สู่วิถีอมตะ - บทที่ 90 ข้อแลกเปลี่ยนของฮัวชิงอวี่
บทที่ 90 ข้อแลกเปลี่ยนของฮัวชิงอวี่
“กระดูกมังกรมาร?”
เจียงผิงอันเพิ่งเคยได้ยินนามนี้ครั้งแรก “ข้าจะหามันพบที่ใด?”
ฮัวชิงอวี่กล่าว “ห้าพันปีก่อน มีมังกรตนหนึ่งเข้าสู่วิถีมาร ปรากฏตัวขึ้นในเกาะเทวะ ถูกเหล่ายอดยุทธ์สังหารได้ สังขารกระจัดกระจายตายไป”
“ด้วยความสามารถของเจ้า การได้โอกาสไปยังเกาะเทวะหายากเย็นไม่ ข้าอยากให้เจ้าไปที่นั่น และไปหากระดูกมังกรมารให้ข้าชิ้นหนึ่ง”
“มันหายากสินะ?” เจียงผิงอันถาม
หากกระดูกมังกรมารนี้หาง่ายนัก อีกฝ่ายคงไม่มาวานตัวตนต่ำต้อยอย่างเขาแน่
เพราะถึงอย่างไร ด้วยสามารถของหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล การส่งยอดฝีมือไปนั้นง่ายไม่ต่างจากปล่อยสุนัขสองสามตัวเลย
“เจ้าก็เป็นผู้สืบชะตาสวรรค์คนหนึ่ง การหาของบางสิ่งหายากเย็นไม่ ขอเพียงเจ้ารับปาก ข้าจะให้หญ้าผลึกน้ำแข็งใบนั้นกับเจ้าเดี๋ยวนี้เลย”
กล่องไม้ท่าทางเปราะบางใบหนึ่งปรากฏบนหัตถ์ขาวของฮัวชิงอวี่ มียันต์แผ่นหนึ่งแปะเบื้องบน
เจียงผิงอันกำหมัด
อีกฝ่ายเข้าใจเขาผิด ถือเขาเป็นผู้สืบชะตาสวรรค์ผู้หนึ่ง
แต่เขามิกล้ายอมรับว่าตนไม่ใช่
มิเช่นนั้น อีกฝ่ายคงไม่มาขอความช่วยเหลือ และเขาก็คงมิได้หญ้าผลึกน้ำแข็งใบนั้นมา
“หากเจ้าให้มันกับข้ายามนี้ แล้วภายหน้ามิอาจหากระดูกมังกรมารพบเล่า?”
“เช่นนั้น ก็ให้เจ้าไปใช้ความสามารถของเจ้าหาสายแร่ใหญ่สำหรับทำเหมืองให้ข้าเป็นเวลาห้าปี”
ฮัวชิงอวี่หาได้ขาดเงิน จึงมิได้เสนอเป็นจำนวนเงิน
แต่อยากให้เจียงผิงอันใช้ความสามารถหาสายแร่ให้นางแทน
นี่คือจุดประสงค์แท้จริงของฮัวชิงอวี่
นางเคยส่งยอดฝีมือไปค้นเกาะเทวะแล้ว แต่ไร้ผู้ใดหากระดูกมังกรมารเจอ โอกาสที่เจียงผิงอันจะหาไม่เจอเช่นกันก็มีมากไม่ต่างกัน
หากหาเจอก็ประเสริฐ แต่หากไม่ ก็ให้เขาช่วยนางหาสายแร่
การหาสายแร่ก็เหนื่อยนัก มีเพียงผู้สืบชะตาสวรรค์ที่สามารถหาสายแร่ใหญ่ ๆ ได้พบ
แต่ผู้สืบชะตาสวรรค์นั้นน้อยเกินไป และยังถูกอาคมเข้าตัวได้ง่าย จึงมิใช่ทุกคนที่เต็มใจทำงานแบบนี้
ดังนั้น ไม่ว่าเจียงผิงอันจะหามันพบหรือไม่ ฮัวชิงอวี่ก็มิขาดทุน
แน่นอน การขาดทุนมีเพียงสถานการณ์เดียว คือกรณีที่เจียงผิงอันตายในเกาะเทวะ
แต่ฮัวชิงอวี่หาสนใจไม่
การทำธุรกิจมีขาดทุนเป็นธรรมดา กระทั่งตัวตนเก่าแก่ในหอวาณิชยังขาดทุนบ่อยครั้ง
แต่หากสำเร็จขึ้นมา นางก็จะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ
“ได้ ตกลง”
เจียงผิงอันยังคงรับกล่องมาเพื่ออาจารย์ตน
เมื่อดึงแผ่นยันต์สีเหลืองออกจากกล่อง ไอเย็นยะเยือกพลันแผ่ซ่าน ตัวกล่องปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็ง
เจียงผิงอันรู้สึกราวมือเจียนแข็งเต็มที
เมื่อเปิดกล่องออกมา ก็พบใบหญ้าสีขาวซึ่งมีผลึกน้ำแข็งเล็กจ้อยเกาะอยู่ใบหนึ่ง สาดไอความเย็นรุนแรงมหาศาล
เจียงผิงอันสะท้าน แต่ใบหน้าของเขาแย้มยิ้มเจิดจรัส
ด้วยหญ้าใบนี้ ชีวิตของอาจารย์เขาก็ช่วยได้แล้ว!
เขารีบปิดกล่องผนึกยันต์อีกครั้ง ไอเย็นนั้นรุนแรงเกินไป เขาไม่อาจทนได้นาน
ขณะที่เขาเก็บใบหญ้าผลึกน้ำแข็งเข้าสู่อุปกรณ์เก็บของ เจียงผิงอันก็ถามขึ้น “มิกลัวข้าเชิดของหนีไปหรือ?”
แต่พูดจบ เจียงผิงอันก็นึกขำตนเอง
การพยายามฉกชิงของจากหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลหนีไป ยากเสียกว่าให้เขาไปฆ่าสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตแปรเทวะเสียอีก
ฮัวชิงอวี่ยิ้มบาง เก็บม่านพลังแล้วหันหลังจากไป
นางไม่แม้แต่จะให้เจียงผิงอันลงนามในสัญญากระดาษด้วยซ้ำ
นี่คือความมั่นใจ
นางไม่กลัวเจียงผิงอันผิดสัญญาแม้แต่น้อย
เมิ่งจิงเอียงตัวเข้ามาถามเจียงผิงอันอย่างสงสัย “เมื่อครู่พวกเจ้าคุยอะไรกัน?”
ม่านพลังปิดกั้นผู้อื่นไม่ให้สืบรู้ จึงไร้ผู้ใดทราบว่าทั้งสองคุยเรื่องอะไร
“พวกเจ้าสองคนรีบกลับไปพักได้แล้ว! ประลองยังไม่เสร็จ ไม่รู้กันหรือไร?”
เซี่ยชิงดึงหูเจียงผิงอันและเมิ่งจิงลากกลับไป
เจ้าซื่อบื้อสองคนนี้ ผู้อื่นตั้งใจฝึกฝน แต่สองคนนี้กลับมาเล่นสนุกที่นี่
เรื่องสำคัญที่สุดคือ ไม่นานนี้เจียงผิงอันเพิ่งเกือบตายมา
ทั้งสองถูกลากตัวกลับจวนเจ้าเมือง
เจียงผิงอันหวนกลับห้อง เปิดอาคมปราการ รีรอจะใช้อ่างสัมฤทธิผลลอกเลียนใบหญ้าผลึกน้ำแข็งแทบไม่ไหว
หญ้าผลึกน้ำแข็งปรากฏขึ้นสิบเอ็ดใบ เจียงผิงอันเกือบถูกแช่แข็งตาย
เขารีบร้อนนำพวกมันหกใบกลับไปผนึกในกล่องอีกครั้ง
หนึ่งใบหญ้าจากฮัวชิงอวี่เทียบได้กับหนึ่งในสามของหญ้าผลึกน้ำแข็งทั้งต้น
ในนี้มีหกใบ เท่ากับหญ้าผลึกน้ำแข็งสองต้น
เหลือเฟือ!
ช่วยท่านอาจารย์ได้แล้ว!
