เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 104 เกิดอะไรขึ้นเมื่อ 16 ปีก่อน
บทที่ 104 เกิดอะไรขึ้นเมื่อ 16 ปีก่อน
เนโครแมนเซอร์คิดไว้ตั้งแต่ที่ถูกจับตัวมาแล้วว่าเขาคงจะถูกเผาจนตาย ไม่มีสักวินาทีที่เขาคิดว่าตัวเองจะรอดชีวิต เขาไม่คิดเลยว่าร็อบบ์จะปล่อยให้รอด
ร็อบบ์กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันรู้ว่าแกสับสน และแกไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ดังนั้นให้ฉันอธิบายเพิ่มให้มันชัดเจนหน่อยก็แล้วกันว่าทำไมฉันถึงปล่อยแกกับลูกกะจ๊อกของแกไป สาเหตุที่ฉันปล่อยพวกแกน่ะไม่ซับซ้อนเลย ฉันมีเกณฑ์ที่แตกต่างกันสำหรับการวัดอาชญากรรมของผู้อื่นและตามมาตรฐานของฉัน พวกแกทั้งสองยังไม่เลวถึงจุดที่ต้องตาย ก็แค่นั้นแหละ”
“แน่นอนว่าไอ้เบอร์ 32 ที่ถูกฉันฆ่า มันก็อาจจะยังไม่ได้ทำชั่วร้ายแรงจนถึงขั้นตายหรอก แต่ที่มันถูกฉันฆ่าตายไปเป็นเพราะสิ่งที่ฉันเรียกมันว่า ‘การป้องกันตัว’ และฉันจะไม่ขอโทษด้วย พวกแกโชคดีมากนะที่ฉันไม่ได้ฆ่าแกเพื่อป้องกันตัว พวกแกก็เลยมีโอกาสได้รับการปล่อยตัว”
เนโครแมนเซอร์และนักเวทฝึกหัดไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ร็อบบ์กล่าวต่อไปว่า “ไม่รู้ว่าพวกแกสังเกตรึเปล่า แต่ดูสิ ฉันเป็นคนขี้เกียจจะตาย ฉันไม่ชอบเคลื่อนไหวหรอกถ้าฉันได้นั่งเก้าอี้ตัวนี้แล้ว อีกอย่างนะ ฉันสามารถออกไปค้นหาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก แต่ฉันก็ขี้เกียจเกินที่จะทำมัน ดังนั้นโปรดบอกฉันทีว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอกนั่น การเคลื่อนไหวของพวกแกได้แพร่กระจายไปทุกที่แล้วนี่นา พวกแกไม่จำเป็นต้องเก็บความลับหรอก”
เนโครแมนเซอร์ชะงักงัน และหลังจากนั้นหลายวินาทีเขาก็ถอนหายใจ “ก็จริง!”
ไม่มีอะไรจะต้องเก็บเป็นความลับอีกต่อไป กองทัพทั้งหมดเคลื่อนพลแล้ว
ทุกเมืองทางตะวันตกของไบรต์โร้ดยกเว้นเมืองเวสต์วินด์ถูกยึดครองแล้ว
และกองทัพของเนโครแมนเซอร์ที่ประจำการอยู่ในหมู่บ้านหนานหลี่ก็ควรเริ่มเดินขบวนไปยังไบรต์โร้ด ซึ่งเมื่อมองดูเวลาขณะนี้ ผู้นำของพวกเขาควรเดินทัพไปถึงนอกเมืองไบรต์โร้ดแล้วและอาจจะกำลังคุยกับทหารม้าสิงโตขาวจากระยะไกล
เนโครแมนเซอร์กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะบอกเอง… ในสงครามครั้งนี้ เราเป็นฝ่ายที่ชอบธรรม”
ร็อบบ์กล่าวทันทีว่า “ทุกคนคิดว่าตัวเองมีเหตุผลที่ชอบธรรมในการทำทุกสิ่ง เพราะงั้นอย่าเน้นส่วนนี้เลย”
“ไม่! เรามีความชอบธรรมในการลงมือจริง ๆ นะ!”
