เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 73 ฉันก็แค่อยากกินขนมหวาน
บทที่ 73 ฉันก็แค่อยากกินขนมหวาน
น้ำผึ้งเป็นสิ่งที่หาได้ยากเป็นอย่างยิ่งในยุคนี้ เพราะชาวตะวันตกขาดเทคโนโลยีในการผลิตน้ำตาล ดังนั้นวิธีเดียวที่จะได้รับรสชาติของความหวานนั่นก็คือการกินน้ำผึ้ง
ขุนนางหลายคนต่อสู้กันกันเพื่อแย่งชิงน้ำผึ้ง อีกทั้งในคริสตจักรยังมีเพลงที่ชื่อว่า “Where the Milk and Honey Flow” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าน้ำผึ้งเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ต่างก็ปรารถนา
เชอริลยื่นรังผึ้งให้ร็อบบ์แล้วพูดว่า “ขอมอบให้คุณนะ แม้ว่ามันจะมีค่าเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่คุณให้เรา แต่ฉันเห็นว่าคุณช่างเอาใจใส่กับการกินซะเหลือเกิน เพราะงั้นคุณสามารถใช้สิ่งนี้ในการทำขนมปังหวานได้”
แน่นอนว่าร็อบบ์ชอบมันมาก หลังจากที่เขามาที่โลกนี้มานานกว่าหนึ่งเดือน เขาแทบจะไม่ได้กินอะไรที่ ‘หวาน’ เลย
โลกที่เขามาอยู่นี้ขาดเทคโนโลยีการทำน้ำตาล ดังนั้นอาหารการกินของนี่ที่จึงไม่มีส่วนประกอบของน้ำตาลและคาราเมล
ร็อบบ์รับรังผึ้งมาด้วยรอยยิ้มและกล่าวขอบคุณอีกฝ่าย ก่อนจะหันไปบอกสาวใช้ของเขาว่า “ลิลเลียน เอาสิ่งนี้ไปเก็บ คืนนี้ฉันจะเอาไว้ทำขนมปังหวาน”
พ่อค้าคนแคระเผลอกลืนน้ำลายอย่างหนักและพูดว่า “คุณร็อบ คุณยินดีที่จะขายรังผึ้งนี้ไหม? ฉันให้ราคาสูงมากเลยนะ”
“แน่นอนว่ามันไม่ได้มีไว้สำหรับขาย เงินไม่สำคัญเท่ากับการกิน!” ร็อบบ์ตอบกลับทันที
พ่อค้าคนแคระถึงกับเผยสีหน้าเศร้าสร้อย
แม้แต่โปโบซึ่งเชี่ยวชาญด้านสินค้าระดับไฮเอนด์ก็สนใจรังผึ้งนี้เป็นอย่างมาก และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คราวนี้ที่ฉันกลับมาเป็นเพราะได้ยินมาว่าคุณร็อบบ์ได้ทำสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อย่างเช่นน้ำประปา โคคาโคล่า และยังปลูกพริกไทยได้ในชั่วข้ามคืน แล้วก็ยังมีถุงน่องแปลก ๆ พวกนี้อีก อาจมีวิธีที่ทำให้คุณร็อบบ์ผลิตน้ำผึ้งในปริมาณมากก็ได้นะ”
พ่อค้าคนแคระรู้สึกมีความหวังขึ้นมาทันที “ถูกต้อง! คุณร็อบบ์ คุณทำน้ำผึ้งได้ไหม?”
“ไม่ใช่แล้ว!” ร็อบบ์ปฏิเสธ “ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเลี้ยงผึ้งยังไง”
พ่อค้าคนแคระกล่าวด้วยความเสียใจอย่างยิ่งว่า “โธ่! ฉันอุตส่าห์มีความหวังแล้วเชียว”
การสนทนานี้ทำให้ร็อบบ์คิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับปัญหานี้
หนึ่งเดือนแล้วที่เขามาที่โลกนี้และเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นสิ่งที่ให้รสหวาน เพราะที่ผ่านมาเขาได้กินแต่ขนมปังจืดชืดซึ่งมันกลืนลงท้องได้ยากสุด ๆ เขาจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้!
