เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 62 ตัวร้ายที่น่าเบื่อ
บทที่ 62 ตัวร้ายที่น่าเบื่อ
บารอนตะโกนร้องว่า “คุณสามนักผจญภัยต้องเคยเจอกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันแบบนี้มาบ้าง พวกคุณว่าเราควรทำยังไง”
กอร์ดากางมือออกและพูดว่า “มีวิธี!”
“วิธีไหน” บารอนถาม
กอร์ดาชี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งก็คือทิศทางที่ทุกคนเข้ามาในภูเขา “ฝ่าทะลวงไปทางทิศนั้น ตามทางที่เราเข้ามา”
“ไม่ยากเกินไปหน่อยเหรอ” บารอนถามกลับอย่างไม่พอใจ “จากประสบการณ์ของพวกคุณสามคนที่มีมาอย่างยาวนาน คุณคิดแผนได้แค่นี้เนี่ยนะ?”
กอร์ดากล่าวว่า “ตอนนี้เราถูกรายล้อมไปด้วยโครงกระดูกมากมาย มันควรจะใช้ประสบการณ์การรบจากกองทัพขนาดใหญ่ของคุณมากกว่านะ ไม่ใช่หวังพึ่งประสบการณ์ของนักผจญภัยอย่างเราที่เป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ดังนั้นถ้าจะให้เราคิดแผน เราก็คิดได้แค่แผนเดียวคือฝ่าวงล้อมหนีไป”
เมื่อบารอนคิดแล้วก็ดูเหมือนว่าจะเป็นความจริง
“มันเป็นแค่โครงกระดูกกลุ่มหนึ่ง มันไม่ยากที่จะฝ่าออกไป” เสี่ยวอี้กล่าวว่า “คุณพ่อและฉันจะช่วยรักษาทุกคนตลอดทาง เราทะลวงฝ่าออกไปจากทิศตะวันตกเฉียงใต้กันเถอะ”
บารอนคิดว่าแม้ว่าจะมีโครงกระดูกจำนวนมาก แต่พวกมันก็เป็นเพียงมอนสเตอร์ที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มอันเดธ และความสามารถในการต่อสู้ของพวกมันแต่ละตัวไม่ได้ดีไปกว่าทหารของพวกเขา ดังนั้นจึงไม่ยากที่จะฝ่าทะลวงไปหากได้รับการสนับสนุนจากนักบวชและแม่ชี
เขาชี้ดาบไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และตะโกนก้อง “ทุกคนจงฟัง! เตรียมฝ่าทะลวง!”
กอร์ดายกดาบและโล่ขึ้นแล้วตะโกนเสริม “ฉันจะเป็นแนวหน้าเปิดทางให้ทุกคน”
ทว่าในขณะเดียวกัน ร็อบบ์กลับก่นด่าในใจ ‘ฝ่าหนีออกไปกับตูดเอ็งน่ะสิ! ฉันยังไม่ได้จับแมงมุมของฉันเลยนะ และฉันจะไม่ไปไหนจนกว่าฉันจะจับมันมาได้แบบตัวเป็น ๆ! แต่ตอนนี้มีโครงกระดูกและผู้คนมากมายในหุบเขา ซึ่งไอ้แมงมุมกินคนมันจะไม่ออกมาแน่ ๆ ดูเหมือนฉันคงจะต้องกวาดล้างโครงกระดูกและไล่ไอ้พวกบารอนออกจากหุบเขาซะก่อน ฉันต้องการเพียงนักผจญภัยและเสี่ยวอี้เพื่อช่วยฉันจับแมงมุมเท่านั้น!’
ทันทีที่เขานึกถึงสิ่งนี้ เสียงหัวเราะแปลกประหลาดก็ดังขึ้น
“ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่”
ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำก็ปรากฏตัวขึ้น เสื้อคลุมของเขาดูใหญ่พองจนทุกคนเห็นว่าร่างกายใต้เสื้อคลุมนั้นบางมากและสงสัยว่ามันแค่ผอมหรือมีแค่โครงกระดูก
ร็อบบ์แอบส่ายหัวอย่างระอาใจ ‘ทำไมไอ้พวกตัวร้ายชอบปรากฏตัวอย่างยิ่งใหญ่และหัวเราะทุเรศ ๆ แบบนี้ด้วย แถมยังพูดเหมือนตัวเองเก่งคับฟ้าแบบนี้ตลอดเลย?’
หลังจากหัวเราะแล้ว ชายในชุดคลุมสีดำก็เผยโฉมหน้าให้ทุกคนได้เห็น
เขาเป็นผู้ชายที่น่าขยะแขยงและผอมเหมือนศพที่มีผิวหนังหุ้มกระดูก
ใบหน้าของเขาซีดเซียวและเบ้าตาลึก ร่างนั้นผอมบางจนดูราวกับว่าเขาอาจถูกลมพัดปลิวไปได้ มวลพลังสีดำอันทรงพลังแผ่กระจายอยู่ข้างหลังเป็นรูปลักษณ์ยึกยือคล้ายหนวดของปลาหมึกยักษ์ส่ายไปมา
เขาโบกมือครั้งหนึ่งก็มีกะโหลกศีรษะขึ้นมาในมือ ก่อนจะชี้ไปที่ร็อบบ์และคนอื่น ๆ ที่อยู่กลางหุบเขา และพูดด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ ว่า “อยากกลับออกไปงั้นหรือ? ไม่มีใครสามารถจากไปได้ เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก! ฉันจะปล่อยให้พวกแกออกไปและนำกองทัพที่ใหญ่กว่ามาได้อย่างไร”
บารอนและเสี่ยวอี้มองชายคนนั้นและสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป
“ผู้ใช้ความตายระดับสูง! เขามีเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งมากจนสามารถสัมผัสได้ถึงออร่าที่มืดมนของเขาจากระยะไกล”
กอร์ดา จีค และเชอริลก้าวเข้าไปหาร็อบบ์โดยไม่ลังเล ทั้งสามคนรู้ดีว่าร็อบบ์แข็งแกร่งแค่ไหน ดังนั้นเมื่อพวกเขาเห็นศัตรูที่แข็งแกร่ง ปฏิกิริยาแรกของพวกเขาคือการหวังพึ่งพิง
“เดี๋ยวก่อน!” ทันใดนั้นร็อบบ์ก็พูดว่า “ฉากปรากฏตัวของแกไม่สร้างสรรค์เอาซะเลย การเปิดฉากด้วยการหัวเราะเหมือนวายร้ายมันธรรมดาเกินไปนะ ทำไมแกไม่ปรากฏตัวออกมาด้วยการเปลือยกายล่ะ จากนั้นก็กระโดดแบบ 360 องศา หมุนตัวเป็นเกลียวอีก 2 รอบครึ่ง ก่อนที่จะจอดลงกับพื้นแล้วแนะนำตัว การปรากฏตัวแบบเดิม ๆ เนี่ยมันน่าเบื่อฉิบ! เอาล่ะ ลองเอาคำพูดของฉันกลับไปคิดนะ แล้วกลับมาลองใหม่อีกรอบ!”
ผู้ใช้ความตาย “….”
บารอน “….”
ทหาร “…”
พวกโครงกระดูก “???”
ทั้งหุบเขาเงียบงันลงอย่างน่าขนลุก และหลังจากนั้นไม่นาน ผู้ใช้ความตายก็คำรามออกมา “แก! แกกล้าหยาบคายกับฉันงั้นหรือ ฉันรู้จักแกนะ แกเป็นนักบวชที่สุดแสนจะขี้เกียจและน่ารังเกียจในเมืองเวสต์วินด์! ตอนนั้นฉันอยู่ไกลเกินไปก็เลยไม่ได้จัดการกับแก แต่ตอนนี้แกมาเคาะประตูบ้านฉันแล้ว แกเป็นเพียงนักบวชตัวเล็ก ๆ ที่พึ่งพาเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์เพื่อปกป้องตัวเอง ยังจะกล้าทำตัวหยิ่งผยองอีก ถุย!”
ร็อบบ์เดินไปที่ส่วนขอบของเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์และทำหน้ากวนโอ๊ยใส่อีกฝ่าย “มาดิ! เข้ามากัดฉันดิ”
จากนั้นเขาก็พูดต่ออีกว่า “ถ้าแกไม่เข้ามา งั้นเดี๋ยวฉันจะออกไปตีแกเองนะโว๊ย”
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ความตายเป็นผู้ที่ชอบการต่อสู้ หลังจากร็อบบ์พูดจบ ผู้ใช้ความตายก็พูดขึ้นทันทีว่า “คิดว่าฉันเข้าไปไม่ได้เหรอ? ฮ่า! แกรอดูฉันทำลายเขตแดนแสงศักดิ์สิทธิ์ของแกได้เลยไอ้เวร!”
หลังจากพูดจบ มันก็เริ่มพึมพำคาถาพร้อมกับชูหัวกระโหลกขึ้นเหนือหัว
ร็อบบ์ตั้งใจจะจัดการกับไอ้วายร้ายตัวนี้อย่างรวดเร็ว แต่ทันทีที่เขาได้ยินว่าผู้ใช้ความตายจะเข้ามาจัดการเขา ชายหนุ่มจึงหยุดเคลื่อนไหวและรอชมการแสดงของมัน
ยังมีอีกหลายสิ่งที่เขาไม่รู้จักในโลกนี้ การสังเกตให้มากขึ้นเท่านั้นที่จะทำให้เขาเข้าใจโลกนี้ได้ดียิ่งขึ้น ถ้าเขาทำลายทุกอย่างต่อหน้าเขาไปง่าย ๆ เขาจะเป็นคนนอกที่ไม่รู้อะไรเลย
ดังนั้นเขาจึงกอดอกและเตรียมพร้อมที่จะดูว่าผู้ใช้ความตายกำลังวางแผนอะไรอยู่
แต่บารอนไม่ได้อยู่เฉย ๆ เหมือนร็อบบ์ ทันทีที่เขาเห็นผู้ใช้ความตายสวดคาถา เขาก็ตะโกนทันทีว่า “นักธนู! ขัดจังหวะคาถาของมัน”
ทหารหลายคนกระโดดออกมาทันที ลูกธนูของพวกเขายิงไปที่ผู้ใช้ความตาย ถึงกระนั้นพวกเขาก็อยู่ที่ด้านล่างของหุบเขา และผู้ใช้ความตายก็ยืนอยู่บนภูเขา มันจึงเป็นตำแหน่งที่เสียเปรียบอย่างมากต่อนักธนู
อ่อนแอเกินไปที่จะจัดการเป้าหมาย
ทว่านอกจากพลธนูธรรมดาแล้วยังมีนักผจญภัยสายอาชีพธนูที่ทรงพลังอยู่ในกลุ่มอีกคน
จีคก้าวออกมาจากด้านหลังร็อบบ์ เขากระทืบพื้นและโหลดธนูเบิร์ชช็อตของเขาด้วยลูกศรชุบเงิน
ทักษะ: ยิงแม่นยำ!
ลูกศรชุบเงินพุ่งออกจากคันศรเล็งไปที่หน้าอกของผู้ใช้ความตาย
ลูกศรมีพลังมากจนแม้แต่จีคที่มีประสบการณ์ก็ตกใจ เขาไม่ได้คาดหวังว่าธนูที่ร็อบบ์ส่งมาให้เขาจะมีผลอย่างมาก
เมื่อมองไปที่ลูกศรนั้น ไม่ว่านักเวทคนใด หากโดนศรนี้เข้าคงต้องตายอย่างเขียดแน่นอน!