เนโครแมนเซอร์ดื้อรั้นเช่นเดียวกับเสี่ยวอี้นั่นแหละ
“สงครามครั้งนี้วางแผนเอาไว้ตั้งแต่เมื่อ 16 ปีที่แล้ว!”
ร็อบบ์กล่าวว่า “หืม? ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น”
นักผจญภัยทั้งสามคนและเสี่ยวอี้ตกใจขึ้นมาเกือบจะพร้อมกัน
“เมื่อ 16 ปีที่แล้ว? นายกำลังพูดถึงการต่อสู้ครั้งที่มังกรดำโจมตีหอคอยดินดำใช่ไหม”
“ใช่!” เนโครแมนเซอร์กล่าวอย่างโศกเศร้าว่า “กษัตริย์และราชินีแห่งอาณาจักรแกรนถูกสังหารในการต่อสู้ครั้งนั้น หอคอยดินดำถูกมังกรดำทำลาย และอาณาจักรแกรนก็ตกอยู่ในความโกลาหล
ร็อบบ์ตั้งใจฟังอย่างอดทน นักผจญภัยทั้งสามคน เสี่ยวอี้ รวมทั้งนักเวทฝึกหัดกำลังระลึกถึงอดีต
ร็อบบ์ฟังมานานและในที่สุดก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 16 ปีก่อน
แท้จริงแล้วเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรแกรนไม่ใช่ “นครหลวงศักดิ์สิทธิ์” แต่เป็น “หอคอยดินดำ”
อาณาจักรแกรนก่อตั้งมาจากเวทมนตร์ แบ่งออกเป็นสี่ฝ่าย ได้แก่ ไฟ ดิน น้ำ และลม!
ตัวอย่างเช่น เชอริลเป็นนักเวทไฟ แต่ละกลุ่มหลักทั้งสี่มีเมืองหลักของตัวเอง
เมืองหลักของไฟคือ “หอคอยไฟ”
เมืองหลักของน้ำคือ “หอคอยน้ำแข็ง”
เมืองหลักของลมคือ “หอคอยลม”
และเมืองหลักของดินคือ “หอคอยดินดำ”
แม้ว่าพวกเขาจะเรียกว่าหอคอย แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเมืองใหญ่ที่สร้างขึ้นโดยมีหอคอยเป็นศูนย์กลาง
สี่เมืองใหญ่นี้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก และในบรรดาสี่เมืองนี้ เมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของพวกเขาคือหอคอยดินดำ เพราะราชวงศ์เลือกเมืองนี้เป็นเมืองหลวงนั่นเอง
เมืองหลวงย่อมมีสถานะทางการเมืองและการค้าที่สำคัญกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดปัญหาที่ว่า ยิ่งเมืองเจริญรุ่งเรืองมากเท่าไหร่ สมบัติก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และเนื่องจากเมืองนี้มีสมบัติมากมาย มันจึงดึงดูดความสนใจของมังกรดำได้ง่ายขึ้น
16 ปีที่แล้วนั่นคือปีแห่งมังกรดำโบยบินที่ 1328!
หอคอยดินดำซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรแกรนถูกมังกรดำโจมตี กษัตริย์และราชินีเป็นนักรบที่ห้าวหาญ พวกเขาไม่เชื่อข่าวลือที่ว่าไม่มีใครสามารถเอาชนะมังกรดำได้ ทั้งสองเคียงข้างกันโดยนำเหล่าอัศวินและนักเวทหลวงออกไปต่อสู้อย่างถวายหัวเพื่อปกป้องเมืองหลวง
แต่แล้วพวกเขาก็ตาย…
มังกรดำฆ่ากษัตริย์และราชินี กวาดล้างอัศวินและนักเวทหลวงในราชสำนักจนหมดสิ้น ทำลายหอคอยดินดำและเปลี่ยนเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นซากปรักหักพัง แล้วกลับไปที่รังของมันอย่างพึงพอใจพร้อมกับสมบัติที่มันปล้นไปจากเมือง
มังกรดำมีความสุข แต่อาณาจักรแกรนอยู่ในความโกลาหล
เมื่อกษัตริย์และราชินีสิ้นพระชนม์ บุตรสาวคนเดียวของพวกเขา ทายาทผู้ชอบธรรมแห่งบัลลังก์มีอายุเพียงสี่ขวบ ซึ่งเธอยังเด็กและไม่รู้ความ จึงไม่สามารถดูแลสถานการณ์โดยรวมได้
เจ้าชายหลายคนจากทั่วประเทศส่งกองทัพมาเพื่อหวังที่จะได้รับบัลลังก์
ผู้ชนะคนสุดท้ายของสงครามคือ ‘แกรนด์ดยุก มอนดรา เบลมอนด์ แดรกคิวล่า’ ซึ่งด้วยการสนับสนุนของทหารม้าสิงโตขาวที่นำโดย แกรนด์ดุ๊ก อิงซี ก็ได้ปิดปากคู่ต่อสู้ทั้งหมดอย่างรวดเร็วและขึ้นครองบัลลังก์แทน
หลังจากที่เขาขึ้นครองบัลลังก์ มอนดราซึ่งอ้างว่าเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรแกรนได้ละทิ้งซากปรักหักพังของหอคอยดินดำ ก่อนจะย้ายเมืองหลวงไปยังฐานที่มั่นของเขาและเปลี่ยนชื่อเป็น “นครหลวงศักดิ์สิทธิ์” ให้เป็นเมืองหลวงใหม่ของอาณาจักรแกรน
และมือขวาที่ไว้ใจได้มากที่สุดของเขาคือ แกรนด์ดยุก อิงซี ซึ่งนำทหารม้าสิงโตขาวไปยังไบรต์โร้ด และช่วยเขาปกป้องชาวตะวันตกทั้งหมด
นี่คือประวัติศาสตร์ที่ทุกคนรู้จัก
เมื่อมาถึงจุดนี้ เสียงของเนโครแมนเซอร์ก็แข็งกร้าวขึ้นมาทันที “พวกคุณทุกคนรู้เรื่องนี้ใช่ไหม? แต่พวกคุณรู้บ้างไหมว่าเจ้าหญิงที่ควรจะสืบทอดอาณาจักรแกรนหายไปไหน? เจ้าหญิงซึ่งตอนนั้นอายุเพียงสี่ขวบ เธอต้องทนทุกข์ทรมานกับความยากลำบากขนาดไหน!?”
ร็อบบ์ยักไหล่ “ฉันพอเข้าใจแหละ เรื่องราวแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องใหม่หรอก”
นักผจญภัยทั้งสามคนผายมือ “เราเข้าใจเหมือนกัน! เรื่องแบบนี้มันน่าเบื่อจริง ๆ”
มีเพียงเสี่ยวอี้เท่านั้นที่พูดว่า “พวกคุณกำลังทำอะไรอยู่? ฉันเคยได้ยินอาร์คบิชอปพูดถึงเรื่องนี้ เวลานั้นมีความโกลาหลมากมายในอาณาจักรแกรน และเจ้าหญิงน้อยหนีออกจากเมืองหลวงภายใต้การคุ้มครองของผู้ที่ยังภักดีต่อเธอ และยื่นขอคำตัดสินที่โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง สมเด็จพระสันตะปาปาทนไม่ได้ที่เห็นเจ้าหญิงน้อยถูกรังแก และผู้คนในอาณาจักรแกรนก็ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม เขาจึงส่งอนุญาโตตุลาการแสงศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำอัศวินเทมพลาร์ไปช่วยเจ้าหญิงน้อย”