เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 110 การมาถึงของอัศวินเทมพลาร์
บทที่ 110 การมาถึงของอัศวินเทมพลาร์
ร็อบบ์อดไม่ได้ที่จะจ้องเขม็งไปที่เนินอกขาวซึ่งโผล่ออกมาจากคอเสื้อที่เว้าลึกของเชอริล “คุณตื่นตอนเที่ยง? คุณนี่ขี้เกียจเกินไปแล้วนะ”
เชอริลหาวออกมาก่อนจะพูดว่า “ตอนนี้ฉันไม่สามารถออกจากเมืองเวสต์วินด์ได้ ไม่สามารถทำภารกิจได้ ไม่สามารถหาอะไรทำได้ ฉันก็เลยทำได้แค่นั่งสมาธิฝึกฝนอย่างสิ้นหวังเพื่อพัฒนาเวทมนตร์ของฉัน ฉันก็เลยบังเอิญตื่นสายน่ะ ถึงแม้ว่าคุณจะตื่นเร็วกว่าฉัน แต่คุณก็ขี้เกียจเหมือนกันนั่นแหละ ไม่งั้นคุณคงไม่เอาแต่นั่งเฉย ๆ บนเก้าอี้หินของคุณแบบนี้หรอก มันแตกต่างกันตรงไหนระหว่างการที่คุณนั่งอยู่ตรงนี้โดยไม่ทำอะไรเลยกับฉันที่แค่นอนตื่นสาย?”
“ฉลาดมาก พูดมีเหตุผล” ร็อบบ์กล่าว “แต่ถึงแม้ว่าฉันจะดูขี้เกียจเวลานั่งบนเก้าอี้หิน แต่ฉันก็คิดถึงสิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทุกประเภทตลอดทั้งวันนะ ฉันขี้เกียจทางร่างกาย แต่สมองของฉันขยันสุด ๆ ไปเลยล่ะ จะเอาไปเปรียบเทียบกับการนอนหลับของคุณได้ยังไง? การนอนหลับไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายของคุณขี้เกียจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสมองของคุณยังไม่ได้สร้างประโยชน์อีกด้วย”
“ปากของคุณนี่ขยันพูดเรื่องไร้สาระจริง ๆ!” เชอริลบ่นก่อนจะถามกลับไปว่า “กอร์ดากับจีคกำลังทำอะไรอยู่?”
ร็อบบ์ใช้เวทมนตร์ตรวจจับของเขาและเหลือบมองขึ้นไปบนเนินเขาหลังโบสถ์ “กอร์ดากำลังฝึกทักษะระดับต่ำ ส่วนจีคก็กำลังฝึกทักษะระดับต่ำเหมือนกัน”
เชอริลไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “พวกเขากำลังฝึกทักษะดาบและการยิงธนู พวกมันไม่ใช่ทักษะระดับต่ำสักหน่อย”
“แล้วไง ก็ฉันเห็นว่ามันไม่มีอะไรพิเศษเลยหนิ ต้องทักษะแบบที่ฉันใช้สิถึงจะไม่ใช่ระดับต่ำ”
เชอริลเหล่มองเขา “ฉันล่ะงงจริง ๆ คุณขี้เกียจทุกวัน ไม่ได้ฝึกฝนอะไรเลย คุณไม่กลัวว่าความแข็งแกร่งของคุณจะลดลงบ้างเหรอ? มีแต่การฝึกฝนเป็นประจำเท่านั้นที่คุณจะสามารถป้องกันไม่ให้ร่างกายของคุณเสื่อมถอยได้”
ร็อบบ์ยิ้มแป้น “ความแข็งแกร่งของฉันคือตัวเลข มันเป็นสิ่งที่จีรังถาวร มันจะไม่ลดลง และแน่นอนเพราะพวกมันเป็นตัวเลขที่สูงสุดถึงขีดจำกัดแล้ว ถึงแม้ว่าฉันจะฝึกฝนเพิ่มไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น”
“คำพูดส่วนใหญ่ของคุณยังคงยากที่จะเข้าใจเหมือนเดิมเลยนะ” เชอริลหันไปทางเนินเขาก็เห็นเสี่ยวอี้นั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่และกำลังมองไปที่ขอบฟ้าอย่างสับสน เธอจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “นั่นเธอยังคิดไม่ได้อีกเหรอ?”