“ฉันต้องแก้ไขปัญหาเรื่องการหารสหวาน เพราะฉันอยากกินขนม!”
“ใช่ ใช่ ใช่!” พ่อค้าสองคนและนักผจญภัยอีกสามคนพยักหน้าทันที “การใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีขนมนั้นแย่มาก”
ร็อบบ์พยายามคิดหาวิธีที่จะได้น้ำตาลมาเป็นรสหวาน ที่นี่ไม่มีอ้อย อีกทั้งเขาก็ไม่สามารถทำมาร์แมลโลว์ได้อยู่แล้วเพราะจำเป็นต้องใช้ข้าวเหนียวในการทำแป้งมาร์ชแมลโลว์ และข้าวเหนียวก็ไม่สามารถปลูกได้ในประเทศแถบตะวันตกเช่นนี้
ดังนั้นวิธีเดียวที่จะได้รับน้ำตาลก็คือ…บีตรูต!
ร็อบบ์รู้ทักษะในการทำน้ำตาลจากบีตรูต
เขานึกภาพของไอเท็ม ‘บีตรูต’ ในเกม ก่อนจะหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาแล้ววาดลงบนพื้น “ลองดูกันหน่อย พวกคุณรู้จักพืชชนิดนี้ไหม?”
โปโบเผยสีหน้าเสียใจ “ขอโทษนะ ฉันไม่รู้เรื่องพืชผลอะไรมากนัก”
พ่อค้าคนแคระก็ดูสับสน ชัดเจนว่าเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน
ส่วนนักผจญภัยทั้งสามคนนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพืชผลหรอก
ทว่าลิลเลียนกระโดดมาจากด้านข้างและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “นายท่าน ฉันรู้จักพืชชนิดนี้ มันเรียกว่าบีตรูต บางคนในหมู่บ้านของฉันเรียกมันว่าแครอทสีแดง”
ร็อบบ์ถึงกับยิ้มด้วยความดีใจ “ลิลเลียนของฉันเป็นคนที่ฉลาดและมีประโยชน์ที่สุด! ว่าแต่ ฉันจะหาสิ่งนี้ได้ที่ไหน?”
ลิลเลียนตอบว่า “ในบ้านเกิดของฉันที่สโตนแคนยอน มีคนปลูกผักชนิดนี้อยู่บ้าง คุณสามารถปรุงซุปหวานได้ถ้าคุณเอามันมาต้ม”
“ดีมาก! ลิลเลียน ไปเอาผ้าขาวมา ฉันจะออกภารกิจใหม่ไว้ที่กระดานภารกิจ! ฉันจะจ่ายห้าเหรียญทองให้กับใครก็ตามที่สามารถไปที่สโตนแคนยอนและนำถุงเมล็ดบีตรูตมาให้ฉัน!”
“ห้าเหรียญทอง?” แม้แต่ โปโบพ่อค้าระดับไฮเอนด์ก็อดไม่ได้ที่จะเหงื่อตก “คุณร็อบบ์ คุณเสนอราคาเท่ากับทาสเพียงเพื่อถุงเมล็ดพืชเนี่ยนะ?”
“แล้วมันเป็นปัญหาตรงไหน?” ร็อบบ์ผายมือออกและพูดว่า “การมอบภารกิจมันต้องเป็นการจ่ายเงินหนัก ๆ เพื่อให้ทุกคนมีความสุขสิ ฉันเกลียดภารกิจที่จ่ายน้อยมาก ๆ แต่กลับลำบากแสนเข็ญ ราวกับต้องการให้ภารกิจเหล่านั้นเป็นแค่การกลั่นแกล้งมนุษย์ บ้าฉิบ! แค่นึกถึงก็รู้สึกอึดอัดทุกครั้งกับไอ้พวกเครื่องหมายอัศเจรีย์บนหัวของพวก NPC!”
ยิ่งเขาพูดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น เขาชี้นิ้วขึ้นฟ้าและตะโกนว่า “อย่ามอบภารกิจยาก ๆ แล้วตอบแทนกันด้วยรางวัลกระจอก ๆ สิวะ มันน่าขยะแขยงนะโว้ย! ฉันอยากจะเอาดาบฟันไอ้พวกนักพัฒนาเกมพวกนั้นให้ตายจริง ๆ!”
คนอื่น ๆ ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดสักนิด แต่พวกเขารู้เพียงว่านักบวชคนนี้ดูเหมือนคงจะถูกใครบางคนโกงมาทำให้ถึงกับเดือดดาลเป็นอย่างมาก
กอร์ดายิ้มและหยุดลิลเลียนไว้ไม่ให้เอาผ้าขาวไปเขียนภารกิจ “คุณร็อบบ์ อย่ารบกวนใครอีกเลย สำหรับงานนี้มีนักผจญภัยที่มีประสบการณ์สามคนอยู่ที่นี่แล้ว เราจะไปที่สโตนแคนยอนและรับเมล็ดบีตรูตกลับมาโดยเร็วที่สุด”
“โอ้ พวกคุณจะไปเองเหรอ? งั้นก็เยี่ยมไปเลย!”
นักผจญภัยทั้งสามเก็บกระเป๋าและบอกลาร็อบบ์ ก่อนจะออกเดินทางไปยังสโตนแคนยอนที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ
เมืองเวสต์วินด์อยู่ไม่ไกลจากสโตนแคนยอน ใช้เวลาสองสามวันในการเดินไปตามถนนก็ถึงที่หมายแล้ว แม้ว่าจะมีสัตว์ประหลาดเป็นครั้งคราวตามท้องถนน แต่พวกมันก็ไม่ได้ทรงพลัง ด้วยความสามารถของนักผจญภัยทั้งสามคนจึงไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับภารกิจนี้
โปโบกล่าวคำอำลากับร็อบบ์เช่นกัน “ฉันจะออกไปดูหมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงเพื่อซื้อทาสมาให้คุณ แล้วจากนั้นจะไปที่ไบรต์โร้ดและเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์เพื่อขายอุปกรณ์ที่คุณขายให้ฉันในครั้งนี้”
ส่วนพ่อค้าคนแคระก็ยิ้มและพูดว่า “ขอบคุณนะคุณร็อบบ์ คราวที่แล้วฉันทำเงินได้มากมายจากพริกไทยของคุณ และโคคาโคล่าก็ดูจะทำเงินให้ฉันได้เป็นกอบเป็นกำ”
ร็อบบ์ยิ้มและบอกลาพวกเขาทีละคน โดยเฉพาะกับพ่อค้าสองคน “ทำงานหนักเพื่อหาเงินน่ะดีแล้ว โอเค๊!”
ทันทีที่ทุกคนจากไป นายกเทศมนตรีหน้าเหลี่ยมก็กลับมาที่นี่อีกครั้ง
และทันทีที่เขาเห็นร็อบบ์ เขาก็ยิ้มและพูดว่า “คุณพ่อ คนยากจนในหมู่บ้านของเราที่ไม่สามารถสร้างหอคอยน้ำได้เพิ่งมารวมตัวกันเพื่อเสนอแผนบางอย่าง ว่ากันว่าแต่ละครอบครัวจะให้เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ และรวมกำลังกันทุกคนเพื่อสร้างหอเก็บน้ำขนาดใหญ่กลางหมู่บ้าน จะได้เป็นการจ่ายน้ำให้กับชาวเมืองทุกคน ฉันก็เลยมาหาคุณเพื่อขอคำแนะนำ หรือว่าคุณอยากจะเข้าร่วมกับพวกเราด้วยไหม?”