เลี้ยงสัตว์อยู่ดีๆ ก็เป็นมหาเทพ - ตอนที่ 176 พรสวรรค์จิตวิญญาณโอสถ พันแปรหมื่นลักษณ์
- Home
- เลี้ยงสัตว์อยู่ดีๆ ก็เป็นมหาเทพ
- ตอนที่ 176 พรสวรรค์จิตวิญญาณโอสถ พันแปรหมื่นลักษณ์
【จิตวิญญาณโอสถมายาพันแปร (ระดับสีแดง)】
คำอธิบาย: คือสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ก่อตัวขึ้นจากการหลอมรวมปราณของยาทิพย์และโอสถวิญญาณนับพันชนิด ประกอบกับเศษเสี้ยวปราณแห่งโชคชะตาจนบังเกิดเป็นจิตวิญญาณ มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสรรพคุณยาและปราณของยาทิพย์และโอสถวิญญาณเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีความสามารถในการควบคุมสรรพคุณยาได้อย่างดีเยี่ยม ตลอดจนมีความสามารถในการควบคุมไฟได้ในระดับหนึ่ง
เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ และมีสติปัญญาอยู่บ้างเล็กน้อย
การวิวัฒนาการเป็น “จิตวิญญาณโอสถมายาหมื่นลักษณ์” จำเป็นต้องดูดซับปราณของยาทิพย์และโอสถวิญญาณนับหมื่นชนิดจึงจะเติบโตเต็มที่ และต้องใช้แต้มเต๋า 12,000 แต้ม
สถานะ: หิวโหย
ระดับขั้น: วัยเจริญเติบโต (38%)
……
【ท่านได้รับการเสริมพลังจากพรสวรรค์จิตวิญญาณโอสถ “มายาพันแปร”!】
“มายาพันแปรงั้นรึ?”
กู้หย่วนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ชื่อเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกฉงนใจอยู่บ้าง จิตวิญญาณโอสถมายาพันแปร หากวิวัฒนาการต่อไป ก็จะกลายเป็นจิตวิญญาณโอสถมายาหมื่นลักษณ์
เมื่อนำชื่อทั้งสองมารวมกัน ก็คือพันแปรหมื่นลักษณ์
ความหมายโดยนัยของคำว่าพันแปรหมื่นลักษณ์ ก็คือการเปลี่ยนแปลงที่มีมากมายมหาศาล
แต่การที่พรสวรรค์ของจิตวิญญาณโอสถมีชื่อแบบนี้ มันหมายความว่าอย่างไรกัน?
หรือว่าพรสวรรค์ของจิตวิญญาณโอสถตัวนี้ คือการแปลงกายเป็นรูปลักษณ์ต่างๆ ได้อย่างนั้นหรือ?
วิชาพันแปรหมื่นลักษณ์ ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นมีพลังเทวะวิชานี้อยู่จริงๆ ซ้ำยังจัดอยู่ในระดับมหาพลังเทวะอีกด้วย
ว่ากันว่ามหาพลังเทวะวิชานี้ มีเพียงตัวตนระดับเซียนแท้หยวนเสินเท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนได้สำเร็จ ซึ่งก็คล้ายคลึงกับวิชาแปลงกายเจ็ดสิบสองประการของซุนหงอคงในนิทานปรัมปราจากชาติที่แล้วของกู้หย่วน
ทว่ากู้หย่วนกลับไม่เชื่อว่า สิ่งมีชีวิตอย่างจิตวิญญาณโอสถ จะมีพลังเทวะเช่นนี้ได้
อันหนึ่งคือการควบแน่นของสรรพคุณยา ส่วนอีกอันคือการพลิกแพลงแปลงกาย
สองสิ่งนี้มันเข้ากันไม่ได้เลยสักนิดไม่ใช่หรือ?
ก็เหมือนกับมีข่าวลือในหมู่บ้านว่า มีปีศาจหมูดำพันปีบำเพ็ญเพียรจนจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ ซ้ำยังมีรูปร่างหน้าตางดงามหยดย้อยปานล่มเมือง ใครมันจะไปเชื่อลง?
แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นเพียงแค่ความคิดชั่ววูบของเขาเท่านั้น
เพราะพริบตาต่อมา กู้หย่วนก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเขา
หากจะพูดให้ถูก ควรจะบอกว่าภายในจิตใจ ตลอดจนดวงจิตวิญญาณของเขา ได้บังเกิดความเปลี่ยนแปลงสุดแสนวิเศษบางอย่างขึ้นมา
ความเปลี่ยนแปลงนี้ช่างละเอียดอ่อนและซึมลึกอย่างเงียบเชียบ กู้หย่วนรู้สึกเพียงว่า ตนเองมีความรู้สึกรับรู้ต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวที่พิเศษขึ้นมา
ตัวอย่างเช่น กล้วยไม้ช้อนหิมะต้นหนึ่งที่ประดับอยู่ตรงมุมห้อง เพียงแค่กู้หย่วนกวาดจิตสัมผัสผ่าน และสูดดมกลิ่นที่มันแผ่ออกมา ความเข้าใจเกี่ยวกับสรรพคุณยา ลักษณะเด่น และสรรพคุณของยาทิพย์ต้นนี้ ก็พลันกระจ่างชัดขึ้นมาในใจทันที
ในขณะเดียวกัน เมื่อนำไปผนวกกับตำราความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการปรุงโอสถที่เขาเคยอ่านผ่านตามาบ้างก่อนหน้านี้ ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว
“สรรพคุณยาของกล้วยไม้ช้อนหิมะต้นนี้ไม่ซับซ้อนนัก มีฤทธิ์ช่วยให้จิตใจสงบเยือกเย็น ขจัดปราณขุ่นมัว ภายในสรรพคุณยานั้นประกอบไปด้วยคุณสมบัติ เย็น ร้อน จม ลอย ใส ขุ่น ขึ้น ลง หอม และเหม็น”
“ในบรรดานี้ คุณสมบัติจม ขุ่น และร้อน มีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย ที่เหลือส่วนใหญ่จะเป็นปราณใสและปราณลอย”
“และการที่ยอดเขาโอสถปลูกกล้วยไม้ช้อนหิมะชนิดนี้ ก็เพื่อใช้ในการขจัดปราณขุ่นมัว ชำระล้างไอวิญญาณให้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปหลอมเป็นโอสถชำระใจหรือผงระงับจิตได้ เพียงแค่ต้องสกัดเอาสิ่งเจือปนและสรรพคุณยาที่ไร้ประโยชน์ออกไป สรรพคุณยาที่เหลือก็สามารถนำไปหลอมรวมกับยาทิพย์ชนิดอื่นได้แล้ว”
“ในกระบวนการปรุงโอสถ การประสานและการหักล้างกันของสรรพคุณยาต่างๆ ถือเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด ในทางกลับกัน การสกัดเอาแก่นแท้ออกมานั้น กลับไม่ใช่เรื่องยาก…”
“และใบของกล้วยไม้ช้อนหิมะต้นนี้ กลับมีคุณสมบัติร้อนเป็นส่วนใหญ่ กินพื้นที่ถึงเก้าส่วน… แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีสรรพคุณยาอื่นๆ อีกกว่าสิบชนิดปะปนอยู่… หากเป็นคนอื่นปรุงโอสถ เกรงว่าร้อยทั้งร้อยคงมองว่าสรรพคุณยาอื่นๆ เหล่านี้เป็นสิ่งเจือปนและเผาทำลายทิ้งไปจนหมดสิ้น”
เมื่อคิดได้ดังนั้น กู้หย่วนก็เริ่มครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
“ที่แท้พรสวรรค์มายาพันแปรนี้ ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมหาพลังเทวะเลย แต่เป็นการทำให้ข้ามีความรู้สึกรับรู้และสามารถควบคุมสรรพคุณยาของยาทิพย์ ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงของสรรพคุณยาในขณะที่ปรุงโอสถได้อย่างพิเศษและแม่นยำ…”
ในคัมภีร์โอสถได้กล่าวไว้ว่า
“โอสถวิญญาณคือการแปรเปลี่ยนของปราณแท้ ปราณแท้ก็คือสรรพคุณยา การแปรเปลี่ยนของหยินหยาง จึงจะก่อเกิดเป็นโอสถวิญญาณ”
ขอเพียงแค่สามารถควบคุมและเข้าใจถึงคุณสมบัติ การแปรเปลี่ยน และความเชื่อมโยงของปราณแท้ในโลกหล้าได้ ย่อมต้องกุมความลับของวิถีโอสถเอาไว้ได้อย่างแน่นอน
“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ จิตวิญญาณโอสถตัวนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพรสวรรค์พิเศษต่อการปรุงโอสถจริงๆ พรสวรรค์ชนิดนี้ของมัน เป็นความสามารถพิเศษที่สวรรค์ประทานให้ ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไป จะไปหาความสามารถแบบนี้ได้จากที่ไหน…”
กู้หย่วนอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง
“มีเพียงข้าเท่านั้น ที่สามารถครอบครองพรสวรรค์ชนิดนี้ได้ เพราะมีระบบสัตว์เลี้ยงวิญญาณคอยช่วยเหลือ!”
