หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้ - บทที่ 907 กระบี่คือกาย กายคือกระบี่
บทที่ 907 กระบี่คือกาย กายคือกระบี่
“จัดการเสร็จสักที”
ไม่รู้ว่าทำไม หลังจากต่อสู้กับเสวียสือโล่ว ลู่หยางรู้สึกเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก ราวกับได้ต่อสู้กับคนสามคน
เดิมทีลู่หยางอยากจบการต่อสู้เร็วๆ เพื่อไปดูการต่อสู้ของคนอื่นในกลุ่มที่สอง
ตอนนี้เขาเพียงอยากนั่งพักสักครู่
“เอ้อ เซียนน้อย เมื่อกี้คนด้านล่างเวทีเหมือนตะโกนอะไรเกี่ยวกับสายเลือดจักรพรรดิหิมะ ท่านรู้หรือไม่ว่ามันคืออะไร?”
เซียนอมตะส่ายหน้า “ไม่เคยได้ยิน คงไม่ใช่บุคคลที่ยิ่งใหญ่อะไร เจ้าก็เอาชนะทายาทของเขาได้แล้วไม่ใช่หรือ”
ลู่หยางรู้สึกว่าเสวียสือโล่วนั้นสู้ยากอยู่พอสมควร เป็นครั้งแรกที่เขาเจอคู่ต่อสู้ที่รับท่าจ้านจือเจวี๋ยสามครั้งติดกัน
อ้อ พูดเช่นนี้ก็ไม่ถูกต้องนัก ควรพูดว่าเป็นครั้งแรกที่เขาเจอคู่ต่อสู้ระดับเดียวกันที่รับท่าจ้านจือเจวี๋ยสามครั้งติดกัน
เพราะคู่ต่อสู้ของเขาเคยมีเซียนหมื่นวิชา เซียนอิงเทียน เซียนฉี่หลิน พวกนั้นรับท่าจ้านจือเจวี๋ยสามครั้งไม่มีปัญหา
ลู่หยางไม่กล้าไปถามผู้บำเพ็ญวิถีกระบี่จากดินแดนเหนือสุดว่าสายเลือดจักรพรรดิหิมะคืออะไร
จากปฏิกิริยาของผู้บำเพ็ญวิถีกระบี่จากดินแดนเหนือสุด สายเลือดจักรพรรดิหิมะน่าจะน่ากลัวมาก อาจมีตำแหน่งสูงส่งในใจของผู้บำเพ็ญดินแดนเหนือสุด
เขาเพิ่งเอาชนะเสวียสือโล่ว แล้วยังจะไปถามว่าจักรพรรดิหิมะคืออะไร เก่งมากหรือ?
นี่มันต่างอะไรกับการยืนประจานหน้า แม้แต่เซียนอมตะก็ยังไม่ทำเรื่องโง่เช่นนี้
“เอ้ ทำไมเจ้าไม่ไปถามผู้บำเพ็ญวิถีกระบี่จากดินแดนเหนือสุดล่ะ แค่นั้นก็รู้แล้วว่าสายเลือดจักรพรรดิหิมะคืออะไร” เซียนอมตะในฐานะตัวช่วยวางแผนให้ลู่หยาง คิดหาวิธีที่ดี
ลู่หยาง: “……”
“ยินดีด้วย ชนะไปหนึ่งรอบแล้ว”
อวี้เมิ่งเมิ่งยิ้มเดินเข้ามาแสดงความยินดี
“ง่ายมาก”
ต่อหน้าผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำ ลู่หยางยังต้องแสร้งทำเป็นเก่ง ไม่อาจแสดงอาการเหนื่อยล้า
เมื่อเห็นลู่หยางลงจากเวที ผู้คนเปิดทางให้โดยอัตโนมัติ
ท่าจ้านจือเจวี๋ยสามครั้งนั้นเป็นเพียงท่ากระบี่พื้นฐานที่สุดของผู้บำเพ็ญวิถีกระบี่ แต่ในมือของลู่หยางกลับเหมือนผ่านการเปลี่ยนแปลง พลังไม่อาจเทียบกับท่าจ้านจือเจวี๋ยในความทรงจำของพวกเขา
ผู้ที่รับได้แม้เพียงครั้งเดียวก็มีน้อยนัก
ฝึกฝนท่ากระบี่พื้นฐานที่สุดจนมีพลังถึงขั้นนี้ สามารถจินตนาการได้ว่าลู่หยางหมั่นฝึกฝนเพียงใดในยามส่วนตัว
มีพรสวรรค์วิถีกระบี่สูงก็แล้วไป นึกไม่ถึงว่าแม้แต่ความพยายามก็ยังสู้เขาไม่ได้ จะแข่งกันได้อย่างไร?
