สู่วิถีอมตะ - บทที่ 706 นิมิต รอยแยกมิติ
ปวงชนจากสำนักเซียนอวี่หวงเข้าสู่ทะเลทรายสีดำ ระแวดระวัง
ไปตลอดทาง
พวกเขาคิดว่าระหว่างทางต้องเผชิญศึกอันดุเดือด ทว่าสัจธรรม
มิใช่เช่นนั้น ศัตรูที่พบมีเพียงหร็อมแหร็ม
“มิใช่กล่าวกันว่าพวกสำนักเซียนเทียนหลานสำรวจหามรดก
วิหคศักดิ์สิทธิ์ที่นี่กันอยู่หรือ? ไฉนคนที่นี่จึงน้อยจัง?”
ทะเลทรายสีดำนี้เคยอุดมสมบูรณ์เขียวชอุ่ม มีวิหคศักดิ์สิทธิ์
ชนิดหนึ่งเคยอาศัย และวิหคศักดิ์สิทธิ์นี้แท้จริงก็เกี่ยวพันมหาศาลกับ
สำนักเซียนอวี่หวง ‘วิชาปีกเทวะ’ ของพวกเขาสำนักเซียนอวี่หวงก็มี
ที่มาจากวิหคศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ ซึ่งมีเซียนมนุษย์ผู้หนึ่งคิดค้นบรรลุ
จากพวกมัน
สำนักเซียนเทียนหลานกระหายอยากได้วิชาลับเช่นนี้ จึงจะมา
หาโครงกระดูกของวิหคศักดิ์สิทธิ์หรือมรดกใด ๆ ของพวกมันเพื่อทำ
ความเข้าใจ ‘วิชาปีกเทวะ’
สองฝ่ายประมือกันที่นี่มาหลายหน จนสำนักเซียนอวี่หวงรู้สึกว่า
ที่นี่มิได้มีค่ามากนัก จึงมิได้สู้กันรุนแรง และที่นี่จึงเป็นสมรภูมิสำหรับ
ตัวตนขั้นต้นระดับเขตแดนเสมอมา
สรุปคือ ที่นี่ควรมีผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานอยู่
มากมาย แต่ระหว่างทางพวกเขากลับไม่พบศัตรูใดเลย
“ไม่ต้องสนใจแล้ว ไม่มีคนก็ยิ่งดี รีบ ๆ ไปช่วยพี่เขยข้าเถอะ!”
หยางหลวนพูดอย่างใจร้อน
หยางหลวนนำปวงชนเร่งรุดไปยังทิศหนึ่ง นั่นคือที่ที่พวกเขาเคย
ถูกเจียงผิงอันช่วยไว้ และยามนี้ เจียงผิงอันก็น่าจะอยู่ที่นั่น
หลังจากเหาะเหินอยู่ราวครึ่งวัน ในที่สุดก็ได้เห็นผู้ฝึกตนจาก
สำนักเซียนเทียนหลานมากมาย คนเหล่านี้ถูกหนึ่งบุคคลโชกเลือด
ไล่ล่าสังหารอยู่ ส่งเสียงกรีดร้องระงมทั่วฟ้าดิน
“มารร้าย! เจ้านี่มันมารร้ายชัด ๆ!”
“หนีเร็ว! ไม่มีใครในขอบเขตเดียวกันรับมือเขาได้หรอก!”
“ช่วยด้วย!”
เหล่าผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานเผ่นหนีอย่างเอาเป็น
เอาตาย
บุคคลโชกเลือดผู้หนึ่งไล่ตามพวกเขามา เส้นผมสีขาวเย็นเยียบ
มีโลหิตหยาดหยด แม้มองจากไกล ๆ ก็ยังสัมผัสปราณชวนขนลุกขน
พองจากตัวเขาได้
มือข้างหนึ่งของคนผู้นี้ถือโซ่ตรวน ลากหนังมนุษย์ขาดวิ่นร่าง
หนึ่ง ใบหน้าซีดขาวสิ้นหวังหมดอาลัย
ขณะมองเหล่าผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานหนีหัวซุกหัว
ซุน เหล่าผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนอวี่หวงต่างสุดหวาดผวา
คนโชกเลือดนี่ใครกัน อำนาจแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้ มารร้ายเช่นนี้
ปรากฏในแดนจันทร์มายาแต่ยามใด!
