หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้ - บทที่ 902 ผู้ฝึกกระบี่ไร้นาม
บทที่ 902 ผู้ฝึกกระบี่ไร้นาม
“ศิษย์พี่ลู่หยาง ข้ามีศิษย์พี่ศิษย์พี่หญิงอีกหลายคนที่อยากพบท่านมานาน ท่านสะดวกหรือไม่?”
“ได้สิ ไปพบกันเถอะ”
ลู่หยางตอบพร้อมรอยยิ้ม เหน็บกระบี่ชิงเฟิงที่เก็บเข้าฝักไว้ที่เอวอย่างไม่ถือตัว
ก่อนหน้านี้ลู่หยางพยายามไม่นำกระบี่ชิงเฟิงออกมา เพราะกระบี่ชิงเฟิงเป็นกระบี่เซียนที่อู่เหยาหลอม เขากังวลว่าผู้บำเพ็ญแห่งแคว้นต้าอวี๋จะจำได้ แล้วก่อเรื่องใส่ตัว
เช่นเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เซียนหมื่นวิชาโจมตีสำนักเวิ่นเต๋า จุดเริ่มต้นมาจากการจำกระบี่ชิงเฟิงได้ และคาดเดาว่าสำนักเวิ่นเต๋าซ่อนคลังสมบัติเซียนที่อู่เหยาทิ้งไว้
ปัจจุบันลู่หยางไม่มีความกังวลเรื่องนี้แล้ว เพราะทุกคนที่รู้ที่มาของกระบี่ชิงเฟิงล้วนถูกคุมขังที่ยอดเขาคุมขัง ภายนอกไม่มีผู้ใดรู้จักมัน
อวี้เมิ่งเมิ่งมองกระบี่ชิงเฟิง เผยสีหน้าครุ่นคิด
“คุณหนูอวี้ เจ้านึกอะไรได้หรือ?” ลู่หยางสังเกตเห็นความผิดปกติของอวี้เมิ่งเมิ่ง
“เจ้ายังจำเพื่อนสนิทที่ข้าเคยเล่าให้เจ้าฟังได้ไหม?”
“คนที่เก่งการต่อสู้เป็นพิเศษน่ะหรือ?”
“ใช่ ที่จริงนางชื่นชอบกระบี่มาก เคยแอบฝึกฝนช่วงหนึ่ง ศึกษาทฤษฎีมามากมาย แต่ไม่เคยบรรลุอะไรเลย แม้แต่ขั้นพื้นฐานก็ยังไม่ถึง สุดท้ายก็เลยล้มเลิกไป”
ลู่หยางยิ้ม “วิถีกระบี่ก็เป็นเช่นนี้แหละ อาศัยเพียงความพยายามไม่อาจประสบความสำเร็จได้ พรสวรรค์และปฏิภาณขาดไม่ได้ นี่แสดงว่าเพื่อนสนิทของเจ้าพรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่ค่อนข้างธรรมดาจริงๆ”
“แต่หากเพื่อนสนิทของเจ้าสนใจวิถีกระบี่ ข้าสามารถสอนบ้างได้”
“ข้าไม่ได้คุยโม้ แต่ข้ามีพรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่อยู่บ้าง ในหมู่คนรุ่นใหม่ของดินแดนเซียน คนที่มีพรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่เหนือกว่าข้าคงมีสองสามคน”
หมิงไท่ได้ยินลู่หยางกล่าวเช่นนั้นก็ยิ้ม “ศิษย์พี่ลู่หยางถ่อมตัวเกินไปแล้ว ในหมู่คนรุ่นใหม่ เกรงว่าไม่มีผู้ใดมีพรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่เหนือกว่าท่าน”
“ก็มีแต่รองประมุขลู่ผู้นั้นที่พอเทียบกับท่านได้ แต่เขาเป็นคนยุคโบราณ พูดอย่างเคร่งครัดก็ไม่นับว่าเป็นคนรุ่นใหม่ของพวกเรา”
“งั้นก็ดีมาก”
อวี้เมิ่งเมิ่งดีใจแทนเพื่อนสนิท ตามที่นางพูด นางก็นับเป็นคนรุ่นใหม่ พรสวรรค์ย่อมสู้ลู่หยางไม่ได้ พอดีให้ลู่หยางสอนนาง
ทุกครั้งที่เสี่ยวจือกลับบ้านจะนำของขวัญมามากมาย คราวนี้นางหาอาจารย์ให้เสี่ยวจือ ก็ถือว่ามีของตอบแทนแล้ว
หอกระบี่มีทั้งหมดสิบแปดชั้น แปดชั้นแรกเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าได้ ผู้ฝึกกระบี่ที่เข้าร่วมพิธีประลองกระบี่ครั้งนี้สามารถเลือกห้องพักที่นี่ได้หลายวัน ทรัพยากรในการบำเพ็ญได้รับการสนับสนุนจากหอกระบี่
ชั้นที่เก้าถึงชั้นที่สิบสองเป็นที่บำเพ็ญของศิษย์ชั้นในและศิษย์แท้ของหอกระบี่ ถือเป็นแก่นหลักของหอกระบี่ ไม่อาจพาคนนอกขึ้นไปได้ง่ายๆ หมิงไท่พาลู่หยางและอวี้เมิ่งเมิ่งมาที่ชั้นสิบสองด้วยตัวเอง
“สองคนนั้นเป็นใคร ทำไมขึ้นไปได้?”
