สู่วิถีอมตะ - บทที่ 649 ปราชันเซวียจวิ้น
ในอาคมมิติ
เจียงผิงอันเผชิญหน้าเซวียจวิ้นผู้เต็มไปด้วยลวดลายอักขระสี
ทอง
มุมปากเซวียจวิ้นยกยิ้ม สุดแสนลิงโลดปรีดา
มิคาดว่าเขาจะโชคดีได้พบเจียงผิงอัน
ผู้อาวุโสชิวสัญญากับเขาไว้ว่า หากเขาฆ่าเจียงผิงอันได้ จะรับ
เขาเป็นศิษย์ใกล้ชิด มอบยอดสมบัติให้เขาชิ้นหนึ่ง
ต่อหน้าข้อเสนออันหอมหวานเช่นนี้ เซวียจวิ้นหวั่นไหวยิ่งนัก
เขาให้ความสนใจกับการต่อสู้ของเจียงผิงอันมาก่อน และแม้จะ
บรรลุกฎเกณฑ์แข็งแกร่ง เขาก็เพิ่งบรรลุถึงระดับเขตแดน ระดับของ
เขายังต ่าเกินไป มิได้บรรลุอำนาจเขตแดน
ตัวตนระดับนี้มาเจอเขา แน่นอนว่าตายอยู่แล้ว
สองฝ่ายไม่มากความ เปิดศึกกันอย่างดุเดือดในทันที
เซวียจวิ้นกางเขนแดนพฤกษา แมกไม้งอกเงยบ้าคลั่ง เปลี่ยนทั่ว
ทิศเขียวขจี
เถาวัลย์ปัดป่ายเต็มฟ้าเช่นหนวดหมึก เลี้ยวลดเข้าปกคลุมตัว
เจียงผิงอันในทันที
เจียงผิงอันใช้จุลศาสตร์ไร้ลักษณ์ขยายร่างยี่สิบลี้ สลัดเถาวัลย์
บนตัวหลุดขาดไปในพริบตา
“สู้!”
หนึ่งเสียงเลื่อนลั่นสะท้านนภาดังออกจากปากเจียงผิงอัน จำนง
ศึกอันยิ่งใหญ่ถาโถมเข้าใส่เซวียจวิ้น
ร่างของเซวียจวิ้นชะงักทื่อ หนึ่งความคิดว่ามิอาจสยบอีกฝ่ายได้
บังเกิดในใจ ขวัญกำลังใจถดถอย ปรากฏความกลัวเข้าเกาะกุม
เจียงผิงอันฉวยโอกาสนี้ใช้อัสนีหยินก่อตัวเป็นพลองยาวยี่สิบลี้
ใช้วรยุทธ์เซียน ‘สิบสองกระบวนพลองมังกรทะยาน’ เงื้อพลองฟาดใส่
เซวียจวิ้นพร้อมเสียงแหวกอากาศดังสนั่น
“เวรเอ๊ย!”
เซวียจวิ้นหน้าถอดสี รีบเร่งมวลพฤกษาให้งอกเงยมาขวาง
ตรงหน้าตนอย่างรวดเร็วพลางถอยออกไป
ตู้ม!
พลองของเจียงผิงอันฟาดลงใส่เถาวัลย์แตกกระจาย
สีหน้าของเซวียจวิ้นแปรเปลี่ยนต่อเนื่อง เขารู้ว่าเจียงผิงอันด้อย
กว่าตน แต่เขาถูกจำนงศึกของเจียงผิงอันกระทบกระเทือนจิตใจ ทำ
ให้จำนงศึกของตัวเขาเองเสียหาย
การโจมตีอันสะเทือนถึงจิตใจเช่นนี้ป้องกันยากที่สุด
เซวียจวิ้นสูดหายใจลึก ๆ เตือนตนเองซ ้า ๆ ในใจว่า ‘ทุกสิ่งเป็น
เพียงมายา อย่าได้หวั่นไหวคล้อยตาม เจ้านี่ไม่มีเขตแดนด้วยซ ้า เขา
เอาชนะข้าไม่ได้หรอก!’