คนโชกเลือดสังเกตเห็นพวกเขาแล้วหันขวับมามอง ดวงตาแดง
ก ่าเยี่ยงขุมอเวจี ทำให้ปวงชนร่างเกร็งแข็ง
“เตรียมรับศึก!”
เซียวเฟิงแผดเสียง ในฐานะอดีตอัจฉริยะขั้นต้นระดับเขตแดน
อันดับหนึ่ง ยามนี้เป็นอันดับสองแล้ว มองอีกฝ่ายปราดเดียว เขาก็
เกิดความรู้สึกเหมือนถูกคุกคามเอาชีวิต
คนผู้นี้น่ากลัวยิ่ง!
“พี่เขย! ใจเย็นก่อน นี่เราเอง! เรามาช่วยเจ้าแล้ว!” หยางหลวน
เห็นเจียงผิงอันฆ่าคนจนเลือดเข้าตาก็รีบตะโกนห้าม
พี่เขย?
เมื่อได้ยินวาทะของหยางหลวน ทุกผู้ก็ตะลึงไป
ระหว่างทางมาที่นี่ หยางหลวนคลับคล้ายจะเรียกเจียงผิงอันเป็น
พี่เขยตน
คนผู้นี้คือเจียงผิงอัน?
เจียงผิงอันสลัดเลือดออกจากกาย เผยใบหน้าแท้จริง จิตสังหาร
ในกายหายลับไร้ร่องรอย แต่สีหน้าก็ยังคงเย็นชา
เป็นเจียงผิงอันจริง ๆ ด้วย
เดิมทีพวกเขามาช่วยเหลือ แต่ยามนี้ประจักษ์แล้วว่าอีกฝ่ายคน
เดียวก็ถล่มศัตรูทั้งหมดได้!
เจียงผิงอันเหวี่ยงหมัดทำลายล้างระเบิดสุญตา ขยี้ผู้ฝึกตนคน
สุดท้ายจากสำนักเซียนเทียนหลานซึ่งกำลังจะหนีไปจนสิ้น
ขณะมองซากศพเกลื่อนพื้น หนังศีรษะปวงชนจากสำนักเซียน
อวี่หวงที่เร่งมาช่วยก็ชาวาบ หัวใจพรั่นพรึงสุดแสน
คนพวกนี้ เจียงผิงอันฆ่าด้วยตัวคนเดียวหรือ? นี่มันเยอะกว่า
จำนวนคนตายในศึกปะทะย่อม ๆ ระหว่างสองสำนักอีกนะ!
ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันน่ากลัวกว่าที่พวกเขาคาดไว้โข
เลย
ในหมู่ผู้คน สีหน้าของเซียวเฟิงซับซ้อนยิ่ง นับแต่เขาถูกเจียงผิง
อันก้าวข้าม เขาก็มุ่งเป้าหมายที่เจียงผิงอัน หวังว่าสักวันเขาจะก้าว
ข้าม ทวงคืนอันดับหนึ่งจากอีกฝ่ายได้
แต่ยามนี้ ดูเหมือนเขาจะตั้งเป้าหมายสูงเกินไปเสียแล้ว
เจียงผิงอันนั้นมิอาจก้าวข้าม ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะก้าว
ข้ามศิษย์พี่หวังหยางและศิษย์พี่หญิงเหมียวเสียในกาลก่อนไปแล้ว
บางที อาจมีเพียงซากศพเหล่านี้ที่ได้ประจักษ์จริงแท้ว่าเจียงผิง
อันแข็งแกร่งเพียงไร
ทรายสีดำพัดโชย สองดวงจันทราลอยเด่นบนฟ้า รอบทิศมีเพียง
ความเงียบ ไร้ผู้ใดกล้าพูดเสียงดัง แรงกดดันไร้ลักษณ์กดลงสู่ทุก
ดวงใจ
เจียงผิงอันสร้างแรงกดดันแก่พวกเขามากมายเหลือเกิน
เจียงผิงอันโบกมือ เก็บซากคนทั้งหลายไป แล้วโยนอาวุธวิเศษ
กับผลึกเซียนในโลกใบน้อยของคนเหล่านั้นให้แก่เหล่าผู้เร่งรุดมา
ช่วย
“แข็งขันพัฒนาตัวเถอะ หาไม่แล้ว จุดจบของคนเหล่านี้จะเป็น
ของพวกเจ้าเอง”
เจียงผิงอันลากร่างระทวยของฉางตี๋เดินจากไป ศัตรูใน
ทะเลทรายสีดำถูกฆ่าเกือบหมดแล้ว เขาจะไปฆ่าคนที่อื่น
ปวงชนมองอาวุธวิเศษเกลื่อนพื้นสลับกับแผ่นหลังของเจียงผิง
อัน หัวใจสะท้านสะเทือนอย่างยิ่ง
ทรัพยากรเหล่านี้รวมกัน ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับเดนเซียนหรือ
เซียนมนุษย์ยังหวั่นไหว แต่เจียงผิงอันยกให้พวกเขา
เจียงผิงอันดูเย็นชา ทว่าหัวใจนั้นอบอุ่น
ทรัพยากรนี้มากมายจริงแท้ แต่สำหรับเจียงผิงอัน มูลค่าของ
ซากศพเหล่านั้นสูงที่สุด
“เอ๋ ดูนั่นสิ!”
ขณะนี้ ผู้ฝึกตนคนหนึ่งพลันสังเกตเห็นบางสิ่ง ชี้ไปที่ทรายสีดำ
ซึ่งเปื้อนโลหิตพลางตะโกนเรียก
ปวงชนหันมองตามอย่างสงสัย
พวกเขาพบว่าโลหิตบนทรายสีดำถูกสูบหายลงพื้นไปอย่าง
รวดเร็ว ราวมีบางสิ่งดูดซับโลหิตเหล่านั้น
ใช่เวลาเพียงประเดี๋ยว โลหิตใกล้เคียงก็ไม่หลงเหลือร่องรอย
อึดใจต่อมา มวลทรายสีดำพลันยุบตัวจมลงอย่างรวดเร็ว ผู้ฝึก
ตนทั้งหลายจึงรีบโกยทรัพยากรที่เจียงผิงอันให้ไว้แล้วถอยหลบ
เจียงผิงอันซึ่งกำลังจะจรจากสังเกตพบคลื่นพลังมิติรุนแรงที่
เบื้องหลัง จึงหยุดฝีเท้าหันมามองทันที
พื้นทรายสีดำเบื้องหลังเขายุบถล่มเป็นหลุมมหึมา แสงสีเขียว
มรกตพลันทะลวงสู่สุญตาเยี่ยงภูเขาไฟปะทุ
ดินแดนลับจันทร์มายาอันมืดสลัวถูกย้อมด้วยสีเขียวขจี
ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ในดินแดนลับจันทร์มายาสังเกตพบการ
เคลื่อนไหวที่นี่ และหันมองมาเป็นตาเดียว
“คลื่นพลังรุนแรงอะไรเช่นนี้! ดูเหมือนจะมีสมบัติเกิดขึ้น!”
“นี่มิใช่คลื่นพลังจากสมบัติ แต่เหมือนคลื่นพลังที่เกิดยามมิติ
พิเศษเปิดออกมากกว่า!”
