เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 82 ร็อบบ์ผู้มีหัวใจดั่งเหล็ก
บทที่ 82 ร็อบบ์ผู้มีหัวใจดั่งเหล็ก
ร็อบบ์เกลียดปัญหา เขาก็แค่อยากอยู่เงียบ ๆ อยากจะขี้เกียจไปวัน ๆ แต่ความเป็นจริงนั้นกลับสวนทาง…
เขาได้แต่ตำหนิตัวเองที่ดันเลือกมาเป็นนักบวช แม้ว่าเขาจะมีความสุขที่ได้เป็นคุณพ่อของทุกคน แต่เขาก็ไม่ชอบที่ลูก ๆ ของเขาเดือดร้อนหรอกนะ!
ตอนนี้ผู้ลี้ภัยมากกว่าสามร้อยคนมารวมตัวกันที่นอกโบสถ์และมองร็อบบ์อย่างวิงวอน มีสองสามคนที่คุกเข่าอยู่นอกลานโบสถ์พลางกล่าวว่า “บัลเดอร์ โอ้เทพเจ้าแห่งแสงผู้ใจกว้าง คุณพ่อผู้ทรงเมตตา โปรดช่วยเราด้วย”
ร็อบบ์เห็นแล้วก็ไม่รู้จะพูดอะไร…
อย่างไรก็ตาม เสี่ยวอี้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เธออนุญาตให้ผู้ลี้ภัยเข้ามาทันที และให้พวกเขาเข้าไปในห้องโถงเพื่อพักผ่อน แต่ห้องโถงของโบสถ์ในเมืองเล็ก ๆ แบบนี้จะรองรับผู้คนได้มากกว่า 300 คนได้อย่างไร?
ท้ายที่สุด จึงมีแค่หญิงชราและผู้อ่อนแอเท่านั้นที่สามารถเข้าไปในห้องโถงได้ ส่วนผู้ชายนั้นอยู่ในสนามแถมยังนั่งกับพื้น
บรรยากาศช่างชวนหดหู่และหนักอึ้ง
นายกเทศมนตรีของเมืองเบิร์ชเดินมาหาร็อบบ์ และทักทายอย่างสุภาพ “โอ้ คุณพ่อที่รัก เราทำให้คุณเดือดร้อนแล้ว”
ร็อบบ์รู้สึกหดหู่ใจ แต่ยังคงรักษามารยาทไว้ “ไม่หรอก ไม่เป็นอะไรเลย!”
“ชาวเมืองถูกไล่ล่าจากโครงกระดูก พวกเราเหนื่อยกันมากเพราะมัวแต่หนี โปรดให้เราพักผ่อนที่นี่สักวัน พรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางไปยังไบรต์โร้ด”
ร็อบบ์พยักหน้า “ได้เลย!”
เสี่ยวอี้ถามขึ้นว่า “พวกคุณมีอาหารไหม”
นายกเทศมนตรีเมืองเบิร์ชส่ายหัว “กว่าเราจะรู้ตัวว่าศัตรูอยู่ใกล้ กองทัพโครงกระดูกก็โจมตีเราแล้ว เราไม่มีเวลาเตรียมตัวเลย ชาวเมืองส่วนใหญ่วิ่งออกจากบ้านโดยไม่มีเวลาเก็บของ จากนั้นเราก็ถูกไล่ล่ามาตลอดทาง เราอพยพมาหลายวันแล้ว หลายคนดื่มน้ำเพียงไม่กี่อึกและยังไม่ได้กินอะไรเลย”
เมื่อได้ยินคำถามของเสี่ยวอี้เช่นนี้ ร็อบบ์ก็สาปแช่งในใจอย่างสิ้นหวังว่า ‘พระเจ้า!!! คุณไม่ใช่พระแม่มารี คุณไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้! ถ้าขืนต้องหาอาหารและน้ำให้คนเหล่านี้ด้วย ฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปขี้เกียจกันล่ะแม่คุณ!?’
หลังจากบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็รู้สึกว่าหัวใจของเขาช่างแข็งกระด้างดั่งเหล็ก เขาสามารถเพิกเฉยต่อคำอธิษฐานของผู้ลี้ภัยได้อย่างสมบูรณ์
เด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งเริ่มร้องไห้ “แม่ หนูหิว…”
แม่ของเธอทำได้เพียงลูบศีรษะของเด็กน้อยและพูดอย่างขมขื่นว่า “ตอนนี้แม่ยังไม่มีอาหารให้…อดทนไปก่อนนะลูก… หลังจากพวกโครงกระดูกข้างนอกหายไป แม่จะเข้าไปในป่าแล้วขุดผักป่ามาให้ลูกกิน”
อย่างไรก็ตาม เด็กหญิงตัวน้อยยังเด็กเกินไปที่จะมีเหตุผล และแม้ว่าแม่ของเธอจะพยายามเอาใจเธอแล้ว แต่เธอก็ยังคงร้องไห้เสียงดัง
ร็อบบ์ผู้มีหัวใจดั่งเหล็กจึงได้แต่ถอนหายใจ
“ลิลเลียน! ไปเอาอาหารทั้งหมดออกจากโกดังโบสถ์ แล้วปรุงสตูว์หม้อใหญ่มาให้ผู้ลี้ภัยทุกคน!”
ลิลเลียนพูดอย่างงุนงงว่า “นายท่าน แม้ว่าเราจะมีอาหารมากมายในโกดัง แต่ถ้าเราเลี้ยงคนจำนวนมากแบบนี้ เราเองจะไม่มีอะไรกินสำหรับวันพรุ่งนี้ และตอนนี้อาหารในเมืองจะหาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ นะนายท่าน”
“เด็กโง่!” ร็อบบ์ดีดหน้าผากสาวใช้ของตัวเอง “ทิ้งมันฝรั่งไว้ แล้วฉันจะปลูกมันทีหลัง”
ลิลเลียนเข้าใจได้ในทันที “โอ้ ถูกต้อง! เรามีพรของพระผู้เป็นเจ้าแห่งแสง ฮ่าฮ่า ใช่แล้ว!”
จากนั้นเธอก็วิ่งเข้าไปในโกดังอย่างมีความสุขและทิ้งถุงมันฝรั่งไว้ ก่อนจะหยิบอาหารสำรองที่เหลือในโบสถ์ออกมาตั้งหม้อใบใหญ่ในสนามและปรุงสตูว์แบบจัดหนักจัดเต็ม!
ลิลเลียนทำสตูว์ได้เก่งกาจ หลังจากนั้นไม่นาน กลิ่นของ ‘ความอร่อย’ ก็ลอยฟุ้งไปในอากาศ
ทันทีที่ผู้ลี้ภัยได้กลิ่นหอม พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย และเด็กหญิงตัวน้อยที่ร้องไห้ก็หยุดร้องไห้ทันที เธอเบิกตากว้างและมองไปที่หม้อในสนามอย่างมีความหวัง
แต่ร็อบบ์ที่นอนขี้เกียจอยู่บนเก้าอี้กลับผุดตัวลุกขึ้นมาพลางปิดจมูกและตะโกนว่า “เอามันไปแจกจ่ายให้เร็วเลย! เร็วเข้า ฉันทนไม่ไหวแล้ว”
นายกเทศมนตรีเมืองเบิร์ชอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ท่านนักบวชช่างใจกว้างและเสียสละเหลือเกิน แม้ว่าเขาจะอยากกินมากจนจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ปิดปากปิดจมูกและเดินออกไปทันที แม้แทบจะทนความหิวไม่ได้ แต่ยังขอให้สาวใช้รีบให้อาหารแก่เราโดยเร็วที่สุด ช่างเสียสละเหลือเกิน เราจะหานักบวชที่ดีแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก?”
เสี่ยวอี้พูดกับตัวเองว่า “ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบที่คุณคิดกันนะ”
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือไม่มีใครอยู่ในอารมณ์ที่จะจับผิด
ลิลเลียนเรียกผู้ลี้ภัยมาและมอบชามให้พวกเขาแต่มันก็มีจำนวนไม่พอ บางคนก็นำชามมาเองด้วย แต่บางคนก็ไม่ได้นำอะไรมาเลย ดังนั้นพวกเขาจึงต้องกางใบไม้ใบใหญ่บนมือของพวกเขา
ผู้ที่ใช้ใบไม้แทนชามต้องฝืนทนร้อนที่มือเพราะสตูว์ร้อน ๆ แต่ก็ไม่ต้องการที่จะให้อาหารหกลงพื้นแต่อย่างใด
‘หัวใจดั่งเหล็ก’ ของร็อบบ์เริ่มเจ็บปวดอีกครั้ง เขาถอนหายใจและบ่นออกมาว่า “แม่งเอ๊ย! ทำไมฉันต้องมาเห็นภาพนี้ด้วยเนี่ย? นี่มันเป็นการโจมตีคติพจน์ในใจของฉันชัด ๆ แม้ว่าคติพจน์ของฉันจะไม่มีทางพังทลาย แต่มันจะอ่อนลงถ้าฉันถูกโจมตีไม่หยุดด้วยภาพแบบนี้ บ้าจริง! แล้วกว่าคนพวกนี้จะไปที่ไบรต์โร้ดก็ตั้งวันพรุ่งนี้แน่ะ ฉันต้องทนกับมันอีกตั้งข้ามวัน!”
