เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 122 มันฝรั่งทอดเลย์
บทที่ 122 มันฝรั่งทอดเลย์
ร็อบบ์และแม่ชีสองคนพูดคุยกันอยู่นานเกี่ยวกับ “ความร่ำรวยจากแรงงาน” และ “การทำงานหนักสมควรได้รับรางวัล” อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดมันก็ไร้ประโยชน์ แม่ชีทั้งสองพูดอย่างแน่วแน่ว่าพวกเธอจะไม่รับเงินแม้แต่เหรียญเดียว พวกเธอจะมอบเงินทั้งหมดกลับมาที่โบสถ์ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือมอบเงินให้ร็อบบ์ทั้งหมด
แม้แต่คำพูดโน้มน้าวของร็อบบ์ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจพวกเธอได้
คำสาบานของแม่ชีทั้งสามไม่ใช่เรื่องตลก พวกเธอบอกว่าการแสวงหาความมั่งคั่งนั้นเป็นบาปที่หนักหนาสำหรับพวกเธอ แม้แต่การรับมาสักเหรียญทองแดงก็ถือว่าเป็นบาปแล้ว
“ช่างเถอะ เอาเป็นว่าขายได้เท่าไหร่ก็เอาเงินมาให้ฉันก็แล้วกัน” สุดท้ายร็อบบ์ก็ต้องยอมอ่อนข้อ
แม่ชีตัวน้อยสองคนต่างพากันถือถุงเกลือใบใหญ่ ในไม่ช้าทั้งเมืองก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที แม้ว่าเมืองเวสต์วินด์จะไม่ต้องกังวลเรื่องความหิวโหยหรือความกระหาย แต่พวกเขาก็ไม่มีทางผลิตเกลือได้ และในที่สุด ชาวเมืองก็ต้องเอาเงินที่พวกเขาเก็บสะสมไว้มาซื้อเกลือ
เกลือที่แม่ชีตัวน้อยทั้งสองนำมาขายถึงกับหมดเกลี้ยงในพริบตา หลังจากนั้น พวกเธอก็กลับมาและเอาเกลือออกไปขายอีกสองถุงใหญ่…
“ฉันไม่คิดเลยว่าชาวเมืองเวสต์วินด์เล็ก ๆ แห่งนี้จะร่ำรวยขนาดนี้” แม่ชีทั้งสองอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “พวกเขาทั้งหมดดูเหมือนชาวเมืองที่ยากจน แต่จริง ๆ แล้วพวกเขารวยมากจนไม่แม้แต่จะต้องขมวดคิ้วเมื่อจ่ายเงินซื้อเกลือ”
ร็อบบ์อดหัวเราะไม่ได้ นี่มันเป็นเรื่องที่ควรเป็นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?
ชาวเมืองเวสต์วินด์ย่อมทำเงินได้มากมายจากสิ่งประดิษฐ์ของร็อบบ์ ก่อนหน้านี้อาจยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่เพราะเส้นทางการค้าถูกตัดขาด แต่ตอนนี้การค้าขายได้รับอนุญาตแล้ว ซึ่งทุกคนก็ยินดีที่จะเอาเงินออกมาจับจ่ายใช้สอย
และถ้าพ่อค้ามาที่นี่บ่อย ๆ ชาวเมืองเวสต์วินด์จะยิ่งร่ำรวยมากขึ้น จนไม่รู้ว่าอนาคตทุกคนจะรวยขึ้นไปถึงจุดไหน
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้โครงการทุกอย่างยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และร็อบบ์ก็มีสิ่งสำคัญอีกหลายอย่างที่ต้องทำในตอนนี้
เขาหยิบถุงเมล็ดพืชออกจากกองสินค้าที่พ่อค้าขายให้เขาและหัวเราะอย่างชอบใจ
เมื่อเสี่ยวอี้เห็นรอยยิ้มแปลก ๆ ของเขา เธอก็อดไม่ได้ที่จะเหงื่อตก “คุณกำลังวางแผนอะไรถึงได้หัวเราะแบบนั้น”
ร็อบบ์ฮัมเพลงแล้วพูดว่า “คุณรู้ไหมว่าถุงเมล็ดพืชในมือของฉันเป็นสิ่งที่พ่อค้าจากนครสาบสูญนำมาให้”
เมื่อเสี่ยวอี้ได้ยินว่ามันมาจากนครสาบสูญ เธอก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ในทางที่ดีนัก “สิ่งของจากผู้คนในคริสตจักรแห่งความมืด …มันต้องชั่วร้ายแน่นอน”
“โอ้ คิดไปเองแบบมุมมองแคบ ๆ อีกแล้ว คุณยังโกหกตัวเองว่าคริสตจักรแห่งความมืดไม่ดีอยู่อีกเหรอเนี่ย” ร็อบบ์กล่าว “อย่าฝักใฝ่ฝ่ายไหนให้มันมากนักเลย และอย่าตัดสินใครว่าเป็นคนไม่ดีถ้าหากไม่รู้จักอีกฝ่ายมากพอ ฉันจะบอกคุณว่าเมล็ดพืชในถุงนี้เรียกว่าถั่วเหลือง! นี่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำอาหารอันโอชะนับไม่ถ้วน!”