ผู้ฝึกกระบี่ที่กำลังแลกเปลี่ยนประสบการณ์วิถีกระบี่อยู่ที่ชั้นแปดรู้สึกแปลกใจ หมิงไท่สวมชุดของหอกระบี่ ดูก็รู้ว่าเป็นศิษย์ชั้นใน แต่ลู่หยางกับอวี้เมิ่งเมิ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นคนนอก
“คนหนึ่งดูคล้ายลู่หยาง”
“เขาคือลู่หยาง? ใช่ ข้าเคยเห็นภาพวาดของเขา เขาคือลู่หยาง!”
“ข้าได้ยินว่าตอนเขาอยู่ที่ทะเลตงไห่ เขาเข้าใจวิถีกระบี่ถึงขั้นสรรพสิ่งล้วนเป็นกระบี่ได้ แม้แต่คนเขาก็ใช้เป็นกระบี่ได้ ใช้ท่ากระบี่เดียวเป็นกระบี่หมื่นเล่ม!”
“ตอนนั้นเขายังอยู่ขั้นทารกแรกกำเนิดไม่ใช่หรือ ขั้นทารกแรกกำเนิดก็ใช้ท่ากระบี่เดียวเป็นกระบี่หมื่นเล่มได้แล้ว น่าหวาดกลัวยิ่งนัก”
ผู้ที่เข้าร่วมพิธีประลองกระบี่ล้วนเป็นอัจฉริยะในท้องถิ่น มีฝีมือกระบี่เหนือผู้อื่น ในใจย่อมมีความหยิ่งทะนงอยู่บ้าง แต่พรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่ของพวกเขาเมื่อเทียบกับลู่หยาง เหมือนคนเล่นอาวุธไปอวดชำนาญต่อหน้าช่างผู้เชี่ยวชาญ แม้แต่ความคิดที่จะเทียบก็ไม่อาจเกิดขึ้น
ผู้ฝึกกระบี่ไร้นามที่นั่งอยู่มุมห้องมุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มชวนให้ขบคิด “ลู่หยางหรือ ไม่รู้ว่าเขาจะมีคุณสมบัติให้ข้าลองดาบหรือไม่”
อีกมุมหนึ่ง ก็มีผู้ฝึกกระบี่ไร้นามจ้องมองลู่หยางตลอด จนกระทั่งเขาหายไปที่ทางขึ้นบันได “ดูแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย”
ผู้ฝึกกระบี่ไร้นามคนแรกได้ยินคำพูดนี้ไม่พอใจ “เฮ้ย ระวังคำพูดด้วย ลู่หยางเป็นคู่ต่อสู้ที่ข้าเล็งไว้ เจ้าหมายความว่าคนที่ข้าจะลองดาบด้วยธรรมดาหรือ?”
ผู้ฝึกกระบี่ไร้นามคนหลังเย้ยหยันเบาๆ “ใช่แล้วจะทำไม!”
ผู้ฝึกกระบี่ไร้นามทั้งสองจ้องกันด้วยสายตาดุดัน มือขวาเลื่อนไปจับด้ามกระบี่อย่างเงียบๆ ท่าทางเหมือนจะชักกระบี่เข้าหากันเมื่อเกิดความไม่พอใจ
ในตอนนั้น ศิษย์ชั้นนอกของหอกระบี่พาผู้อาวุโสของหอกระบี่มาที่ชั้นแปด ชี้ไปที่ผู้ฝึกกระบี่ไร้นามสองคนที่นั่งอยู่มุมกำแพง “ท่านผู้อาวุโส พวกเขาสองคนนี่แหละ ตอนลงทะเบียนที่ประตูทั้งสองไม่ยอมบอกแม้แต่ชื่อ แอบเล็ดลอดเข้ามาในหอกระบี่ของพวกเรา!”
ผู้อาวุโสมองทั้งสองคนจากที่สูง “พวกเจ้าสองคนที่เข้ามาโดยไม่ลงทะเบียนใช่ไหม จะให้ข้าเชิญพวกเจ้าออกไป หรือจะออกไปเอง?”
ผู้ฝึกกระบี่ไร้นามคนหนึ่งมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย มองผู้อาวุโสด้วยสายตาดูแคลน “จะไล่ข้าออก นี่คือมารยาทการต้อนรับแขกของหอกระบี่หรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร…”
ผู้อาวุโสไม่พูดพร่ำทำเพลง เปิดหน้าต่างโยนทั้งสองคนออกไป
“ไอ้บ้า ตอนลงทะเบียนไม่ยอมบอกชื่อ ตอนนี้นึกอยากบอกแล้ว สายไปแล้ว”
……
“ศิษย์พี่หญิงเสี่ยวหมี่ ศิษย์พี่เยว่… ดูสิข้าพาใครมา”
หมิงไท่พาลู่หยางและอวี้เมิ่งเมิ่งมาถึงห้องหินที่ชั้นสิบสอง ที่นั่นมีคนหกคนรวมตัวกัน เป็นผู้มีพรสวรรค์มากที่สุดในหมู่ศิษย์หอกระบี่นอกเหนือจากหมิงไท่
“สวัสดีท่านผู้บำเพ็ญทั้งหลาย ข้าคือลู่หยาง”
ลู่หยางพลิกกระบี่ชิงเฟิงให้หัวลง ประสานมือคำนวณ
“ท่านผู้บำเพ็ญลู่หยาง ชื่อเสียงโด่งดังเสียเหลือเกิน”
หกยอดฝีมือแห่งหอกระบี่พากันลุกขึ้นคำนับ เมื่อเห็นลู่หยางต่างมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า คำว่า “ชื่อเสียงโด่งดัง” ไม่ใช่คำพูดเพียงเพื่อมารยาท
“นี่คือคุณหนูอวี้ เดินทางกับข้าชั่วคราว”
“ยินดีที่ได้พบคุณหนูอวี้”
“สวัสดีทุกท่าน”
อวี้เมิ่งเมิ่งยืนเงียบๆ อยู่ข้างๆ อย่างว่าง่าย นางรู้เรื่องโลกภายนอกน้อยนัก พูดมากอาจเกิดเรื่องน่าขบขัน
“มา มา มา ข้าจะแนะนำให้ศิษย์พี่ลู่หยางรู้จัก นี่คือศิษย์พี่หญิงหมี่ลี่ ทุกคนชอบเรียกว่าศิษย์พี่หญิงเสี่ยวหมี่”
ลู่หยางสังเกตว่าพลังของศิษย์พี่หญิงเสี่ยวหมี่สูงบ้างต่ำบ้าง ไม่คงที่ลอยไปลอยมา แสดงว่านางอยู่ในขั้นฝึกความว่างเปล่า
“นี่คือศิษย์พี่เยว่ฉวน ศิษย์ประตูซ้ายของเจ้าสำนัก”
เยว่ฉวนดูเหมือนคนเจ้าสำราญ ต่อหน้าธารกำนัล โอบกอดหญิงสาวคนหนึ่ง ไม่รู้สึกว่ามีอะไรไม่เหมาะสม
“นี่คือศิษย์พี่หลี่ถัง ศิษย์ประตูขวาของเจ้าสำนัก”
หลี่ถังเงียบขรึม กอดกระบี่เล่มหนึ่งไว้ มัดผมทรงหางม้าสูง เพียงแค่พยักหน้าให้ลู่หยางเล็กน้อย ไม่พูดแม้แต่คำเดียว มีบุคลิกของผู้ฝึกกระบี่อย่างยิ่ง
อวี้เมิ่งเมิ่งที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ อดถามไม่ได้ “อะไรคือศิษย์ประตูซ้ายและศิษย์ประตูขวา?”
“ก็คือตอนแรกเจ้าสำนักตัดสินใจจะรับเพียงหนึ่งคนเป็นศิษย์ปิดประตู แต่ทั้งสองศิษย์พี่ล้วนมีความสามารถเป็นเลิศ ยากที่จะตัดใจเลือก จึงรับทั้งสองคนพร้อมกัน”
“เจ้าสำนักบอกว่าการปิดประตูต้องปิดสองบาน รับศิษย์สองคนก็เป็นเรื่องปกติ”
“ศิษย์พี่หลี่ถังเป็นคนขี้อาย ไม่ชอบพูด ขอศิษย์พี่ลู่หยางอย่าได้ถือสา”
หลังจากหมิงไท่แนะนำครบรอบแล้ว ก็ยังไม่ยอมแนะนำหญิงสาวในอ้อมกอดของเยว่ฉวน ทำให้ลู่หยางอดสงสัยไม่ได้
“ท่านผู้นี้คือ?”
“อ้อ ลืมแนะนำไป นี่คือวิญญาณกระบี่ที่ศิษย์พี่เยว่ฉวนฝึกฝนขึ้น น่าทึ่งมาก ศิษย์พี่เยว่ฉวนกำลังเพิ่มการสื่อสารกับวิญญาณกระบี่ เขาเป็นผู้ฝึกกระบี่รุ่นปัจจุบันของสำนักเราเพียงคนเดียวที่มีวิญญาณกระบี่”
===================