หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้ - บทที่ 629 ระดับขั้นที่สดใหม่
ลู่หยางถึงกับสงสัยว่าศิษย์พี่ที่ตะโกนเรื่องรูปไท้จี๋นั้นเป็นหน้าม้าที่
เมิ่งเฒ่าจ้างมาหรือไม่
เจียงเหลียนอี๋มองดูแล้วอดชื่นชมไม่ได้ นางในยุคโบราณได้พบ
เจอผู้มีพรสวรรค์และอัจฉริยะมากมาย ก็เพิ่งเคยได้ยินเรื่องรูปไท้จี๋ที่
เป็นหยางกับหยางเป็นครั้งแรก นี่คือแนวคิดการบำเพ็ญหลังจากผ่าน
ไป 300,000 ปีหรือ?
ไม่แปลกที่ตระกูลหงส์ในปัจจุบันตกต ่ากว่ามนุษย์ ความคิดก็ไม่
ก้าวหน้าเท่ามนุษย์
ปรากฏการณ์อัศจรรย์อื่นๆ นั้น เมิ่งจิ่งโจวจ่ายเงินซื้อมา แต่สอง
ทารกแรกกำเนิดรวมเป็นรูปไท้จี๋หยางล้วนนั้นเป็นปรากฏการณ์
อัศจรรย์ของจริงแท้แน่นอน
ลู่หยางรู้สึกดีใจที่ตอนทะลวงขั้นทารกแรกกำเนิดของตนไม่มี
ปรากฏการณ์อัศจรรย์ใดๆ หากมีจริง อาจจะเป็นทารกอมตะจับทารก
ตนเองทุบตี
น่าอับอายอย่างยิ่ง
อ๊ะ ไม่ใช่ นั่นเป็นรองประมุขลู่น่ะที่น่าอับอาย ไม่เกี่ยวกับเขา
เจียงเหลียนอี๋ขบคิด สังเกตเห็นความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งของ
เมิ่งจิ่งโจว: “เป็นครั้งแรกที่เห็นคนมีทารกแรกกำเนิดสองดวง”
ลู่หยางสงสัย: “ในยุคโบราณไม่มีผู้บำเพ็ญคนใดฝึกฝนจนได้แก่
นทองสองดวงหรือ?”
เจียงเหลียนอี๋ส่ายหน้าเบาๆ: “ในขั้นแก่นทองคำก็มีสองสามคนที่
ฝึกฝนจนได้แก่นทองสองดวง แต่แก่นทองทั้งสองดวงนั้นมีคุณสมบัติ
แตกต่างกัน เมื่อบำเพ็ญจนถึงขั้นทารกแรกกำเนิด ตามกฎการรักษา
สมดุลหยินหยาง จะรวมเป็นแก่นทองดวงเดียว แล้วจึงทำลายแก่นเกิด
ทารก กลายเป็นทารกแรกกำเนิด”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมขั้นทารกแรกกำเนิดไม่เรียกว่าขั้นทารก แต่
เพิ่มคำว่า ‘แรก’ ไว้ข้างหน้า?”
“ขอผู้อาวุโสโปรดชี้แนะ”
“‘แรก’ มีความหมายว่าเริ่มต้น เป็นอันดับหนึ่ง ขั้นทารกแรก
กำเนิดพูดง่ายๆ ก็คือทารกในช่วงเริ่มต้น”
“ดังนั้น?”
“ดังนั้นคนแซ่เมิ่งคนนี้ตอนนี้ไม่ใช่ขั้นทารกแรกกำเนิด แต่เป็น
ขั้นทารกคู่”
มุมตาของลู่หยางกระตุกเล็กน้อย ทักษะการตั้งชื่อของผู้อาวุโส
เหลียนอี๋กับเซียนอมตะนั้นพอๆ กันเลยทีเดียว
เซียนอมตะในพื้นที่จิตวิญญาณพยักหน้า: “ขั้นทารกคู่ชื่อนี้ดีนัก
ตรงตามความเป็นจริงอย่างยิ่ง!”