“ทิศนั้นมันทะเลทรายสีดำ หรือเผ่าวิหคศักดิ์สิทธิ์จะยังมีเคหา
ซ่อนอยู่?”
“รีบแจ้งสำนักเร็วเข้า เคหาซึ่งคาดว่าเป็นของเผ่าวิหคศักดิ์สิทธิ์
เปิดแล้ว!”
พลังรุนแรงขนาดนี้ มิติที่เปิดออกต้องเป็นเคหาอันมีพลังเลิศล ้า
แน่ ๆ
ลึกเข้าไปในทะเลทรายสีดำ รอยแตกมิติปรากฏขึ้นบนท้องนภา
อันว่างเปล่าซึ่งเรืองแสงสีเขียว พฤกษาต้นหญ้างอกเงยขจีบนทรายสี
ดำ เปลี่ยนทะเลทรายอันว่างโหวงให้จัดจ้านด้วยสีสัน
ผู้ฝึกตนทั้งหลายจากสำนักเซียนอวี่หวงมองภาพตรงหน้าพวก
ตนอย่างตื่นตะลึง
โชคดีอะไรเช่นนี้ ทางเข้าเคหาปรากฏต่อหน้าต่อตาพวกเขา!
เซียวเฟิงไหวตัวก่อนใคร นำยันต์สื่อสารออกมาติดต่อเจ้าสำนัก
เซียนอวี่หวงทันที
“บรรพชน รอยแยกมิติแห่งหนึ่งปรากฏในทะเลทรายสีดำของ
ดินแดนลับจันทร์มายาขอรับ! คลื่นพลังจากมันรุนแรงอย่างยิ่ง คาด
ว่าน่าจะเป็นเคหาที่หลงเหลือจากเผ่าวิหคศักดิ์สิทธิ์ขอรับ!”
อวี่หวงได้ ‘วิชาปีกเทวะ’ จากเผ่าวิหคศักดิ์สิทธิ์ จึงระบือนามทั่ว
โลกหล้า ตั้งนามตนเองว่าอวี่หวง จนภายหลังเมื่อราชวงศ์เซียนจันทร์
มายาล่มสลาย ทายาทของอวี่หวงจึงนำ ‘วิชาปีกเทวะ’ อันไม่สมบูรณ์
แยกตัวมาตั้งสำนัก เกิดเป็นสำนักเซียนอวี่หวง
หากที่นี่เป็นเคหาของเผ่าวิหคศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ ก็จะเป็นประโยชน์
ต่อพวกเขาสำนักเซียนอวี่หวงมากนัก!
พวกเขาอาจได้พบ ‘วิชาปีกเทวะ’ ฉบับสมบูรณ์ที่นี่ด้วยซ ้าไป
‘วิชาปีกเทวะ’ ฉบับสมบูรณ์ หากฝึกฝนถึงขีดสุดก็จะเป็นวรยุทธ์
ทรงพลังถึงขนาดที่เซียนสวรรค์ยังยากตามทัน ความเร็วนั้นเทียบได้
กับเซียนแท้!
ต่อให้ที่นี่จะไม่มี ‘วิชาปีกเทวะ’ ฉบับสมบูรณ์ แต่ตัดสินจากคลื่น
พลังอันแข็งแกร่ง ที่นี่ก็ต้องมีทรัพยากรมากมาย
เจียงผิงอันมองนิมิตตรงหน้า ใบหน้าเย็นชาเกิดอารมณ์ไหว
กระเพื่อมเล็กน้อย
นิมิตใหญ่โตเช่นนี้ย่อมมิพ้นดึงดูดผู้ฝึกตนมากมายจากสำนัก
เซียนเทียนหลานมาหา ช่างดีจริง ๆ เขาไม่ต้องถ่อตามหาเองแล้ว
เจียงผิงอันไม่สนใจสักนิดว่าในนั้นมีอะไร เขาสนใจแค่ว่าจะมีผู้
ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานมากันกี่มากน้อย