Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้ - บทที่ 902 ผู้ฝึกกระบี่ไร้นาม

  1. Home
  2. หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้
  3. บทที่ 902 ผู้ฝึกกระบี่ไร้นาม
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 902 ผู้ฝึกกระบี่ไร้นาม
“ศิษย์พี่ลู่หยาง ข้ามีศิษย์พี่ศิษย์พี่หญิงอีกหลายคนที่อยากพบท่านมานาน ท่านสะดวกหรือไม่?”

“ได้สิ ไปพบกันเถอะ”

ลู่หยางตอบพร้อมรอยยิ้ม เหน็บกระบี่ชิงเฟิงที่เก็บเข้าฝักไว้ที่เอวอย่างไม่ถือตัว

ก่อนหน้านี้ลู่หยางพยายามไม่นำกระบี่ชิงเฟิงออกมา เพราะกระบี่ชิงเฟิงเป็นกระบี่เซียนที่อู่เหยาหลอม เขากังวลว่าผู้บำเพ็ญแห่งแคว้นต้าอวี๋จะจำได้ แล้วก่อเรื่องใส่ตัว

เช่นเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เซียนหมื่นวิชาโจมตีสำนักเวิ่นเต๋า จุดเริ่มต้นมาจากการจำกระบี่ชิงเฟิงได้ และคาดเดาว่าสำนักเวิ่นเต๋าซ่อนคลังสมบัติเซียนที่อู่เหยาทิ้งไว้

ปัจจุบันลู่หยางไม่มีความกังวลเรื่องนี้แล้ว เพราะทุกคนที่รู้ที่มาของกระบี่ชิงเฟิงล้วนถูกคุมขังที่ยอดเขาคุมขัง ภายนอกไม่มีผู้ใดรู้จักมัน

อวี้เมิ่งเมิ่งมองกระบี่ชิงเฟิง เผยสีหน้าครุ่นคิด

“คุณหนูอวี้ เจ้านึกอะไรได้หรือ?” ลู่หยางสังเกตเห็นความผิดปกติของอวี้เมิ่งเมิ่ง

“เจ้ายังจำเพื่อนสนิทที่ข้าเคยเล่าให้เจ้าฟังได้ไหม?”

“คนที่เก่งการต่อสู้เป็นพิเศษน่ะหรือ?”

“ใช่ ที่จริงนางชื่นชอบกระบี่มาก เคยแอบฝึกฝนช่วงหนึ่ง ศึกษาทฤษฎีมามากมาย แต่ไม่เคยบรรลุอะไรเลย แม้แต่ขั้นพื้นฐานก็ยังไม่ถึง สุดท้ายก็เลยล้มเลิกไป”

ลู่หยางยิ้ม “วิถีกระบี่ก็เป็นเช่นนี้แหละ อาศัยเพียงความพยายามไม่อาจประสบความสำเร็จได้ พรสวรรค์และปฏิภาณขาดไม่ได้ นี่แสดงว่าเพื่อนสนิทของเจ้าพรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่ค่อนข้างธรรมดาจริงๆ”

“แต่หากเพื่อนสนิทของเจ้าสนใจวิถีกระบี่ ข้าสามารถสอนบ้างได้”

“ข้าไม่ได้คุยโม้ แต่ข้ามีพรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่อยู่บ้าง ในหมู่คนรุ่นใหม่ของดินแดนเซียน คนที่มีพรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่เหนือกว่าข้าคงมีสองสามคน”

หมิงไท่ได้ยินลู่หยางกล่าวเช่นนั้นก็ยิ้ม “ศิษย์พี่ลู่หยางถ่อมตัวเกินไปแล้ว ในหมู่คนรุ่นใหม่ เกรงว่าไม่มีผู้ใดมีพรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่เหนือกว่าท่าน”

“ก็มีแต่รองประมุขลู่ผู้นั้นที่พอเทียบกับท่านได้ แต่เขาเป็นคนยุคโบราณ พูดอย่างเคร่งครัดก็ไม่นับว่าเป็นคนรุ่นใหม่ของพวกเรา”

“งั้นก็ดีมาก”

อวี้เมิ่งเมิ่งดีใจแทนเพื่อนสนิท ตามที่นางพูด นางก็นับเป็นคนรุ่นใหม่ พรสวรรค์ย่อมสู้ลู่หยางไม่ได้ พอดีให้ลู่หยางสอนนาง

ทุกครั้งที่เสี่ยวจือกลับบ้านจะนำของขวัญมามากมาย คราวนี้นางหาอาจารย์ให้เสี่ยวจือ ก็ถือว่ามีของตอบแทนแล้ว

หอกระบี่มีทั้งหมดสิบแปดชั้น แปดชั้นแรกเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าได้ ผู้ฝึกกระบี่ที่เข้าร่วมพิธีประลองกระบี่ครั้งนี้สามารถเลือกห้องพักที่นี่ได้หลายวัน ทรัพยากรในการบำเพ็ญได้รับการสนับสนุนจากหอกระบี่

ชั้นที่เก้าถึงชั้นที่สิบสองเป็นที่บำเพ็ญของศิษย์ชั้นในและศิษย์แท้ของหอกระบี่ ถือเป็นแก่นหลักของหอกระบี่ ไม่อาจพาคนนอกขึ้นไปได้ง่ายๆ หมิงไท่พาลู่หยางและอวี้เมิ่งเมิ่งมาที่ชั้นสิบสองด้วยตัวเอง

“สองคนนั้นเป็นใคร ทำไมขึ้นไปได้?”