ลู่หยาง: “……”
อย่างน้อยก็ควรเรียกว่าขั้นทารกสูงเสียหน่อย
เมิ่งจิ่งโจวจะเรียกขั้นของตนว่าอะไรนั้นเขาไม่สนใจ แต่ตัวเขา
เองก็มีทารกแรกกำเนิดสองตน
ทารกแรกกำเนิดทั้งสองพุ่งเข้าสู่ถ ้าพัก ปรากฏการณ์อัศจรรย์
ต่างๆ กลายเป็นกลีบดอกไม้นับไม่ถ้วน เกิดเป็นห่าฝนกลีบดอกไม้
สวยงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
เมิ่งจิ่งโจวมุมปากเผยรอยยิ้ม เปิดประตูถ ้าพัก จิตใจสดชื่น ดูแล้ว
รู้ว่าดีใจที่ทะลวงสู่ขั้นทารกแรกกำเนิดได้
มีเพียงลู่หยางที่รู้ว่าเขาดีใจที่การแสดงจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ
ต่างหาก
“ขอแสดงความยินดีกับศิษย์น้องเมิ่ง ทำลายแก่นเกิดทารก
อนาคตไร้ขีดจำกัด!”
“สองทารกแรกกำเนิดไม่เคยได้ยิน ศิษย์น้องเมิ่งได้สร้าง
ประวัติศาสตร์แล้ว ควรฉลองด้วยเหล้าสักไห!”
“ขอแสดงความยินดีกับศิษย์พี่เมิ่งที่บรรลุขั้นทารกแรกกำเนิด
พวกเราต้องยึดถือศิษย์พี่เมิ่งเป็นแบบอย่าง มุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้า!”
“ที่ไหนกันล่ะ พี่น้องทั้งหลายล้วนชมเกินไปแล้ว ข้าเป็นเพียงขั้น
ทารกแรกกำเนิดธรรมดา ไม่คู่ควรกับคำชมเช่นนี้”
ปากบอกว่าไม่คู่ควร แต่ในใจเมิ่งจิ่งโจวกำลังแทบจะเบิกบานราว
กับดอกไม้
เมื่อผู้คนจากไปเกือบหมดแล้ว ลู่หยางและเจียงเหลียนอี๋จึงเดิน
เข้าไป
“เจ้าลู่มาแล้วหรือ เห็นการแสดงของข้าเมื่อครู่ไหม? ใครใช้ให้
เจ้าเด็กน้อยทะลวงขั้นก่อน เจ้าอดได้รับประสบการณ์เช่นนี้เลยน่ะ
ซี?” เมิ่งจิ่งโจวภาคภูมิใจอวดลู่หยาง
เป็นเจ้านั่นแหละที่ใจร้าย ทะลวงขั้นก่อนข้าซะอย่างนั้น
เขาเห็นเจียงเหลียนอี๋ที่ยืนอยู่ข้างลู่หยาง สีหน้าเปลี่ยนไป
เล็กน้อย รีบคารวะ: “คารวะผู้อาวุโสเหลียนอี๋”
แม้เจียงเหลียนอี๋จะเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปแล้ว แต่เมิ่งจิ่งโจวก็ไม่ใช่
คนโง่ คนที่อยู่ข้างลู่หยางตอนนี้ย่อมต้องเป็นเจียงเหลียนอี๋แน่นอน
ม้าแก่ได้ยินเมิ่งจิ่งโจวพูดเช่นนี้ ก็วิ่งเข้ามา พูดภาษามนุษย์:
“คารวะบรรพบุรุษหงส์!”
บรรพบุรุษหงส์ในตำนาน ผู้แข็งแกร่งที่สุดรองจากเซียน แต่เดิม
คิดว่าชั่วชีวิตคงไม่มีหวังได้พบบรรพบุรุษหงส์ ไม่คิดว่าจะได้พบที่นี่
เสียอย่างนั้น!
“เดี๋ยว ม้าแก่ เจ้าพูดได้ด้วยหรือ?” หลายปีที่รู้จักกัน นี่เป็นครั้ง
แรกที่เมิ่งจิ่งโจวได้ยินม้าแก่พูด
เจียงเหลียนอี๋มองม้าแก่ปราดหนึ่ง: “ระดับราชันปีศาจ เป็นผู้
คุ้มครองเจ้าหรือ?”