เขาควบคุมเถาวัลย์ให้รัดพันตัวเจียงผิงอันต่อไป
ครั้งนี้ เขาใช้วิชาลับพิเศษ ‘เถาวัลย์พิษ’ ร่วมด้วย
นี่เป็นวิชาลับสายสนับสนุนสุดชั่วร้าย เพียงสัมผัสถูกเถาวัลย์ก็
เท่ากับถูกพิษ
พิษนี้บรรจุกฎเกณฑ์ระดับสูง สามารถปนเปื้อนปราณเซียนของ
ศัตรูได้
ขอเพียงศัตรูใช้ปราณเซียน พิษก็จะกระจายไปทั่วกายอย่างเร็วจี๋
กระทบต่อการทำงานร่างกาย
หากรักษาไม่ทันเวลา ก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้โดยตรง
แม้ชีวิตของเจียงผิงอันจะไม่ดับสลายในชั่วกาลอันสั้น แต่นี่ก็จะ
กระทบต่อการกระทำของเจียงผิงอัน ใช้เวลาช่วงนี้ฆ่าเขาได้
เถาวัลย์พิษไต่โอบเท้าเจียงผิงอัน ส่งพิษร้ายเข้าสู่กาย และเมื่อ
เขาใช้ปราณเซียน พิษก็กระจายไปทั่วตัว
มุมปากเซวียจวิ้นยกยิ้ม “เจ้าโง่นี่ ยังไม่รู้อีกว่าสถานการณ์
ร้ายแรงแค่ไหน”
เซวียจวิ้นไม่รีบร้อนโจมตี เขาจะให้พิษเล่นงานร่างกายของเจียง
ผิงอันก่อนแล้วค่อยปิดฉากสังหาร ยามนี้ใช้พฤกษาป้องกันไปก่อน
เจียงผิงอันใช้ลวดลายอักขระคนเถื่อนเพิ่มพละกำลังสองเท่า เปิด
ใช้ขั้นห้าของวิชาเทียมเทพสงคราม ทวีพลังต่อสู้อีกหกเท่าตัว
ยามเผชิญคู่ต่อสู้คนก่อน เขามิได้ใช้วิชาเทียมเทพสงครามเลย
ปราณอันดุดันระเบิดออกจากร่างเจียงผิงอัน ประหนึ่งเทพมาร
กวัดไกวพลองยักษ์ยาวยี่สิบลี้เข้าโจมตี
ด้วยความเร็วของอัสนีหยิน อำนาจของวรยุทธ์เซียนและพลัง
ทำลายของกฎทำลายล้าง พลังทำลายอันร้ายกาจจึงบังเกิด
กฎเกณฑ์ทั้งมวลที่ขวางหน้าล้วนถูกพลองนี้ขยี้แหลก
เซวียจวิ้นตกตะลึง เจ้านี่ยังไม่บรรลุอำนาจเขตแดนแต่มีพลังต่อสู้
น่ากลัวเช่นนี้แล้ว หากเขาบรรลุเขตแดนขึ้นมา เขาจะสู้ไหวหรือไม่?
ทว่า ไม่ว่าเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็ต้องตายอยู่ดี พิษ
แพร่ตัวไปทั่วกายเขาแล้ว ไม่นานพลังต่อสู้ก็จะหดหาย
สองฝ่ายปะทะต่อเนื่อง เซวียจวิ้นทำเพียงตั้งรับ
ทว่า ยิ่งกาลผ่านพ้น เซวียจวิ้นยิ่งตะลึงเมื่อพบว่าพลังต่อสู้ของ
เจียงผิงอันหาถูกผลกระทบไม่!
ยิ่งกว่านั้น เขายังสัมผัสได้ชัดเจนว่าพลังต่อสู้ของเจียงผิงอัน
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
เกิดอะไรขึ้นกันนี่?
