สู่วิถีอมตะ - บทที่ 863 คนลึกลับผู้ไล่ล่าอวิ๋นเหยา
บทที่ 863 คนลึกลับผู้ไล่ล่าอวิ๋นเหยา
แม้จะไม่รู้ว่าชายชุดทองผู้นี้ตามหาผู้ใดอยู่ แต่ก็แน่ใจได้ว่าขอเพียงพบสตรีผู้นี้ ขุมกำลังที่ให้ที่ซ่อนกับนางจะตกกระไดพลอยโจนไปด้วย
บางที มีชายผู้นี้ช่วยเหลือ ก็อาจกวาดล้างขุมกำลังทั้งหมดในแดนจันทร์มายาได้
นี่คือข่าวดีสำหรับพวกเขาราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยแท้เชียว
ทว่าหานอวิ๋นจ่านขมวดคิ้ว
“ข้าสัมผัสคลื่นพลังของโลงแก้วผลึกมิได้ ยอดฝีมือในตระกูลบอกว่าขอเพียงโลงสำริดอยู่ในดวงแก้วจักรวาลเซียน ก็จะเกิดปฏิกิริยาขึ้นแท้ ๆ ทว่ายามนี้กลับเงียบกริบ หมายความว่าสตรีผู้นั้นมิได้อยู่กับคนเหล่านี้…”
“ในเมื่อโลงแก้วผลึกมิอาจสัมผัสพบ ก็ตัดสินได้เพียงในแง่วรยุทธ์อย่างเดียวแล้ว แม้สตรีผู้นั้นจะมาจากตระกูลนักหลอมอาวุธ แต่พลังต่อสู้ก็มิได้แย่ มีวรยุทธ์ระดับสูงสุดมากมาย”
“เพื่อฟื้นพลังของนาง สตรีผู้นี้จะต้องตกลงแลกเปลี่ยนกับใครอยู่แน่ บางทีนางอาจจะนำวรยุทธ์บางส่วนไปให้กับใคร…”
หานอวิ๋นจ่านถ่ายทอดกระแสปราณบอกจักรพรรดิราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย “อย่ามองข้า ตั้งใจทำธุระตัวเองไป”
น้ำเสียงของหานอวิ๋นจ่านแข็งกร้าวหยาบคายยิ่ง ทว่าจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยก็มิกล้าแสดงโทสะ กล่าวกับชายข้างตัวว่า “เฮ่าเทียน เจ้าไป”
เยี่ยเฮ่าเทียนเดินกอดอกเหยียบสุญตา ร่างของเขาสูงตระหง่านดุจขุนเขาใหญ่ ยามยืนตรงหน้าปวงชนก็เผยสีหน้าเฉยชา ประหนึ่งไม่เห็นสิ่งใดในสายตา
เมื่อเห็นคนผู้นี้ หลายบุคคลในห้าขุมกำลังใหญ่ของแดนจันทร์มายาต่างตกตะลึง
“ปรากฏว่าเป็นเขา!”
“เขาเป็นใคร? โด่งดังมากหรือ?”
“เยี่ยเฮ่าเทียน เขาก่อนตกตายโด่งดังมาก ครั้งหนึ่งเขาเคยสิ้นชีพในภพบุกเบิกของสำนักเซียนอวี่หวง แต่เมื่อพันกว่าปีก่อน เขาฟื้นคืนชีพมาปรากฏตัวในดินแดนลับจันทร์มายา เปิดศึกกับเจียงผิงอันจากสำนักเซียนอวี่หวง ผ่านไปแล้วพันกว่าปี ยามนี้เยี่ยเฮ่าเทียนคืนพลังกลับเป็นเซียนมนุษย์แล้ว!”