ม้าแก่ไม่กล้าปิดบัง เปิดเผยทั้งหมด: “ตามคำสั่งของท่านพี่
ก่อนที่เขาจะกลับบ้านให้ท่านพี่ตีตาย อย่าให้คนอื่นตีตายก่อน”
เมิ่งจิ่งโจว: “……”
ท่านพ่อ ท่านช่างผูกใจเจ็บเสียจริง ข้ายังจำไม่ได้เลยว่าเคยทำ
อะไรผิด
ยังดีที่เมิ่งจิ่งโจวไม่ใช่คนผูกใจเจ็บ จึงรีบโยนความแค้นที่ท่านพ่อ
มีต่อตนทิ้งไป หันไปสนทนากับลู่หยางเรื่องขั้นทารกแรกกำเนิดของ
ตน
“ยินดีด้วยนะเจ้าเมิ่ง ผู้อาวุโสเหลียนอี๋บอกว่านางเพิ่งเคยเห็นคน
ที่มีทารกแรกกำเนิดคู่เป็นครั้งแรก ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์
ดังนั้นตอนนี้เจ้าไม่ได้เรียกว่าขั้นทารกแรกกำเนิด แต่เรียกว่าขั้น
ทารกคู่”
เมิ่งจิ่งโจวอยากจะบอกว่านี่มันชื่ออะไรกัน แต่คำนึงว่านี่เป็นชื่อที่
บรรพบุรุษหงส์ตั้งให้ และบรรพบุรุษหงส์ก็อยู่ตรงนี้ ต่อให้ให้ความกล้า
แก่เขาสักสิบเท่า ก็ไม่กล้าวิจารณ์
“……เป็นชื่อที่ดี”
“เป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเจ้าถึงขั้นทารกแรกกำเนิด รู้สึกว่ามีการ
เปลี่ยนแปลงผิดไปจากปกติอย่างไรบ้าง?” ลู่หยางถามอย่าง
กระตือรือร้น มีทารกถึงสองตน คงไม่เหมือนกับขั้นทารกแรกกำเนิด
ทั่วไป
“พลังไม่ต้องพูดถึง แน่นอนว่าเพิ่มขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือข้า
รู้สึกว่าเลือดมีการเปลี่ยนแปลง”
“เลือดเกิดการเปลี่ยนแปลง มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?”
เมิ่งจิ่งโจวทำหน้าขรึม พูดอย่างจริงจัง: “ช่วยให้แข็งได้”
“……มีการเปลี่ยนแปลงอื่นอีกไหม?” ลู่หยางมองเมิ่งจิ่งโจวด้วย
สายตาแปลกๆ เจ้าเมิ่งนี่คงใกล้จะเป็นเนื้อพระโพธิสัตว์แล้วกระมัง
“น่าจะมี แต่ตอนนี้ยังไม่พบ ต้องค่อยๆ สำรวจดู”
ทารกอมตะมีเซียนอมตะเป็นตัวอย่าง ทำให้ลู่หยางรู้ประโยชน์
ของทารกอมตะได้ทันที ส่วนสถานการณ์ของเมิ่งจิ่งโจวไม่มีตัวอย่าง
ให้อ้างอิง ได้แต่ค่อยๆ ศึกษา
“แล้วเจ้าล่ะ ทารกแรกกำเนิดของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
พอพูดถึงเรื่องนี้ ลู่หยางก็กระตือรือร้นขึ้นมา: “ทารกแรกกำเนิด
ของข้าได้รับคำชี้แนะจากเซียนยุคโบราณโดยตรง เรียกว่าทารก
อมตะ สามารถออกรบเองได้อัตโนมัติ สามารถใช้กระบวนท่าที่
เหมาะสมที่สุด ในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด ใช้พลังที่เหมาะสมที่สุด
เอาชนะศัตรู แม้แต่ตัวข้าเองเป็นคู่ต่อสู้ ก็ยังสู้ไม่ได้!”