ผู้ฝึกกระบี่ที่กำลังแลกเปลี่ยนประสบการณ์วิถีกระบี่อยู่ที่ชั้นแปดรู้สึกแปลกใจ หมิงไท่สวมชุดของหอกระบี่ ดูก็รู้ว่าเป็นศิษย์ชั้นใน แต่ลู่หยางกับอวี้เมิ่งเมิ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นคนนอก

“คนหนึ่งดูคล้ายลู่หยาง”

“เขาคือลู่หยาง? ใช่ ข้าเคยเห็นภาพวาดของเขา เขาคือลู่หยาง!”

“ข้าได้ยินว่าตอนเขาอยู่ที่ทะเลตงไห่ เขาเข้าใจวิถีกระบี่ถึงขั้นสรรพสิ่งล้วนเป็นกระบี่ได้ แม้แต่คนเขาก็ใช้เป็นกระบี่ได้ ใช้ท่ากระบี่เดียวเป็นกระบี่หมื่นเล่ม!”

“ตอนนั้นเขายังอยู่ขั้นทารกแรกกำเนิดไม่ใช่หรือ ขั้นทารกแรกกำเนิดก็ใช้ท่ากระบี่เดียวเป็นกระบี่หมื่นเล่มได้แล้ว น่าหวาดกลัวยิ่งนัก”

ผู้ที่เข้าร่วมพิธีประลองกระบี่ล้วนเป็นอัจฉริยะในท้องถิ่น มีฝีมือกระบี่เหนือผู้อื่น ในใจย่อมมีความหยิ่งทะนงอยู่บ้าง แต่พรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่ของพวกเขาเมื่อเทียบกับลู่หยาง เหมือนคนเล่นอาวุธไปอวดชำนาญต่อหน้าช่างผู้เชี่ยวชาญ แม้แต่ความคิดที่จะเทียบก็ไม่อาจเกิดขึ้น

ผู้ฝึกกระบี่ไร้นามที่นั่งอยู่มุมห้องมุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มชวนให้ขบคิด “ลู่หยางหรือ ไม่รู้ว่าเขาจะมีคุณสมบัติให้ข้าลองดาบหรือไม่”

อีกมุมหนึ่ง ก็มีผู้ฝึกกระบี่ไร้นามจ้องมองลู่หยางตลอด จนกระทั่งเขาหายไปที่ทางขึ้นบันได “ดูแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย”

ผู้ฝึกกระบี่ไร้นามคนแรกได้ยินคำพูดนี้ไม่พอใจ “เฮ้ย ระวังคำพูดด้วย ลู่หยางเป็นคู่ต่อสู้ที่ข้าเล็งไว้ เจ้าหมายความว่าคนที่ข้าจะลองดาบด้วยธรรมดาหรือ?”

ผู้ฝึกกระบี่ไร้นามคนหลังเย้ยหยันเบาๆ “ใช่แล้วจะทำไม!”

ผู้ฝึกกระบี่ไร้นามทั้งสองจ้องกันด้วยสายตาดุดัน มือขวาเลื่อนไปจับด้ามกระบี่อย่างเงียบๆ ท่าทางเหมือนจะชักกระบี่เข้าหากันเมื่อเกิดความไม่พอใจ

ในตอนนั้น ศิษย์ชั้นนอกของหอกระบี่พาผู้อาวุโสของหอกระบี่มาที่ชั้นแปด ชี้ไปที่ผู้ฝึกกระบี่ไร้นามสองคนที่นั่งอยู่มุมกำแพง “ท่านผู้อาวุโส พวกเขาสองคนนี่แหละ ตอนลงทะเบียนที่ประตูทั้งสองไม่ยอมบอกแม้แต่ชื่อ แอบเล็ดลอดเข้ามาในหอกระบี่ของพวกเรา!”

ผู้อาวุโสมองทั้งสองคนจากที่สูง “พวกเจ้าสองคนที่เข้ามาโดยไม่ลงทะเบียนใช่ไหม จะให้ข้าเชิญพวกเจ้าออกไป หรือจะออกไปเอง?”