“ศิษย์พี่ลู่หยาง ท่านก็ต่อสู้เสร็จแล้วหรือ?” หมิงไท่ต่อสู้เสร็จแล้วก็มาหาลู่หยาง
“เพิ่งต่อสู้กับเสวียสือโล่วจากดินแดนเหนือสุดเสร็จ แล้วท่านล่ะ?”
“เพิ่งต่อสู้กับหมาดำตัวใหญ่จากเขตปีศาจเสร็จ”
หมิงไท่นึกถึงการต่อสู้เมื่อครู่ นั่งไม่ติด ทั้งร่างรู้สึกไม่สบาย อยากไปอาบน้ำ
“หมาดำคาบกระบี่มาสู้กับข้า น้ำลายกระเด็นไปทั่ว กระเด็นใส่ตัวข้าด้วย”
หมาดำมีพลังโจมตีทั่วไป แต่ให้ผลกระทบทางจิตใจมาก ผู้บำเพ็ญวิถีกระบี่จากเขตปีศาจทุกคนรู้ว่าวิธีต่อสู้ของหมาดำเป็นอย่างไร ไม่มีใครอยากจับฉลากได้มัน
โชคดีที่หมิงไท่เป็นคนโชคร้ายคนนั้น
หลังจากการต่อสู้กลุ่มที่สองจบลง การต่อสู้กลุ่มที่สาม กลุ่มที่สี่… จนถึงกลุ่มที่สามสิบสองก็จบลงอย่างราบรื่น มีการสับเปลี่ยนใหม่ จับฉลากใหม่อีกครั้ง
ต่อไป ลู่หยางเจอกับหญิงแต่งตัวเป็นชาย พยายามพิสูดน์ว่าผู้หญิงก็สามารถเป็นผู้บำเพ็ญวิถีกระบี่ระดับสูงสุดได้
“ฟัน”
เจอกับลูกสาวที่บิดาล้มป่วยนอนซม มาเข้าร่วมงานถามกระบี่แทนบิดา
“ฟัน”
เจอกับผู้บำเพ็ญวิถีกระบี่หญิงที่มาท้าทายผู้แข็งแกร่ง เชื่อว่ามีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะเป็นสามีของนางได้
“หมิงไท่ พวกเราสลับคู่ต่อสู้กันดีกว่า”
“อา อืม”
“เจ้าหยางน้อย เจ้าหยางน้อย เดี๋ยวข้าก็จะขึ้นไปลองดูบ้าง”
เซียนอมตะเห็นเยว่ฉวนและวิญญาณกระบี่อาหลานร่วมกันเป็นสามีภรรยา ไร้เทียมทานในใต้หล้า ผ่านด่านแล้วด่านเล่า สุดท้ายพ่ายแพ้ในมือของลู่หยาง
แม้จะพ่ายแพ้ แต่เซียนอมตะรู้สึกว่าผู้บำเพ็ญวิถีกระบี่และวิญญาณกระบี่ต่อสู้ร่วมกันดูเท่มาก นางก็อยากลองดูบ้าง
“หือ? เซียนน้อยท่านจะลงมือหรือ?”
ลู่หยางคิดในใจว่า ต้องให้ข้าไปปลุกผู้สูงส่งแห่งหอกระบี่และเซียนกระบี่พิณฟื้นคืนชีพแล้วมัดรวมกันมาให้ท่านตีหรือ?
“โธ่ ข้าจะไม่โผล่หน้า”
เซียนอมตะยิ้มคิกคัก รู้ว่าตนต้องรักษาความลับ ไม่อาจปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนมากมาย
“ตอนนั้นเจ้าเพียงจับกระบี่ชิงเฟิงให้แน่นก็พอ”
ลู่หยางไม่รู้ว่าเซียนอมตะเตรียมจะต่อสู้อย่างไร ในใจสงสัยยิ่งนัก แต่เมื่อเป็นคำขอของเซียนอมตะ ก็ได้แต่ยอมรับ
“สหายลู่หยาง ไม่คิดว่าจะได้ประมือกับท่านในงานถามกระบี่”
คราวนี้คู่ต่อสู้ของลู่หยางคือคุนชิวจากเผ่าฮุ่นตุน
ลู่หยางเคยดูการต่อสู้ของคุนชิวหลายครั้ง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆ เน้นการผสานหยินหยาง ผสมความแข็งกับความอ่อน กระบวนกระบี่เปลี่ยนอย่างลื่นไหลยิ่ง คู่ต่อสู้ไม่อาจตอบสนองทัน
“ข้าก็ไม่คิดว่าเผ่าฮุ่นตุนจะมีผู้เชี่ยวชาญวิถีกระบี่อย่างท่าน ก่อนหน้านี้ไปเขตปีศาจแล้วไม่ได้ประมือกับท่าน ช่างน่าเสียดาย”
การผสานหยินหยาง ผสมความแข็งกับความอ่อน นี่คล้ายกับผลของการบำเพ็ญของเซียนจิ้วชง ลู่หยางคิดว่าแทนที่จะต้องรับการทรมานจากหยินหยางของเซียนจิ้วชงอย่างกะทันหัน ยังไม่สู้หาคู่ซ้อมง่ายๆ เพื่อปรับตัวก่อน
พอเริ่มต่อสู้ กระบี่ชิงเฟิงก็ลากลู่หยางพุ่งแทงไปที่คุนชิวโดยตรง ทำเอาทั้งลู่หยางและคุนชิวตกใจ
ลู่หยางไม่คิดว่าเซียนอมตะจะมีวิธีต่อสู้แบบนี้ คุนชิวไม่คิดว่าลู่หยางจะมีวิธีต่อสู้แบบนี้
วิธีต่อสู้ของคุนชิวมักมีเอกลักษณ์ด้วยความแปลกประหลาดหลากหลายและการทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด ไม่คิดว่าคราวนี้จะถูกลู่หยางชิงความได้เปรียบก่อน
“เป็นคู่ต่อสู้ที่ยากจริงๆ พอลงมือก็ทำลายจังหวะความคิดของข้าเลย!”