“เมื่อมีพรสวรรค์มายาพันแปรนี้แล้ว ต่อไปหากข้าศึกษาวิชาการปรุงโอสถ ย่อมต้องก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว เวลาปรุงโอสถก็คงจะคล่องแคล่วและเข้ามือเป็นแน่…”
ของอย่างพรสวรรค์ในการปรุงโอสถนั้น ไม่เหมือนกับพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียร
สำหรับพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียร ขอเพียงแค่มีกายาวิญญาณหรือกายาเต๋าต่างๆ เมื่อถึงเวลาฝึกฝน ความเร็วในการก้าวหน้าย่อมไม่ช้าไปกว่าใครแน่นอน
ทว่าพรสวรรค์ในการปรุงโอสถนั้น… คนที่ทำได้ก็คือทำได้ คนที่ทำไม่ได้ ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ทำไม่ได้จริงๆ…
ก็เหมือนกับการแก้โจทย์คณิตศาสตร์นั่นแหละ หากไม่มีความเข้าใจหรือหัวพลิกแพลงในด้านนั้น ต่อให้ดันทุรังเรียนไป ก็ไม่มีทางเข้าใจอยู่ดี
ส่วนจิตวิญญาณโอสถนั้น ในเวลานี้ได้จำแลงกายเป็นมนุษย์ตัวจิ๋วเจ็ดสี สูงประมาณสามนิ้ว กำลังยืนนิ่งๆ อยู่บนไหล่ของกู้หย่วน จ้องมองใบหน้าใหญ่โตของกู้หย่วนตาแป๋ว
กู้หย่วนหยิบโอสถแก่นหยกออกมาเม็ดหนึ่ง แล้วโยนให้มัน
“จิ๊บๆ… จิ๊บๆ!”
จิตวิญญาณโอสถดีใจเป็นล้นพ้น ร้องเสียงเล็กๆ แหลมๆ ออกมาอย่างร่าเริง มันโอบกอดโอสถแก่นหยกเอาไว้แน่นราวกับได้ของล้ำค่า อ้าปากกว้างกลืนลงไปในคำเดียว จนพุงป่องออกมา
จากนั้นกู้หย่วนก็สังเกตเห็นว่า บนหน้าต่างสถานะของจิตวิญญาณโอสถ คำว่าหิวโหยได้เปลี่ยนเป็นปกติแล้ว
ถูกต้องแล้ว จิตวิญญาณโอสถก่อเกิดมาจากปราณของยาทิพย์และโอสถวิญญาณมากมาย ดังนั้น อาหารของมันก็คือโอสถวิญญาณหรือยาทิพย์นั่นเอง
นอกจากนี้ บนระบบสัตว์เลี้ยงวิญญาณยังระบุไว้อีกว่า หากต้องการให้มันวิวัฒนาการเป็นจิตวิญญาณโอสถมายาหมื่นลักษณ์ ยังจำเป็นต้องให้มันดูดซับปราณของยาทิพย์ชนิดใหม่ๆ ที่มันไม่เคยพบเห็นมาก่อนอีกด้วย
ขอเพียงรวบรวมให้ครบหนึ่งหมื่นชนิด และใช้แต้มเต๋าอีกจำนวนหนึ่ง ก็จะสามารถเลื่อนขั้นมันให้เป็นจิตวิญญาณโอสถมายาหมื่นลักษณ์ได้
เมื่อถึงเวลานั้น พรสวรรค์ของมันย่อมต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนที่มีพรสวรรค์มายาพันแปรนี้อย่างแน่นอน!
