เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 148 เตรียมเปิดคลอง
บทที่ 148 เตรียมเปิดคลอง
ราชินีไม่ได้โกรธหรืออับอายกับคำพูดของร็อบบ์ เธอทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์สูงสุดของเธอ ซึ่งนี่ก็เป็นพื้นฐานของการเจรจา เธอคุ้นเคยกับการเจรจากับกองกำลังต่าง ๆ และแลกเปลี่ยนผลประโยชน์มานักต่อนัก
เมื่อตอนที่เธออายุเพียงสี่ขวบ เธอนั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มขุนนางชราทั้งหลาย คอยฟังพวกเขาพูดคุยต่อรองกับผู้คนของคริสตจักรแห่งแสงนับครั้งไม่ถ้วน และเธอได้จดจำเล่ห์เหลี่ยมและวิธีการเจรจามามากมาย
และหลังจากที่เธอหนีออกมา เธอก็ได้นั่งอยู่ท่ามกลางการเจรจาระหว่างบรรดาขุนนางที่ภักดีของเธอกับคริสตจักรแห่งความมืดเพื่อผลประโยชน์นับไม่ถ้วน
จากนั้นเมื่อเธอเติบโตขึ้น เธอก็ได้เป็นผู้เจรจาด้วยตัวเองเพื่อเจรจากับคริสตจักรแห่งความมืด เหล่าขุนนางที่ถูกเนรเทศ เผ่าพันธ์กึ่งมนุษย์ และกองกำลังทั้งหมดที่เธอเข้าถึงได้
ตอนนี้เธออายุเพียงยี่สิบปี แต่ความคิดอ่านหรือทักษะในการเจรจาของเธอนั้นเกือบจะดีพอ ๆ กับพวกคนชราที่มีชีวิตอยู่มานานหลายทศวรรษ
เธอมองไปที่ร็อบบ์ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “คุณร็อบบ์ ฉันเห็นแผนที่บนโต๊ะที่มีเส้นแปลก ๆ อยู่ คุณมีความคิดจะส่งกำลังทหารงั้นเหรอ?”
ปรากฏว่าภาพที่ลูกบอลคริสตัลอัญเชิญฉายออกมานั้นเทียบเท่ากับ “เลนส์ฟิชอาย” ดังนั้นมุมมองภาพจึงกว้างมาก ทำให้เธอสามารถมองเห็นหลายสิ่งหลายอย่างผ่านลูกบอลคริสตัลอัญเชิญ รวมไปถึงแผนที่ที่ร็อบบ์วางอยู่บนโต๊ะ แต่ภาพนั้นเบี้ยวโค้งเกินความเป็นจริงอยู่บ้าง ดเธอจึงมองเห็นได้ไม่ชัดเจน ทำให้เส้น “คลอง” ของร็อบบ์ที่วาดด้วยถ่านบนแผนที่ดูเหมือนเส้นทางเดินขบวน
ร็อบบ์กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ส่งกำลังทหาร? น้องสาวเอลิซาเบธนี่มีมุกตลกอยู่เรื่อย ๆ เลยนะ ฉันจะหาทหารและนายพลจากเมืองเวสต์วินด์ได้ที่ไหนกันล่ะ ฉันรักความสงบสุข และฉันไม่ชอบส่งกำลังทหารไปไหน นี่มันเป็นแค่ภาพวาดของโครงการสร้างคลอง”
จากนั้นร็อบบ์ก็หยิบแผนที่ขึ้นมาและแสดงให้ราชินีเห็น คราวนี้ราชินีเห็นชัดเจนแล้วและยังเห็นว่าเป็นคลองจริง ๆ
เธออดสงสัยไม่ได้จึงถามว่า “คุณร็อบบ์กำลังจะขุดคลอง? ดูจากที่วาดแล้วนี่ไม่ใช่โครงการเล็ก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสภาพพื้นดินและจำนวนประชากรของเมืองเวสต์วินด์”
ทุกคนต่างเข้าใจเรื่องนี้เหมือนกัน
หมายเลข 8 โน้มตัวลงมาจากด้านข้างและพูดด้วยความเคารพว่า “กระหม่อมก็คิดเช่นกันว่าคลองนี้ไม่สามารถขุดสำเร็จได้ แต่คุณร็อบบ์บอกว่ามันสามารถทำได้แน่นอน ดังนั้นกระหม่อมก็อยากเห็นเหมือนกันว่าคุณร็อบบ์จะทำมันสำเร็จได้ยังไง”
ราชินีพยักหน้าทันที “จากนี้จงเฝ้าสังเกตให้ดีและเขียนรายงานให้ฉันหลังจากการขุดเสร็จสิ้น”
เฮ้!” ร็อบบ์เริ่มท้วงขึ้นมา “หมายเลข 8 นี่คือลูกบอลคริสตัลอัญเชิญของฉัน ฉันเป็นคนซื้อมันมาไม่ได้หารกับใคร! ถ้าคุณอยากจะสื่อสารกับราชินีของคุณผ่านมัน คุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ฉันก่อน ไม่ใช่จู่ ๆ ก็เดินเข้ามาแย่งฉันคุยแบบนี้!”