เยี่ยเฮ่าเทียนรายล้อมด้วยปราณสีม่วงทอง อักขระเซียนลึกลับแผ่แรงกดดันทรงพลัง เขากวาดตามองเหล่าเซียนจากห้าขุมกำลังใหญ่ จนสุดท้ายเมื่อเห็นเจียงผิงอัน แววตานิ่งเฉยก็เกิดเค้าสั่นไหว
“หากเจ้าบรรลุเซียนได้ เซียนผู้นี้จะสังหารเจ้าในกระบี่เดียวแน่ แต่น่าเสียดายที่เจ้ามันก็แค่ขยะที่มิอาจบรรลุเซียน ไร้ค่ามิคู่ควรประชันกับเซียนผู้นี้ แต่ไม่ช้าก็เร็ว เซียนผู้นี้ก็จะจัดการเจ้าอยู่ดี”
เมื่อพันกว่าปีก่อน เยี่ยเฮ่าเทียนเพิ่งฟื้นคืนก็ถูกเจียงผิงอันสยบได้ นี่เป็นเรื่องอัปยศที่สุดสำหรับเขา
หลังได้พักมาพันปี เขาฟื้นสายเลือดตสกุลเยี่ย คืนพลังแท้จริง หากได้ประชันในขอบเขตเดียวกันครานี้ เขาไม่มีทางพ่าย
แต่เขาได้ยินว่าเจียงผิงอันจะต้องเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา มิอาจเป็นเซียนได้ อีกฝ่ายจึงไม่อาจเข้าร่วมการประลองนี้แน่แท้
สีหน้าของเจียงผิงอันสุขุม ไร้ปฏิกิริยาใด ๆ
เยี่ยเฮ่าเทียนนำกระบี่ยาวสีทองเล่มหนึ่งออกมา ระเบิดปราณชวนสะพรึงประหนึ่งจะฉีกกระชากฟ้าดิน หมู่ดาวทั่วเวหาสั่นสะท้านรุนแรง “ใครจะมาสู้! พวกขยะอย่าทำเสียเวลา เซียนผู้นี้ไม่สนใจประมือ”
ปราณกระบี่เลิศล้ำหลากทะลัก ยอดฝีมือขอบเขตเซียนมนุษย์จากห้าขุมกำลังใหญ่ล้วนรู้สึกกดดันมหาศาล ทำให้คนมากมายไม่มีแม้แต่ความกล้าจะก้าวออกไปประลอง
“เจ้านี่… แข็งแกร่งยิ่งนัก”
“เยี่ยเฮ่าเทียนกลับชาติฝึกฝนใหม่ รากฐานมั่นคงกว่าผู้ใด การเอาชนะเขาต้องยากแน่ ๆ”
“บางทีอาจมีเพียงเซียนเหมียวกับเซียนหยางผู้เข้าศึกษาในสำนักศึกษาชางจือเท่านั้นที่เทียบได้”
ทุกสายตามาหยุดที่หยางจิ่นอวี๋และเหมียวเสีย
สตรีทั้งสองบรรลุเซียนยามอายุไม่ถึงร้อย เข้าฝึกฝนในสำนักศึกษาชางจือ ย่อมเป็นเลิศในขอบเขตเดียวกัน
พลังวิญญาณของหยางจิ่นอวี๋พยุงร่างเหินออกไป “ข้าแล้วกัน สหายเซียนเหมียวมิได้ฝึกฝนในสำนักศึกษาชางจือมานาน ข้าทิ้งห่างต่างชั้นไปไกลแล้ว”
เหมียวเสียพลันเดือดขึ้นทันที “เฮ้ย ๆ ยายตัวเหม็นนี่ บอกว่าใครต่างชั้นกับเจ้ากันนะ ไสหัวลงมานี่ เรามาสู้กันก่อนสักตั้งซิ!”
สตรีทั้งสองแข่งขันกันมาเนิ่นนาน สองฝ่ายล้วนไม่ยอมกัน เหมียวเสียบรรลุเซียนได้ หยางจิ่นอวี๋ก็บรรลุเซียนตาม แม้สองฝ่ายไม่พูด แต่ล้วนถือกันเป็นคู่ต่อสู้อยู่ในใจ
ยามนี้เมื่อหยางจิ่นอวี๋พูดต่อสาธารณะว่าเหมียวเสียสู้นางไม่ได้ เหมียวเสียย่อมเดือดเนื้อร้อนใจ
เจียงผิงอันยกมือวางบนบ่าเหมียวเสีย “ศิษย์พี่หญิงใจเย็นก่อน หากคิดประชัน ภายหน้าก็มีโอกาส ยามนี้มิใช่เวลาเอะอะโวยวายนะ”
เนินอกของเหมียวเสียกระเพื่อมขึ้นลง กำหมัดแน่น “จบเรื่องนี้เมื่อใด ข้าจะดวลกับยายนี่ให้ก้อนไขมันคู่นั้นของนางบวมเท่าของข้าเลย!”
เจียงผิงอัน “……”
เทียบกับศิษย์พี่หญิงของเขาแล้ว หยางจิ่นอวี๋ดูสมเป็นเซียนมากกว่า บรรยากาศของนางผ่าเผย อาภรณ์ขาวร่ายรำเนิบนิ่ม ปราณเซียนคละคลุ้งหนาแน่น ประหนึ่งบุปผาอันเบ่งบานเกินเอื้อม
ห้าขุมกำลังใหญ่ในแดนจันทร์มายาจ้องมองสมรภูมิอย่างวิตกกังวล
การต่อสู้นี้มีทรัพยากรของห้าขุมกำลังใหญ่เป็นเดิมพัน หากพ่ายยามใด ก็จะเสียทั้งทรัพยากรและภพบริวาร
ราคามหาศาลเช่นนี้สูงเกินกว่าขุมกำลังทั้งหลายจะรับไหว
บนสมรภูมิ เยี่ยเฮ่าเทียนเผยท่าทีจริงจัง มองหยางจิ่วอวี๋ตรงหน้าอย่างระแวง ได้ยินว่าสตรีผู้นี้ฝึกฝนในสำนักศึกษาชางจือ มีพลังวิญญาณกล้าแข็ง มิอาจประมาทได้
กระนั้น อีกฝ่ายก็ยังต้องพ่าย!
