หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้ - บทที่ 567 เศษชิ้น
พวกปีศาจเฒ่าที่เคยเป็นใหญ่เป็นโตในวงการต่างยืนตัวสั่นงันงก
แม้แต่ลมหายใจก็ไม่กล้าหายใจแรงๆ สักเฮือก
พวกปีศาจเฒ่าขั้นทารกแรกกำเนิดซึ่งปกติแทบไม่เคยได้พบ
บางทีหลายปีจะพบสักครั้ง แต่คราวนี้ไม่เพียงได้พบ แต่ยังพบพร้อม
กันถึงสองคน
“แผ่นป้ายนี้เป็นของเจ้าใช่หรือไม่?” ลู่หยางแกว่งเชือกที่ผูกติด
แผ่นป้ายไปมาเป็นวงกลม พลางถามอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ใช่…ไม่ๆๆ นั่นเป็นของท่านผู้มีพระคุณ!”
“ว่ากันว่าแผ่นป้ายนี้สามารถเปิดสถานที่ซ่อนสมบัติได้ จริง
หรือไม่? เจ้าซ่อนอะไรไว้บ้าง?” เมิ่งจิ่งโจวอยากรู้อยากเห็น
อุบัติการณ์ยิ่งใหญ่เช่นนี้ คงมีของดีแน่ๆ
“เป็นความจริงขอรับ ในสถานที่ซ่อนสมบัติมีบันทึกประสบการณ์
การบำเพ็ญของข้าน้อย และวัสดุที่จะใช้ในการก้าวสู่ขั้นทารกแรก
กำเนิดครั้งหน้า”
หลังจากแผ่นป้ายหายไป ผู้เฒ่าไป๋ถานได้แอบเผยแพร่ข่าวลือ
ใช้ผลประโยชน์เป็นเหยื่อล่อ เพื่อให้คนอื่นช่วยตนหาแผ่นป้าย
“แค่นั้นหรือ?”
บันทึกการบำเพ็ญของผู้บำเพ็ญกึ่งขั้นทารกแรกกำเนิดนั้น ใน
หอคัมภีร์ของสำนักเวิ่นเต๋ามีอยู่หลายชั้นวางหนังสือ ดูได้ตามใจชอบ
บันทึกการบำเพ็ญของผู้เฒ่าไป๋ถานซึ่งเป็นครึ่งๆ กลางๆ ยังไม่มี
คุณสมบัติพอจะวางบนชั้นหนังสือด้วยซ ้า
ส่วนวัสดุที่ใช้ในการทะลวงขั้นทารกแรกกำเนิดก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ถ้าพูดถึงการแตกแก่นทองเป็นทารก ต้องใช้วัสดุอะไรบ้าง แม้แต่
สำนักเวิ่นเต๋าก็ไม่มีประเพณีเช่นนี้
“ท่าน…ท่านผู้มีพระคุณ ข้าน้อยไม่รู้จริงๆ ว่าท่านมีฐานะอันใด
หากรู้ ต่อให้ยืมความกล้าหนึ่งหมื่นเท่า ข้าน้อยก็ไม่กล้าทำเช่นนี้!” ผู้
เฒ่าไป๋ถานแทบอยากตาย โขกศีรษะเป็นชุด ปัง ปัง ปัง อย่างรุนแรง
เกือบจะโขกจนสมองหลุด
ปีศาจเฒ่าตนอื่นๆ ก็เลียนแบบ โขกศีรษะแสดงความจงรักภักดี
พูดตามตรง ตั้งแต่ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวออกเดินทางมา ยังไม่เคย
เห็นเหตุการณ์เช่นนี้
สนุกจริงๆ
เซียนอมตะแทรกเข้ามาในช่องว่าง แนะนำให้ลู่หยางได้เปิดหูเปิด
ตา “เอ้ นี่เป็นเรื่องเล็กน้อย สมัยก่อนเมื่อเรา นางเซียนแปลงกายไป
ตรวจตราบ้านเมือง มักประสบเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยๆ”
“โดยทั่วไป ขั้นแรกคือฝ่ายตรงข้ามเห็นว่าข้าหญิงเดียวดูไม่น่า
เกรงขาม ก็จะอ้างที่พึ่ง บอกว่าที่พึ่งของตนแข็งแกร่งเพียงใด เมื่อที่
พึ่งถูกข้าเอาชนะ ก็จะอ้างที่พึ่งของที่พึ่ง วนไปวนมาเช่นนี้ สุดท้ายที่
พึ่งใหญ่ปรากฏตัว คนรอบข้างมักจะแนะนำว่า เขาเป็นลูกน้องของ
ลูกน้องของเซียนอิงเทียนหนึ่งในพวกเขา มีอำนาจล้นฟ้า สามารถ
ติดต่อกับเซียนได้โดยตรง”
“จากนั้นที่พึ่งใหญ่เมื่อเห็นข้าก็จะพูดอึกๆ อักๆ ว่า ‘น-น-นั่นคือ
ท่าน’ ‘ข้าน้อยตาบอด ขอเซียนโปรดอภัย’ ‘ไว้ชีวิตข้าน้อยสักครั้ง
เถิด’ อะไรทำนองนั้น พลางตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ไปพร้อมกับโขก
ศีรษะอย่างรุนแรง ราวกับอยากให้ดาวเคราะห์แตกออก บางครั้งยัง
กำจัดญาติตัวเอง สังหารคนที่ก่อเรื่องเสียเลย”
“เมื่อที่พึ่งใหญ่โขกศีรษะ คนอื่นก็จะตามโขกศีรษะ ฮือ ฮือ กัน
เป็นทะเลคน คนเป็นภูเขา ช่างยิ่งใหญ่อลังการ”
“สุดท้ายข้าก็จะพิจารณาโทษตามความผิดที่พวกเขาก่อ
บางครั้งก็ฆ่าทิ้งไปเลย บางครั้งก็ตัดรากฐาน หรือลงโทษอื่นๆ”
“น่าเสียดายนะ วิทยายุทธ์ของเจ้ายังไม่ถึง ไม่อาจเห็นภาพ
เช่นนั้น” เซียนอมตะทำเสียงจุ๊ๆ เสียดายแทนลู่หยาง นี่คือสิทธิพิเศษ
ที่เฉพาะเซียนเท่านั้นจะได้รับ
ลู่หยางมองพื้นที่จิตวิญญาณที่กลายเป็นป่าเขตร้อนแล้ว ก็ได้แต่
อับจนถ้อยคำ
หลังจากมาถึงเขตปีศาจ เซียนอมตะก็เปลี่ยนพื้นที่จิตวิญญาณสี
ชมพูอ่อนให้แปรเปลี่ยนในพริบตา ต้นไม้ยักษ์ผุดขึ้นจากพื้น กิ่งใบ
แน่นหนา เขียวชอุ่ม นางมักนอนบนต้นไม้ แต่ก็ไม่เคยตกลงมา
ตอนนี้นางสร้างชิงช้า สวมถุงเท้าเหยียบพื้น แกว่งชิงช้า เท้าเล็ก
ขาวใสของนางแกว่งไปมา
“แล้วท่านเซียนเองล่ะ? เมื่อยังไม่ได้เป็นเซียน แล้วพบคนที่ก่อ
เรื่อง พวกนั้นจะเป็นอย่างไร?”
“โดยทั่วไปจะแบ่งเป็นสองสถานการณ์”
“สองสถานการณ์อะไรหรือ?”
“หนึ่ง คือฝ่ายตรงข้ามมีวิทยายุทธ์สูงกว่าข้า เอาชนะไม่ได้
ชั่วคราว ก็ต้องวิ่งหนี”
“สอง คือแม้ฝ่ายตรงข้ามมีวิทยายุทธ์ด้อยกว่าข้า แต่ข้ามักจะถูก
ไล่ล่าอย่างบังเอิญอยู่เสมอ”
“บางครั้งมีคนไล่ล่ามากมาย พวกเขายังมักจะต่อสู้กันเอง ข้าเคย
พบสองสามครั้ง พวกเขาล้อมข้าไว้ ปิดกั้นทุกทิศทาง ข้าหลบหนี
ไม่ได้ พวกเขาถกเถียงกันว่าใครควรลงมือฆ่าข้า เกิดขัดแย้งกันเอง
ต่อสู้กันเอง ข้าก็ถือโอกาสหลบหนีไป”
ลู่หยาง: “……”
ประสบการณ์ของเซียนอมตะช่างพิลึกแท้
“พวกปีศาจเฒ่าพวกนี้ ควรจัดการอย่างไร?” เมิ่งจิ่งโจวกระซิบ
ถาม
พวกปีศาจเฒ่าเหล่านี้กระทำการโหดเหี้ยม มือคงเปื้อนเลือดแน่
ตามกฎหมายของแคว้นต้าเซี่ยล้วนต้องประหารชีวิต
แต่ที่นี่คือเขตปีศาจ ธรรมเนียมของเขตปีศาจเป็นเช่นนี้ พวกเขา
คงไม่อาจข้ามเขตควบคุม บังคับใช้กฎหมายแคว้นต้าเซี่ยกับพวกนี้
สิทธิในการบังคับใช้กฎของสำนักเซียนไม่ได้ใช้เช่นนี้
อีกทั้ง หากฆ่าทั้งหมด อาณาเขตที่พวกนี้ควบคุมคงวุ่นวาย ต้อง
เกิดสงคราม คนบริสุทธิ์จากเผ่าปีศาจคงตายมากมาย
ทันใดนั้น ที่หว่างคิ้วของผู้เฒ่าไป๋ถานมีลายนาคสวยงามวาบ
ผ่าน ฉายภาพจิตออกมา ภาพจิตสั่นไหว ทำให้ทุกคนยกเว้นลู่หยาง
และเมิ่งจิ่งโจวหมดสติ
งูขาวตกแต่งอย่างหรูหราปรากฏตัว ดูอ่อนวัยกว่าผู้เฒ่าไป๋ถาน
มาก พลังชีวิตก็เข้มข้นกว่ามาก
“ท่านคือ?”