ผู้ฝึกกระบี่ไร้นามคนหนึ่งมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย มองผู้อาวุโสด้วยสายตาดูแคลน “จะไล่ข้าออก นี่คือมารยาทการต้อนรับแขกของหอกระบี่หรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร…”

ผู้อาวุโสไม่พูดพร่ำทำเพลง เปิดหน้าต่างโยนทั้งสองคนออกไป

“ไอ้บ้า ตอนลงทะเบียนไม่ยอมบอกชื่อ ตอนนี้นึกอยากบอกแล้ว สายไปแล้ว”

……

“ศิษย์พี่หญิงเสี่ยวหมี่ ศิษย์พี่เยว่… ดูสิข้าพาใครมา”

หมิงไท่พาลู่หยางและอวี้เมิ่งเมิ่งมาถึงห้องหินที่ชั้นสิบสอง ที่นั่นมีคนหกคนรวมตัวกัน เป็นผู้มีพรสวรรค์มากที่สุดในหมู่ศิษย์หอกระบี่นอกเหนือจากหมิงไท่

“สวัสดีท่านผู้บำเพ็ญทั้งหลาย ข้าคือลู่หยาง”

ลู่หยางพลิกกระบี่ชิงเฟิงให้หัวลง ประสานมือคำนวณ

“ท่านผู้บำเพ็ญลู่หยาง ชื่อเสียงโด่งดังเสียเหลือเกิน”

หกยอดฝีมือแห่งหอกระบี่พากันลุกขึ้นคำนับ เมื่อเห็นลู่หยางต่างมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า คำว่า “ชื่อเสียงโด่งดัง” ไม่ใช่คำพูดเพียงเพื่อมารยาท

“นี่คือคุณหนูอวี้ เดินทางกับข้าชั่วคราว”

“ยินดีที่ได้พบคุณหนูอวี้”

“สวัสดีทุกท่าน”

อวี้เมิ่งเมิ่งยืนเงียบๆ อยู่ข้างๆ อย่างว่าง่าย นางรู้เรื่องโลกภายนอกน้อยนัก พูดมากอาจเกิดเรื่องน่าขบขัน

“มา มา มา ข้าจะแนะนำให้ศิษย์พี่ลู่หยางรู้จัก นี่คือศิษย์พี่หญิงหมี่ลี่ ทุกคนชอบเรียกว่าศิษย์พี่หญิงเสี่ยวหมี่”

ลู่หยางสังเกตว่าพลังของศิษย์พี่หญิงเสี่ยวหมี่สูงบ้างต่ำบ้าง ไม่คงที่ลอยไปลอยมา แสดงว่านางอยู่ในขั้นฝึกความว่างเปล่า

“นี่คือศิษย์พี่เยว่ฉวน ศิษย์ประตูซ้ายของเจ้าสำนัก”

เยว่ฉวนดูเหมือนคนเจ้าสำราญ ต่อหน้าธารกำนัล โอบกอดหญิงสาวคนหนึ่ง ไม่รู้สึกว่ามีอะไรไม่เหมาะสม

“นี่คือศิษย์พี่หลี่ถัง ศิษย์ประตูขวาของเจ้าสำนัก”

หลี่ถังเงียบขรึม กอดกระบี่เล่มหนึ่งไว้ มัดผมทรงหางม้าสูง เพียงแค่พยักหน้าให้ลู่หยางเล็กน้อย ไม่พูดแม้แต่คำเดียว มีบุคลิกของผู้ฝึกกระบี่อย่างยิ่ง

อวี้เมิ่งเมิ่งที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ อดถามไม่ได้ “อะไรคือศิษย์ประตูซ้ายและศิษย์ประตูขวา?”

“ก็คือตอนแรกเจ้าสำนักตัดสินใจจะรับเพียงหนึ่งคนเป็นศิษย์ปิดประตู แต่ทั้งสองศิษย์พี่ล้วนมีความสามารถเป็นเลิศ ยากที่จะตัดใจเลือก จึงรับทั้งสองคนพร้อมกัน”

“เจ้าสำนักบอกว่าการปิดประตูต้องปิดสองบาน รับศิษย์สองคนก็เป็นเรื่องปกติ”

“ศิษย์พี่หลี่ถังเป็นคนขี้อาย ไม่ชอบพูด ขอศิษย์พี่ลู่หยางอย่าได้ถือสา”

หลังจากหมิงไท่แนะนำครบรอบแล้ว ก็ยังไม่ยอมแนะนำหญิงสาวในอ้อมกอดของเยว่ฉวน ทำให้ลู่หยางอดสงสัยไม่ได้

“ท่านผู้นี้คือ?”

“อ้อ ลืมแนะนำไป นี่คือวิญญาณกระบี่ที่ศิษย์พี่เยว่ฉวนฝึกฝนขึ้น น่าทึ่งมาก ศิษย์พี่เยว่ฉวนกำลังเพิ่มการสื่อสารกับวิญญาณกระบี่ เขาเป็นผู้ฝึกกระบี่รุ่นปัจจุบันของสำนักเราเพียงคนเดียวที่มีวิญญาณกระบี่”

===================

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 902 ผู้ฝึกกระบี่ไร้นาม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย