เลี้ยงสัตว์อยู่ดีๆ ก็เป็นมหาเทพ - ตอนที่ 230 หนอนกู่หุ่นเชิดตายแทน!
“ศพที่ตายไปแล้ว ถึงกับฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้งั้นรึ?”
กู้หย่วนหรี่ตาลง ภายในใจรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก ทว่าไม่นานเขาก็พอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้
“แสงเรืองรองเลือนรางชั้นนี้ รวมถึงการที่ลู่คุนฟื้นคืนชีพขึ้นมา จะต้องเป็นฝีมือของแมลงปีกแข็งรูปร่างประหลาดในตัวลู่คุนอย่างแน่นอน!”
กู้หย่วนกล้ายืนยันได้เลยว่า เมื่อครู่นี้ลู่คุนถูกกระบี่ของเขาฟันจนตายสนิทไปแล้วอย่างแน่นอน
ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้บำเพ็ญเพียร ย่อมต้องมีวิชาเอาชีวิตรอดติดตัวกันทั้งนั้น วิชาอาคมต่างๆ นานาก็มีหลากหลายรูปแบบ ด้วยสถานะอย่างลู่คุน บนตัวเขาย่อมต้องมีเคล็ดวิชาลับเอาชีวิตรอด หรือไม่ก็อาวุธวิเศษประเภทนี้ซุกซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
ดังนั้น กระบี่ของกู้หย่วนเมื่อครู่นี้ ไม่เพียงแต่จะผ่าร่างของลู่คุนออกเป็นสองซีก และกวาดล้างพลังชีวิตในนั้นจนหมดสิ้นเท่านั้น แต่แม้กระทั่งจิตวิญญาณของลู่คุน ก็ยังถูกเจตจำนงกระบี่อันคมกริบและเปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิตฟาดฟันจนแตกซ่านดับสูญไปแล้วด้วยซ้ำ!
ทว่าสถานการณ์ตรงหน้ากลับกลายเป็นว่า ลู่คุนที่เดิมทีตายสนิทจนศพเริ่มเย็นชืดไปแล้ว ในตอนนี้กลับค่อยๆ ฟื้นคืนชีพขึ้นมาทีละก้าว
เริ่มจากศพที่ผสานเข้าหากัน เลือดไหลย้อนกลับ จากนั้นหัวใจก็กลับมาเต้นตึกตัก ฟื้นฟูพลังชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่แสงเรืองรองเลือนรางที่ดูเหมือนจะบางเบาบนผิวของเขา กู้หย่วนทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มีก็ยังไม่อาจทำลายมันลงได้
สิ่งนี้ทำให้กู้หย่วนรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง และในขณะเดียวกันก็เกิดข้อสันนิษฐานขึ้นมาข้อหนึ่ง
“แมลงปีกแข็งรูปร่างประหลาดในตัวของไอ้แซ่ลู่นี่ สรุปแล้วมันคือตัวอะไรกันแน่ หรือว่าจะเป็นของที่บรรพชนเทียนฉงทิ้งไว้ให้มัน?”
แม้จะเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ทว่ากู้หย่วนก็รู้สึกตะหงิดๆ ว่าตัวเองอาจจะเดาถูก
แม้ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขากับลู่คุนจะห่างกันถึงสองขั้นย่อย ทว่าช่องว่างสองขั้นย่อยนี้ ก็ไม่ได้ถือว่ามากมายอะไรนัก
ด้วยระดับความสำเร็จในวิถีกระบี่ของกู้หย่วน อย่าว่าแต่ลู่คุนเลย ต่อให้เป็นยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานมาเอง หากโดนเขาฟันเข้าไปสักสองสามกระบี่ ก็ไม่มีทางที่จะไร้รอยขีดข่วนอย่างแน่นอน และเป็นไปได้มากว่าจะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส
ดังนั้น แมลงปีกแข็งลึกลับในตัวลู่คุน จะต้องไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของคนอื่น!
ความสามารถที่สามารถปกป้องลู่คุน และยังช่วยชีวิตเขาให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ลู่คุนย่อมไม่มีทางมีวิชาที่ฝืนลิขิตสวรรค์เช่นนี้ได้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน
นอกเหนือจากบรรพชนเทียนฉง ผู้เป็นท่านปู่ที่โด่งดังระบือไกลของลู่คุนแล้ว กู้หย่วนก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีใครที่มีวิชาอาคมเช่นนี้อยู่อีก
ไม่เพียงแต่กู้หย่วนจะรู้สึกเคลือบแคลงสงสัย ทว่าภาพเหตุการณ์อันแปลกประหลาดพิสดารนี้ แม้แต่เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ด้านล่างลานประลองเป็นตาย ก็ยังรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก จนเกิดความโกลาหลขึ้น
คนที่ตายไปแล้ว บาดแผลกลับสมานตัว เลือดไหลย้อนกลับ แล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมา…
นี่มันจะลี้ลับพิสดารเกินไปแล้ว!
