เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 52 เป็นเรื่องดีที่จะฆ่าสัตว์ประหลาดกินคน
- Home
- เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก
- บทที่ 52 เป็นเรื่องดีที่จะฆ่าสัตว์ประหลาดกินคน
บทที่ 52 เป็นเรื่องดีที่จะฆ่าสัตว์ประหลาดกินคน
บทที่ 52: เป็นเรื่องดีที่จะฆ่าสัตว์ประหลาดกินคน
“ลิลเลียน เฝ้าบ้านให้ดีนะ” ร็อบบ์กล่าวต่ออีกว่า “ฉันจะไปรอบ ๆ เทือกเขาสนดำ และจะกลับมาทันทีที่ฉันได้รับใยของแมงมุมกินคน”
“ฮะ? นายท่าน! มันอันตราย คุณจะตายแน่นอนถ้าคุณไปที่นั่นคนเดียว!”
“ไม่ต้องกังวล ฉันจะไม่เป็นไร”
ร็อบบ์ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก เพราะลิลเลียนเป็นสาวใช้ที่ขยันขันแข็งและมีความสามารถ ในเวลาเพียงไม่กี่วันเธอย่อมสามารถดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว
เขาเดินไปยังทิศทางสุสานด้านหลังโบสถ์ซึ่งอยู่ใกล้เนินเขาและเดินขึ้นเนินเขาที่มีร่องรอยการตั้งแคมป์โดยกองทัพของบารอนเมื่อไม่กี่วันก่อน
เขาเดินขึ้นเขาซึ่งมันไม่ได้อยู่ไกลจากเมืองเท่าไหร่นัก เวลานี้ยังไม่มีสัตว์ประหลาดให้เห็นบนเนินเขา มีเพียงชาวเมืองซึ่งกำลังสับฟืนที่นี่เท่านั้น เมื่อพวกเขาเห็นร็อบบ์เดินเข้ามา ชาวเมืองก็ตะโกนทักด้วยความประหลาดใจ “คุณพ่อ! คุณกำลังจะขึ้นภูเขาไปทำอะไร? ”
ร็อบบ์ยิ้ม “ฉันมาที่ภูเขาเพื่อหาอะไรบางอย่าง!”
“หา!” ชาวเมืองตะโกน “คุณพ่อจะไปที่ภูเขาเหรอ ข่าวใหญ่! ฉันต้องแจ้งให้ชาวเมืองทุกคนทราบว่าคุณพ่อที่ชอบอยู่เฉย ๆ กำลังเดินขึ้นภูเขา…”
ชาวเมืองรีบวิ่งกลับไปที่เมือง ปากก็ส่งเสียงร้องตะโกนไปด้วยอย่างเอิกเกริก
ร็อบบ์ “…”
ไร้สาระจริง ๆ ช่างเถอะ มันไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบายกับชาวเมืองพวกนี้
ร็อบบ์ยังคงเดินต่อไป และด้วยโบนัสความเร็วในการเคลื่อนที่ +50% ของเขา ทุกอย่างจึงราบรื่น ไม่นานนักเขาก็มาถึงส่วนลึกของภูเขาแล้ว ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เงียบงัน ก็อบลินราวห้าหกตัวโผล่หัวออกมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่และมองไปที่ร็อบบ์ ก็อบลินจะขี้อายเมื่ออยู่ตัวเดียว แต่จะกล้าหาญเมื่ออยู่กันเป็นกลุ่ม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นศัตรูที่มาคนเดียว พวกมันตอนนี้จึงกำลังวางแผนที่จะทุบตีร็อบบ์ก่อนจะฆ่าและนำเขากลับไปกิน
ร็อบบ์ไม่ได้กังวลกับสัตว์ประหลาดอ่อนแอเหล่านี้ หลังจากแน่ใจว่าไม่มีชาวเมืองอยู่รอบ ๆ เขาจึงใช้สกิลบินและทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสีครามทันที
ก็อบลินที่คิดจะโจมตีร็อบบ์เห็นแล้วก็กลัวจนแทบฉี่ราด มนุษย์คนนี้รู้วิธีบิน! นั่นเป็นคาถาระดับสูงที่แม้แต่นักเวทผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังไม่สามารถเรียนรู้!
ร็อบบ์ไม่รู้ว่าแมงมุมกินคนอยู่ที่ไหน แต่มันไม่สำคัญ เพราะลิลเลียนเคยกล่าวไว้ว่าแมงมุมกินคนอยู่ในส่วนลึกของเทือกเขาสนดำ ซึ่งเพียงเบาะแสนี้ก็เพียงพอแล้ว
เขาบินไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของภูเขาสูงซึ่งมีป่าไม้หนาแน่น แน่นอนว่าความเร็วในการบินนั้นเร็วมาก เขาบินข้ามระยะทางที่เขาต้องเดินเป็นเวลาหลายวันในเวลาไม่เกินสามชั่วโมงเท่านั้น
ยอดเขาสูงตระหง่านและป่าสนหนาแน่นดูเหมือนจะเป็นส่วนลึกของเทือกเขาสนดำที่ว่า
ร็อบบ์หยุดบินเมื่อมาถึงจุดหมาย ป่าสนดำหนาตรงหน้านี้ทำให้เขาแทบจะไม่สามารถมองเห็นพื้นดินจากท้องฟ้าได้
เขาปิดการใช้งานสกิลบินและร่วงลงมาจากท้องฟ้าสูงหลายร้อยเมตร ซึ่งถ้าเป็นคนคนธรรมดานั้นการหล่นลงมาจากความสูงระดับนี้จะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เมื่อร็อบบ์กำลังจะถึงพื้น เขาก็ใช้สกิล ‘บาเรียน้ำแข็ง’ ทำให้เมื่อลงถึงพื้นแล้ว เกราะน้ำแข็งที่คุ้มกันร่างกายของเขาก็ดูดซับแรงกระแทกไปจนหมด ทำให้เขาไม่เป็นอันตรายใด ๆ
หลังจากยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยแล้วเขาก็สูดหายใจเข้าลึก
ชายหนุ่มเดินไปข้างหน้าสักพักเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์จากผืนป่า “ฉันไม่ได้ออกมาข้างนอกนานแล้ว รู้สึกดีที่ได้ออกมาอีกครั้งจริง ๆ”
เมื่อร็อบบ์พูดจบ เขาก็ได้ยินเสียงที่มืดมนอยู่ดังขึ้นจากข้างหลัง
“ฉันไม่ได้เห็นมนุษย์มานานแล้ว รู้สึกดีที่จะได้กินมนุษย์อีกครั้งจริง ๆ”
เสียงกวนประสาทนั้นทำให้ร็อบบ์รีบหันหลังกลับมาดู ก่อนจะพบว่ามีมอนสเตอร์ยืนอยู่ข้างหลัง
รูปร่างมันดูประหลาดมาก ร่างกายส่วนล่างของมันคือนกอินทรี แต่ร่างกายส่วนบนของมันคือผู้หญิง มันมีใบหน้าเป็นผู้หญิง หน้าอกขนาดใหญ่เบิ้มนั้น อา…ดีจริง ๆ เลยที่ตอนนี้ไม่มีเซ็นเซอร์มาบังส่วนที่สวยงามแบบนี้ไว้…
ร็อบบ์รู้สึกเบื่อที่จะเห็นฮาร์ปี้ในเกม แต่เมื่อเขาเห็นมันในโลกแห่งความเป็นจริงแบบนี้ เขาก็รู้สึกว่ามันแตกต่างกัน เพราะฮาร์ปี้ในหน้าจอ LCD นั้นแตกต่างจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง
ฮาร์ปี้ตัวนั้นถึงกับชะงัก ชายคนนี้จะสงบมากเกินไปหน่อยไหม? แม้หลังจากที่ได้ยินมันพูดประโยคโหดเหี้ยมออกไป แต่มนุษย์คนนี้กลับดูไม่กลัวเลย ไม่มีท่าทีว่าจะวิ่งหนีหรือตอบโต้เลยด้วยซ้ำ
มันเปล่งเสียงโหยหวนก่อนจะโบกปีกขวาไปข้างหน้าและยิงกระสุนลมไปทางร็อบบ์
นี่ไม่ใช่กระสุนลมปกติที่เกิดจากแรงลม แต่เป็นลมที่เกิดจากเวทมนตร์ มันสามารถทะลุผ่านเนื้อหนังมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย
แต่ว่า…
พลังต้านทานเวทมนตร์ของร็อบบ์นั้นไกลเกินกว่าที่ฮาร์ปี้จะจินตนาการได้
ไม่หลบหลีกหรือปัดป้อง!
กระสุนลมปะทะตัวร็อบบ์และสลายไปทันทีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ราวกับว่าไม่ได้ถูกโจมตี
ร็อบบ์พูดกับฮาร์ปี้ว่า “ฉันกำลังมองหาแมงมุมกินคน เธอรู้ไหมว่ามันอยู่ที่ไหน? ถ้าเธอพาฉันไปหามัน ฉันจะตอบแทนเธอด้วยโคคาโคล่าสักขวด หลังจากดื่มมันแล้วฉันรับประกันได้ว่าหน้าอกของเธอจะโตขึ้นกว่านี้แน่นอน!”
กระสุนลมอีกสองสามลูกยิงออกจากปีกซ้ายและขวาของฮาร์ปี้
ไร้ผล! ไร้ผล!
ร็อบบ์เสนออีกครั้ง “เจรจาตอนนี้ในขณะที่ฉันยังเต็มใจเถอะ อย่าต้องให้ฉันลงมือ!”
ฮาร์ปี้ร้องอย่างโกรธจัด มันบินสูงและโฉบลงมาที่ร็อบบ์ กรงเล็บทั้งสองของมันเหยียดออกมาข้างหน้าเพื่อจับตัวร็อบบ์
พลาด!
ครู่ต่อมาร็อบบ์ก็คว้าคอมันไว้และกำมันไว้เหมือนกับกำลังถือไก่บ้าน “ถ้าเธอปฏิเสธที่จะพูดและยังใช้ความรุนแรงกับฉันแบบนี้ งั้นเราก็จบกันแค่นี้!”
พูดจบ เขาก็โยนฮาร์ปี้ลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น และเกิดเป็นหลุมยุบที่พื้น ฮาร์ปี้รู้สึกว่ากระดูกของมันแทบแตกละเอียด มันเป็นอัมพาตและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีกต่อไป
ร็อบบ์วางเท้าข้างหนึ่งบนปีกของมันและถามว่า “ตอนนี้ตัวเลือกโคลาโคล่าหายไปแล้ว มีเพียงคำถามที่ฉันถามจะถามเท่านั้นที่ยังคงอยู่ ถ้ายังไม่ตอบอีก ฉันจะกระทืบเธอให้ตายเลยคอยดู เอาล่ะ ตอบมาได้แล้วว่าแมงมุมกินคนอยู่ไหน!”
ฮาร์ปี้ตัวสั่นด้วยความกลัว ตอนนี้มันรู้แล้วว่าคนที่มันยุ่งด้วยมีพลังมากแค่ไหน “ท…ทิศเหนือ…เหนือ…พวกมันอยู่ในหุบเขาทางทิศเหนือ!”
“อ๋อ เยี่ยม” ร็อบบ์ถอนเท้าก่อนจะหันหลังเดินไปสองสามก้าว และมองย้อนกลับมาอีกรอบ “เดี๋ยวนะ ฉันเพิ่งจำประโยคแรกที่เธอพูดได้ เธอมันสัตว์ประหลาดกินคนนี่นา”
นกฮาร์ปี้ตัวแข็งค้างกลัวจนขนชูชัน
ในขณะที่ร็อบบ์โบกมือ และลูกไฟขนาดใหญ่ก็บินออกจากมือของเขาก่อนที่จะเผาฮาร์ปี้ตัวนั้นจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
“การฆ่าสัตว์ประหลาดกินคนทิ้งไปย่อมดีที่สุด แต่น่าเสียดายจริง ๆ ที่มันไม่ได้ให้ค่าประสบการณ์ฉันเลย” ร็อบบ์ถอนหายใจอย่างเศร้า ๆ “หากเกมนี้มีการอัปเดตเพิ่มขีดจำกัดเลเวลเป็น 200 และเพิ่มคลาสขั้นสองใหม่เข้ามา ค่าประสบการณ์ของฉันในการฆ่าสัตว์ประหลาดพวกนี้คงจะไม่สูญเปล่า เฮ้อ!”