ส่วนใบหญ้าที่เหลือ เขาโยนลงไปในถุงเก็บของแยกต่างหาก
เจียงผิงอันนำกล่องไปหาเซี่ยชิง และบอกนางถึงเรื่องการแลกเปลี่ยนกับฮัวชิงอวี่
แน่นอน มิได้พูดว่าแลกหญ้ามากี่ใบ
เหตุที่เขาบอกเซี่ยชิงก็เพราะอยากให้นางช่วยใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย รีบส่งใบหญ้าผลึกน้ำแข็งกลับเมืองเฮยเฟิงโดยไว
เจียงผิงอันกังวลว่าหากขนส่งของโดยทั่วไปจะเสียเวลาและไม่ปลอดภัย
เขาจึงอยากใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย
ทว่าการใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมีมูลค่ามหาศาล ปกติแล้วจึงไม่ใช้กัน
“ได้!”
เซี่ยชิงตอบรับอย่างไร้ลังเล
ก่อนหน้านี้นางเคยพยายามซื้อใจหวังเหริน แต่หวังเหรินหาให้โอกาสนางไม่ และไม่อยากเข้ายุ่งกับความขัดแย้ง
ภายหลัง หวังเหรินบาดเจ็บ เซี่ยชิงจึงรามือเลิกเซ้าซี้
ยามนี้ เมื่อหวังเหรินมีโอกาสฟื้นคืน นางย่อมต้องกลับมาตื๊อซื้อใจ
และจะถือโอกาสบอกอีกฝ่ายเรื่องที่เจียงผิงอันถูกวางยาพิษด้วยเลย
นางไม่เชื่อหรอกว่าตาเฒ่าผู้นี้จะไม่มีโทสะ
และด้วยเหตุนี้ หวังเหรินก็จะมาเข้าพวกกับนางแน่นอน
ณ เมืองเฮยเฟิง
ในคอกม้าถัดจากจวนเจ้าเมือง
หวังเหรินผู้เฒ่าชรายิ่งนั่งข้างม้าตัวหนึ่ง ร่างเปรอะโคลนเปื้อนฟาง เหมือนเช่นชายชราสามัญ
“แค่ก ๆ”
หวังเหรินกระอักไอรุนแรง โลหิตย้อมมือแดงฉาน
เขาเลิกเสื้อขึ้น ที่อกมีรอยแผลจากมีดดาบมากมาย แม้จะผ่านมานานปี แผลเหล่านี้ก็ยังไม่ตกสะเก็ด มีกฎอัคคีลี้ลับวูบไหวเคลือบอยู่
ขณะนี้ แผลจากกฎเกณฑ์เหล่านั้นชอนไชลึกถึงไขกระดูกแล้ว เมื่อไร้หญ้าผลึกน้ำแข็ง ก็ไม่มีทางฝืนต้านไหวได้
“เฮ้อ~”
เสียงถอนใจอันโรยราฟังดูอ้างว้างสุดแสน
มิใช่เพราะเดียวดายยามใกล้ฝั่ง แต่เพราะเขาไม่อาจได้เห็นผลงานผิงอัน เด็กคนนั้น และรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
ยามไม้ใกล้ฝั่ง หากได้เห็นศิษย์ไม่เป็นทางการผู้นี้แสดงผลงานสักหน่อย ก็ถือเป็นการเติมเต็มความหวังสุดท้ายได้
วิ้ง!
คลื่นพลังประหลาดสายหนึ่งพลันพุ่งมาจากไกล ๆ
หวังเหรินมองขึ้นไปแล้วขมวดคิ้ว เมื่อเห็นคลื่นพลังแผ่ออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้ายจากไกล ๆ
“เกิดอะไรขึ้น? แคว้นหลิงไถโจมตีอีกแล้วหรือ?”
หวังเหรินกำหมัดลุกขึ้นอีกครั้ง
ชีวิตเขายังพอเหลืออยู่อีกนิดหน่อย หากยังระเบิดตัวเองลากตัวตนขอบเขตแปรเทวะไปโลกหล้ากับตนได้อีกสักคน ก็คุ้มค่าเหลือคณานับแล้ว!
หนึ่งร่างอันงดงามปรากฏกลางเวหา เซี่ยชิงก้าวเดินออกมา
“องค์หญิง พวกคนเถื่อนจากแคว้นหลิงไถกับต้าฉู่มากันอีกแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?” หวังเหรินถามเสียงเข้ม
“เปล่า ข้าแค่กลับมาส่งของนิดหน่อย”
โดยไม่รอหวังเหรินตอบสนอง เซี่ยชิงก็ส่งกล่องไม้และม้วนหยกชิ้นหนึ่งแก่อีกฝ่าย
“นี่คือสิ่งที่เจียงผิงอันหามาให้เจ้า และสิ่งที่เจียงผิงอันประสบมาตลอดชั่วกาลนี้ถูกบันทึกในม้วนหยกนี้”
พูดจบ เซี่ยชิงก็เหินกลับ
ยามมาฉับไว ยามไปก็ยังไว
หวังเหรินงุนงงยิ่งนัก เจียงผิงอันไปได้สิ่งใดมา จึงขอให้องค์หญิงเปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายมาส่งของแก่เขาด้วยตัวเองได้?