เมิ่งจิ่งโจวสูดลมหายใจเฮือก ทารกแรกกำเนิดของเจ้าลู่ฟังดูยอด
เยี่ยมนัก ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับตนเลย
“ได้ เจ้าเพิ่งทะลวงขั้น ต้องเสริมความมั่นคงให้ระดับขั้น ข้ากับผู้
อาวุโสเหลียนอี๋จะไม่รบกวนแล้ว”
“ข้าไม่ส่งนะ”
ลู่หยางบอกลา ไปยังหอคัมภีร์กับเจียงเหลียนอี๋
หน้าประตูหอคัมภีร์คือศิษย์พี่โจวลู่ลู่ที่ไม่ได้พบกันนาน ศิษย์พี่
โจวลู่ลู่ยังคงก้มหน้าอ่านหนังสืออย่างตั้งใจเช่นเคย
“ศิษย์พี่โจว ยังอ่านหนังสืออยู่หรือ?” ลู่หยางทักทายด้วยรอยยิ้ม
“นี่ศิษย์น้องลู่นี่เอง ไม่ได้พบกันนาน” โจวลู่ลู่เห็นว่าเป็นลู่หยาง
จึงผ่อนลมหายใจ
“ได้ยินว่าครึ่งปีนี้เจ้าอยู่ในเขตปีศาจตลอดหรือ?” โจวลู่ลู่มองลู่
หยางอย่างอิจฉา นางอยากจะออกไปเดินเที่ยวข้างนอกมานาน แต่
เพราะกลัวคนแปลกหน้า จึงแทบไม่เคยออกจากสำนัก ยิ่งไม่ต้องพูด
ถึงไปยังเขตปีศาจที่ไม่คุ้นเคย
“ศิษย์พี่โจวอันที่จริงสามารถไปเที่ยวแถบชายแดนเขตปีศาจได้
จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ได้อย่างดี”
“ไม่ละ ไม่ละ ข้าอยู่ในสำนักก็พอ แล้วผู้นี้คือ……” โจวลู่ลู่
สังเกตเห็นหญิงสาวนิ่งขรึมที่อยู่ข้างลู่หยาง
ตามกฎแล้ว คนนอกไม่อาจเข้าหอคัมภีร์ได้
“นี่คือแขกที่ศิษย์พี่ใหญ่เชิญมา บอกว่ามาดูหอคัมภีร์ นี่คือ
บันทึกที่ศิษย์พี่ใหญ่เขียนให้” ลู่หยางแนะนำ
เมื่อเห็นบันทึกของศิษย์พี่ใหญ่แล้ว โจวลู่ลู่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก
“งั้นพวกเจ้าเข้าไปเถิด อย่าลืมระวังอย่าทำหนังสือเสียหาย”
“ได้”
สองคนมาถึงชั้นที่สองของหอคัมภีร์ ที่นี่เก็บวิชายุทธ์ขั้นแก่น
ทองคำและขั้นทารกแรกกำเนิด ครั้งก่อนเมื่อลู่หยางเขียน ‘คัมภีร์เปิด
ใจเห็นธรรมชาติ’ ภาคแก่นทองคำ ก็ใช้เวลาอยู่ที่นี่เต็มหนึ่งเดือนกว่า
จะเขียนเสร็จ
“ผู้อาวุโสลองดูตามอัธยาศัย ข้าจะไปศึกษาวิชายุทธ์ก่อน” ลู่
หยางชั่วคราวบอกลาเจียงเหลียนอี๋
หลังจากลู่หยางจากไป เจียงเหลียนอี๋ดูวิชายุทธ์ที่ไม่เคยได้ยินมา
ก่อนอย่างมีความสุข รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยที่สดใหม่
ทุกวัน
“‘วิชาร่างพระอาทิตย์’ ‘วิชานกกระเรียนร้อง’ ‘วิชาทำไร่’……อืม
หนังสือเล่มนี้ทำไมถูกซ่อนไว้?”
นางสังเกตเห็นว่าวิชายุทธ์ที่ตู้หนังสือทางตะวันออกชั้นล่างสุดมัก
ไม่ค่อยมีคนมาดู อาจเป็นวิชายุทธ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปที่สุด มีฝุ่นเกาะ
อยู่บนหนังสือหนาชั้นหนึ่ง
เมื่อปัดวิชายุทธ์เหล่านี้ออก จะพบว่าด้านหลังวิชายุทธ์มีช่องลับ
ซ่อนอยู่ ยากที่จะพบเจอ
เจียงเหลียนอี๋เปิดช่องลับ พบว่าในช่องลับมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง
“‘หนังสือต้องห้ามเปลี่ยนร่างมังกรหงส์’?”