เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 64 เข้าสู่ช่วงการจับแมงมุมกินคน
บทที่ 64 เข้าสู่ช่วงการจับแมงมุมกินคน
“ไอ้เวรรร!!!” ร็อบบ์คำราม “ไอ้สารเลว แกไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม!!!”
เชอริลพูดอย่างหยอกล้อว่า “คุณร็อบบ์ โครงกระดูกพวกนั้นมันตายอยู่แล้วนะ”
ร็อบบ์ “…”
เขาไม่มีเวลาเล่นหรือโต้เถียงกับเชอริล เขาเหลือบมองไปที่ภูเขาและเห็นว่ายังมีแมงมุมสี่ตัววิ่งหนีจากเวทแอ่งมรณะที่ไล่ตามพวกมันและพร้อมที่จะกลืนกินพวกมัน แมงมุมเหล่านี้กระโดดข้ามโครงกระดูกไปนับไม่ถ้วน
ร็อบบ์เห็นว่าแมงมุมกำลังต่อสู้เพื่อชีวิตของพวกมันอย่างหนักเพียงใด มันน่าเศร้าจนอยากจะร้องไห้จริง ๆ
“แมงมุมตัวน้อยอย่ากลัวเลย พี่ชายคนนี้กำลังมาช่วยแล้ว”
ร็อบบ์รีบออกจากเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์ด้วยเสียงคำราม เขาตรงไปยังแมงมุมตัวที่ใกล้ที่สุด
การกระทำนี้ทำให้บารอน เสี่ยวอี้ และทหารกว่าร้อยคนตกใจ มีเพียงนักผจญภัยสามคนเท่านั้นที่สงบ โดยเฉพาะเชอริลซึ่งรู้อยู่แล้วว่าร็อบบ์แข็งแกร่งจนไม่อาจหยั่งรู้ได้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลเกี่ยวกับเขา
เสี่ยวอี้ตะโกนว่า “คุณพ่อกลับมาเร็ว หากไม่มีการปกป้องเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์ มันจะอันตรายเกินไป”
บารอนยังร้องตะโกนว่า “คุณพ่อ คุณกำลังทำอะไรอยู่!?”
ร็อบบ์พูดโดยไม่หันหลังกลับไปว่า “เดี๋ยวฉันกลับมา!” โครงกระดูกสองโครงได้โจมตีเขาด้วยมีดของพวกมัน ร็อบบ์ไม่มีอาวุธในมือ แต่เขาแค่เอื้อมมือออกไปและผลักพวกมันเบา ๆ ซึ่งโครงกระดูกทั้งสองปลิวถอยไปอย่างแรง จนกระแทกกับโครงกระดูกอีกจำนวนมากที่ยืนอยู่หลังพวกมัน
ทักษะการเคลื่อนไหวของเขาควบคู่ไปกับความเร็วในการเคลื่อนที่โบนัส 50% ของเซ็ตชุดเกราะส่งผลให้ความเร็วของร็อบบ์น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง ในขณะที่เขาพุ่งทะลวงกลุ่มโครงกระดูกจนแหลกเละเป็นทาง เขาผลักโครงกระดูกทั้งหมดออกไปหรือไม่ก็ทำลายพวกมันด้วยหมัด
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ร็อบบ์ก็ไปถึงด้านหน้าของแมงมุมกินคน เขาวางมือรอบคอของมันและชูมันขึ้นด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขบนใบหน้า
ทหารโครงกระดูกที่ทรงพลังในชุดเกราะและหมวกเกราะกระโดดจากด้านหลัง มันฟันเข้าที่หลังของร็อบบ์ด้วยดาบ
ร็อบบ์จับแมงมุมไว้ในมือซ้ายและชกทหารโครงกระดูกด้วยมือขวา มันระเบิดกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยทันที จากนั้นเขาก็วิ่งไปหาแมงมุมอีกตัวหนึ่ง ยื่นมือขวาของเขาออกมาเพื่อจับมัน ตอนนี้เขากำลังจับแมงมุมตัวใหญ่ในมือแต่ละข้างของเขา
หัวแมงมุมกินคนนั้นใหญ่พอ ๆ กับหัวมนุษย์ และมีร่างกายขนาดราวครึ่งหนึ่งของคนทั่วไป ทุกคนเห็นแมงมุมสองตัวในมือของเขา พวกมันยังคงดิ้นรน ทุกคนที่เห็นพร้อมใจกันอ้าปากกว้างจนกรามแทบค้าง
ร็อบบ์ดีใจมาก เขาวิ่งกลับไปที่เขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์และยื่นแมงมุมตัวใหญ่สองตัวให้กอร์ดาและจีค “จับมันไว้ให้ฉัน! ระวังอย่าให้มันตาย!”
กอร์ดาและจีครับแมงมุมมา เชอริลที่อยู่ใกล้เคียงก็เอาถุงใหญ่สองใบออกมาแล้วยัดแมงมุมทั้งสองใส่แยกถุงตัวละใบ พวกเขาเป็นนักผจญภัยที่มีประสบการณ์จึงรู้ว่าสิ่งมีชีวิตร้ายกาจพวกนี้ไม่สามารถใส่ในถุงใบเดียวกันได้เพราะพวกมันอาจกัดกัน
จากนั้นร็อบบ์ก็วิ่งออกไปอีกครั้งในพริบตา
บารอนแสดงสีหน้าโง่งมและพูดว่า “คุณพ่อ จะออกไปข้างนอกอีกทำไม?”
เสี่ยวอี้กล่าวว่า “เวทแอ่งมรณะกำลังจะมาถึงเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์…”
ร็อบบ์ไปจับแมงมุมอีกครั้ง แต่เวทแอ่งมรณะอยู่ใกล้กับเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์มาก ยังเหลืออีก 2 ตัวที่อยู่ใกล้ ๆ กับเขตแดนเวทมนตร์
สติปัญญาของพวกมันไม่มากพอที่จะรับรู้ว่าการข้ามเข้ามาในเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์พวกมันจะถูกกำจัดออกไปทันที
ทว่าร็อบบ์ไวกว่ามาก ก่อนที่พวกมันจะชนกับข่ายเวทมนตร์ เขาได้จับคอของพวกมันและคว้าแมงมุมทั้งสองขึ้นมา จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและหัวเราะร่า “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ผ้าไหมสีดำ ผ้าไหมสีขาว! ทีนี้ฉันก็กลับได้แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“คุณพ่ออย่าประมาท!”
“คุณพ่อรีบกลับมาที่เขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์!”
บารอนและเสี่ยวอี้อุทานพร้อมกัน
ปรากฏว่าขณะที่ร็อบบ์จับแมงมุมสองตัวสุดท้ายได้สำเร็จ เวทแอ่งมรณะได้แพร่กระจายมาถึงขอบของเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์ และทุกคนก็พร้อมที่จะดู ‘การปะทะกัน’ ระหว่างเวทแอ่งมรณะและเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์
แต่ไม่คาดคิดว่าช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดการปะทะกันระหว่างข่ายเวทมนตร์อันยิ่งใหญ่ทั้งสอง ร็อบบ์กลับกระโดดออกไปยืนอยู่นอกข่ายเวทมนตร์ซึ่งไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย
เวทแอ่งมรณะล้อมรอบเท้าของร็อบบ์
มือแปลก ๆ สีดำหลายมือเหยียดออกจากโคลนคว้าน่องของร็อบบ์และพยายามลากเขาลงใต้ดิน
เสี่ยวอี้รีบร่ายคาถา
บารอนก็กระโดดไปข้างหน้าพร้อมที่จะดึงร็อบบ์กลับเข้ามาในข่ายเวทมนตร์
อย่างไรก็ตาม ร็อบบ์เพียงยกเท้าขวาขึ้น มือโคลนหลายข้างที่คว้าน่องขวาของเขาก็ถูกฉีกออกในทันที จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วและพูดอย่างใจร้อนว่า “ห่าอะไรวะเนี่ย?!”
ร็อบบ์พูดจบก็กระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรง!
“ปัง!”
เสียงระเบิดดังขึ้น และจุดที่ร็อบบ์กระทืบเท้ามีแสงสีทองแผ่กระจายไปทั่ว ทำให้เวทแอ่งมรณะซึ่งรุมล้อมพื้นที่อยู่ก็ถูกผลักกลับไปทันที
โครงกระดูกที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งกำลังรอบุกหลังจากเวทแอ่งมรณะทำลายเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์แสดงท่าทางสับสนทันที โดยไม่คาดคิดก่อนที่ข่ายเวททั้งสองจะชนกันเวทแอ่งมรณะกลับหายไปและพวกมันไม่รู้จะทำยังไงได้แต่ยืนเอ๋อหันไปหันมาเป็นภาพที่ดูน่ารักอย่างแปลกประหลาด
ผู้ใช้ความตายบนเนินก็ยืนตัวแข็งเช่นกัน
เขามั่นใจในเวทมนตร์ดำของเขามาก จนเขาคิดว่ามันควรง่ายที่จะจัดการกับนักบวชตัวน้อย นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยกับการที่เวทแอ่งมรณะของเขาถูกทำลายด้วยเท้าข้างเดียวโดยไม่ต้องพึ่งพาข่ายเวทมนตร์!
ในชั่วพริบตา ร็อบบ์ก็กลับไปที่เขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์และยื่นแมงมุมสองตัวที่เขาเพิ่งจับได้ให้กับเสี่ยวอี้และเชอริล “คุณสองคนช่วยฉันอุ้มคนละตัวด้วย”
หญิงสาวสองคนต่างก็อุ้มแมงมุม ใบหน้าของพวกเธอเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน
บารอนดูสับสนและพูดว่า “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมยังไม่มีการต่อสู้ที่รุนแรงมากเกิดขึ้น? แล้วทำไมคุณพ่อร็อบบ์ถึงต้องฝ่าเข้าไปจับแมงมุมกินคน?”