“เจ้ามิถูกพิษ? เป็นไปไม่ได้!”
เซวียจวิ้นตกใจสุดขีด เขาฉีดพิษเข้าตัวเจียงผิงอันไปแล้วแท้ ๆ
ไฉนอีกฝ่ายจึงไม่สะดุ้งสะเทือนเลยเล่า?
เจียงผิงอันโจมตีต่อไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ถูกพิษ?
เขามิได้ถูกพิษมานานแล้ว
เขาได้รับความสามารถของแมลงหมื่นพิษเจ็ดดารา ต้านทานพิษ
ได้ทุกแขนง และยังเปลี่ยนพิษเป็นพลังของตัวเองได้ด้วย
ยามนี้แมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราถูกส่งไปปกป้องบุตรีเขา มิให้เกิด
อุบัติเหตุใด ๆ
สีหน้าของเซวียจวิ้นดำคล ้า ตระหนักแล้วเช่นกันว่าเจียงผิงอันมี
ภูมิต้านทานพิษ
ใช้พิษมิได้ผล มีแต่ต้องสู้กันตรง ๆ
เซวียจวิ้นใช้พรสวรรค์อำนาจศักดิ์สิทธิ์ของตน ลวดลายอักขระสี
ทองบนตัวเริ่มดิ้นส่ายไปมาเยี่ยงตัวหนอน
“จงประจักษ์แก่พรสวรรค์ของเผ่าร่างทองลิขิตเทวะของข้าเสีย!”
ค่ายกลในสายเลือดถูกกระตุ้น ร่างของเขาพลันขยายใหญ่กว่า
เจียงผิงอัน โอบล้อมด้วยอักขระเรืองรอง ทำให้เขาดูยิ่งใหญ่สุดขั้ว
แส้ขั้นต้นระดับเขตแดนปรากฏในมือเซวียจวิ้น เป็นสีทองทั้งเส้น
ถักขึ้นจากขนสัตว์ภูตอันแข็งแกร่ง ผนึกไว้ด้วยอำนาจยิ่งใหญ่
การประเมินศิษย์ใหม่ครั้งนี้อนุญาตให้ใช้อาวุธวิเศษขอบเขต
เดียวกับตัวเองได้
อักขระบนร่างเซวียจวิ้นไต่จากแขนสู่แส้ ทำให้แส้เส้นนี้ถูกเสริม
พลัง รายล้อมด้วยอักขระ
นี่คือหนึ่งวิธีใช้ของพรสวรรค์เขา เสริมพลังให้แก่อาวุธได้
เซวียจวิ้นเหวี่ยงแส้ ใช้วรยุทธ์เซียน ‘แส้โบยเซียน’ อย่างดุเดือด
เพียะ!
แส้ฟาดเข้าปะทะพลองของเจียงผิงอัน
พลองของเจียงผิงอันหักลง อำนาจทรงพลังฟาดเขากระเด็นไป
ทันที
ต่อหน้ากฎเขตแดนอันสมบูรณ์ของเซวียจวิ้นและอาวุธวิเศษซึ่ง
ถูกพรสวรรค์เสริมพลัง เจียงผิงอันในสภาวะนี้มิอาจต่อกรได้เลย
เซวียจวิ้นฉวยโอกาสรุกไล่ยามได้เปรียบ “ความต่างชั้นระหว่าง
เราก็เหมือนเมฆบนฟ้ากับโคลนตมบนพื้นนั่นแหละ”
แส้ระดมเฆี่ยนใส่ตัวเจียงผิงอันราวพายุโหม หามีการออมมือใด
ไม่ เขามาเพื่อฆ่าเจียงผิงอันอยู่แล้ว
ทุกการโจมตีที่ถูกร่างจะทิ้งแผลโชกเลือดจากกฎเกณฑ์ไว้
ร่างกายเจ็บปวดแสบร้อน
ที่อัฒจันทร์ผู้อาวุโส ชิวซื่อผิงซึ่งมองอยู่ยกมุมปากใต้หนวดเครา
ขึ้นอย่างเกินควบคุม
พลังต่อสู้ของเจียงผิงอันเอาชนะเซวียจวิ้นไม่ได้เลย
คราวนี้ก็เหลือแค่ให้เซวียจวิ้นฆ่าเจียงผิงอันเสีย
ชิวซื่อผิงหันไปกล่าวกับเหมียวเสีย “หลานสาวคนดี ดูเหมือนข้า
จะโชคดีกว่านะที่เดิมพันถูกคน เจ้าอาจต้องเสียศาสตราเซียนชิ้น
หนึ่งให้ข้าแล้วล่ะ”
“เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเจียงผิงอันจะแพ้?”
เหมียวเสียไม่เหลือท่าทีเมามายเหลวแหลก มองการต่อสู้นี้อย่าง
เคร่งขรึม
ชิวซื่อผิงเท้าแก้มแย้มยิ้ม “มิใช่เห็นชัดเจนแล้วหรือ? เจียงผิงอัน
จะชนะได้อย่างไร…”
ทว่า วาจามิทันสิ้นประโยค เขาพลันสังเกตเห็นบางสิ่ง เสียงของ
เขาจึงหยุดลงกลางคัน
เขาเห็นว่าจู่ ๆ เจียงผิงอันซึ่งเลี่ยงถอยอย่างต่อเนื่องก็หยุดฝีเท้า
ร่างถูกเคลือบฉาบด้วยวิญญาณศึกสีดำ แส้ซึ่งโบยเข้าใส่ตนสะท้อน
กลับออกไป
ปราณบนตัวเจียงผิงอันเปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน สัมผัสพลังอัน
เพิ่มพูนขึ้นได้อย่างชัดเจน
ม่านตาของเซวียจวิ้นหดตัว เขาสัมผัสได้ว่าขณะนี้เจียงผิงอัน
ผิดปกติยิ่ง จึงเหวี่ยงแส้โบยลงสุดกำลัง
เจียงผิงอันมิได้ถอย แต่กลับเป็นฝ่ายพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง
แส้ของเซวียจวิ้นไร้โอกาสได้สะบัดโบย หมัดซ้าย ‘ป่วนบรรพ์’ หมัด
ขวา ‘สยบปีศาจ’ ก็พุ่งประเคนเข้าใส่ระรัวไปหมด
เซวียจวิ้นถูกชกกำเดาไหล คิดจะถอยหลบให้พ้นจากอีกฝ่าย
แต่ก็ไร้ประโยชน์
หากเลี่ยงไกลเกินไป แส้ก็โบยไม่ถูกอีกฝ่าย หากเลี่ยงระยะสั้น
เกินไป อีกฝ่ายก็จะตามมาทัน
ขณะที่เขาจะใช้วิชาอื่นมาโจมตี แต่เจียงผิงอันก็นึกหาทางมา
รับมือได้ทุกครั้งไป
ความรู้สึกกดดันอันไร้ลักษณ์เกินบรรยายกดทับลงบนตัวเซวีย
จวิ้น มิอาจเข้าใจได้เลยว่าทำไมเจียงผิงอันจึงเปลี่ยนแปลงไปมาก
เพียงนี้
มีเพียงผู้อาวุโสบางคนที่อัฒจันทร์ตระหนักแจ้งบางสิ่ง ดวงตา
ของพวกเขาเรืองประกายตกใจยิ่ง
สภาวะลืมตัวตน!
แม้พินิจจากทั่วสำนักเซียนอวี่หวง ก็มีผู้ฝึกตนไม่มากนักที่ย่าง
ก้าวสู่สภาวะนี้ได้ มีเพียงหัวกะทิเท่านั้นที่บรรลุ
และเจียงผิงอันก็เข้าสู่สภาวะนี้ได้!