Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์ - บทที่ 446 อั้งเซียว ไร้ยางอาย!

  1. Home
  2. เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
  3. บทที่ 446 อั้งเซียว ไร้ยางอาย!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 446 อั้งเซียว : ไร้ยางอาย!

“ตูม!”

เสียงกึกก้องสนั่นคราหนึ่ง ร่างของลวี่หยางและเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินพลันหายไปจากโลกปัจจุบัน แทนที่ด้วยดวงดาวสองดวงที่ปรากฏบนฟากฟ้าเหนือเกินสุดสายตา

ดินบนกำแพง!

ตะเกียงดับแสง!

ชั่วพริบตาเดียว ทั้งใต้หล้าสี่เขตแดนล้วนบังเกิดนิมิตสอดคล้องกับมรรคผลเหล่านี้ ไม่รู้ว่ามีเรือนตำหนักเท่าใดที่ประทีปภายในห้องถูกจุดติดขึ้นมาโดยฉับพลัน

บางแห่งเพลิงถูกดับลง

บางแห่งเพลิงกลับลุกลามรุนแรงยิ่งขึ้น

ภาพเหตุการณ์ทำนองนี้พลันบังเกิดสลับกันไปไม่ขาดสาย ทุกคราวที่เพลิงลุกโชนล้วนก่อให้เกิดกระแสพลังจากมรรคผลทั้งสองปะทะสั่นสะเทือนไปทั่ว

นอกจากนี้ เหล่าผู้บ่มเพาะ

ดินบนกำแพง

และ

ตะเกียงดับแสง

ทั่วหล้าล้วนดวงตาแดงก่ำ กระแสพลังที่ปะทะกันจากเจินจวินแห่งสายธารมรรคผลได้ส่งผลกระทบโดยตรง บีบคั้นให้พวกเขาต่างคลุ้มคลั่งเข้าประหัตประหารกันเอง เว้นเพียงเหล่าเจินเหรินขั้นวางรากฐานเท่านั้นที่ยังสามารถรักษาสติท่ามกลางอิทธิพลนี้ได้

ทว่าเรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงฉากปรากฏเบื้องหน้า

แม้แต่ตัวลวี่หยางและเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินเองก็หาได้จงใจ เพียงการปะทะกันของนิมิตมรรคผลก็เพียงพอจะทำให้ใต้หล้ากำเริบวุ่นวาย

“แคร้ง แคร้ง!”

กระบี่แสงของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินฟาดลงมา กลับไร้ซึ่งความคมแม้เพียงน้อย แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันหนักหน่วงดุจภูผา ยากจะพรรณนา

เพียงชั่วขณะเดียว การเคลื่อนไหวของลวี่หยางก็หยุดชะงักลง

ดินบนกำแพง

คือพลังที่ลมปราณสถิตปิดกั้น สรรพสิ่งล้วนเก็บงำ ปกปิดเร้นร่าง ภายในภายนอกไม่อาจติดต่อกัน มรรคผลนี้โดยเนื้อแท้คือสุดยอดแห่งวิชาใช้ผนึกกัก

เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินซึ่งเชื่อมรับกับมรรคผลนี้ จึงบ่มเพาะได้กระบี่ไร้คม แม้ไร้ความแหลมคม กลับมีน้ำหนักดุจภูผาใหญ่ ในยามนี้จึงกดลงมาบนร่างลวี่หยาง ทำให้กายวิชาดุจต้องแบกภูผา พลังวิชาดุจรับมหานที สักครู่เดียวก็ไม่อาจขยับเขยื้อน!

‘ได้แล้ว!’

ชั่วพริบตานั้น มืออีกข้างของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินได้ประสานมือทำมุทราอย่างแม่นยำ แปรเป็นจุดแสงทองบนคมกระบี่ แตะลงตรงหว่างคิ้วของลวี่หยาง

‘

คัมภีร์ลับเมฆฟ้ารับตะวัน

!’

เมฆนั้นคือธาตุดินอู้ เมื่อตกลงสู่พื้นย่อมเป็นภูผา คือปราณที่ผ่านดินลอยฟ้าอันกลวงว่าง ในยามนี้กระแทกเข้าสู่กระหม่อมของลวี่หยาง ก็เพื่อจะผนึกจิตสำนึกของเขาไว้พร้อมกัน!