เขาเปิดกล่องออกอย่างงุนงง
พริบตานั้นเอง ไอเย็นยะเยือกทะลักออก หมอกสีขาวเคลื่อนปกคลุม และกฎอัคคีลี้ลับบนแผลของหวังเหรินก็ถูกสยบไว้
หวังเหริน หนึ่งยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะปรากฏสีหน้าตกตะลึงและปรีดาสุดแสน
แม้เขาจะไม่เคยได้พบหญ้าผลึกน้ำแข็งมาก่อน แต่ยามนี้ เขารู้ว่านี่คือใบของหญ้าผนึกน้ำแข็ง!!
หลังหวังเหรินลิงโลดได้ไม่นาน เขาก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึงงุนงง
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะอย่างเขา และกระทั่งราชวงศ์ต้าเซี่ยยังหาหญ้าผลึกน้ำแข็งกันมิได้
แล้วเจียงผิงอัน เด็กนั่นไปหาพบได้เช่นไร?
ด้วยใจงุนงง หวังเหรินส่งจิตสำนึกเข้าตรวจสอบข้อมูลในม้วนหยกเพื่อสืบประสบการณ์ในช่วงกาลนี้ของเจียงผิงอัน
ยามเขาเห็นข่าวเจียงผิงอันกำชัยเหนือโจวเฟิง ใบหน้าของหวังเหรินก็ทั้งภาคภูมิและยินดี
มิคาดว่าเจียงผิงอัน เด็กนี่จะแข็งแกร่งเพียงนี้แล้ว
ทว่ายามเขาทราบว่าเจียงผิงอันถูกพิษโลหิตร้อยสุคนธ์เกือบตาย ใบหน้าของหวังเหรินก็เปี่ยมล้นด้วยโทสะ
ปราณน่าสะพรึงกลัวจากร่างของเขาปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองเฮยเฟิง ปวงชนล้วนรู้สึกราวมีบรรพตกดทับหัวใจ อึดอัดเกินหายใจออก
หวังเหรินกำม้วนหยกไว้แน่น ใบหน้ามืดหมอง “เพราะไร้ผู้ใดช่วยเหลือเขา พวกเจ้าเลยย่ามใจโหดเหี้ยมกับเสาหลักของต้าเซี่ยได้หรือ?”
“เช่นนั้น ข้าหวังเหรินจะช่วยเหลือเขา!”
หวังเหรินผนึกใบหญ้าผลึกน้ำแข็งกลับไป กล่าวอย่างเด็ดขาดอย่างยิ่ง “ภายหน้า ผู้ใดกล้าเมินกฎรังแกศิษย์ของตาเฒ่าผู้นี้ ตาเฒ่าผู้นี้จะฆ่าไม่ละเว้น!”
เมืองหมิงหวัง จวนเจ้าเมือง
เซี่ยชิงกลับมาแล้ว
“ลำบากพี่หญิงแล้ว” เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะอย่างซาบซึ้ง
หากได้ใบหญ้าผลึกน้ำแข็งไป ท่านอาจารย์ก็รอดแล้ว!
เซี่ยชิงไม่เพียงนำใบหญ้าไปส่ง ยังมีสิ่งอื่นด้วย
แต่เจียงผิงอันหารู้ไม่
เซี่ยชิงลูบศีรษะเจียงผิงอันพลางกล่าวเสียงนุ่มนวล “บอกแล้วไง พี่น้องกัน มิเห็นต้องเกรงใจนักเลย”
“กลับไปฝึกฝนเสีย ไม่ว่าอย่างไร เจ้าต้องติดสิบอันดับแรก สำหรับเจ้า มรดกของหมิงหวังยิ่งใหญ่กว่าโอกาสในเกาะเทวะอีก”
“หากได้มรดกนี้มา เจ้าแคว้นหมิงหวัง หนึ่งในเก้าแคว้นคนต่อไปก็คือเจ้า!”