กู้หย่วนยื่นมือออกไปประคองมันไว้บนฝ่ามือ
“ในเมื่อร่างกายของเจ้ามีเจ็ดสี ซ้ำยังสามารถคืนร่างเดิมที่เป็นกลุ่มแสงปราณคล้ายเมฆหมอกได้ เช่นนั้นต่อไปข้าจะเรียกเจ้าว่าไฉ่อวิ๋น (เมฆาสีรุ้ง) ก็แล้วกัน”
ชื่อไฉ่อวิ๋นแม้จะฟังดูเป็นผู้หญิงไปสักหน่อย แต่สิ่งมีชีวิตอย่างจิตวิญญาณโอสถนั้นไร้ซึ่งเพศสภาพเพศผู้เพศเมีย มันเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นจากโชคชะตาแห่งฟ้าดิน ดังนั้น ชื่อนี้จึงถือว่าเหมาะสมดีทีเดียว
หลังจากหยอกล้อกับไฉ่อวิ๋นอยู่พักหนึ่ง กู้หย่วนก็วางมันลงข้างๆ ปล่อยให้มันไปเล่นกับเสี่ยวชิง
ในเวลานี้ กู้หย่วนมีสัตว์เลี้ยงวิญญาณอยู่ในครอบครองถึงหกตัวแล้ว
สัตว์เลี้ยงวิญญาณเหล่านี้ ยกเว้นเสี่ยวชิงแล้ว เรียกได้ว่าแต่ละตัวล้วนไม่ธรรมดา และมีความสามารถพิเศษที่แตกต่างกันออกไป
แต่ถ้าจะพูดกันตามตรง สัตว์เลี้ยงวิญญาณที่เขามีอยู่ในตอนนี้ ยกเว้นเสี่ยวชิงแล้ว ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยให้ใครเห็นได้
ต่อให้เขาจะอยู่ในฐานะศิษย์ยอดเขาโอสถ ก็ยังเปิดเผยไม่ได้อยู่ดี
เพราะสัตว์เลี้ยงวิญญาณเหล่านี้ คือไพ่ตาย และเป็นเครื่องรางคุ้มภัยของเขา
ในเมื่อเป็นไพ่ตาย ย่อมไม่สามารถนำออกมาเปิดเผยให้ใครรู้เห็นได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้น กู้หย่วนจึงเอาแต่ครุ่นคิดถึงปัญหาข้อหนึ่งมาโดยตลอด
นั่นก็คือการสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมาอีกตัวตนหนึ่ง ตัวตนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกฝนและเลี้ยงดูสัตว์วิญญาณและแมลงวิเศษ และตัวตนนี้ จะต้องไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับกู้หย่วนเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเป็นผู้ที่สามารถทำให้สัตว์อสูรและสัตว์วิญญาณหายากเชื่องได้หลายตัว
ด้วยวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องสัตว์เลี้ยงวิญญาณเหล่านี้ได้ ทำให้เขาสามารถนำพวกมันออกมาใช้งานได้อย่างเปิดเผย และหากเกิดเรื่องอะไรขึ้น ก็จะไม่สาวมาถึงตัวศิษย์ยอดเขาโอสถที่ชื่อกู้หย่วนได้
ไม่ว่าอย่างไร การเก็บเกี่ยวของกู้หย่วนในครั้งนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง
ไม่เพียงแต่พรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่จะยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ในตอนนี้ เขายังได้รับพรสวรรค์อันน่าทึ่งอย่างมายาพันแปรมาจากไฉ่อวิ๋นอีกด้วย
“อืม บ่ายนี้ ลองไปยืมตำราโอสถมาอ่านสักสองสามเล่มดีกว่า…”