เยี่ยเฮ่าเทียนหมุนข้อมือ กระบี่ในมือสาดรัศมีทั่วฟ้าดิน ฟาดฟันเข้าใส่หยางจิ่นอวี๋
พลังวิญญาณของหยางจิ่นอวี๋แปรเปลี่ยนเป็นโล่ขวางตรงหน้า
ทว่า วิชากระบี่ของเยี่ยเฮ่าเทียนเป็นกระบี่มิติ ยามกระบี่มาถึงหน้าโล่ มันก็ทะลวงผ่านมิติพุ่งใส่ร่างหยางจิ่นอวี๋
ฉับ~
หยางจิ่นอวี๋ถูกฉีกร่างทันที
เปรี้ยง!
หนึ่งกระบี่ซึ่งก่อตัวจากพลังวิญญาณฟาดฟันใส่ตัวเยี่ยเฮ่าเทียนจนกระเด็นไป
หยางจิ่นอวี๋ผู้แหลกเละหวนปรากฏอย่างปลอดภัยครบถ้วน
ร่างที่เยี่ยเฮ่าเทียนทำลายไปเมื่อครู่เป็นเพียงวิชามายาของนาง
ระดับวิชามายาของนางเชี่ยวชาญถึงขีดสุดของขอบเขต สามารถสลับเปลี่ยนจริงลวงได้ตามใจ
หยางจิ่นอวี๋วาดสองมือ พลังวิญญาณลึกลับก่อตัวเป็นกรงขัง คิดจองจำเยี่ยเฮ่าเทียนไว้ข้างใน
เยี่ยเฮ่าเทียนเหวี่ยงกระบี่กระหน่ำโจมตีทันที
การต่อสู้ระหว่างสุดยอดฝีมือเซียนมนุษย์เปิดฉาก
กระบี่ของเยี่ยเฮ่าเทียนร่ายรำกลางฟ้า สารพัดวรยุทธ์ล้ำเลิศพร่างพรายไม่รู้จบ
หยางจิ่นอวี๋ก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน พลังวิญญาณของนางลี้ลับเกินคะเน
เหล่าเซียนที่มองอยู่มิอาจละสายตาได้ จ้องมองศึกนี้อย่างตกตะลึงตามกัน
หากเปลี่ยนเป็นพวกเขาไปสู้แทน สถานการณ์ต้องน่าอายมากแน่ ๆ สองคนนี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว
“เซียนหยางสู้เขา!”
“เซียนหยาง เจ้าต้องชนะนะ!”
ชัยชนะของหยางจิ่นอวี๋เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของขุมกำลังใหญ่ ปวงชนฝ่ายแดนจันทร์มายาล้วนหวังว่าหยางจิ่นอวี๋จะชนะได้
ขณะที่ทุกสายตาอยู่กับการต่อสู้ เจียงผิงอันก็เหลือบหางตาไปยังแนวหลังของฝ่ายราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย
ที่นั่นมีชายชุดทองคนหนึ่งยืนอยู่ แม้จะมิอาจเห็นหน้าได้ชัดเจน แต่ปราณนั้นสุดแสนคุ้นเคยสำหรับเจียงผิงอัน
นี่คือผู้ที่เกือบฆ่าอาจารย์เหมียวจิ่งในกาลก่อน ทำให้อาจารย์เหมียวจิ่งบาดเจ็บสาหัส
“ไฉนสารเลวนั่นอยู่ที่นี่ได้?”
เจียงผิงอันจำได้ว่าอีกฝ่ายมายังแดนจันทร์มายาเพื่อหาโลงแก้วผลึก หรือก็คือหาตัวผู้อาวุโสอวิ๋นเหยา
เขาคิดว่าคนผู้นี้ไปแล้ว ไฉนกันจึงมาอยู่กับพวกราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย?
บางอย่างไม่ถูกต้อง เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอะไรอยู่
สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึม แจ้งเรื่องนี้กับอวิ๋นเหยาทันที
อวิ๋นเหยาไม่ได้มากับเขาด้วย แต่อยู่กับอีกร่างของเจียงผิงอันที่สำนักเซียนอวี่หวง
“พวกผีบ้ากัดไม่ปล่อยนี่!”
อวิ๋นเหยารู้ว่ามีผู้ไล่ล่าตามมา จิตสังหารพลันปรากฏบนใบหน้า ปราณน่าสะพรึงกลัวจากกายนางทำให้โอสถเซียนทั้งสามข้าง ๆ กันสั่นเทิ้มอย่างตกใจ
อวิ๋นเหยาผ่อนหายใจยาว กล่าวกับเจียงผิงอัน “ดีนะที่เจ้าไม่ได้พาข้าไปด้วย หาไม่ ป่านนี้ก็คงถูกเจอตัวแล้ว”
“ผู้อาวุโสมีโลงแก้วผลึกซ่อนพ้นสายตาสวรรค์ จะถูกเจอตัวได้อย่างไร?”
เจียงผิงอันจำได้ว่าอวิ๋นเหยาเคยพูดไว้ โลงแก้วผลึกที่นางนอนอยู่นี้สามารถปิดการทำนายหาจากผู้อื่นได้ ไม่ว่าแข็งแกร่งเพียงไรก็ยากหานางเจอ
อวิ๋นเหยาอธิบาย “โลงแก้วผลึกพรางเนตรสวรรค์ได้จริง แต่มิได้เลิศล้ำสมบูรณ์แบบ โลกนี้ไร้สิ่งใดเพียบพร้อม หากข้าเข้าใจไม่ผิด ก้อนสีดำที่เจ้าบอกว่าราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยใช้ออกมาน่าจะเป็นดวงแก้วจักรวาลเซียน เป็นวัตถุที่เล่นกับกลไกสวรรค์เหมือนกัน หากอยู่ใกล้โลงแก้วผลึกในระดับหนึ่ง มันจะตรวจจับได้”
ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันก็ตกใจจนเหงื่อแตกพลั่ก
โชคยังดีที่เขามิได้พาอวิ๋นเหยามาด้วย หาไม่แล้ว ป่านนี้คงเป็นเรื่องแล้ว
ทันใดนั้น เจียงผิงอันพลันนึกอะไรได้ “หากข้าใช้คัมภีร์มารกลืนสวรรค์และลวดลายศักดิ์สิทธิ์สายความเร็วที่ผู้อาวุโสสอนให้ ข้าจะถูกอีกฝ่ายจำได้แล้วตัดสินว่าผู้อาวุโสอยู่กับข้าหรือไม่?”
ศัตรูเหล่านี้รู้จักอวิ๋นเหยาดี หากเป็นเช่นนี้ เขาก็ใช้วรยุทธ์ที่อวิ๋นเหยาสอนมาไม่ได้แล้ว
“เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง แม่บุญธรรมของเจ้าผู้นี้ปราดเปรื่องมากสามารถ คิดเรื่องนี้อยู่นานแล้ว ‘คัมภีร์มารกลืนสวรรค์’ และ ‘ลวดลายศักดิ์สิทธิ์สายความเร็ว’ ล้วนมิใช่วิชาเฉพาะของตระกูลอวิ๋น เป็นสิ่งที่เราใช้ศาสตราเซียนแลกมา สามารถใช้ได้”
อวิ๋นเหยายกหางตนเองแล้วพูดต่อ “เมื่อครู่เจ้าบอกว่ารางวัลสุดท้ายของการประลองนี้คือศาสตราเซียนระดับสวรรค์หกชิ้นใช่ไหม? เจ้าชนะแล้วรวบมาได้จะดีมากนะ”
“ผู้อาวุโสต้องการมันหรือ?””
“แค่ศาสตราเซียน ข้าจะอยากได้ไปทำอะไร นี่คือจะให้เจ้าใช้ต่างหาก”
เจียงผิงอันงุนงงยิ่ง “แต่ความแข็งแกร่งปัจจุบันของข้าใช้งานศาสตราเซียนระดับสวรรค์ไม่ได้เลยนะ”
ความต่างชั้นระหว่างขอบเขตเซียนนั้นมหาศาล ยากจะใช้ศาสตราเซียนข้ามขั้นได้ ต่อให้ได้ศาสตราเซียนสวรรค์อันสมบูรณ์มาก็เปล่าประโยชน์
อวิ๋นเหยายกมือขึ้นสัมผัสโลงแก้วผลึกเบา ๆ “ไว้เจ้าได้ศาสตราเซียนสวรรค์กลับมา เจ้าก็จะได้รู้เอง ใช้ศาสตราเซียนสวรรค์หนึ่งชิ้น เปลี่ยนอนาคตได้หนึ่งครั้ง”
“เปลี่ยนอนาคต?” ยิ่งฟัง เจียงผิงอันยิ่งงงงวย
“เลิกพล่ามได้แล้ว ไว้นำศาสตราเซียนสวรรค์กลับมา เจ้าก็รู้เองแหละ” อวิ๋นเหยาไม่พูดมาก