กู้หย่วนลองใช้กระบี่บินและวิชาอาคมอื่นๆ โจมตีดูอีกหลายครั้ง ทว่าเมื่อเห็นว่าไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ไม่อาจทำอันตรายลู่คุนได้ เขาจึงทำได้เพียงถอดใจ ยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างเงียบๆ เพื่อรอคอยความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ตึกตัก! ตึกตัก!
บริเวณหน้าอกของลู่คุน หัวใจเต้นตึกตักดังกังวานและทรงพลัง ไม่นานนัก เขาก็ลืมตาขึ้น
ในตอนแรกเขายังมีท่าทีสับสนมึนงง ทว่าเมื่อเขาเห็นกู้หย่วน เขาก็นึกถึงเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ได้ในทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว
มีทั้งความโกรธแค้นชิงชัง และความหวาดผวาตามหลังมาติดๆ!
เกือบไปแล้ว!
หากไม่ใช่เพราะภายในร่างกายของเขายังมีไพ่ตายที่ท่านปู่บรรพชนเทียนฉงทิ้งเอาไว้ให้ เมื่อครู่นี้เขาคงตายไปแล้วจริงๆ และเป็นการตายแบบศพไม่สวยเสียด้วย
แม้ว่าตอนนี้เขาจะฟื้นคืนชีพกลับมาได้แล้ว ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เขาสามารถยืนยันได้อย่างแน่นอน
การประลองเวทวิชาในครั้งนี้ เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้ว!
พ่ายแพ้อย่างหมดรูป ไร้ข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น!
พ่ายแพ้ให้กับคมกระบี่ของกู้หย่วน ผู้ที่มีพลังบำเพ็ญเพียรด้อยกว่าเขาถึงสองขุมที่อยู่ตรงหน้านี้!
แปะ! แปะ! แปะ!
กู้หย่วนตบมือเบาๆ ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
“ยอดเยี่ยม ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!”
“นึกไม่ถึงเลยนะว่า พี่ลู่ที่ตายไปแล้วแท้ๆ กลับยังสามารถตายแล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ช่างทำให้ผู้คนประหลาดใจเสียจริงๆ”
เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวอย่างมีความหมายแฝงเร้นว่า
“เพียงแต่ไม่รู้ว่า หากพี่ลู่ตายลงไปในตอนนี้ จะยังสามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีกหรือไม่”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของกู้หย่วน มุมปากของลู่คุนก็กระตุก สีหน้าดูย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
เพราะในเวลานี้หนอนกู่หุ่นเชิดตายแทนในร่างกายของเขาได้สลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว
หนอนกู่หุ่นเชิดตายแทนเป็นหนอนกู่ที่หาได้ยากยิ่ง หนอนกู่ชนิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทว่าเกิดจากการหลอมสร้างขึ้นมาในภายหลัง และผู้ที่จะสามารถหลอมสร้างมันขึ้นมาได้ จะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับหยินเสินขึ้นไปเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น การหลอมสร้างยังยากลำบากแสนเข็ญ ในขั้นตอนการหลอมสร้างจำเป็นต้องใช้หนอนกู่นับสิบชนิด รวมถึงสมบัติล้ำค่าจากฟ้าดินอีกมากมาย
มักจะต้องสูญเสียทรัพยากรและหยาดเหงื่อแรงกายไปอย่างมหาศาล ท้ายที่สุดแล้วจึงจะพอมีโอกาสสำเร็จอยู่บ้าง
หนอนกู่หุ่นเชิดตายแทนไม่มีพลังโจมตีใดๆ เลยแม้แต่น้อย และไม่มีพลังป้องกันเลยแม้แต่นิดเดียว ซ้ำยังบอบบางเสียจนคนธรรมดาทั่วไปเพียงแค่ใช้สองนิ้วบีบเบาๆ ก็สามารถบี้มันจนตายได้อย่างง่ายดาย
ทว่าหนอนกู่ชนิดนี้ กลับมีค่าเหนือกว่าหนอนกู่ส่วนใหญ่เสียอีก เพราะขอเพียงแค่หลอมรวมหนอนกู่หุ่นเชิดตายแทนชนิดนี้เข้ากับร่างกาย เมื่อถึงคราวคับขัน มันก็สามารถใช้เป็นตัวตายตัวแทนให้กับผู้เป็นนายได้หนึ่งครั้ง
หนอนกู่หุ่นเชิดตายแทนในตัวลู่คุนตัวนี้ เป็นของรางวัลที่เขาได้รับมาจากบรรพชนเทียนฉง หลังจากที่เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบห้าพันปีของท่านปู่ จนเป็นที่โปรดปราน
ทว่าหนอนกู่หุ่นเชิดตายแทนตัวนี้ เป็นถึงของวิเศษช่วยชีวิต เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่สองของเขาเลยก็ว่าได้!
และหนอนกู่หุ่นเชิดตายแทนตัวนี้ ก็คือต้นทุนที่ทำให้เขากล้าทำตัวเย่อหยิ่งจองหองมาโดยตลอด!
ท้ายที่สุดแล้ว หากคนส่วนใหญ่มีชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชีวิต ย่อมต้องทำตัวกร่างขึ้นเป็นธรรมดา
ทว่าตอนนี้ ต้นทุนของลู่คุนไม่มีอีกต่อไปแล้ว!
ลู่คุนในตอนนี้รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ของล้ำค่าเช่นนี้ ในใจของเขามันมีค่ายิ่งกว่าผีเสื้อกระบี่เงาเขียวเสียอีก ทว่าบัดนี้กลับต้องมาสูญเปล่าไปที่นี่ เขาเสียใจจนแทบกระอักเลือดแล้ว!
ไม่เพียงแต่จะเสียใจ ทว่าเขายังรู้สึกปวดใจเป็นอย่างมาก ปวดใจจนหน้าอกกระตุกเป็นจังหวะ
“ไอ้แซ่กู้ เจ้าไม่ต้องมาพูดจาถากถางข้าหรอก”
แววตาของลู่คุนวูบไหว สายตาที่มองไปยังกู้หย่วนมีทั้งความเคียดแค้นชิงชัง และความไม่ยินยอมพร้อมใจ ริมฝีปากของเขาขยับไปมา ทว่าสุดท้ายเขาก็เอ่ยออกมาว่า
“การประลองเวทวิชาในครั้งนี้ ข้าเป็นฝ่ายแพ้”
เมื่อกล่าวคำนี้จบ พลังใจและเรี่ยวแรงของเขาก็ราวกับจะลดฮวบลงไปจนหมดสิ้น
ไม่เพียงแต่หนอนกู่หุ่นเชิดตายแทนจะหายไป แต่เขายังต้องมาพ่ายแพ้ในการประลองครั้งนี้อีก
เดิมทีลู่คุนยังไม่คิดจะยอมรับความพ่ายแพ้ ทว่าเมื่อคิดไปคิดมา ท้ายที่สุดเขาก็ไม่กล้าที่จะไม่ยอมรับ
เพราะเขากับกู้หย่วนได้ลงนามในสัญญาเป็นตายไปแล้ว หากเขาไม่ยอมรับ ก็มีแต่จะรนหาที่ตาย
ยิ่งไปกว่านั้น วิถีกระบี่และวิธีการต่างๆ ของกู้หย่วนเมื่อครู่นี้ ก็เหนือความคาดหมายของเขาไปมาก
หากเป็นเพียงแค่วิถีกระบี่อย่างเดียวก็แล้วไปเถอะ อาศัยวิธีการต่างๆ ของตัวเอง ลู่คุนก็ยังมั่นใจว่าจะสามารถกดข่มกู้หย่วนได้
ทว่าหนอนกู่ทั้งสองตัวของกู้หย่วนกลับทำให้เขาตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
ไม่ว่าจะเป็นผีเสื้อกระบี่เงาเขียว หรือตะขาบสวรรค์หลังเงิน ล้วนเป็นแมลงกู่ระดับสุดยอดที่เขาปรารถนาอยากได้มาครอบครอง หากจะให้เทียบกัน ก็คงมีเพียงหนอนกู่หุ่นเชิดตายแทนของเขาเท่านั้นที่พอจะเทียบเคียงได้
ทว่าหนอนกู่หุ่นเชิดตายแทนแม้จะดูล้ำค่า แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่ นั่นคือขั้นตอนการฟื้นคืนชีพนั้นใช้เวลานานเกินไป และยังอันตรายมากอีกด้วย
สำหรับบรรดาผู้อาวุโสหรือเจ้าสำนักของนิกายกู่เสินแล้ว หากต้องเลือกระหว่างหลักการกับสิ่งของ พวกเขาย่อมต้องเลือกผีเสื้อกระบี่เงาเขียว หรือไม่ก็ตะขาบสวรรค์หลังเงินอย่างแน่นอน
กู้หย่วนเป็นเพียงคนนอกแท้ๆ ทว่าหนอนกู่สองตัวที่เขาเลี้ยงไว้ กลับดีกว่าหนอนกู่มากมายของเขาที่เป็นถึงศิษย์สืบทอดสายตรงของนิกายกู่เสินเสียอีก ในตอนนี้ลู่คุนเข้าใจแล้วว่า เหตุใดตอนที่เขาบุกไปถึงที่พักเพื่อขอเจรจาซื้อขาย กู้หย่วนถึงไม่ยอมตกลง
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ต้องพูดถึงหนอนกู่วชิระ ยุงมารกระหายเลือด หรือแม้แต่หนอนกู่พิษทมิฬและหนอนกู่หุ่นเชิดตายแทนของลู่คุน ที่ล้วนถูกสังหารไปจนหมดสิ้น ทำให้ตอนนี้บนตัวของเขาแทบจะไม่เหลือหนอนกู่อีกแล้ว
ต่อให้หนอนกู่เหล่านี้ของลู่คุนจะยังอยู่ เขาก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะกู้หย่วนได้อยู่ดี
ดังนั้น มิสู้ทำตัวให้เด็ดขาด ยอมรับความพ่ายแพ้ไปเลยจะดีกว่า