เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 88 จุดเริ่มต้นของเกมป้องกันหอคอย
บทที่ 88 จุดเริ่มต้นของเกมป้องกันหอคอย
โครงกระดูกห้าร้อยโครงพุ่งเข้าหากำแพงเมืองอย่างดุเดือด แต่ร็อบบ์บอกให้ทุกคนรอบตัวเขาหยุด ทุกคนต่างคิดว่า ‘คุณพ่อต้องการออกไปต่อสู้กับโครงกระดูก 500 ตัวเพียงลำพังงั้นเหรอ?’
แท้จริงแล้วร็อบบ์สามารถจัดการกับโครงกระดูกมากกว่าห้าร้อยตัวได้อย่างง่ายดาย หรือแม้กระทั่งจำนวนห้าหมื่นตัว เขาก็จัดการได้ด้วยตัวคนเดียว ตราบใดที่เขาไปยืนอยู่ที่ศูนย์กลางของกองทัพโครงกระดูกและใช้เวทลำแสงศักดิ์สิทธิ์ซ้ำ ๆ หรือเวทมนตร์โจมตีเป็นวงกว้างขนาดใหญ่อื่น ๆ เขาคงใช้สกิลไปเพียงไม่กี่รอบเท่านั้น
แต่เขาไม่มีทางยอมทำสิ่งที่ลำบากขนาดนั้น เขาเกาคางครุ่นคิดกับตัวเองว่า ‘แน่นอนว่าเกมป้องกันหอคอยเริ่มต้นด้วยการใช้พลังโจมตีที่อ่อนแอที่สุด แต่การอัญเชิญที่ต่ำที่สุดของฉันคือทหารโครงกระดูก ถ้าฉันเรียกโครงกระดูกออกมา ต่อให้จะแค่สองสามตัวที่ออกไปต่อสู้ ชาวเมืองและเสี่ยวอี้คงจะกลัวและคิดว่าฉันเป็นพวกผู้นับถือเทพแห่งความมืดทันที ช่างเถอะ รอบนี้ฉันข้ามขั้นตอนสักหน่อยก็ได้ ถ้างั้นมันก็ควรจะเป็น…’
การอัญเชิญมักจะแปลกประหลาด ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้ผู้คนกลัวเมื่อทำเช่นนั้น แต่ยังมีการอัญเชิญบางอย่างที่คนธรรมดาสามารถยอมรับได้… นั่นคือการอัญเชิญสิ่งมีชีวิตธาตุ!
ร็อบบ์โบกมือออกไปนอกกำแพงเมือง และอัญเชิญภูตน้ำ!
ทันใดนั้นบริเวณพื้นที่โล่งเรียบนอกกำแพงเมือง จู่ ๆ ก็เกิดเป็นระลอกคลื่นทำให้ทุกคนที่เห็นฉากนี้เบิกตากว้าง
ดินแข็ง ๆ มันจะกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นแบบนั้นได้ยังไง!?
จากนั้นท่ามกลางสายตาที่ประหลาดใจของทุกคน จู่ ๆ ใจกลางของพื้นดินที่กำลังกระเพื่อมก็มีภูตน้ำกลุ่มใหญ่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน!
ไม่เพียงแต่จำนวนจะเยอะอย่างเดียว แต่ภูตน้ำแต่ละตัวนั้นตัวใหญ่มาก! ภูตน้ำกลุ่มนี้มีขนาดใหญ่กว่าภูตน้ำธรรมดาอย่างเทียบกันไม่ได้ แน่นอนว่านี่เป็นเพราะพลังของร็อบบ์สูงเกินไป และคลาสซัมมอนเนอร์ของเขาก็สูงสุดเช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าเขาจะอัญเชิญตัวอะไรออกมา มันก็จะอลังการยิ่งใหญ่ไม่ธรรมดาสุดกู่
ฉากที่เกิดอย่างกะทันหันนี้ทำให้ผู้ชมทั้งสองฝ่ายประหลาดใจ
เนโครแมนเซอร์สมองเบลอไปหมดและพูดอย่างสับสน “เกิดอะไรขึ้น? มีอาร์คเมจหรือไง? หรือมีซัมมอนเนอร์ระดับสูงอยู่ในกลุ่ม? สามารถอัญเชิญภูตน้ำกลุ่มใหญ่ขนาดนี้มาได้ยังไง!?”