“ก็ถูก มีเพียงคู่ต่อสู้เช่นนี้เท่านั้นที่ท้าทาย!”
“ลู่หยาง มาสู้กัน!”
“เจ้าหยางน้อย พวกเราบุกเลย!” ในกระบี่ชิงเฟิง วิญญาณกระบี่ตะโกนด้วยเสียงที่เฉพาะลู่หยางเท่านั้นที่ได้ยิน วิ่งพล่านราวกับม้าเถื่อน หากลู่หยางไม่จับให้แน่น แทบจะกระเด็นไปแล้ว
ประมุขกวานมองลู่หยางด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พูดกับผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ทั้งสองข้าง
“คนหนุ่มน่าเกรงขาม พวกท่านสังเกตเห็นหรือไม่ ทุกครั้งกระบี่ชิงเฟิงจะเคลื่อนไหวก่อน แล้วลู่หยางจึงตามไป”
“นี่หมายความว่าอะไร นี่หมายความว่าลู่หยางบรรลุถึงขั้นคนกระบี่เป็นหนึ่งเดียวในตำนานอีกรูปแบบหนึ่งแล้ว ความคิดส่งไปยังกระบี่ชิงเฟิงก่อน แล้วจึงส่งไปยังร่างกาย!”
“กระบี่เป็นนาย เขาเป็นบ่าว ที่แท้หมายความเช่นนี้”
“ยอดเยี่ยมจริงๆ”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งอดถามไม่ได้ “เรื่องของลู่หยางพักไว้ก่อน หลังจากหมิงไท่เอาชนะผู้บำเพ็ญวิถีกระบี่หญิงคนนั้น นางก็ตะโกนอยู่ตลอดว่าอยากแต่งงานกับหมิงไท่ จะทำอย่างไรดี?”
ผู้อาวุโสอีกคนร้อนรน “ทำแบบนั้นได้หรือ?! ต้องไม่ให้หมิงไท่ทำเรื่องที่ผิดต่อผู้สูงส่งเด็ดขาด!”
บนเวทีประลอง เซียนอมตะเข้าใจถึงขั้นคนกระบี่เป็นหนึ่งเดียวในรูปแบบใหม่ นางควบคุมกระบี่ชิงเฟิงสะบัดลู่หยางไปมา ให้ลู่หยางไปชนคุนชิว
“เฮ้ย!”
ไม่มีทางเลือก ลู่หยางได้แต่ใช้คมกระบี่ห่อหุ้มร่างกาย ไปถีบคุนชิว
แม้แต่คุนชิวที่ขึ้นชื่อเรื่องกระบวนกระบี่หลากหลาย ก็นึกไม่ถึงว่าจะมีวิธีต่อสู้แบบนี้ ถูกวิธีต่อสู้ของลู่หยางทำให้ตกใจอีกครั้ง การโจมตีทุกครั้งของลู่หยางล้วนอยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของเขา
“นี่คือสิ่งที่เรียกว่าใช้กระบี่เป็นกาย กายเป็นกระบี่ในตำนานหรือ?”
“เท้าคมกระบี่ไม่ขาดสาย!”
ลู่หยางตะโกนลั่น ฝีเท้าของเขาก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน สองเท้าเตะอย่างรวดเร็ว แต่ละเท้าที่พาคมกระบี่ล้วนถีบเข้าที่อกของคุนชิว การโจมตีดุจพายุฝน ไม่ให้เวลาเขาตอบสนอง ถีบเขาตกจากเวทีประลองโดยตรง!