“ต้องให้เวลาเธอสักหน่อย” ร็อบบ์กล่าว “การที่คนคนหนึ่งเชื่อในสิ่งใดมาก ๆ ว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องยุติธรรม แต่แล้วต่อมาได้พบความจริงว่าสิ่งที่เชื่อมั่นกลับไม่ได้เป็นดั่งที่คิด มันไม่แปลกที่คนผู้นั้นจะตกอยู่ในความสับสน เราต้องให้เวลาเธอสักหน่อย”
ในขณะเดียวกันนั้น ทั้งสองก็ได้ยินเสียงระฆังดังขึ้นจากหอคอยเฝ้าระวังทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ชายคนหนึ่งตะโกนว่า “กองทัพ! มีกองทัพปรากฏขึ้น! เดี๋ยวนะ? พวกมันไม่ใช่กองทัพอันเดธ แต่พวกเขาเป็นมนุษย์! เป็นกองทัพมนุษย์ภายใต้ธงของอัศวินเทมพลาร์[1] พวกเขามีกำลังคนน่าจะไม่เกินสามร้อยนาย!”
เสียงตะโกนนี้ทำให้เสี่ยวอี้ซึ่งนั่งอยู่บนเนินเขาลุกขึ้นยืนทันที และรีบวิ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง
“อัศวินเทมพลาร์?” เชอริลขมวดคิ้ว “ทำไมฉันรู้สึกตะหงิด ๆ ว่าพวกเขาน่าจะมาสร้างปัญหาให้เรามากกว่าช่วยเหลือ? และมันแปลกจริง ๆ นะ ไบรต์โร้ดน่าจะถูกทางฝั่งเจ้าหญิงโจมตีไปแล้วไม่ใช่เหรอ? อัศวินเทมพลาร์กลุ่มเล็ก ๆ นี้ฝ่าแนวป้องกันของกองทัพอันเดธมาถึงเมืองเวสต์วินด์ได้ยังไง?”
ร็อบบ์ยักไหล่และพูดว่า “มันไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะมาปรากฏตัวที่นี่ อัศวินเทมพลาร์กลุ่มนี้คงออกจากไบรต์โร้ดก่อนที่เมืองจะถูกโจมตี ก่อนหน้านี้พวกเขาคงได้รับคำสั่งให้เข้าไปในเทือกเขาสนดำเพื่อชำระล้างกองทัพโครงกระดูกหนึ่งพันตัวในเทือกเขาที่เราเจอ แต่ทันทีที่พวกเขาออกจากไบรต์โร้ด เมืองก็ถูกโจมตี ซึ่งพวกเขาคงทำได้แต่เดินท่องอยู่ในป่าเหมือนแมลงวันหัวขาดมานานกว่าหนึ่งเดือน และถ้าฉันเดาถูกต้อง ตอนนี้พวกเขาคงกำลังถูกไล่ล่าตามหลังมา”
เมื่อมาถึงจุดนี้ ร็อบบ์ไม่อาจขี้เกียจได้อีกต่อไป เขาจึงลุกขึ้นและค่อย ๆ เดินไปทางประตูเมืองฝั่งตะวันออกเฉียงใต้
แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการต่อสู้ แต่เชอริลก็ไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าของเธอ เธอรีบตามร็อบบ์ไปในขณะที่สวมเสื้อเว้าคอและกระโปรงสั้นเช่นนั้น เธอคล้องแขนของร็อบบ์และเบียดหน้าอกอันมโหฬารที่แขนของร็อบบ์โดยเจตนาหรืออาจจะไม่ได้คิดอะไรเลย…
ร็อบบ์รู้สึกดีอยู่ลึก ๆ ผู้หญิงตะวันตกช่างมีนิสัยที่ไม่หวงเนื้อหวงตัวดีจริง ๆ!
เขาแสร้งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษด้วยการพูดว่า “เชอริล คุณใกล้ชิดกับฉันมากขนาดนี้มันจะดีเหรอ”
“ฉันเหรอ?” เชอริลยิ้ม “ฉันทำแบบนี้มันไม่ปกติเหรอ?”
“อันที่จริงก็ปกติแหละ จงรักษามันไว้!”
ทั้งสองค่อย ๆ เดินไปที่ประตูเมืองทิศตะวันออกเฉียงใต้อย่างสง่างาม ดูราวกับคู่รักที่เดินไปตามถนน
แต่คนอื่นไม่มีอารมณ์จะเฉื่อยแฉะอย่างพวกเขา กอร์ดาและจีคที่ฝึกซ้อมบนเนินเขารีบวิ่งลงมาอย่างรวดเร็วผ่านหน้าพวกเขาไปและตะโกนว่า “พวกคุณทำอะไรอยู่น่ะ ทำไมเดินช้าแบบนั้น? เร็วเข้า! มีศัตรูไล่ตามหลังพวกอัศวินเทมพลาร์ จีคเห็นมันด้วยทักษะตรวจจับระยะ 2,500 หลา!”