ทางด้านของเมืองเวสต์วินด์ เสี่ยวอี้อ้าปากค้าง แม้แต่นักผจญภัยทั้งสามที่เริ่มชินกับร็อบบ์ที่สามารถทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ก็ยังงุนงงเช่นกัน
แน่นอนว่ากลุ่มคนที่ประหลาดใจที่สุดคือพวกชาวบ้านทั้งหลายที่เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้นองเลือด ทว่าตอนนี้พวกเขาไม่คาดคิดว่ากลุ่มภูตน้ำจะโผล่ออกมาจากผืนดิน นี่มันบ้าเกินไป!
ภูตน้ำกระโดดออกมาคั่นกลางระหว่างพวกโครงกระดูก 500 ตัวที่กำลังวิ่งเข้ามาโจมตีกับกำแพงเมือง
พวกโครงกระดูกมองไปที่กลุ่มสิ่งมีชีวิตธาตุอย่างกะทันหันด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า และเครื่องหมายคำถามแถวหนึ่งปรากฏบนหน้าผากของพวกมัน
อย่างไรก็ตาม บรรดาภูตน้ำไม่รอช้า พวกมันโบกมือที่สร้างขึ้นจากมวลธาตุน้ำอย่างรวดเร็ว จากนั้นลูกศรน้ำแข็งมากมายก็ยิงออกจากฝ่ามือของพวกมันไปยังเหล่าโครงกระดูกที่อยู่ข้างหน้า โครงกระดูกที่ถูกลูกธนูกระแทกถูกแช่แข็งกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งชิ้นใหญ่ทันที
พวกโครงกระดูกคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวก่อนจะสะบัดดาบของพวกมันพุ่งเข้าหาพวกภูตน้ำ
พวกภูตน้ำไม่คิดจะพูดพร่ำทำเพลงอะไรอยู่แล้ว พวกมันโบกมือรัว ๆ ๆ ลูกศรน้ำแข็ง! ลูกศรน้ำแข็ง! แหวนน้ำแข็ง! ลูกศรน้ำแข็ง! ลูกศรน้ำแข็ง! แหวนน้ำแข็ง!
ลูกศรน้ำแข็งบินไปทั่วสนามรบผสมกับวงแหวนน้ำแข็งที่ปะทุขึ้นบ้างเป็นบางจังหวะเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้
และหลังจากนั้นไม่นานการต่อสู้ก็สิ้นสุดลง
การโจมตีระลอกแรกของกองทัพโครงกระดูกถูกบดขยี้โดยลูกศรน้ำแข็ง!
มีเพียงกลุ่มภูตน้ำเท่านั้นที่ยืนอยู่ในสนามรบด้วยท่าทางแกว่งไปมา
การโจมตีระลอกแรกของเนโครแมนเซอร์ล้มเหลวอย่างน่าอนาถ
ร็อบบ์ถอนหายใจ “นี่ไม่สนุกเลย ไม่มีความท้าทายเลย มันจะน่าสนใจมากกว่านี้ถ้าฉันเรียกกลุ่มโครงกระดูกออกไปต่อสู้กับพวกมันก่อน ส่วนที่ดีที่สุดของเกมป้องกันหอคอยคือการรับมืออันตรายที่เข้ามา ‘อย่างฉิวเฉียด’ ไม่ใช่เคลียร์มอนสเตอร์ได้ง่าย ๆ แบบนี้…”
เนโครแมนเซอร์พูดอย่างโกรธเคืองว่า “ซัมมอนเนอร์ไม่ควรมีพลังเวทเหลือแล้ว! ทีมที่สองโจมตี!”
โครงกระดูกกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งรีบวิ่งออกไป คราวนี้โครงกระดูกที่วิ่งออกมามีพวกนักรบโครงกระดูกที่ใส่เกราะหนัก สุนัขโครงกระดูก เสือโครงกระดูก ยักษ์โครงกระดูก และสัตว์ประหลาดอื่น ๆ ผสมอยู่ด้วย
เนโครแมนเซอร์ผู้นี้ไม่เพียงแต่เอาโครงกระดูกหลายพันโครงจากหมายเลข 32 ที่ตายไปแล้วมาใช้งาน แต่ยังมีกระดูกของสัตว์ประหลาดจำนวนมากในป่า ความสามารถในการต่อสู้ของสัตว์ประหลาดเหล่านี้ดีกว่าโครงกระดูกธรรมดา แต่จำนวนของมันค่อนข้างน้อย
ทว่าสัตว์ประหลาดโครงกระดูกสามารถผสานการต่อสู้ได้ดีมากกับทหารโครงกระดูกเกราะหนัก
เมื่อภูตน้ำยิงลูกศรน้ำแข็ง ทหารโครงกระดูกก็ยกโล่ปิดกั้น แม้น้ำแข็งก่อตัวขึ้น ทหารโครงกระดูกก็ยังสบายดี จากนั้นมันก็กลิ้งไปบนพื้นพุ่งเข้าถึงเท้าของภูตน้ำก่อนจะใช้มีดแทง
อย่างไรก็ตาม ร่างกายของภูตน้ำคือน้ำ ดังนั้นการโจมตีด้วยของมีคมจึงไร้ผลโดยสิ้นเชิง และฉากต่อมาคือภูตน้ำตัวยักษ์โบกมือตบนักรบโครงกระดูกจนกระดูกกระจาย แต่นักรบโครงกระดูกก็ไม่ตายเช่นกัน หลังจากถูกตบ กระดูกของมันก็รวมเข้าด้วยกันอีกครั้ง มันยังสวมชุดเกราะของมันและยังคงต่อสู้กับภูตน้ำต่อไป
ร็อบบ์ปรบมือและเอ่ยคำอุทานอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาว่า “ว้าว! การโจมตีระลอกสองเริ่มน่าสนใจแล้ว! การป้องกันภูตน้ำของฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้ว”
“นี่คุณยังหัวเราะอยู่อีกได้ไง? คิดหาวิธีอื่นสิ!” เสี่ยวอี้ตะโกน “แล้วนี่มันถึงเวลาที่เราจะออกไปต่อสู้แล้วหรือยัง!”
“อย่าตกใจ! ภูตน้ำไม่ใช่สิ่งเดียวที่ฉันมี”
จากนั้นเขาก็โบกมืออีกครั้ง ทันใดนั้นที่นอกกำแพงเมืองก็ดูเหมือนจะกลายเป็นทะเลเพลิง และภูตไฟกลุ่มใหญ่ก็กระโดดออกมาจากกองไฟ
ทุกคนได้แต่นิ่งงัน
“น…นี่คุณเรียกสิ่งนี้ได้ด้วยเหรอ!?”
“พระเจ้า! นักบวชคนนี้มันยังไงกัน!”
ภูตไฟโบกแขนรัว
ลูกไฟ! ลูกไฟ! กำแพงไฟ! ลูกไฟ! ลูกไฟ! กำแพงไฟ!
ลูกไฟทุกลูกรุนแรงไม่ต่างจากระเบิด เมื่อมันปะทะเข้ากับร่างของทหารโครงกระดูก มันระเบิดและเผาไหม้กระดูกอย่างรุนแรง แม้จะไม่ตายในทันทีทว่าทหารโครงกระดูกก็กลิ้งลงบนพื้นอย่างสิ้นหวังเพื่อดับไฟ แต่มันคือเปลวไฟจากเวทมนตร์แห่งไฟ มันจะดับได้ง่าย ๆ ซะที่ไหน?
หลังจากนั้นไม่นาน โครงกระดูกที่ถูกลูกไฟคลอกก็ถูกเผาเป็นกองขี้เถ้า
ทหารโครงกระดูกหลายตัวเริ่มรู้สึกกดดัน ลูกธนูน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่จากด้านหน้า จากนั้นลูกไฟก็พุ่งเข้าใส่จากด้านหลัง แม้ว่าทหารโครงกระดูกจะเคยเป็นนักสู้ที่ดีตอนยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่สามารถต่อสู้กับศัตรูที่น่าเกรงขามเช่นนี้ได้
ไม่นานการโจมตีระลอกสองของเนโครแมนเซอร์ก็ล้มเหลว
เนโครแมนเซอร์แสดงสีหน้าเหม่อลอยคล้ายกับมีคำว่า ‘สูญเสีย’ ตัวใหญ่เขียนอยู่บนหน้าของเขา ในขณะที่ชาวเมืองเมืองเวสต์วินด์ที่เพิ่งกังวลเกี่ยวกับจุดจบของโลกต่างก็นั่งอยู่บนกำแพงเมือง พวกเขาวางอาวุธลงและยิ้มออกมาเมื่อมองดูสนามรบ