“ข้าน้อยกระดูกจากตระกูลงูขาว ขอคารวะสองท่านสหายเซียน
ไป๋ถานผู้นี้เป็นร่างแยกของข้า คิดว่าเมื่อเขาทะลวงขั้นทารกแรก
กำเนิดแล้ว ข้าจะเรียกร่างแยกนี้กลับคืน ช่วยให้ข้าขึ้นสู่ขั้นแปลงร่าง
เซียน ดูเหมือนไป๋ถานจะพบอันตรายถึงชีวิต จึงกระตุ้นรอย
สัญลักษณ์ที่ข้าทิ้งไว้”
“ขอสองท่านสหายเซียนไว้ชีวิตไป๋ถาน เป็นการตอบแทน ข้าม
อบเศษชิ้นนี้ให้สองท่าน!”
ลู่หยางเคยได้ยินเกี่ยวกับวิธีการบำเพ็ญนี้ สร้างร่างแยกหนึ่งร่าง
ผลการบำเพ็ญของร่างแยกล้วนส่งผลกลับไปยังร่างหลัก ผู้บำเพ็ญ
หญิงที่ฝึกวิชารักร่วมยังใช้วิธีนี้ปลอมตัวเป็นฝาแฝด ทั้งเพิ่มความ
สนุกสนาน ยังเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญอีกด้วย
“นี่คืออะไร?”
“ว่ากันว่าเศษชิ้นนี้มีอยู่สามชิ้น รวมกันคือกุญแจสู่ดินแดนลับ
แห่งหนึ่ง น่าเสียดายที่ข้ายังไม่พบอีกสองชิ้น ข้าเห็นว่าสองท่าน
สหายเซียนมีโชควาสนาล ้าลึก ย่อมมีความสำเร็จยิ่งใหญ่ คงสามารถ
หาอีกสองชิ้นที่เหลือได้อย่างแน่นอน”
ยังไม่ทันที่ลู่หยางทั้งสองจะตอบรับ ก็เห็นเสือดุร้ายหน้าเขียวก็มี
รอยสัญลักษณ์วาบผ่านที่หว่างคิ้ว ฉายภาพจิตออกมา
เสือลายพาดกลอนตัวหนึ่งมีปีกสองข้างปรากฏตัว เห็นเสือดุร้าย
หน้าเขียวหมดสติ ใบหน้าเคร่งเครียด ชัดเจนว่าตกใจมาก
เขามองไปรอบๆ เห็นลู่หยางทั้งสองและกระดูก ประสานมือคำนับ
“ข้าน้อยผู้ดูแลตระกูลฉงฉี ผู้นี้เป็นลูกที่ไม่กตัญญู ไม่ทราบว่าลูกที่ไม่
กตัญญูผู้นี้ไปก่อเรื่องอันใดที่ทำให้สองท่านโกรธ ขอสองท่านกรุณา
ไว้ชีวิตเขาด้วย”
“เพื่อเป็นการตอบแทน ข้าจะมอบเศษชิ้นนี้ให้สองท่าน”
“ว่ากันว่าเศษชิ้นนี้คือกุญแจเปิดดินแดนลับระดับขั้นแปลงร่าง
เซียน น่าเสียดายที่หลายปีมานี้ ข้ายังไม่พบเศษชิ้นที่เหลือ ข้าใช้เศษ
ชิ้นนี้แลกชีวิตลูกชายของข้า ท่านว่าดีหรือไม่?”
ที่หว่างคิ้วของราชสีห์เพลิงร้อนแรงมีลายเพลิงวาบผ่าน ราชสีห์
แก่ที่ตาแทบเปิดไม่ขึ้นเห็นทายาทที่เด่นที่สุดของตระกูลหมดสติ ก็รู้
ว่านี่เป็นฝีมือของลู่หยางทั้งสอง
เขาคือผู้อาวุโสของตระกูลราชสีห์เพลิงร้อนแรง ราชสีห์เพลิง
ร้อนแรงเป็นทายาทที่เขาชื่นชมที่สุด จึงสนับสนุนให้เขาเป็นหัวหน้า
เผ่า
เขาไม่อาจนิ่งดูดายให้ราชสีห์เพลิงร้อนแรงถูกฆ่า
ราชสีห์แก่หยิบเศษชิ้นหนึ่งออกมา
“นี่คือเศษชิ้นที่ข้าได้มาโดยบังเอิญ รวบรวมครบสามชิ้นจะ
ประกอบเป็นกุญแจสู่ดินแดนลับระดับขั้นแปลงร่างเซียน ไม่ทราบว่า
แลกชีวิตเขาได้หรือไม่?”
ลู่หยาง: “……”
เมิ่งจิ่งโจว: “……”
“ไม่ทราบว่าเศษชิ้นในมือพวกท่านทั้งสาม จะประกอบกันได้
หรือไม่?”