เมื่อถึงตอนนั้น เขาย่อมตกอยู่ในกำมืออีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง

ฉับพลัน สถานการณ์ของลวี่หยางตกสู่ห้วงอันตรายถึงขีดสุด ราวกับยืนอยู่เบื้องหน้าเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินโดยไร้การป้องกัน ปราศจากหนทางโต้กลับแม้เพียงเล็กน้อย

ทว่าทันใดนั้นเอง ในระหว่างคิ้วของลวี่หยางกลับปรากฏเป็นจุดดำหนึ่งจุด ขยายกว้างออกอย่างฉับไว แปรเป็นตำหนักใหญ่ตระหง่านมั่นคง ขวางอยู่เบื้องหน้าคมกระบี่ของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวิน ตัดขาดแสงแห่งวิชาคัมภีร์ลับเมฆฟ้ารับตะวันโดยสิ้นเชิง

ตำหนักเหยียนโม่

!

ชั่วขณะนั้น ลวี่หยางพลันเปล่งรัศมีเรืองรองไปทั่วทั้งร่าง งามตระการราวเทพบรรพกาลเสด็จลง ลบล้างพันธนาการทั้งมวลที่เคยพันธนาตัวเขา

“เพล้ง!”

พร้อมเสียงแตกหักอันชัดใส ลวี่หยางก้าวถอยอย่างโซซัดโซเซหนึ่งก้าว ผนึกที่เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินลงมือวางไว้บนกายเขาก็แตกสลายตามไป

เกือบจะในเวลาเดียวกัน เขาก็มั่นมือประสานมุทรา

“ฮู่!”

เพียงเห็นลวี่หยางอ้าปาก เปลวเพลิงหนึ่งสายก็พวยพุ่งจากระหว่างริมฝีปากและฟัน พองตัวขึ้นตามแรงลม พลันกลายเป็นมหาสมุทรเพลิงร้อนแรงสุดขั้วในพริบตา

ภายในมหาสมุทรเพลิง คลื่นไฟถาโถมเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า สีสันเร้นพิสดารนับมิถ้วนทับซ้อน ประกอบ จนสุดท้ายหลอมรวมเป็นจุดเพลิงสีน้ำเงินดุจฟากฟ้า มิได้ให้โอกาสเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินถอยหนีหรือหลบหลีกแม้แต่น้อย เพียงความคิดเคลื่อนไป ก็สาดลงสู่ร่างของเขา

‘

ประกายหยกโคมทองอันโอภาส

!’

เพลิงสีน้ำเงินนั้นดูราวเล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยนัยทะลวงสรรพสิ่ง ระเบิดเป็นหมู่มวลรัศมีตระการตาทั่วร่างกายของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินทันที

“ครืน!”

ใต้การต่อสู้ดุเดือดของทั้งสอง พลังวิชาไม่อาจเก็บกักได้อีก สะเทือนถึงเมฆาอัสนีทั้งสามสิบหกชั้น จนแม้กระทั่งเศษดาราและอุกกาบาตนอกฟ้าก็พลันระเบิดแหลกเป็นผุยผง

เพียงชั่วขณะ ก็เห็นดั่งห่าดาวร่วงราวสายฝน เพลิงทิพย์ลุกวาบกลางนภา

ทว่าในฐานะผู้ก่อเรื่องทั้งหมด เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินกับลวี่หยางกลับเร้นวิชาแต่เนิ่นๆ ยืนมั่นแยกกันอยู่คนละฟากของทางช้างเผือก

วินาทีถัดมา ทั้งคู่ประสานมือทำมุทราพร้อมกัน ครานั้นทั่วสี่แดนในใต้หล้า ผู้บ่มเพาะ

ดินบนกำแพง

พลังวิชาพลันลุกเผา ร่างกายบาดเจ็บ ส่วนผู้บ่มเพาะ

ตะเกียงดับแสง

กลับถูกพันธนาการไร้สาเหตุ ไม่อาจกระดิกกาย เพียงพริบตาก็ปะทุเป็นการสังหารนับไม่ถ้วน

นี่ก็คือวิสัยแห่งเจินจวิน

เมื่อครู่ ทั้งสองล้วนใช้เหล่าผู้บรรลุวางรากฐานและขั้นรวมลมปราณใต้อาณัติของแต่ละสายธารแห่งมรรคผล แบ่งเบาความเสียหายที่ได้รับจากการปะทะของภาพลักษณ์แห่งตำแหน่งมรรคผลของกันและกัน

แน่นอนว่า วิธีแบ่งเบาความเสียหายเช่นนี้ ใช้ได้เพียงกับภาพลักษณ์แห่งตำแหน่งมรรคผลเท่านั้น

เช่นการผนึกของ

ดินบนกำแพง

หรือการเผาผลาญของ

ตะเกียงดับแสง

นอกเหนือจากนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแล้ว ไม่อาจถ่ายโอนให้ผู้ใดแทนได้

เมื่อเห็นดังนั้น สีหน้าของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินก็ยิ่งหม่นหมอง

ช่างคุ้นเคยกับวิถีการต่อสู้ระหว่างเจินจวินเพียงนี้… เป็นหงยวิ๋นจริงหรือ? ไม่…ไม่เพียงเท่านั้น เขาดูจะรู้เท่าทันวิสัยของข้าทุกประการ

นี่เองคือสิ่งที่เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินไม่อาจเข้าใจได้ เจตจำนงแห่งกระบี่ของเขาสอดคล้องกับ

ดินบนกำแพง

เป็นอย่างยิ่ง หากลงมือฉับพลัน ก็มักทำให้ผู้อื่นพลาดท่าเสียที จนพลิกขึ้นครองความได้เปรียบ ทว่าลวี่หยางกลับชัดเจนว่ามีการเตรียมตัวมาก่อน มิหนำซ้ำไม่เพียงหลบเลี่ยงกระบวนสังหารของตน หากยังตีโต้กลับได้อีกหนึ่งกระบวน

อย่างน้อย ยังดีที่ระดับบ่มเพาะของข้าสูงกว่า

เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินนั้นชินกับการพลาดท่า จึงแม้หนึ่งกระบี่ยังไร้ผลสำเร็จ ก็หาได้ท้อใจไม่

ถือครองเทียม… ท้ายที่สุด ก็หาใช่มรรคผลโอสถทองคำแท้!

ชั่วขณะนั้น แสงเรืองรองทั่วกายของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า

ความรู้สึกคุ้นเคยพลันไหลบ่าเข้าสู่จิตของลวี่หยาง คล้ายกับ

อุปสรรคแห่งญาณรู้

หาใช่สิ่งเดียวกันไม่ ทว่าเป็นความล้ำลึกในระดับเดียวกัน

ความล้ำลึกเฉพาะของ

ดินบนกำแพง

—

สร้างราชวัง!

พลันเห็นเบื้องหลังของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวิน เมฆาโขมงปั่นป่วน แล้วแยกตัวออก เผยให้เห็นพระราชวังโอ่อ่าสง่างาม งามวิจิตรตระการตาด้วยทองคำและมรกต

เมื่อทอดตามองเข้าไป เห็นเพียงประตูแดงเปิดอ้า ประดับหมุดทองแน่นขนัดดังหมู่ดาวส่องแสง ภายในลึกเร้น มีทั้งระเบียงซ้อน ทางเชื่อมวกวน หอระฆังสูงเสียดฟ้า เสาแต่ละต้นต้องหลายคนโอบ ทาด้วยรักสีชาด ลงลวดลายทองคำ พื้นปูด้วยหินหยกดำเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มันขลับจนส่องเงาคน ซ้อนชั้นขึ้นไปจนกลายเป็นบัลลังก์โอ่อ่า

เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินนั่งสง่าอยู่บนบัลลังก์นั้น

รอบด้านมีเรือนระเบียง ศาลา หอคอย และท้องพระโรงมรกต ล้วนปกป้องเขาไว้ ณ จุดศูนย์กลาง ผลักไสต้านทานพลังแปลกปลอมจากภายนอกออกไปจากพระราชวังสิ้น

ลำแสงเหาะสองสายตัดผ่านกัน ครานี้กลับเป็นลวี่หยางที่เลือดเนื้อกระจาย ร่างกายถูกเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินฟันเพียงหนึ่งกระบี่จนสูญไปกว่าครึ่ง ซัดเซอยู่กลางทะเลเมฆ

อีกฟากหนึ่ง เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินหาได้หลบหลีกไม่ ควรจะเป็นฝ่ายรับกระบี่ของลวี่หยางตรง ๆ กลับไร้รอยระคาย พลังวิชาของลวี่หยางที่ตกต้องร่างเขา เพียงพริบตาก็ถูกกลืนหายเข้าไปในหมู่พระราชวังซ้อนชั้นรอบกาย กลั่นจากใหญ่เป็นเล็ก จากเล็กเป็นว่าง สูญสลายไปสิ้น!

“คล้ายกับ

อุปสรรคแห่งญาณรู้

!”

ลวี่หยางเข้าใจในบัดดล นี่คือความล้ำลึกพื้นฐานที่สุดของความอัศจรรย์แห่งภาพลักษณ์ตำแหน่งฟ้าดิน ระดับฐานะสูงล้ำ หาใช่วิชาสามัญได้ จะดึงออกมาใช้ได้ก็เพียงอาศัยถ้ำสวรรค์เท่านั้น

“

ตะเกียงดับแสง

ก็มี… เพียงแต่ข้าใช้ไม่ได้”

นี่คือข้อจำกัดของการครอบครองตำแหน่งมรรคผลเพียงนาม เมื่อหาได้ก่อร่างถ้ำสวรรค์จริง ย่อมไม่อาจแสดงความล้ำลึกแท้จริงของมรรคผลฟ้าดินได้

ลวี่หยางหมุนเวียนพลังวิชา หล่อหลอมร่างกายขึ้นใหม่

ริมฝีปากขยับอัดลมออกมาอีกครา ก็ยังคงเป็น

ตะเกียงดับแสง

ที่ตกกระทบลงไป ทว่าผลลัพธ์กลับถูกกลืนหายไปสิ้นภายในนิมิตพระราชวังซ้อนชั้นนั้นอีกเช่นเดิม

“ไร้ประโยชน์ บีบคั้นข้าถึงเพียงนี้ วิชาเทพทั้งปวงของเจ้าล้วนใช้กับข้าไม่ได้ เจ้ามีเพียงต้องพ่ายแพ้ทางเดียว!” เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินแค่นเสียงเย็น

เสียงระเบิดดังกึกก้องอีกครา ลวี่หยางถูกเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินฟันด้วยกระบี่อีกครั้ง อีกฝ่ายหาเพียงแต่ป้องกันอำนาจภายนอกไม่ หากยังปิดผนึกกระแสพลังภายใน ซ่อนเร้นร่างไว้ในความว่างเร้นลับ ทำให้ลวี่หยางยากจะหยั่งถึง กว่าจะรู้สึกตัวก็ถูกฟันเข้าแล้ว

“กร๊อบ!”

อีกหนึ่งกระบี่ฟาดผ่าน แขนหนึ่งข้างของลวี่หยางลอยขึ้นฟ้า ก่อนจะระเบิดกลายเป็นเปลวโลหิตห่อหุ้ม บดบังเรือนร่างแท้จริงเพื่อถอยร่น แล้วเร่งหล่อหลอมร่างกายขึ้นใหม่

ทว่าเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินกลับรุกไล่ทุกย่างก้าว มิปล่อยโอกาสให้เขาได้หายใจ

“แคร้ง!”

กระบี่อีกหนึ่งเล่มฟาดลงมา ก่อให้เกิดสายโลหิตพุ่งกระจายอีกครา

แต่ต่อภาพนี้ ลวี่หยางกลับมิได้ตกใจ หากกลับยินดี มุมปากค่อย ๆ คลี่ยิ้มโค้ง ก่อนจะตะโกนเสียงก้อง “อั้งเซียว! ยังไม่รีบมาช่วยข้าอีกหรือ!”

เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวิน : “???”

อั้งเซียว : “ … ”

ขณะนั้นเอง ภายในแดนยมโลก อั้งเซียวถึงกับสบถออกมาโดยไม่อาจข่มกลั้น เพราะระหว่างที่ลวี่หยางร้องขอความช่วยเหลือ กลับดำเนินการย้อนแปร

ดินเฉิน

ไปพร้อมกัน!

นี่มันบีบให้ตนต้องลงมือ!

“ไร้ยางอาย!”

แม้จะด่ากลับไปเช่นนั้น แต่อั้งเซียวก็ไม่กล้าชะลอการกระทำแม้เพียงครึ่งลมหายใจ

ชั่ววินาทีถัดมา เดิมทีเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินที่กำลังครองความได้เปรียบ และคิดจะฉวยโอกาสไล่ต้อนให้สิ้น ก็พลันชะงักค้างอยู่กับที่ ในใจเหลือเพียงความฉงนหนึ่งเดียวว่า

“เมื่อครู่… ข้ากำลังคิดจะทำอะไรนะ?”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 446 อั้งเซียว ไร้ยางอาย!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย