เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 50 เติมสต็อกของคุณ
บทที่ 50 เติมสต็อกของคุณ
บทที่ 50: เติมสต็อกของคุณ
พ่อค้าคนแคระถึงกับงงงวย
เมื่อร็อบบ์เห็นผู้มาใหม่ เขาก็โบกมือให้ด้วยรอยยิ้ม “คุณพ่อค้ามานั่งลงตรงนี้ก่อน”
พ่อค้าคนแคระเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้หินตรงข้ามกับร็อบบ์ และถามอย่างงุนงงว่า “คุณพ่อปลูกต้นพริกไทยในชั่วข้ามคืนได้งั้นเหรอ”
ร็อบบ์ยิ้มและตอบว่า “อย่างที่คุณเห็น นี่คือความเมตตาของพระเจ้ายังไงล่ะ” จากนั้นเขาก็บอกลิลเลียนว่า “ไปเอาถุงพริกไทยมาให้พ่อค้าดู”
ลิลเลียนไปที่ข้างแปลงและหยิบถุงพริกไทยที่ชาวเมืองเก็บเมล็ดออกมาเตรียมไว้ให้แล้ว ถุงของมันใหญ่เท่าชาม และทั้งหมดเต็มไปด้วยเมล็ดพริกไทย สีหน้าของพ่อค้าดูกระสับกระส่ายทันทีที่เห็น
นี่ไม่ใช่พริกไทย แต่เป็นทองคำ!
ร็อบบ์หยิบพริกไทยเมล็ดหนึ่งขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ลองชิมดูว่ามันมีรสชาติถูกต้องไหม”
พ่อค้าคนแคระหย่อนเมล็ดพริกไทยเข้าไปในปาก และทันทีที่เขากัดมัน กลิ่นหอมก็กระจายอยู่ในปากทันที “อา…มันเป็นพริกไทยคุณภาพเยี่ยมและมีรสชาติกลมกล่อมมาก!”
ร็อบบ์ยิ้ม “ตอนนี้คุณสามารถซื้อมันจากฉันได้มากเท่าที่คุณต้องการ ว่ามาเลยว่าต้องการเท่าไหร่”
พ่อค้าคนแคระเหลือบมองไปที่แปลงปลูกข้าง ๆ และเอ่ยถาม “ฉันไม่น่าจะมีปัญหาในการซื้อพริกไทยทั้งหมดหรอก พริกไทยนั้นขายง่ายมาก และเป็นเครื่องปรุงรสที่ขุนนางและคนรวยทั้งหลายขาดไม่ได้ แน่นอนว่ายิ่งฉันซื้อเอาไว้มากเท่าำไหร่ ฉันก็จะยิ่งทำกำไรได้มากขึ้นเท่านั้น”
จากนั้นพ่อค้าคนแคระก็พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณพ่อ ฉันต้องการซื้อพริกไทยทั้งหมดนี่เลย!”
“โอ้? ทั้งหมดเลย? แม้ว่าราคาขายส่งจะต่ำกว่าราคาขายปลีกมาก แต่พริกไทยเป็นสินค้าที่มีราคาแพงมากเมื่อเทียบกับทองคำนะ” ร็อบบ์กล่าว “ถ้าคุณจะซื้อพริกไทยทั้งหมด ฉันกังวลว่าคุณอาจไม่มีเงินพอ”
พ่อค้าคนแคระตอบอย่างมั่นใจว่า “แน่นอน ฉันรู้ว่ามันแพง แต่ฉันมั่นใจว่ามีเงินพอที่จะซื้อพริกไทยทั้งหมดในแปลงขนาดย่อมแบบนี้ได้โดยไม่มีปัญหา”
“คุณแน่ใจเหรอว่ามันเป็นเพียงแปลงเล็ก ๆ?” รอยยิ้มแปลก ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของร๊อบบ์
พ่อค้าคนแคระเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ไปมาทั่วทุกสารทิศ ติดต่อกับผู้คนนับไม่ถ้วน และทำธุรกิจมามากมาย ตอนนี้เขาสามารถบอกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับรอยยิ้มของร็อบบ์ ทำไมรอยยิ้มของนักบวชถึงดูแปลกแบบนี้กัน?
ร็อบบ์ตะโกนขึ้นทันทีว่า “ลิลเลียน! ไปเอาพริกไทยออกจากโกดัง… ” แต่แล้วก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ไม่สิ หุ่นของเธอบอบบางขนาดนี้ น่าจะยกของหนักไม่ไหวแน่ เดี๋ยวฉันร่ายบัฟให้เธอก่อนจะไปยกของดีกว่า”
จากนั้นเขาก็โบกมือ และทันใดนั้นแสงสีทองสว่างวาบก็ปกคลุมร่างของลิลเลียน ทำให้หญิงสาวรู้สึกมีพละกำลังเพิ่มขึ้น
เธอจึงอดสงสัยไม่ได้ “นายท่าน ท่านทำอะไรกับฉันเนี่ย?”
“บัฟ!”
“บาฟู่? มันคืออะไร?”
“มันคือสกิลประเภทสนับสนุน ส่วนบัฟที่ฉันร่ายให้คือ ‘พรแห่งกษัตริย์’ เธอจะเข้าใจเองเมื่อถึงเวลายกของหนัก ๆ”
ลิลเลียนพยักหน้ารับแล้วรีบเข้าไปในโกดัง หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ออกมาพร้อมกับถุงกระสอบขนาดใหญ่พิเศษในมือของเธอ ซึ่งมันมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาและยังดูหนักมาก แต่เธอสามารถถือมันได้ด้วยมือเดียว
เธอวิ่งมาที่โต๊ะและพูดอย่างเริงร่า “นายท่าน บาฟู่ของคุณเยี่ยมมาก มันทำให้ฉันแข็งแกร่งมากจนสามารถยกถุงพริกไทยหนัก ๆ ได้ด้วยมือเดียว!”
พ่อค้าคนแคระกลืนน้ำลายดังเอื้อกและถามว่า “คุณหมายถึง… ถุงนี้เต็มไปด้วยพริกไทยทั้งหมด?”
“ใช่!” ลิลเลียนเปิดกระเป๋าและยิ้มออกมา “ลองดูด้วยตัวเองเลย”
“ฮะ?” พ่อค้าคนแคระถึงกับเหงื่อออก “พริกไทยถุงนี้น่าจะมีมูลค่าหลายร้อยเหรียญทอง ฉัน… ฉัน…”
ระหว่างนั้นร็อบบ์จงใจพูดว่า “โอ้? คุณพ่อค้ากำลังจะบอกว่านี่มันน้อยเกินไปใช่ไหม? ไม่เป็นไร ฉันยังมีอีกหลายถุงในโกดังนะ หรือถ้าหากยังไม่เพียงพอ คุณรออยู่ในเมืองเวสต์วินด์ได้อีกสักสองสามวัน ฉันจะขายให้คุณเพิ่มอีกหลายสิบถุงเลย ไม่มีปัญหา”
พ่อค้าคนแคระเหงื่อแตกและพูดออกมาอย่างเร่งรีบ “ไม่ ๆ หยุด! ฉันไม่ไหวแน่ ๆ ฉันไม่มีเงินขนาดนั้น ฉันยอมแพ้แล้ว ฉันมีเงินพอที่จะซื้อได้แค่ถุงเล็ก ๆ ถุงเดียวก่อน และเมื่อฉันกลับไปที่บ้านเกิดของฉัน อย่างมากเงินที่ฉันมีทั้งหมดก็คงพอซื้อได้เพิ่มแค่อีกสองสามถุงเล็กเท่านั้น”
ร็อบบ์หัวเราะขณะที่กำลังข่มขู่พ่อค้าคนแคระ แน่นอนว่าหลังจากสนุกพอสมควรแล้ว เขาจึงหยุดลง
“ลิลเลียน เทน้ำสักแก้วให้คุณพ่อค้าหน่อย”
“รับทราบ นายท่าน!” ลิลเลียนเห็นท่าทีของร็อบบ์แล้วก็รู้ว่าเขาไม่ได้พูดถึงน้ำธรรมดา เธอจึงวิ่งกลับไปที่โกดัง หยิบขวดโหลออกมาก่อนจะดึงจุกไม้ก๊อกออก และให้ร็อบบ์แอบร่ายเวทมนตร์ส่งน้ำแข็งเข้าไปในขวด
ลิลเลียนเทน้ำสีเขียวซึ่งมีฟองฟอดและน้ำแข็งให้พ่อค้าคนแคระ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณพ่อค้าดื่มได้เลย”
พ่อค้าคนแคระไม่เข้าใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขา โชคดีที่ร็อบบ์เป็นนักบวช ดังนั้นพ่อค้าคนแคระจึงไม่สงสัยว่าเครื่องดื่มที่นักบวชมอบให้นั้นจะมีพิษหรือไม่ ทว่าหลังจากที่เขาจิบเบา ๆ สีหน้าของเขาก็ดูสดชื่นขึ้นมาในทันที
“นี่เป็นเครื่องดื่มที่ยอดเยี่ยมมาก!” พ่อค้าคนแคระเบิกบานสุดขีด พลางคิดในใจว่า น้ำนี้น่าจะขายได้ หรืออาจเป็นที่นิยมมากกว่าพริกไทยด้วยซ้ำ นี่มันอะไรกันเนี่ย!
“ชื่อของมันคือโคคาโคล่ารสแอปเปิล อันที่จริงยังมีรสองุ่นและส้มด้วย คุณต้องการที่จะซื้อกลับไปเพื่อเอาไปลองชิมไหม?”
“ยังมีรสชาติอื่นอีกงั้นเหรอ?” พ่อค้าคนแคระเริ่มแสดงสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาต้องการพริกไทย และเขาก็ต้องการโคคาโคล่าด้วย แต่เขามีเงินสดในมือจำกัดจึงไม่รู้ว่าควรจะเลือกอะไร
ร็อบบ์ยิ้มและพูดว่า “ผมขอแนะนำบางอย่าง ใช้เงินของคุณซื้อพริกไทยเถอะ เพราะคุณมีลูกค้าประจำอยู่แล้ว ส่วนโคคาโคล่า อย่าเพิ่งซื้อในปริมาณมาก ฉันจะขายในราคาต่ำให้คุณ เวลาที่คุณนำพริกไทยไปขายให้กับลูกค้ารายใหญ่ของคุณ คุณก็จงนำโคคาโคล่าให้เขาลองชิมด้วย จากนั้นบอกพวกเขาว่ามันยากที่จะหาซื้อนะ คราวนี้พวกเขาจะต้องสั่งซื้อล่วงหน้าและจ่ายเงินมาเต็มจำนวน คุณถึงจะนำมันให้พวกเขาในครั้งต่อไป วิธีนี้คุณก็จะมีเงินมาไว้ในมือ ท้ายที่สุดเมื่อไหร่ที่คุณรับเงินฝากพวกเขามาเต็มกระเป๋า เมื่อนั้นก็จงกลับมาหาฉันอีกครั้ง เป็นไงล่ะ แผนการแบบนี้มันง่ายกว่าไหมกับการต้องมานั่งตัดสินใจว่าจะเลือกซื้ออะไรดีระหว่างพริกไทยและโคคาโคล่าเพราะมีเงินไม่เพียงพอ?”
“เยี่ยม! นี่เป็นแผนที่ดี” พ่อค้าคนแคระกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่คิดเลยว่านักบวชจะรู้วิธีทำธุรกิจ!”
“ฉันไม่รู้วิธีการทำธุกิจมากเท่าคุณหรอก” ร็อบบ์ยิ้ม “ฉันเพียงแค่รู้หลักการพื้นฐานบางอย่างเท่านั้น เอาเป็นว่าเรามาทำเงินด้วยกันเถอะ!”
ทั้งสองจับมือกัน พ่อค้าคนแคระฝากความหวังกับพริกไทยและโคคาโคล่าว่าพวกมันจะทำให้เขารวยได้ในอนาคต
ร็อบบ์ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้หินพลางโบกมือให้ร่างที่ไม่สูงนักของพ่อค้าคนแคระซึ่งกำลังเดินจากไปก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า “วิธีหาเงินด้วยกันคือฉันนั่งเฉย ๆ ส่วนคุณวิ่งไปทั่วโลกเพื่อหาเงินให้ฉันยังไงล่ะ! ทำงานหนักหน่อยนะน้องชาย!”