หมายเลข 8 ก้าวถอยหลังอย่างกระอักกระอ่วนและอับอาย
ร็อบบ์หันไปหาลูกบอลคริสตัลอัญเชิญอีกครั้งและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “น้องสาว คุณไม่ต้องรอรายงานของเขาหรอก เดี๋ยวฉันจะแสดงให้คุณดูตอนนี้เลย”
“คุณจะขุดมันตอนนี้?” ราชินีสับสน “ถ้างั้นไหนแรงงานของคุณ?”
“คนงานในเมืองเวสต์วินด์ทุกคนต่างเป็นแหล่งการทำเงินของฉัน ดังนั้นฉันจะให้พวกเขามาเสียเวลาทำเรื่องที่โง่เขลาอย่างการขุดคลองได้ยังไง” ร็อบบ์ยิ้ม “หมายเลข 8 มาถือลูกบอลคริสตัลอัญเชิญและตามฉันมา เดี๋ยวฉันจะแสดงให้ราชินีของคุณเห็นว่าฉันจะขุดคลองได้ยังไง”
หมายเลข 8 จึงรีบหยิบลูกบอลคริสตัลอัญเชิญขึ้นมาจากโต๊ะและตามร็อบบ์ไปทันที
ร็อบบ์ลุกขึ้นอย่างเกียจคร้านจากเก้าอี้หินของเขา ทันทีที่เขาลุกขึ้นยืน ทุกคนก็ถึงกับประหลาดใจ
ลิลเลียน เสี่ยวอี้ นักผจญภัยทั้งสามคน บิชอปเอลซี่ และชาวเมืองบนเนินเขาต่างอุทานว่า “เฮ้ย! พระเจ้าช่วย! คุณพ่อลุกขึ้นยืนแล้ว!”
ราชินีถึงกับงุนงง “…?”
ชาวเมืองคนอื่น ๆ รีบบอกต่อ ๆ กันไป และหลังจากนั้นไม่นาน ชาวเมืองนับพันคนก็วิ่งมารวมตัวกันและยืนมองจากระยะไกล อีกทั้งยังพูดคุยกันอย่างเผ็ดร้อน
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ทำไมคุณพ่อถึงลุกขึ้นยืน?”
“ไม่มีศัตรูบุกสักหน่อย!”
“แม้ว่าพวกพ่อค้าจะมา แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่คุณพ่อจำเป็นต้องลุกขึ้นยืนทักทายพวกพ่อค้าเหล่านั้นนี่นา”
“ใช่ แต่คุณพ่อลุกขึ้นยืนแบบนี้มันต้องมีอะไรใหญ่โตเกิดขึ้นแน่!”
ชาวเมืองเริ่มเตรียมถั่วลิสง เมล็ดแตงโม เก้าอี้ขนาดเล็ก และร่มเพื่อรอรับชมสิ่งที่น่าสนใจ
กลุ่มมนุษย์แมวที่เพิ่งลี้ภัยเข้ามาในเมืองเวสต์วินด์ไม่รู้นิสัยของร็อบบ์ ดังนั้นพวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะอยากรู้อยากเห็นเมื่อเห็นผู้คนในเมืองเวสต์วินด์เอะอะกันเช่นนี้
มนุษย์แมวมีอารมณ์และนิสัยคล้ายคลึงกับแมว ขี้อาย หวาดระแวง และระมัดระวัง ด้วยเหตุนี้พวกเขาทั้งหมดจึงยืนอยู่ห่างไกลอย่างมาก บางคนถึงกับปีนต้นไม้เพื่อมองร็อบบ์เลยทีเดียว
สาวน้อยมนุษย์แมวที่กำลังทำความสะอาดหน้าต่างปีนขึ้นไปบนหลังคาโบสถ์แห่งความมืดและหมอบลงเพื่อดูฉากที่กำลังจะเกิดขึ้น
ราชินีไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเมื่อเห็นฉากทั้งหมดนี้ “ทั้ง ๆ ที่คุณแค่ยืนขึ้นแถมยังแทบไม่ได้ขยับ แต่คุณกลับดึงดูดความสนใจได้มากขนาดนี้แล้ว…”
ร็อบบ์ยิ้มให้เธอและพูดว่า “นี่คือแหละคือเสน่ห์ของซูเปอร์สตาร์ เพื่อประโยชน์ของเมืองเวสต์วินด์แล้ว ฉันก็เลยตัดสินใจเป็นไอดอล!”
ทุกคน “…”
“คุณพ่อพูดในสิ่งที่เราไม่เข้าใจอีกแล้ว!”
“แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเขา ไม่สนใจเขา ไม่งั้นเขาจะเริ่มอวดอีก เขาจะไม่หยุดอวดถ้ามีคนทัก!”
ชาวเมืองรู้ดีว่าต้องใจเย็น ๆ จึงยั้งตัวเองไว้ว่าห้ามหัวเราะและห้ามพูด
ร็อบบ์รู้สึกได้ถึงความระแวดระวังอย่างสุดซึ้งจากชาวเมือง เพราะไม่มีใครเล่นตามน้ำกับเขาเลย
‘ช่างเถอะ พูดคุยกับชาวเมืองพวกนี้ไปก็เสียเวลาเปล่า’
จากนั้นเขาก็เดินไปตรงจุดที่เขาวางแผนเริ่มขุดคลองในลานโบสถ์
เขายกมือออกไปโบกมือไล่ให้ชาวเมืองที่ยืนอยู่ในระยะเส้นทางขุดออกไปให้พ้นทาง “พวกคนที่อยู่ข้างหน้าตรงนั้นน่ะ ย้ายออกไปให้พ้นทางหน่อย ทุกคนควรขยับจากซ้ายไปขวาอย่างน้อยเกือบร้อยเมตร เพื่อที่คุณจะได้ไม่ได้รับผลกระทบ”
เกือบร้อยเมตร? กว้างมาก!
ราชินีก้มหน้าและกระซิบว่า “ไม่ใช่แค่ว่าคุณจะขุดคลองกว้างแค่ราว ๆ ห้าสิบเมตรหรอกเหรอ? แล้วถ้าจะเริ่มขุด ทำไมคุณต้องบอกให้ชาวเมืองออกไปให้พ้นทาง?”
ร็อบบ์ยื่นมือออกไป ทันใดนั้นแร่เหล็กชิ้นหนึ่งและถ่านหินอีกชิ้นหนึ่งจากคลังเก็บของในมิติส่วนตัวของเขาก็ส่งพวกมันออกมาอยู่ในมือ จากนั้นร็อบบ์จึงถูมือทำให้แร่เหล็กและถ่านหินรวมกันเป็นแท่งเหล็กกล้า
จากนั้นร็อบบ์ก็ถูมืออีกครั้ง และแท่งเหล็กกล้าก็กลายเป็นขวานสองมือขนาดใหญ่!
ราชินีอุทานอย่างประหลาดใจ “คุณสร้างขวานแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย? นี่มันบ้าอะไรกัน?”
จากนั้นร็อบบ์ก็ยกขวานขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง…
ครู่หนึ่ง เสียงลมกรรโชกดังขึ้นรอบตัวเขา
“หืม?” ราชินีผู้รอบรู้เห็นได้อย่างชัดเจน “มันเป็นทักษะของพวกคนป่าเถื่อนที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารทางตอนเหนือนี่นา!”
ร็อบบ์ยกขวานขนาดใหญ่ขึ้นเหนือหัว และกระโดดขึ้นสูงกว่าสิบเมตรอย่างฉับพลัน
เขาคำรามเสียงดังกลางอากาศ ทำให้เกิดระลอกคลื่นเสียงแผ่ออกไปหลายสิบกิโลเมตร
จากนั้นขวานยักษ์ที่ปกคลุมไปด้วยมวลพลังมหาศาลในมือของเขาก็ฟาดลงบนพื้นอย่างรุนแรง
เวลาที่พวกคนป่าเถื่อนใช้ทักษะนี้ พวกเขามักส่งเสียงร้องคำรามดังกึกก้อง และร็อบบ์เองก็เช่นกัน
เขาคำรามว่า “ฟ้าถล่ม!”