ขณะที่กำลังสาปแช่งในใจ ร็อบบ์ก็เห็นนักผจญภัยสามคนวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ทันทีที่พวกเขาเห็นร็อบบ์และเสี่ยวอี้ พวกเขาก็ตะโกนว่า “คุณร็อบบ์! เรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว!”
ร็อบบ์พูดอย่างโกรธ ๆ ว่า “อะไรอีกล่ะ?”
กอร์ดารีบเล่าว่า “เราพาชาวเมืองมากกว่า 100 คนออกไปเมื่อคืนนี้ตั้งใจจะอพยพพวกเขาไปยังไบรต์โร้ด แต่ระหว่างทางเราพบว่าหมู่บ้านหนานลี่ทางตะวันออกเฉียงใต้ถูกยึดครองจากกองทัพโครงกระดูก มันเป็นกองทัพขนาดใหญ่มาก! และยังมีพวกโครงกระดูกระดับสูง อย่างเช่นมังกรโครงกระดูก! เราไม่มีทางที่จะหนีไปทางทิศใต้ได้เลย เราก็เลยต้องพาชาวเมืองวกกลับมาที่นี่”
หมู่บ้านหนานลี่เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ระหว่างเมืองเวสต์วินด์และไบรต์โร้ด และมีประชากรเพียง 100 คนเท่านั้น หมู่บ้านนี้มีขนาดเล็กมากจนไม่ได้ทำเครื่องหมายบนแผนที่ แต่ที่ตั้งของหมู่บ้านนี้มีความสำคัญมาก เพราะมันเป็นเส้นทางผ่านเดียวที่จะไปไบรต์โร้ดได้จากเมืองเวสต์วินด์
สีหน้าของเสี่ยวอี้มืดมนลงทันที “ก็คือตอนนี้ศัตรูตัดการเชื่อมต่อเส้นทางระหว่างไบรต์โร้ดกับหมู่บ้านและเมืองต่าง ๆ ที่ชายแดนตะวันตก ตอนนี้เมืองเวสต์วินด์ได้อยู่ในวงล้อมโดยสมบูรณ์แล้ว?”
กอร์ดาพยักหน้าหงึก ๆ
ส่วนสีหน้าของนายกเทศมนตรีเมืองเบิร์ชพลันเปลี่ยนไปอย่างมาก “ถ้าอย่างนั้น… เราควรทำยังไงดี?”
“พวกคุณออกไปไหนไม่ได้แล้วล่ะ” นายกเทศมนตรีเมืองเวสต์วินด์ออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้และพูดด้วยใบหน้าขมขื่น “อยู่ในเมืองเวสต์วินด์เถอะ และเตรียมพร้อมที่จะปกป้องเมืองกับเรา”
ร็อบบ์ถอนหายใจและเงยหน้าขึ้นมองฟ้า
“ชีวิตอันแสนขี้เกียจของฉันกำลังห่างไกลจากฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ วันที่สงบสุขเมื่อวานนี้จะกลายเป็นสงครามในวันพรุ่งนี้ ถ้าสงครามเริ่มต้นขึ้น ฉันจะไม่สามารถขายถุงน่อง พริกไทย และโคคาโคล่าได้เลย!”
“อย่าตื่นตระหนกไปเลยนะทุกคน” เสี่ยวอี้ยืนและตะโกนว่า “ในเมื่อตอนนี้เราหนีไปไหนไม่ได้แล้ว ดังนั้นวิธีการเอาตัวรอดเดียวที่เหลืออยู่คือการป้องกันเมืองเวสต์วินด์ เราต้องเชื่อว่าทหารม้าสิงโตขาวย่อมสามารถเอาชนะโครงกระดูกได้ และไบรต์โร้ดจะไม่เป็นอะไร ตราบใดที่เราปกป้องเมืองได้นานมากพอ กำลังเสริมจากไบรต์โร้ดจะต้องมาช่วยเราทันเวลาแน่นอน”