“อาหารอันโอชะ?” เมื่อเสี่ยวอี้ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าเย็นชาของเธอก็อ่อนลงเล็กน้อย
หลังจากมาถึงโบสถ์ของร็อบบ์ เธอรู้สึกว่าร็อบบ์มักจะขี้เกียจ แต่จะขยันหมั่นเพียรต่อการกินทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอาหารหวานหรืออาหารคาว…เธอไม่รู้ว่าเขาทำมากี่เมนูแล้ว แต่ตอนนี้ทันทีที่เขาพูดถึงอาหารอร่อย ๆ เสี่ยวอี้ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
“เอาล่ะ วันนี้เรามาเริ่มปลูกกันเลยดีกว่า” ร็อบบ์พูดอย่างสบาย ๆ ว่า “เพื่อปากท้องของฉัน ฉันจะเริ่มทำฟาร์มอีกครั้ง เฮ้อ…สวรรค์เอ๋ย ทำไมฉันถึงได้ไม่ค่อยมีเวลาขี้เกียจเลยล่ะ”
จากนั้นร็อบบ์ซึ่งไม่ได้เคลื่อนไหวมากนักมาเป็นเวลาหลายวันก็เริ่มขยันหมั่นเพียรอีกครั้งในวันนี้
เขาหว่านเมล็ดถั่วเหลืองในแปลงปลูกของเขาแล้วรดน้ำเมล็ดทั้งหมดด้วยกาน้ำขนาดเล็ก นี่คือความเจ็บปวดที่แท้จริงสำหรับเขาในการที่จะต้องมาทำงานหนักแบบนี้
วันรุ่งขึ้น ร็อบบ์ได้จ่ายเงินจำนวนมากและเรียกชาวเมืองกลุ่มใหญ่มาช่วยเก็บเกี่ยว ‘ถั่วเหลือง’
จากนั้นโกดังก็เต็มไปด้วยถั่วเหลืองมากมาย
ลิลเลียน เสี่ยวอี้ นักผจญภัยทั้งสาม แม้แต่บิชอปเอลซี่และนายกเทศมนตรีต่างก็มาดูว่าร็อบบ์จะทำอะไร
“วันนี้ฉันจะสอนพวกคุณให้รู้ถึงวิธีการสกัดน้ำมันจากถั่วเหลือง” ร็อบบ์กล่าวอย่างจริงจังกับชาวเมืองโดยรอบ “หลังจากที่พวกคุณเรียนรู้วิธีแล้ว พวกคุณจะสามารถทำ ‘น้ำมันถั่วเหลือง’ ได้ ซึ่งน้ำมันถั่วเหลืองนั้นสามารถนำไปใช้ในการทอดมันฝรั่งให้กลายเป็นอาหารว่างอันโอชะที่ขาดไม่ได้สำหรับคนที่อยากอ้วนและแสนจะขี้เกียจ ฉันขอตั้งชื่ออย่างเป็นทางการให้กับเมนูนี้ว่า เลย์มันฝรั่งทอดกรอบ!
เชอริลอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นและถามว่า “ทำไมชื่อของสิ่งนี้ถึงฟังดูเหมือนโคคาโคล่าแบบนี้ล่ะ?”[1]
“ใช่!” ร็อบบ์พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เลย์ มันฝรั่งทอดกรอบ ควรรับประทานคู่กับโคคาโคล่า เพื่อให้คุณได้รับความสุขถึงสองเท่า”
ทุกคนพยักหน้าด้วยความเคารพและตั้งใจฟัง เตรียมพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งที่ร็อบบ์สอน
“เอาเถอะ… ตอนนี้ชาวเมืองทุกคนทำตามคำสั่งของฉันนะ เอาถั่วเหลืองออกมา…”
(ผู้แต่ง: กระบวนการทำน้ำมันถั่วเหลืองจะไม่ถูกเขียนในบทนิยาย หากพวกคุณต้องการทราบขั้นตอนการสกัดน้ำมันถั่วเหลือง โปรดค้นหาด้วยตัวเองใน google ขออภัยเป็นอย่างสูง!)
[ร็อบบ์ได้รับน้ำมันถั่วเหลือง]
หลังจากนั้นไม่นาน ร็อบบ์ก็ถือน้ำมันถั่วเหลืองขวดใหญ่ที่สกัดด้วยมือ นี่เป็นสิ่งที่มีค่ามาก ไม่มีสารเติมแต่งอยู่ในนั้น ความกังวลเพียงอย่างเดียวคือมันจะได้รับการแก้ไขทางพันธุกรรมเล็กน้อยหรือไม่ เพราะเขาปลูกถั่วเหลืองด้วยระบบที่ฝืนกฎธรรมชาติอย่างแฮปปี้ฟาร์ม (ในกรณีที่คุณลืม Happy Farm มันถูกกล่าวถึงในบทที่ 48)
แต่เขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ ตอนนี้สิ่งสำคัญอันดับแรกของเขาคือการทำมันฝรั่งทอด
จากนั้นเขาก็สั่งลิลเลียนหยิบมีดขึ้นมาแล้วปอกมันฝรั่งสองสามชิ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แช่ในน้ำเพื่อล้างเอาสิ่งสกปรกและเมือกออก ทำความสะอาดอีกรอบด้วยน้ำเกลือ จากนั้นสะเด็ดน้ำให้แห้งก่อนจะโรยเกลือป่นคลุกเคล้าให้ติดอยู่กับชิ้นมันฝรั่งอย่างสม่ำเสมอแล้วพักไว้ในชาม
หลังจากนั้นเขาก็ตั้งหม้อขนาดใหญ่ ก่อนจะเทน้ำมันถั่วเหลืองลงในหม้อแล้วรอให้มันร้อน
ร็อบบ์ตะโกนบอกผู้ชมว่า “ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นในไม่ช้าแล้ว!”
ฝูงชนดูสับสน ยุคนี้พวกเขายังไม่มีน้ำมันพืชใช้ และแน่นอนว่าพวกเขาไม่เคยกินอาหารทอด ดังนั้นเมื่อพวกเขาเห็นหม้อที่มีน้ำมันเดือดปุด ๆ พวกเขาก็ไม่สามารถจินตนาการได้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ร็อบบ์หยิบชามที่มีมันฝรั่งที่ถูกหั่นแล้วเทลงในหม้อน้ำมันร้อน!
ฉ่า!
เสียงนั้นทำให้เหล่าผู้ชมตกใจ
มันฝรั่งหั่นแบบบาง ๆ ทั้งหมดนั้น เมื่อถูกเทลงในหม้อทอด มันก็เกิดฟองฟู่ขึ้นมา และมั่นฝรั่งเหล่านี้ก็กลายเป็นสีเหลืองทองในพริบตา
ร็อบบ์ใช้ตะเกียบคีบมันฝรั่งทอดขึ้นมาหนึ่งชิ้น เป่าให้เย็นลงแล้วโยนมันเข้าไปในปาก
อ่า~! ฟิน~!
อร่อยสุด ๆ ไปเลย!
ช่างชวนให้หวนคิดถึงอดีต
หัวใจเขาถึงกับฟูฟ่องเชียวล่ะ
[ร็อบบ์ได้รับมันฝรั่งทอด]
[1] ผู้เขียนใช้คำที่มาจากชื่อสินค้า “肥宅快乐水: Coca-Cola” และ “肥宅快乐事: Lay’s Potato Chips”