“คิดว่าคุณร็อบบ์ไม่เห็นสิ่งที่จีคเห็นงั้นเหรอ?” เชอริลกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พวกคุณตื่นตูมกันเกินไปแล้ว”
“เอ่อ…ก็จริง ทักษะจรวจจับของจีคไม่มีทางดีเท่าของคุณร็อบบ์แน่”
กอร์ดาและจีคหยุดวิ่งและค่อย ๆ ตามร็อบบ์ไป
ด้วยเวทตรวจจับระยะ 5,000 หลา ร็อบบ์เห็นว่าอัศวินเทมพลาร์ซึ่งมีจำนวนไม่ถึงสามร้อยกำลังวิ่งมาทางเมืองเมืองเวสต์วินด์อย่างน่าสังเวช พวกเขาถูกไล่ล่าโดยกลุ่มชายมากกว่าหนึ่งพันคน
มันไม่ใช่กองทัพอันเดธ แต่เป็นกองทัพมนุษย์!
กองทัพที่ไล่ตามมานั้นถือธงที่ปักลายรูปหินก้อนหนึ่ง
ร็อบบ์ถามนักผจญภัยทั้งสามว่า “ธงปักลายรูปหินหมายถึงพวกไหน? อัศวินคนงานเหมืองเหรอ?”
นักผจญภัยทั้งสามคนหัวเราะจนน้ำตาเล็ดก่อนจะตอบไปว่า “มันใช่ซะที่ไหนกันเล่า? พวกนั้นคืออัศวินดินดำ!”
อัศวินดินดำซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็น “อัศวินหลวง” เป็นองครักษ์ส่วนตัวของกษัตริย์องค์ก่อน สิบหกปีที่ผ่านมาพวกเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอยในการต่อสู้กับมังกรดำ แต่ตอนนี้ธงของพวกเขาถูกโบกสะบัดอีกครั้ง
แถมพวกเขายังมีจำนวนมากด้วย!
จากวิธีที่พวกเขาไล่ล่าอัศวินเทมพลาร์ซึ่งกำลังเหนื่อยจนจะขาดใจตายอยู่แล้ว สามารถบอกได้ว่าอัศวินดินดำไม่ได้อ่อนแอในการต่อสู้แต่อย่างใด
กองทัพทั้งสองไล่ล่ากันมาไม่มีหยุด
และไม่นานนัก กลุ่มอัศวินเทมพลาร์ที่นำมาก็เข้ามาใกล้เมืองเวสต์วินด์ อัศวินที่เร็วที่สุดสามารถมองเห็นทหารยามบนเชิงกำแพงเมืองเวสต์วินด์ได้ราง ๆ พวกเขาเคยคาดเดาเอาไว้ว่าเมืองเวสต์วินด์น่าจะถูกโจมตีไปนานแล้วและถูกกองทัพอันเดธเข้ายึดครอง พวกเขายังคงกังวลว่ากองทัพอันเดธจะกรูกันออกมาสกัดกั้นพวกเขาไว้
นักบวชหลายคนในกลุ่มอัศวินเทมพลาร์ได้เริ่มร่ายคาถาแล้ว และพาลาดินก็ง้างค้อนสงครามของพวกเขาออกมา
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาเห็นว่ากำแพงเมืองเวสต์วินด์เต็มไปด้วยมนุษย์ พวกก็เขาอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า “เมืองเวสต์วินด์ยังไม่ล่มสลายเหรอ?”
ในขณะที่ลังเลอยู่นั้น เสี่ยวอี้ก็ปรากฏตัวบนกำแพงเมือง เธอโบกมือให้อัศวินเทมพลาร์อย่างเร่งรีบและตะโกนว่า “ท่านบิชอปเอลซี่! รีบวิ่งมาเร็ว! เข้ามาหลบภัยในเมืองเวสต์วินด์!”
“ฮะ? คนนั้น…นั่นคืออิชีร์! แม่ชีจากคริสตจักรแห่งแสงของเรานี่นา!”
“ฉันรู้จักเธอ!”
“เธอมาจากคริสตจักรแห่งแสง!”
[1] อัศวินเทมพลาร์ คือคณะอัศวินผู้ถวายสัตย์รับใช้คริสตจักร ขึ้นตรงต่อคำสั่งของคริสตจักรอย่างเดียวเท่านั้น แต่ละคนล้วนเชี่ยวชาญในการใช้ทักษะธาตุแสงศักดิ์สิทธิ์ที่คล้ายกับพาลาดินแต่แตกต่างกันตรงที่ทักษะของพาลาดินส่วนใหญ่จะเน้นด้านการป้องกันและสนับสนุนพวกพ้อง ส่วนเทมพลาร์นั้นจะเน้นด้านการโจมตี