ
“หลินเจี่ย เจ้าจะทำยังไง?”
“พวกเขาทั้งสามคนได้ยึดของที่ก้นบ่อ เพื่อที่เราและแม้แต่คนที่ตามเรามา พวกเขาจะไม่สามารถรับผลประโยชน์จากคุนหลุนเทียนฉือได้อีกต่อไป”
หลินเจี่ยมีสีหน้าสงบ เขาหันไปมองที่เย่ชิวไป่
เย่ชิวไป่ก็มองดูเขาเช่นกัน
ดวงตาของทั้งสองคนจ้องมองกัน!
ประกายตาทั้งสองฝ่ายราวกับดาบอันแหลมคมปะทะกันกลางอากาศ!
หลินเจี่ยกล่าวว่า “ทักษะดาบของเจ้าเยี่ยมมากทีเดียว”
เย่ชิวไป่ก็ยิ้มและตอบว่า “เจ้าไม่เลวเช่นกัน”
“สักวัน เรามาสนทนาและเรียนรู้กันและกันดีไหม?”
“ย่อมได้”
“นิกายดาบดาวตก ข้าชื่อหลินเจี่ย”
เมื่อกล่าวเช่นนี้ หลินเจี่ยก็ถอนสายตาออกไป
เขาไม่มีการดำเนินการใด ๆ อีกต่อไป นิ่งเฉยอย่างสิ้นเชิง
เมื่อซ่งหมิงเห็นฉากนี้ ทำให้ใบหน้าของเขากลายเป็นมืดมน
เห็นได้ชัดว่าด้วยทัศนคติเช่นนี้ หลินเจี่ยจึงไม่มีความตั้งใจที่จะดำเนินการใด ๆ
เย่ชิวไป่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นฉากนี้
มีเหตุผลว่าทำไมทักษะการใช้ดาบของหลินเจี่ยถึงมาถึงจุดนี้
บุคคลผู้นี้สามารถเป็นมิตรกันได้…
ทางด้านหลินเจี่ย มู่ฉีเฉิงถามด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนแอ “พี่หลิน ทำไมเจ้าไม่ลงมือล่ะ?”
หลินเจี่ยกอดดาบไว้แล้วตอบอย่างสงบ “ผู้ที่มีความสามารถย่อมสมควรได้รับวัตถุศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากพวกเขามีความสามารถ จึงไม่มีประโยชน์ที่จะบังคับพวกเขา”
มู่ฉีเฉิงพยักหน้าและยิ้ม ความคิดของหลินเจี่ยสอดคล้องกับของเขาจริงๆ
ไม่มีโชค ไร้ความสามารถ
ทำไมต้องบังคับกันด้วย?
มันเป็นของเขา ไม่ว่าข้าจะพยายามแค่ไหน มันก็ยังคงเป็นของเขาอยู่ดี
ถ้ามันไม่ใช่ ไม่ว่าเราจะไล่ตามมันหนักแค่ไหน เราก็ไม่มีทางได้มันมา
มันคือเหตุผลง่าย ๆ แน่นอน หลายคนก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำสิ่งนี้ได้จริง ๆ…
เพราะมันยากเกินไป…
ในตอนนี้
ซ่งหมิงเห็นว่าเขาไม่สามารถโน้มน้าวหลินเจี่ยได้ เขาจึงหยุดพยายาม
ส่วนมู่ฉีเฉิง แม้ว่าเขาจะมาจากตระกูลมู่ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เขาดูไม่แข็งแกร่งเลย
ตามข่าวลือ มู่ฉีเฉิงเป็นคนอ่อนแอและไม่เคยทำสิ่งใดที่ยิ่งใหญ่มาก่อน
ซ่งหมิงจึงหยุดพยายามโน้มน้าว
ดังนั้นเขาจึงโบกหอกยาว และเจตจำนงหอกก็ระเบิดออกมาทันที!
เขากล่าวว่า “ทุกคน ลงมือเถอะ ถ้าเจ้าไม่ลงมือ ของที่อยู่ก้นสระจะถูกดูดซับจนหมดสิ้น หลังจากนั้นเราจะไม่มีโอกาสแล้วจริงๆ!”
หลังจากกล่าวแล้ว เขาก็ไม่เอ่ยสิ่งใดอีก
ซ่งหมิงก้าวไปข้างหน้า โบกหอกในมือ!
ด้วยเจตจำนงหอก คลื่นใต้เทียนฉือก็ม้วนตัวขึ้นมาและกวาดไปทางเย่ชิวไป่!
นอกจากนี้ ผู้ฝึกฝนดาบยังฟันดาบในมือของเขาอีกด้วย!
เงาดาบไขว้ออกมา แล้วฟันไปทางเสี่ยวเฮยที่อยู่อีกด้านหนึ่ง!
ผู้ฝึกฝนที่เหลือก็ไม่ได้ช้าเลย
เจ้าจะแสดงความเมตตาได้อย่างไร หากเจ้าละเมิดผลประโยชน์ของพวกเขา?
ในตอนนี้
การโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า กวาดไปทางพวกเย่ชิวไป่ทั้งสองคน!
คนมากมายเหล่านี้ล้วนอยู่ในขอบเขตครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิ!
ในสระเทียนฉือออร่าปราณพุ่งสูงขึ้น!
เมื่อเผชิญกับการโจมตีอันท่วมท้นนี้
การแสดงออกของเย่ชิวไป่และเสี่ยวเฮย ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย
ใบหน้าของเสี่ยวเฮยเย็นชา และดวงตาของเขาถูกปกคลุมไปด้วยปราณมาร
แววตาที่ดูถูกโลกหล้า กำลังแพร่กระจายออกมาอีกครั้ง!
ทันใดนั้น ทวนมารเก้าชั้นฟ้าก็ถูกถือไว้ในมือของเขา!
เสี่ยวเฮยแทงไปทางเงาดาบที่ฟันมาทันที!
ในระหว่างกระบวนการฟัน น้ำในเทียนฉือดูเหมือนจะถูกขับเคลื่อนด้วยทวนมารเก้าชั้นฟ้าในขณะนี้!
กลายเป็นคลื่นที่น่าสะพรึงกลัวและพัดเงาดาบหายไป!
อีกด้านหนึ่ง
เย่ชิวไป่กระตุ้นอาณาเขตดาบ
ปราณดาบขอบเขตบรรพจารย์ดาบขั้นสูงสุด กลายมาเป็นแม่น้ำเจตจำนงดาบที่ทอดยาวในทันที!
หลังจากนั้น ค่ายกลดาบที่เป็นเอกลักษณ์สี่แบบถูกรวมเข้าไว้ด้วยกัน!
กลายเป็น ค่ายกลดาบสี่สมบูรณ์รวมกับผิงซานเหอ!
เงาของดาบขนาดใหญ่ฟันไปที่มวลคลื่นน้ำที่อยู่ตรงหน้า!
เย่ชิวไป่และเสี่ยวเฮย
ต่อสู้กับครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิหลายสิบคนอย่างไม่เกรงกลัว!
==================